คุณเคยลิสต์สถานที่เที่ยวสวยสุดๆที่น่าไปเที่ยวบ้างไหมคะ?

ถ้ามี นี่น่าจะเหมาะกับคุณสุดๆเลยค่ะ!

การที่สภาพภูมิอากาศของโลกเราเปลี่ยนแปลงไป ทำให้สิ่งแวดล้อมต่างๆถูกทำลาย อีกทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษย์ยังได้ทำให้สถานที่หลายแห่งในโลกเปลี่ยนแปลงหรือถึงขั้นหายไป หากสถานที่ไหนใน 8 แห่งที่เรากำลังจะพูดถึงนี้อยู่ในลิสต์ที่เที่ยวที่คุณอยากไปละก็ รีบจองตั๋ว วางแผนเที่ยวกันได้แล้วค่ะ เพราะสถานที่เหล่านี้อาจงดให้คนเข้าชมหรือหายไปภายในเวลาอีกไม่กี่สิบปีนี้แล้วนะ

05


1. The Seychelles ประเทศเซเชลส์


ประเทศเซเชลส์ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 115 เกาะ โดยตั้งอยู่บนมหาสมุทรอินเดีย หาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่ม ตัดกับน้ำทะลสีฟ้าใสและเนินเขาสีเขียวชอุ่มเป็นวิวทิวทัศน์ที่พบเห็นได้ทั่วไปหากคุณได้ไปเที่ยวที่เกาะสวรรค์แห่งนี้ เซเชลส์เป็นหมู่เกาะที่มีความพิเศษตรงที่มี 45 เกาะย่อยๆที่เกิดจากหินแกรนิต! คุณจะพบหินแกรนิตก้อนใหญ่มหึมากระจัดกระจายอยู่ตามชายหาดไปจนถึงเขตชุมชนและในเมือง แต่ปัจจุบันหมู่เกาะเซเชลส์อยู่ในสภาวะที่ถือว่าน่าเป็นห่วงเนื่องจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นและชายหาดก็ถูกกัดกร่อนไปเรื่อยๆ เหตุจากแนวปะการังรอบๆเกาะถูกทำลาย นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าหมู่เกาะเซเชลส์ทั้งหมดจะจมลงไปใต้น้ำภายในเวลา 50 - 100 ปีนี้
 


2. Antarctica ทวีปขั้วโลกใต้


ขั้วโลกใต้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าไปเยือนที่สุดในโลก น้ำแข็งก้อนใหญ่ยักษ์กับทิวเขามหึมาเป็นสิ่งสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้น นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนว่าทวีปที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งอย่างขั้วโลกใต้นี้กำลังละลาย ถึงแม้ว่ามันจะใช้เวลานานกว่าจะละลายหายไปทั้งหมด แต่กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ ตอนนี้มีการเข้มงวดในด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นอย่ารีรอรีบจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวกันเลย



3. The Athabasca Glacier, Canada ธารน้ำแข็งอาร์ธาบาสก้า ประเทศแคนาดา


ธารน้ำแข็งอาร์ธาร์บาสก้าเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวมากที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ เพราะใกล้และไปง่าย โดยตั้งอยู่ข้างทางหลวงหมายเลข 93 ระหว่างเมืองแบมฟ์(Banff) และเมืองแจสเปอร์(Jasper) ในรัฐแอลเบอร์ตา(Alberta) ประเทศแคนาดา ธารน้ำแข็งแห่งนี้เกิดจากการสึกกร่อนของทุ่งน้ำแข็งโคลัมเบีย ทุ่งน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาร็อกกี้ของแคนาดา ตัวธารน้ำแข็งเองละลายมนานกว่า 125 ปีแล้ว แต่มันเริ่มละลายเร็วขึ้นทุกปีๆ จนตอนนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในแคนาดากล่าวว่า ปัจจุบันธารน้ำแข็งละลายประมาณ 6-10 ฟุตต่อปี ซึ่งถือว่าอันตรายมากและเสี่ยงที่สถานที่แห่งนี้จะหายไปภายในเพียงประมาณชั่วอายุเดียว
 


4. Taj Mahal, India ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย


'ทัชมาฮาล' อนุสรณ์สถานหินอ่อนสีขาว เปรียบดั่งเพชรเม็ดงามของชาวมุสลิมในอินเดีย สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 17 โดยจักพรรดิชาห์ ชาฮานเพื่อให้เป็นสุสานที่ฝังศพราชินีผู้เป็นที่รักยิ่ง ในปัจจุบันมีผู้เยี่ยมชมทัชมาฮาลปีละกว่า 3 ล้านคน และสถานที่เที่ยวสุดฮิตในอินเดียแห่งนี้อาจให้งดเข้าชมในเร็ววันนี้เนื่องจากมีผู้เข้าชมหนาแน่นมากเกินไป เกิดมลพิษทางอากาศ และการบูรณะที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้โครงสร้างตึกทั้งภายในและภายนอกสึกหรออย่างรวดเร็ว จนกว่าจะถึงเวลานั้น หากทัชมาฮาลอยู่ในลิสต์ที่ต้องไปเที่ยวของคุณ อย่ารีรอ เพราะมลพิษนั้นทำให้ทัชมาฮาลเป็นคราบทีละเล็กทีละน้อยจนเริ่มกลายเป็นสีเหลืองแล้ว

 


5. Venice, Italy เวนิส ประเทศอิตาลี

เวนิส เมืองในอิตาลีที่ใครๆก็พากันขนานนามว่าเป็นสถานที่ที่โรแมนติกที่น่าไปเยือนสักครั้งในชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็วเมืองนี้อาจจมอยู่ใต้มหาสมุทรราวกับอาณาจักรแอตแลนติสที่สาปสูญไปในมหาสมุทรแอตแลนติก ใครๆคงเคยเห็นภาพวิวทิวทัศน์อันงดงาม อาหารซีฟู้ดน่าทาน และความที่เป็นเมืองที่ผ่ากลางด้วยแม่น้ำทำให้ที่แห่งนี้มีเสน่ห์สุดๆ แต่เวนิสเริ่มจมลงทีละนิดๆมาเป็นเวลาหลายปี และความน่ากังวลยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นทุกปี ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์พากันออกความเห็นว่าเมืองสุดโรแมนติกแห่งนี้จะอยู่เหนือน้ำไปได้อีกนานแค่ไหน บางคนถึงกับเอ่ยว่าเมืองนี้จะจมลงไปอยู่ใต้น้ำภายในไม่เกินศตวรรษนี้
 


6. Beaches on Oahu, Hawaii เกาะโออาฮู รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ถือว่าเป็นสถานที่ที่รวบรวมเสน่ห์ทั้งหลายของฮาวายมาไว้ที่เกาะเดียว สิ่งที่มักดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนมาที่นี่เสมอน่าจะเป็นเมืองสุดคึกคักอย่างโฮโนลูลูและวิถีชีวิตของชนพื้นเมืองอันเรียบง่ายที่ชายฝั่งทางเหนือและตะวันออกของเกาะ ทั้งนี้โออาฮูเป็นเกาะที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากที่สุดในฮาวาย ประมาณ 4.5 ล้านคนต่อปี ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเกาะนี้จึงอยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วง เพราะแนวชายฝั่งทะเลรอบเกาะนี้ถูกกัดกร่อนจากปริมาณน้ำทะลที่สูงขึ้น มีการศึกษางานวิจัยพบว่า 24% ของชายหาดในเกาะถูกกัดเซาะจนชายหาดเล็กลงหรือบางส่วนก็หายไปเลย
 


7. The Dead Sea ทะเลเดดซี ประเทศจอร์แดน


ทะเลเดดซีเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก บางคนกล่าวว่าแร่ธาตุที่มีอยู่มากในน้ำสามารถช่วยให้หายจากอาการป่วยได้ ตั้งแต่ผื่นคันเล็กๆจนถึงโรคข้ออักเสบได้ เมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศที่อยู่ติดกับทะเลเดดซีได้นำน้ำจำนวนมากจากแม่น้ำจอร์แดนไปใช้  จึงเป็นเหตุให้ระดับน้ำลดลงถึง 80 ฟุต! นักวิทยาศาสตร์จึงคาดคะเนกันว่าทะเลเดดซีน่าจะแห้งเหือดจนหมดภายในประมาณ 50 ปีนี้


8. The Galapagos Islands หมู่เกาะกาลาปากอส

หมู่เกาะกาลาปากอสเป็นสถานที่ที่มหัศจรรย์มาก เพียงคุณได้ลองมาเที่ยวที่แห่งนี้ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ไปเยือนอีกโลกหนึ่ง สิงโตทะเลถือเป็นสัญลักษณ์ของที่นี้ที่มีสัตว์มากมายหลายสายพันธุ์มารวมตัวกันอยู่ แต่อย่างไรก็ตามกาลาปากอสเคยตกเป็นเหยื่อที่ถูกคุกคามจากเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ปัจจุบันหมู่เกาะแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงเนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นมากและการลักลอบนำสัตว์ออกนอกพื้นที่ สองสาเหตุนี้ได้คุกคามระบบนิเวศที่แสนละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะพืชท้องถิ่นและสัตว์สายพันธุ์ต่างๆ ในอนาคต บางส่วนของหมู่เกาะกาลาปากอสจะไม่เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ เพราะสภาพแวดล้อมของบางเกาะตอนนี้ก็ย่ำแย่กว่าเมื่อ 10 ปีก่อนมาก
 

 

มีสถานที่ไหนในนี้ที่คุณลิสต์ไว้ว่าอยากไปเที่ยวไหมคะ? คิดว่าเมื่อคุณอ่านจบคงอยากจะจองตั๋วเครื่องบินไปทันทีเลยใช่ไหมล่ะ ถ้าสถานที่เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงหรือกำลังจะหายไปในเร็ววัน มันคงไม่กลายเป็นสถานที่ที่มีคนแห่เข้าชมมากและทำให้มันเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วแบบที่เป็นทุกวันนี้..
 

 
 
เรื่องและภาพจาก Lifehack
เรียบเรียงโดย ชิไปไหน