ทริปนี้จะพาไปชื่นกาย สบายตา เปลี่ยนหัวใจให้เป็นสีเขียวกันที่ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ขอบอกว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ใครมาเที่ยวต้องตกหลุมรัก และมักจะไม่อยากกลับเลยล่ะ ชิลไปโดนมาแล้ว ถ้าไม่ติดว่าต้องทำงานวันจันทร์ คงได้อยู่ยาวแน่ๆ สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชิลยกให้เป็น 1 ในจังหวัดที่มีพื้นที่สีเขียวเยอะมาก ขนาดในเมือง สองข้างทางยังเขียวเลย เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น กรี๊ดกร๊าด โดนใจมาก ว่าแล้วก็ไปชุ่มฉ่ำ สบายใจ สบายกายกับเราที่ 'แม่ลาน้อย'ันเลย



 
ออกเดินทางแต่เช้าตรู่จากสนามบินดอนเมืองมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ หรือศัพท์วัยรุ่นเค้าเรียก CNX นั่นเอง อิอิ 

เดินทางถึงสนามบินเชียงใหม่ เราก็ขับรถมุ่งหน้าไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางเราก็พักเที่ยวพักกินไปตามรายทาง ก่อนจะตรงเข้าสู่ที่พักของเราที่ ‘เฮินไต รีสอร์ท แม่ลาน้อย

เช็คอินเข้าที่พักเสร็จ เก็บเข้าของ ชิลก็ไม่รอช้า รีบลงไปสำรวจบรรยากาศรอบๆที่พักทันที เดินเล่นบนสะพานไม้ ถ่ายรูปเล่นไปเพลินๆ ชิลมาก เพราะมองไปทางไหนก็เจอนาข้าวสีเขียวเต็มไปหมด สดชื่นสุดๆ

รอบๆที่พักมีธารน้ำไหล เพิ่มความชิลเข้าไปอีก


มุมชิลๆ นั่งเล่น ชมวิวทุ่งนา

 
'เฮินไต รีสอร์ท แม่ลาน้อย' ที่พักสุดชิล ถูกรายล้อมด้วยทุ่งนาและภูเขา บรรยากาศชิลๆ มีสะพานไม้ให้เดินเล่นชมธรรมชาติแบบใกล้ชิด ราคาห้องพักของที่นี่อยู่ 800 - 1,800 บาท แต่ไม่ว่าจะห้องราคาไหนก็ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ มองเห็นทุ่งนาแน่นอน
ที่ตั้ง : 420 หมู่ 1 ต.แม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน 58120
โทรศัพท์ : 053-689-033

 
 
หลังจากเดินชมบรรยากาศรอบที่พักกันจนหนำใจแล้ว เราก็ไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินในหมู่บ้านแม่ลาน้อย สำหรับถนนคนเดินที่นี่ชาวบ้านจะนำของพื้นบ้านมาขายกันค่ะ ส่วนใหญ่เป็นอาหาร ผัก ขนมต่างๆ เช่น จิ๊นลุง ข้าวเส้นโก้


เครปก็มีขายนะ อร่อยใช่เล่น 

เห็นปลวก แอ็บก็มีขายนะ

ข้าวเส้นโก้ เส้นขนมจีนยำ

จิ๊นลุง หมูก้อนคลุกกับเครื่องเทศ อร่อยมาก ทานกับข้าวเหนียวร้อนๆนะ ลำขนาด

 
หลังจากเดินถนนคนเดินเสร็จ เราก็กลับที่พักมาทานมื้อเย็นกัน มีกับข้าวพื้นบ้านที่เราซื้อมาจาดถนนคนเดินด้วย ทางที่พักมีบริการอาหารเย็น ไม่ใช่แขกที่เข้าพักก็สามารถมาทานได้ 

ท้องอิ่ม หนังตาเริ่มหย่อนเป็นธรรมดา หลังจากเดินทางทั้งบนบกและบนฟ้าจากกรุงเทพมา ร่างกายก็ล้าเป็นธรรมดา ก็ได้เวลาพักผ่อน เก็บแรงไว้ลุยต่อวันรุ่งขึ้

ห้องพักของเรา ด้านหน้าห้องจะเป็นระเบียงให้นั่งชมวิวทุ่งนา



 
เช้านี้เราตื่นมาแต่เช้าตรู่เพื่อที่จะไปปั่นจักรยานเล่นในหมู่บ้าน ไปสูดอากาศดีๆยามเช้า ดูพระอาทิตย์ขึ้น ชมวิถีชีวิตของชาวไทยใหญ่ 



สะพานปูนในหมู่บ้านชาวไทยใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากเฮินไต รีสอร์ท แม่ลาน้อย

เด็กๆ รอรถโรงเรียนมารับ

รถโรงเรียนมาแล้ว ตั้งใจเรียนนะ 

เจ้าถิ่น
 
 
หลังจากปั่นจักรยานเสร็จ ก็ได้เวลามื้อเช้าพอดี รองท้องกันเบาเบาด้วยข้าวต้มหมู ไข่ลวก ข้าวเหนียวสังขยาและตบท้ายด้วยเสาวรสจิ้มเกลือ 

 

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็อาบน้ำแต่งตัวเช็คเอาท์ออกจากที่พัก เพื่อเดินทางไปเยี่ยมชมโครงการหลวงแม่ลาน้อย ชมนาขั้นบันไดและแปลงผักที่อยู่ในโครงการหลวง มีทั้งเสาวรส อะโวคาโด ขอบอกว่าเค้าขายกันไม่แพงเลยค่ะ ชิลนี่อยากจะซื้อกลับกรุงเทพจริ๊งจริง แต่ติดที่ต้องขึ้นเครื่องและสัมภาระเยอะมากเนี่ยสิ



ทุ่งนา เขียวเต็มไปหมด ชิลดีค่ะ

คุณลุงเอาหนูนาที่เพิ่งจับมาได้สดๆ ร้อนๆ มาอวด หยิบมาโชว์แบบไม่ทันได้ตั้งตัวเลย กรี๊ดแตกจ้า

ที่โครงการหลวงปลูกพริกเม็กซิกันด้วย

น้องหมาหูตูบ วิ่งมาทักทาย น่ารักเนอะ เห็นหน้านิ่งๆ แบบนี้แต่ใจดีนะ

หลังจากเยี่ยมชมโครงการหลวงแม่ลาน้อยเสร็จ เราก็มุ่งหน้าขึ้นไปบ้านห้วยห้อม ระหว่างทางที่จะขึ้นไปบ้านห้วยห้อมขอบอกว่าวิวสวยมาก เต็มไปด้วยหมอกลอยฟุ้งเต็มไปหมด จนชิลและเพื่อนต้องจอดรถแล้วลงไปถ่ายรูป ชมความสวยงามกันพักใหญ่เลย หมอกหน้าฝนนี่สวยจริงๆ


จากโครงการหลวงแม่ลาน้อยไปบ้านห้วยห้อม เดินทางประมาณ 30 กิโลเมตร เราขอไปจิบกาแฟหอมๆ และทานมื้อเที่ยงกันที่บ้านห้วยห้อมค่ะ 



น้ำพริกถั่วเน่า อร่อยมากกกกก ชิลว่ารสชาติจะคล้ายๆ ปลาร้าบองมาก แซ่บสุดๆ
กินกับไข่เจียวนี่แหละ ใช่เลย!

ซาโยเต้ผัดน้ำมันหอยหรือยอดฟักแม้ว และผัดเห็ดปลวก (เห็ดโคน)

กาแฟห้วยห้อม เข้มข้นมาก คอกาแฟห้ามพลาด เค้ามีออเดอร์จากร้านกาแฟชื่อดังสตาร์บัคด้วยนะ


น้องชะมด ที่มาของกาแฟขี้ชะมดแห่งบ้านห้วยห้อม โดยเค้าจะให้ตัวชะมดกินเมล็ดกาแฟสดเข้าไป ต้องรอให้ขี้ออกมา รสชาติจะไม่เหมือนกับกาแฟทั่วไป (เห็นพี่เจ้าของบอกมา) พอพูดคำว่าขี้ หลายคนอาจจะงงว่า...แล้วจะกินเข้ายังไงใช่มั๊ย กาแฟขี้ชะมดเนี่ย มีกะลาของเมล็ดกาแฟห่อหุ้มอีกที ต้องไปกระเทาะเอากะลาออก ตากแดด แล้วนำมาคั่ว ตอนที่ชิลไปไม่ได้ลองชิมเลย ใครอยากลองต้องโทรมาสั่งไว้นะ

จบทริปแม่ลาน้อยแบบฟินๆ เต็มอิ่มไปด้วยความกรีน เที่ยวชิลๆ สบายๆ ชมนาขั้นไดและสายหมอก ทริปนี้เรียกได้ว่าหายใจสะดวกเลยแหละ เพราะอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ภูเขา แทบจะตลอดทริป หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไป 1 นาที อายุยืนไปอีก 1 ปี เลย

 
40
Story & Photo by Chillpainai