อยากหนีเมืองกรุงที่วุ่นวายแต่จะไปไหนดี???
 
ไปนอนบ้านต้นไม้ที่แม่แมะ เชียงใหม่กันไหมจ๊ะ มีเวลา 3 วันก็ไปได้ ถ้าเพื่อนหรือแฟนไม่ว่างก็ไปมันคนเดียวนี่แหละ ไปนอนบ้านต้นไม้ ถ่ายหมอก ส่งภาพมาให้มันอิจฉา ไปใช้ชีวิตช้าๆ แบบหนอนนอนอ่านหนังสือ ไปฟังเพลงที่ชอบ ฟังเสียงสายน้ำไหล ฟังเสียงต้นไม้ให้ตาปรือ แล้วค่อยกลับมาสะลึมสะลืออยู่ในเมืองกรุงอันแสนวุ่นวาย
 


 
ไปยังไง??  ก็นั่งรถไฟไปนี่แหละสโลว์ไลฟ์ดีมะ รถทัวร์หรือรถไฟก็ไปได้นะ ขอให้ลงเชียงใหม่ให้ได้ก็เป็นพอ ส่วนเราอยากสโลว์ไลฟ์ไงเลยไปรถไฟที่ใครหลายคนเบ้ปากบอกว่าช้าบ้าง เลทบ้าง นั่งรถไฟไปเชียง ใหม่13 ชั่วโมงไปยุโรปได้เลยนะเธ้อออ
 
 
ใครจะว่ายังไงก็ว่าไปก็ฉันรักรถไฟไทย ว่าแล้วก็รีบโทรไปจองตั๋วรถนอนจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่เชียงใหม่ ราคาค่ารถ 791 บาท เป็นรถปรับอากาศ นั่งและนอนชั้น 2 สาวคนไหนไปคนเดียวแนะนำว่าเลือกชั้นบนจะปลอดภัยกว่า ส่วนใครอยากชิลก็เลือกชั้นล่างได้เลยจ้ามีหน้าต่างให้นอนชมวิวด้วย 
 
 
รถไฟออกเวลา 18.00 น. ตรงเป๊ะไม่เลท แอร์เย็นฉ่ำ อยากนอนก็เรียกพนักงานมาปูที่นอนให้ แล้วปีนขึ้นไปนอนบนเตียงฟังเสียงรถไฟ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6 โมงเช้า ลุกขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันแล้วเตรียมตัวลงที่สถานีเชียงใหม่ สุดป้ายของรถไฟสายเหนือ
 

 
ถึงแล้วไปไงต่อ??  เดินไปเรียกรถแดงให้ไปส่งที่ขนส่งช้างเผือก ค่ารถประมาณ 50 บาท ใครมีวิทยายุทธ์สามารถต่อรองพี่เขาได้กว่านี้ก็ลองดู แต่ถ้าเรียกเกิน 50 บาท บอกเลยว่าไม่ไป
 
ถึงขนส่งช้างเผือกแล้วไปไงต่อ?? ก็เดินไปถามคนแถวนั้นว่ารถคันไหนไปเชียงดาว เขาก็จะชี้ไปที่รถ เชียงใหม่ –ท่าตอน-ฝาง ค่ารถคนละ 40 บาท บอกคนขับและกระเป๋าว่าส่งหนูที่เซเว่นแม่นะ
 

หลังจากนั้นก็โทรหาบ้านต้นไม้ได้ที่เบอร์ 081-111-5154 คุณป้าผงใจดีเจ้าของบ้านต้นไม้จะส่งรถมารับที่หน้าเซเว่นแม่นะ อ๊ะลืมบอกไปว่าค่าที่พักบ้านต้นไม้ของเรานั้นคนละ 700 บาท/คืน รวมอาหารสองมื้อ ถ้าไม่มีรถมาก็สามารถให้รถที่บ้านต้นไม้มารับที่เซเว่นแม่นะ ราคา 300 บาท/เที่ยว ถ้าไป+กลับก็ 600 บาท จะมาหนึ่งคนหรือจะมาเป็นแก๊งค์เขาก็คิดเที่ยวละ 300 บาทนะจ๊ะ
 
หลับๆ ตื่นๆ บนรถประมาณชั่วโมงครึ่งก็มาถึงเซเว่นแม่นะค่ะ พี่กานต์ลูกชายป้าผงขับรถกระบะมารับเรา พี่กันต์บอกเราว่าที่บ้านต้นไม้มีแต่สัญญาณเอไอเอส ส่วนของทรูกำลังปักเสา ใครจะไปช่วงนี้ก็ไม่ต้องนำเครื่องมือสื่อสารไปให้หนักกระเป๋านะจ๊ะ
 
 
 
บ้านต้นไม้ นั้นอยู่ในหมู่บ้นแม่แมะ ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านช่วยกันรักษาป่าต้นน้ำ ออกกฎระเบียบไม่ให้มีใครมาทำลายป่า และทำแนวป้องกันไฟป่า พี่กานต์เล่าว่าเมื่อปี 2522 ที่นี่เกิดเหตุการณ์น้ำป่าครั้งใหญ่ เพราะต้นไม้ถูกทำลาย หลังจากนั้นชาวบ้านก็เลยหันมาช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้เอาไว้
 
 

 
ทางไปยังบ้านแม้แมะนั้นเป็นถนนแบบเลนครึ่งค่ะ เพราะเรียกสองเลนได้ก็ไม่เต็มปาก รถสองคันถ้าจะสวนกันก็ต้องหลีกทางกันแบบตัวลีบเลยล่ะค่ะ สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้และต้นไม้ใหญ่ที่เราไม่คิดว่าจะมีป่าแบบนี้ซ่อนตัวอยู่ด้วย 
 

 
ประมาณครึ่งชั่วโมงรถก็พามาถึงบ้านต้นไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มโฮมสเตย์บ้านแม่แมะ โดยภายในยังมีที่พักของชาวบ้านที่เปิดให้บริการบ้านพักแบบโฮมสเตย์และลองสเตย์อีกหลายหลัง 
 
 
 
ป้าผงเจ้าของโฮมสเตย์เข้ามาต้อนรับเราด้วยภาษาเหนือสุดน่ารักแล้วพาเราไปพักที่ห้องพักที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศและสัญญาณโทรศัพท์แต่ สิ่งเหล่านี้ก็หาได้จำเป็นกับเราไม่ แค่มีหนังสือดีๆ สักเล่มก็เพียงพอแล้วค่ะ ป้าผงบอกกับเราว่าทำโฮมสเตย์มา 7 ปีแล้วส่วนมากเป็นฝรั่ง ซึ่งบ้านพักเป็นบ้านต้นไม้ที่อยากให้คนได้มาสัมผัสธรรมชาติจริงๆ 
 

 
กิจกรรมของเราสำหรับที่นี่คือการนั่งและนอนอ่านหนังสือ ทำตัวขี้เกียจ ไม่ต้องเร่งรีบเพราะเวลาเรามีเหลือเฟือ ฝนตกก็นอนฟังเสียงสายฝน ชมหมอกยามฝนจาง นอนฟังเสียงลำธาร เดินไปทักทายกับน้องหมาในหมู่บ้าน เดินไปชมลำธาร คุยกับชาวบ้าน จิบกาแฟร้อนที่ทางที่พักเขามีให้บริการชากาแฟฟรี ส่วนใครอยากทานกาแฟสดสามารถสั่งเพิ่มได้แก้วละ 40 บาท ส่วนใครอยากนวดทางป้าผงก็จะจัดหมอนวดที่เป็นคุณยายฝีมือดีมานวดผ่อนคลายชั่วโมงละประมาณ 150 บาท
 
 
ตกเย็นก็เตรียมทานอาหารอร่อยโดยเขาจะจัดเป็นกับข้าวสามอย่าง ทั้งต้มยำ ไข่เจียว ผัดเปรี้ยวหวาน รสชาติอร่อยมากๆ ค่ะ ทานไปชมวิวยามเย็นไปฟินมากๆ 
 


 
ตอนเช้าทางที่พักเสิร์ฟด้วยข้าวต้มร้อนๆ  ใครอยากขอเพิ่มก็สามารถเติมได้ 
 


 
นอนอ่านหนังสือทำตัวขี้เกียจอีกสักหน่อยก็เตรียมตัวโบกมือลาบ้านต้นไม้ แม่แมะกลับไปใช้ชีวิตสะลึมสะลือที่เมืองกรุงตามเดิม คราวหน้าจะขอลาหัวหน้าไปนอนขี้เกียจอีกสักหนึ่งอาทิตย์
 
เบอร์ติดต่อบ้านต้นไม้ : 081-111-5154 
ค่าที่พัก 700 บาท/คน รวมอาหารสองมื้อ