เขาว่ากันว่า มีการกำหนด ‘อีกครึ่งหนึ่งของชีวิต’ หรือคนที่จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตของเราไว้แล้ว ก่อนที่เราจะเกิดเสียอีก โดยคนๆนั้นจะมีเพียงคนเดียว
 ซึ่งก็คือ
คนที่จะมาเป็น คู่แท้ ของคุณนั่นเอง

 
ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่าเนื้อคู่นั้นคือคนที่เข้ากับเราได้เป็นอย่างดี อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข โดยคู่แท้คนนี้จะเป็นคนที่เข้ามาช่วยเติมเต็มชีวิตของคุณ
 
เจอร์รี่ แมคไกวร์ (จากภาพยนตร์เรื่อง Jerry Maguire) พูดถูก เนื้อคู่จะเติมเต็มกันและกัน คนๆหนึ่งจะไม่สามารถทำเป้าหมายในชีวิตให้สำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว คนทุกคนต่างต้องการใครสักคนที่จะมาช่วยให้เรากลายเป็นคนที่ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องไม่ใช่แค่อยู่เคียงข้างกันในยามที่มีความสุขเท่านั้น

 ความสัมพันธ์ที่มีคู่แท้ที่ทั้งซื่อสัตย์และจริงใจให้แก่กันนั้น จะช่วยให้คุณกลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิม คุณจะต้องออกมาจาก Comfort Zone และไปให้ไกลเกินลิมิตของตัวคุณเอง เพื่อที่คุณจะได้พบตัวตนที่ดีกว่า

 แม้ว่าเราจะคิดว่าเนื้อคู่คือคนสองคนที่เกิดมาเพื่อคู่กันโดนเฉพาะ แต่ความสัมพันธ์แบบนี้มักจะเป็นเรื่องยากในตอนแรก ลองคิดถึงจิ๊กซอว์ 2 ชิ้นที่พยามจะเติมเต็มกันและกัน บางครั้งมันก็ดูเหมือนว่าจะไม่พอดีกัน แต่อีกไม่นานหรอก หลังจากได้ลองหมุน เปลี่ยน หรือกลับด้าน คุณจะรู้สึกได้ว่าคุณกับเขาช่างเข้ากันได้ดีเสียเหลือเกิน มันคือความรู้สึกลึกๆข้างในว่า คนนี้แหละคือคนที่ใช่
 
บางครั้งเนื้อคู่ก็ไม่ได้เปิดเผยตัวให้เราเห็นอย่างชัดเจน คุณอาจจะไม่ได้ดึงดูดกันและกันจากรูปลักษณ์ภายนอกเมื่อเจอกันครั้งแรก แต่มันจะเหมือนมีแรงอะไรบางอย่างที่จะผลักดันคุณ และบอกกับคุณว่าคนนี้แหละคือคนที่ใช่สำหรับคุณ

 บางทีคุณอาจจะเคยทำลิสต์เอาไว้ว่าสเป็คของคุณเป็นแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ตัวสูง ผมดำ หรือจะผมบลอนด์ มีซิกส์แพ็ค หรือไม่แน่นะ คุณอาจจะเป็นเหมือนตลกชื่อดัง อย่างเจอร์รี่ ไซน์เฟลด์ (จากซีรี่ส์เรื่อง Seinfeld) ก็ได้ ที่รู้ว่าคู่เดทของเขาไม่ใช่คนที่ใช่หลังจากที่เธอเพียงแค่กินถั่วทีละเม็ด! (แทนที่จะกินทีเดียวหลายๆเม็ดน่ะ)

ดังนั้น ถ้าคุณกล้าพอที่จะเปลี่ยนความคิดจากคนในฝันของคุณ แล้วเปิดตา เปิดใจ คุณอาจจะพบความเป็นไปได้ที่ไม่คาดคิด ที่ได้เป็นคนโชคดีที่ได้หาคู่แท้จนเจอ



คุณรู้ว่าคุณได้พบเนื้อคู่ของคุณ เมื่อ… 


คุณแค่รู้ว่าคนนี้แหละคือคนที่ใช่

บางสิ่งในตัวคุณบอกว่าคนๆนี้แหละคือคนที่ใช่สำหรับคุณ มันเหมือนกับมีแรงลึกลับอะไรบางอย่างที่มาผลักให้คุณปล่อยวางจากสิ่งต่างๆที่คุณคาดหวังไว้ เพื่อให้คนๆนี้เข้ามาเติมเต็มชีวิตของคุณ

 


คุณอาจเคยเดินสวนกันมาก่อน

เนื้อคู่จะเคยพบกันมาก่อน ซึ่งคุณสองคนอาจจะยังไม่ได้เชื่อมถึงกัน ณ ขณะนั้น แต่คุณจะเคยอยู่ในสถานที่และเวลาเดียวกัน โดยก่อนที่ฉันและสามีจะเจอกัน เราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเราเคยอยู่บ้านตรงข้ามกัน และยังทำงานในออฟฟิศที่อยู่ตรงข้ามกันอีกต่างหาก แต่เราก็ยังไม่เคยเจอกัน จนกว่ามันจะถึงเวลาที่ใช่

 


 

คุณสองคนพบกันในช่วงเวลาที่เหมาะสม

คนแต่ละคนจะมีความพร้อมที่จะเชื่อมต่อจิตใจกับใครสักคน อย่างเช่นฉันกับสามี ที่แม้ว่าจะอยู่ใกล้กันมากมาเป็นเวลาหลายปี แต่เราก็ยังไม่เคยเจอกัน จนกว่ามันจะถึงเวลาที่ใช่สำหรับทั้งคู่ คุณจึงจำเป็นต้องเตรียมจิตใจของคุณให้พร้อมที่จะเชื่อมต่อกับเนื้อคู่ของคุณ นั่นหมายถึงคุณอาจจะต้องผ่านความสัมพันธ์ที่มันไม่เวิร์ค หรือคุณอาจจะไม่พร้อมที่จะเลิกคิดถึงคนที่คิดไว้ แต่เมื่อคุณเจอคู่แท้ ช่วงจังหวะเวลาคือทุกสิ่งที่สำคัญ

 


ชั่วเวลาหนึ่งที่มีแต่ความเงียบเป็นเวลาที่คุณสองคนรู้สึกสงบสุขไปด้วยกัน

การที่ได้อยู่ด้วยกันเงียบๆกันสองคนช่างเป็นเวลาที่สบายใจเสียเหลือเกิน เหมือนกับได้ห่มผ้าห่มนุ่มนิ่มในคืนอันหนาวเหน็บ ไม่ว่าคุณจะอ่านหนังสืออยู่ในห้องเดียวกัน นั่งอยู่ในรถคันเดียวกัน ต่างเป็นช่วงเวลาอันมีค่าและแสนสงบสุขที่คุณกับเขาใช้เวลาร่วมกัน

 


คุณสามารถได้ยินความคิดของกันและกัน

เป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ที่คุณกับเนื้อคู่ของคุณนั้นสามารถรู้สึกและได้ยินถึงความคิดของเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยก็ตาม

 
 


คุณรู้สึกถึงความเจ็บปวดของกันและกัน

คุณทั้งสองคนต่างเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา และคุณรู้จักกันดีมากขนาดเพียงแค่ถ้าเขาเดินเข้ามาในห้อง คุณจะรู้ได้เลยว่าวันนี้ของเขาเป็นอย่างไร คุณรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า กังวล หรือเครียด อีกทั้งคุณยังแชร์ความสุขแก่กันและกันอีกด้วย

 


 


ทั้งสองคนต่างรู้ถึงข้อเสียของกันและรู้ว่าในข้อเสียนั้นมีข้อดีอย่างไร

เชื่อสิว่าในข้อเสียนั้นยังมีข้อดีของมันอยู่ ลักษณะนิสัยของคนเราต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มันจึงเป็นสิ่งที่อีกคนต้องหาข้อดีของมันให้เจอ ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจดูไม่มีอะไรดีเลยก็ตาม โดยข้อเสียของเขาย่อมต้องมีข้อดีอยู่ เช่น คนที่หัวดื้อ ซึ่งมีความมั่นใจในตัวเองสูง ก็จะเก่งในเรื่องการตัดสินใจ ส่วนคนที่เจ้ากี้เจ้าการนั้น ก็มักจะจ่ายค่าน้ำค่าไฟได้ตรงเวลาอยู่เสมอ

 


คุณสองคนมีเป้าหมายในชีวิตเหมือนกัน

คุณทั้งสองเปรียบได้เหมือนกับกำลังอ่านหนังสือหน้าเดียวกัน ทั้งค่านิยม จริยธรรม และเป้าหมายเดียวกัน คุณอาจจะมีวิธีที่จะไปถึงจุดหมายแตกต่างกัน แต่คุณทั้งสองต่างต้องการผลลัพธ์เดียวกัน

 


คุณไม่กลัวที่จะพูดคุยกันถึงปัญหาหรือเรื่องต่างๆ

การพูดคุยสนทนากันบางครั้งก็เป็นสิ่งท้าทาย การแสดงออกถึงความกังวลและความพยายามที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นช่างเป็นความรู้สึกที่น่าอึดอัดใจ เนื้อคู่ของคุณรู้ว่าหากเขาสามารถเข้าใจและร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับคุณได้ คุณมั่นใจได้เลยว่าจะสามารถผ่านเรื่องราวต่างๆนั้นไปได้ด้วยดี

 



เขาจะไม่มากวนใจคุณ หากคุณต้องการที่จะอยู่คนเดียว

ไม่ว่าจะเป็นการไปเล่นเทนนิสอาทิตย์ละ 3 ครั้ง หรือจะเป็น girls’ night out คุณทั้งสองคนต่างเข้าใจกันและเคารพถึงความส่วนตัวของกันและกัน  

 


 


คุณไม่เคยต้องรู้สึกหึงหรืออิจฉากันและกัน

สาวสวยน่ารักที่ออฟฟิศหรือจะหนุ่มเทรนเนอร์ส่วนตัวสุดหล่อก็ไม่สามารถมาทำให้ความสัมพันธ์ของคุณสองคนต้องมีปัญหาได้ คุณต่างรู้สึกไม่ต้องกังวลและมีความมั่นใจว่าคุณคือคนๆเดียวของเขา

 


คุณเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างของกันและกัน

คุณรู้ว่าคนเราต้องมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน บ่อยครั้งที่แม้แต่เนื้อคู่ก็อาจมีความคิดที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง บางครั้งเรื่องเหล่านี้ก็เหมือนจะเป็นสิ่งที่ท้าทาย นั่นอาจเป็นเหตุการณ์ที่คุณโดนบังคับให้สนับสนุนแฟนของคุณ ทั้งๆที่คุณก็มีความคิดของตัวเอง แต่แทนที่คุณจะคิดเพียงแต่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มันมีความรู้สึกลึกๆที่เคารพความคิดเห็นของอีกคนหนึ่ง โดยคุณสามารถรับฟังและให้เกียรติสิ่งที่คุณทั้งสองเห็นไม่ตรงกันได้

 


คุณจะไม่ยกเอาเรื่องการหย่าร้างมาเป็นคำขู่

แน่นอนว่าคุณอาจรู้สึกโกรธ คนหลายคนมักไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายคนที่คุณรัก แต่คนที่เป็นเนื้อคู่กันนั้นจะไม่เป็นคนที่ใจร้าย ขี้น้อยใจ หรือชอบทำร้ายจิตใจคนข้างๆ

 


คุณเป็นฝ่ายให้เพราะคุณอยากให้คนรักของคุณมีความสุข

บ่อยครั้งที่การให้นั้นสามารถทำให้เสียสุขภาพได้ แถมยังต้องพึ่งพากันและกัน หรืออาจถึงขั้นทำให้ความสัมพันธ์ของคุณแย่ลง แต่คู่แท้จะมอบให้ด้วยความจริงใจ โดยมีจุดประสงค์เดียวคืออยากทำให้คนรักมีความสุข


 
 


คุณรู้วิธีที่จะขอโทษ

มันไม่ง่ายเลย ไม่ใช่แค่พูดคำว่า “ขอโทษ” หรือเพียงแค่ยอมรับว่าคุณทำอะไรบางอย่างที่ทำให้คนที่คุณรักเจ็บปวด เรื่องก็จบ เนื้อคู่ของกันและกันจะตระหนักถึงสิ่งที่ทำหรือคำพูดบางคำที่อาจทำให้คนรักเสียใจ แม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกว่าในความคิดของเขามันควรที่ต้องทำอย่างนั้น แต่ถ้ามันทำให้คนรักของเขาเจ็บปวด เขาจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาทำ

 


คุณจะแต่งงานด้วยกันอีกครั้ง

คุณรู้ว่าคนนี้คือคนเดียวและคนที่ใช่สำหรับคุณ แม้ว่าจะผ่านเรื่องราวร้ายๆอะไรมาก็ตาม คุณก็จะเลือกแต่งงานกับเขาอีกครั้ง คุณรู้สึกรักและภาคภูมิใจในตัวเขา

 


คุณเติมเต็มซึ่งกันและกัน

ใช่ คนรักของคุณจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในชีวิตของคุณ ไม่มีใครเพอร์เฟคไปกว่านี้ เราทุกคนต่างมีจุดแข็งและจุดอ่อน ซึ่งคู่แท้คนนั้นจะเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ ก็เหมือนกับหยินและหยางที่สามารถประสานกันได้อย่างลงตัว คนหนึ่งอาจเป็นคนที่เปิดเผย ในขณะที่อีกคนกลับเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ดังนั้นเนื้อคู่จึงมักจะมีนิสัยตรงกันข้ามกันเพื่อที่จะดึงดูดอีกคนเพื่อเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปของกันและกัน

 


การได้อยู่ในอ้อมกอดของกันและกันสามารถกำจัดความเครียดและความกังวลต่างๆไปได้หมดสิ้น

ไม่มีที่ไหนที่จะลงเอยวันแย่ๆของคุณได้ดีเท่ากับในอ้อมแขนของคนที่คุณรัก หากวันนี้เป็นวันที่ยากลำบากที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะกับหัวหน้าหรือตอนที่คุณพลาดไปขึ้นรถไฟไม่ทัน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นจะหายไปในทันทีหลังจากที่คุณได้กอดกับคนรักของคุณ มันเหมือนมีความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ และความสงบข้างในลึกๆที่คุณสามารถรู้สึกได้ โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไรเลย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือความเงียบ และความสุขที่เกิดขึ้นในจิตใจของคนสองคน สองจิตใจที่เกิดขึ้นเพื่อกันและกันตลอดไป


 

 

เรื่องโดย Lifehack
 เรียบเรียงโดย ชิลไปไหน
 ภาพโดย Pinterest

 


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ