เดี๋ยวนี้ค่าตั๋วเครื่องบินถูกม๊ากมากไม่พอ ยังมีโปรโมชั่นกระหน่ำซัมเมอร์เซลเยอะแยะไปหมด
วันดีคืนดีเลยนึกครั่นเนื้อครั่นตัว อยากแพ็คกระเป๋าใบน้อยออกไปท่องโลกกว้างดูบ้างค่ะ
แต่ถ้าบินไกลดูแล้วไม่น่าจะรอด (จริงๆคือไม่มีเงินพอขนาดนั้น TT) เลยขอหันมาเที่ยว
แถบ AEC ประเทศเพื่อนบ้านของเราแทนดีกว่า โดยเฉพาะประเทศที่กำลังมาแรงนี่เลย 
" 5 ที่เที่ยวสวยเวียดนาม ' ซิน จ่าว...เวียดนาม ' ประเทศเพื่อนบ้านที่น่าไปเยือน

แล้วจะรู้ว่า เวียดนามเองก็มีที่เที่ยวสวยงามซ่อนอยู่เยอะเหมือนกันนะเออ !
06


 


ฮาลองเบย์ / อ่าวฮาลอง

       ฮาลองเบย์ หรือ อ่าวฮาลอง ตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงฮานอย เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ยวทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ที่ยังคงความงดงามและความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ จึงทำให้ที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อปี 2537 สำหรับฮาลองเบย์ นั้นมีเรื่องราวปรัมปราที่ชาวเวียดนามเล่าต่อกันมาว่า ที่แห่งนี้เป็นอ่าวที่มังกรโบราณเคยมาร่อนลงเล่นน้ำ ที่นี่จึงได้ชื่อว่าฮาลอง ที่มีแปลว่า มังกรร่อนลงนั้นเอง สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนฮาลองเบย์ ห้ามพลาดที่จะลงเรือโบราณที่มีหัวมังกรขนาดใหญ่ที่หัวเรือล่องให้คุณได้ชมทัศนียภาพที่สวยงาม และภูเขาหินปูนที่ตัดสลับกันรอบด้าน ทั้งยังมีรูปร่างแปลกตา ให้คุณได้จินตนาการกันอย่างไม่รู้จบเลยล่ะ
 

 

ทะเลทรายมุยเน่

       เวียดนามก็มีทะเลทราย ! ใช่แล้วล่ะ อ่านไม่ผิดหรอก เพราะเนินทรายสีทองสุดลูกหูลูกตา คือที่ตั้งของทะเลทรายมุยเน่ เมืองแห่งหมู่บ้านชาวประมง เนื่องจากมีชายหาดและหมู่เกาะสวยงาม จนถูกนับว่าเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลยอดนิยมอีกเมืองหนึ่ง ที่เนินทรายแห่งนี้ ประกอบด้วยทะเลทราย 2 แห่ง ได้แก่ ทะเลทรายขาว เนินทรายสีขาวละเอียด เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป สวยซะจนภาพยนตร์ไทยอย่างเรื่องเราสองสามคนก็เคยใช้เป็นโลเคชั่นมาแล้ว และทะเลทรายแดง เนินทรายกว้างใหญ่สีชมพูที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งของเมืองมุยเน่ บริเวณด้านหน้าทะเลที่ติดกับชายฝั่งทะเลมีร้านอาหาร และมีกระดานเลื่อนเป็นกิจกรรมไฮไลท์ให้นักท่องเที่ยวได้เล่นสไลด์เนินทรายกันเพลินๆ 
 



 
(ขอบคุณภาพจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 2531349 รีวิว {Wanna Be Packer In Vietnam} ทำไมใครๆก็ไปเวียดนาม?)
 

นาขั้นบันได ซาปา

       สวยงามสมกับที่เป็นเมืองในฝันของนักเดินทางสำหรับ "ซาปา" เมืองเล็กๆที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1500 เมตร และยังขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งขุนเขาของเวียดนาม ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าต่างๆ ในช่วงฤดูหนาวบางปีที่นี่ยังมีหิมะตกลงมาอีกด้วย ในอดีตซาปาเคยเป็นเมืองพักตากอากาศของชาวฝรั่งเศส จึงได้รับอิทธิพลด้านสถาปัตยกรรมต่างๆมามากมาย สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองซาปานั้นเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ตั้งตะหง่ายอยู่ใจกลางเมือง นอกจากนี้ยังมีเทือกเขาฟานสิปัน เทือกเขาสูงสุดของเวียดนามทอดตัวเป็นฉากหลังที่สวยงามให้กับเมืองนี้ และนาขั้นบันไดสีเขียวชอุ่มที่มักจะทอดกายรับแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างลอดผ่านหุบเขากลายเป็นภาพที่สวยงามจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งใหม่ของซาปาในปัจจุบัน




 
(ขอบคุณภาพจากคุณ A OOM Jung)


ทะเลสาบคืนดาบ

       ทะเลสาบคืนดาบ หรือ ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นเขตเมืองเก่าของฮานอย โดยมีตำนานเล่าขานกันถึงสถานที่แห่งนี้เป็นตำนานการสร้างชาติเวียดนามเอาไว้ว่า ในศตวรรษที่ 15 จักรพรรดิเล เหล่ยแห่งราชวงศ์เล ได้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่ชาวจีนแห่งราชวงศ์หมิงที่รุกรานให้ออกไปจากเวียดนาม ในขณะที่พระองค์ประทับบนเรือ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ก็มีตะพาบยักษ์ตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำและบอกให้พระองค์ส่งดาบนั้นกลับคืนแด่จ้าวมังกร ดาบนั้นก็ได้พุ่งออกจากฝักดาบเข้าไปในปากของตะพาบก่อนที่จะหายกลับลงไปสู่ใต้ผิวน้ำ อันเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบคืนดาบนั่นเอง ปัจจุบันทะเลสาบคืนดาบกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนหย่อนใจของชาวฮานอย  ซึ่งมีไฮไลท์อย่างสะพานเทฮุก (Thê Húc) หรือสะพานแสงอาทิตย์ สะพานไม้สีแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมและถ่ายรูปที่นี่กันเป็นจำนวนมาก


 

กรุงฮานอย

       มาถึงเวียดนามทั้งที ต้องไม่พลาดแวะไปเที่ยวที่เมืองหลวงของที่นี่ "กรุงฮานอย" ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่วุ่นวายที่สุดในโลก ด้วยการคมนาคมแบบตามใจฉัน ทั้งรถมอเตอร์ไซต์ จักรยาน รถยนต์ หรือแม้แต่คนเดินถนน เอาเป็นว่าที่นี่ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆในการสัญจร ต้องอาศัยความชำนาญและการเสี่ยงดวงเอาล้วนๆนะจ๊ะ คำว่า "ฮานอย" เขียนด้วยคำในภาษาเวียดนามสองคำคือ ฮานอย ฮา แปลว่า แม่น้ำ ซึ่งหมายถึง แม่น้ำซงโห่ง หรือแม่น้ำแดง ส่วน นอย แปลว่า ข้างใน รวมกันแปลว่า เมืองบนฝั่งโค้งของแม่น้ำ เพราะฮานอยตั้งอยู่ใจกลางสันดอนลุ่มแม่น้ำแดงในภาคเหนือของเวียดนาม มีทะเลน้อยใหญ่มากถึง 18 แห่งนั่นเอง
 

(ขอบคุณภาพจากคุณ A OOM Jung)
 

เรียบเรียงโดยชิลไปไหน