วันหยุดสุดสัปดาห์ ทำงานเหนื่อยๆ มาทั้งอาทิตย์เลยวางแผนหาที่เที่ยวง่ายๆ ใกล้ๆ กรุงเทพฯ เอาแบบไม่ต้องหมดแรงไปกับการเดินทาง ทริปนี้จึงหนีไม่พ้น "กาญจนบุรี" ที่เราจะหลบไปพักที่เมืองกาญฯอีกที กับทริปพักผ่อนสบายๆ นอนริมแม่น้ำแคว ชมวิวธรรมชาติ หายใจเข้าลึก.. ลึก... ลึก...และหายใจออกยาว... ยาว... ยาว...เพื่อรับออกซิเจนให้เต็มปอดไปกับรีวิว 2 วัน 1 คืน "สายย่อ" ขอพักแสง สี ไปนอนริมแควที่ไทรโยค มองฟ้า มองน้ำ ให้หายเหนื่อย....










ทริป 2 วัน 1 คืน ของขวัญวันเงินเดือนออก!! ไปนอนชิลๆ ริมน้ำ เที่ยวชิคๆ ที่เมืองกาญฯครอสทูกาญจนบุรี,สะพานข้ามแม่น้ำแคว,เที่ยวกาญจนบุรี,ที่พักกาญจนบุรี,ร้านอาหารกาญจนบุรี












Story by : ปู่บอกให้ออกเดิน
Photo by : เต่าตาหวาน

 
วันหยุดสุดสัปดาห์ ทำงานเหนื่อยๆ มาทั้งอาทิตย์เลยวางแผนหาที่เที่ยวง่ายๆ ใกล้ๆ กรุงเทพฯ เอาแบบไม่ต้องหมดแรงไปกับการเดินทาง ทริปนี้จึงหนีไม่พ้น "กาญจนบุรี" ที่เราจะหลบไปพักที่เมืองกาญฯ อีกที กับทริปพักผ่อนสบายๆ นอนริมแม่น้ำแคว ชมวิวธรรมชาติ หายใจเข้าลึก.. ลึก... ลึก...และหายใจออกยาว... ยาว... ยาว...เพื่อรับออกซิเจนให้เต็มปอดไปกับรีวิว 2 วัน 1 คืน "สายย่อ" ขอพักแสง สี ไปนอนริมแควที่ไทรโยค มองฟ้า มองน้ำ ให้หายเหนื่อย....
08

 

หลังจากแฮงค์มาเมื่อคืน เช้านี้เราเลยออกกันสายหน่อย จากกรุงเทพฯ เราขับรถมุ่งหน้าสู้จังหวัดกาญจนบุรี แวะเข้าห้องน้ำ เติมน้ำมัน พักขากันพอประมาณ บ่ายๆ เราก็มาถึงไทรโยคแล้ว ซึ่งตลอดเส้นทางไปยังไทรโยคจะมีภูเขาน้อยใหญ่ให้เราได้ชม แชะ กันตลอดทาง และก่อนจะเข้าที่พักเราเลยจอดรถแวะกินข้าว กินน้ำกันแถวๆ น้ำตกไทรโยคน้อย ซึ่งในละแวกนี้มีร้านอาหารให้เลือกเยอะทีเดียวทั้งร้านราคาหลักสิบไปจนถึงหลายร้อยบาทเลยทีเดียว... 

พักกินข้าวกันแค่พออิ่ม เพราะที่พักของเราในคืนนี้เขาขายเป็นแพคเก็จที่พัก รวมอาหารบุฟเฟ่ 2 มื้อ เช้ากับเย็น มื้อนี้เลยขอจัดเบาๆ เหลือพื้นที่ในกระเพราะฝั่งซ้ายไว้จัดหนักในมื้อเย็น ว่าแล้วพวกเราก็เดินทางมาถึงที่พักของเราในคืนนี้นั้นคือไทรโยควิว รีสอร์ท หรือชื่อเดิม ไทรโยค วิวราฟ รีสอร์ทนั่นเอง

สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัว แต่อยากมาพักผ่อน นอนเล่นที่นี่ก็สามารถมาได้ โดยนั่งรถจากกรุงเทพฯ มาส่งตัวเมืองกาญฯ หรือ บขส.กาญฯ แล้วนั่งรถตู้หรือรถบัสสาย กาญจนบุรี - ทองผาภูมิ, กาญจนบุรี - สังขละบุรี แล้วให้บอกพี่กระเป๋ารถเมลล์ว่าลงบ้านแก่งจอ แล้วให้รอหน้าปากทางเข้ารีสอร์ทจะมีรถของไปรับค่ะ (ซึ่งต้องแจ้งทางที่พักล่วงหน้าด้วยนะคะก่อนเดินทาง)

เช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อย ก็เดินเล่นชมวิว ภายในรีสอร์ทไปพลางๆ ซึ่งที่นี่เขาก็มีที่พักให้เลือกด้วยกัน 2 โซนคือ โซนแพที่พักริมน้ำ กับโซนวิลล่าด้านบนชมวิวภูเขา สำหรับราคาตอนนี้ แพริมน้ำจะอยู่ที่คนละ 1,200 บาท ส่วนบ้านวิลล่าจะอยู่ที่คนละ 1,750 บาท ใครชอบแบบไหนก็เลือกกันตามสะดวกได้เลยค่ะ

ใครที่พักโซนวิลล่ากลัวจะไม่ค่อยได้เล่นน้ำ ก็คงหมดกังวลเพราะโซนด้านบนเขาก็มีสระว่ายน้ำไว้ค่อยอำนวยความสะดวกถึง 2 สระด้วยกันทั้งสระเด็กและผู้ใหญ่


 

เดินชมรีสอร์ทกันยังไม่ทันทั่วก็ถึงเวลาล่องแพแล้ว ซึ่งกิจกรรมนี้จะรวมอยู่ในแพคเก็จที่เราซื้อด้วยนะ จะมีด้วยกัน 2 รอบคือ 16.00 และ 17.00 น. ใช้เวลาล่องประมาณ 40 นาที ใครอยากกระโดดน้ำ ว่ายน้ำก็ต้องช่วงเวลานี้แหละ


 

หลังจากทำกิจกรรมกันเสร็จเรียบร้อย ก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อรับประทานอาหารเย็น ในแบบบุฟเฟต์กันต่อ ซึ่งห้องอาหารจะเปิดตั้งแต่ 18.00 - 20.30 น. ใครที่เล่นน้ำมาหิวๆ ก็สามารถมาจัดมื้อเย็นที่แพริมน้ำกันได้เลย


 

วันนี้เราตื่นกันเช้าสักหน่อย เมื่อมารับประทานอาหารเช้ากันที่ห้องอาหาร นั่งเล่นถ่ายรูปกันสักพัก แล้วก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋า เช็คเอ้าท์เพื่อไปยังจุดหมายต่อไป...ที่


น้ำตกเอราวัณ น้ำตกที่ใครๆ ก็ต้องกล่าวถึงในเรื่อวของความสวยงาม จากที่พักของเราขับรถมาใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที สำหรับค่าเข้าน้ำตกเอราวัณ ผู้ใหญ่จะเสียค่าเข้า 100 บาท เด็ก 50 บาท

สำหรับน้ำตกเอราวัณ มีทั้งหมด 7 ชั้น ใครที่มีเรี่ยวแรงยังไหวก็สามารถเดินขึ้นไปชมความสวยงามของชั้น 7 ได้ แต่ถ้าใครหัวเข่าไม่ดีแค่เริ่มที่ชั้น 2-3 ก็สวยแถมยังมีปลาเล็กปลาน้อยมากมายอีกด้วย


จากนำ้ตกก็ขับรถกันยาว เข้ามาในตัวเมืองกาญฯ และมาถึงกาญจนบุรีแล้วจะให้พลาดกับไฮไลท์ของเมืองนี้ได้อย่างไร เลยขอแวะมาเช็คอินกันที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ถ่ายรูปเล่นกันเพลินๆ แล้วเรายังมาได้เวลาที่รถไฟกำลังจะผ่านสะพานนี้


 

พอได้ยินเสียงวู้ดรถไฟดังขึ้น ความตื้นเต้นก็ตามาทันที ใครที่เคยมาเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแควตรงจังหวะรถไฟฟ้าข้ามสะพานพอดี น่าจะมีความรู้สึกคลายๆกัน แต่ถ้าใครยังยังไม่เคยมาตรงช่วงเวลาแบบนี้ ต้องหาโอกาสมาให้ได้ "เพราะมันฟินแอนด์ตื่นเต้นมาก"

หลังจากหายตื่นเต้นกับเสียงรถไฟ ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที เลยขับรถไปหาร้านใกล้ๆ และก็มาลงเอ่ยกันที่ร้านคีรีธารา ร้านริมแม่น้ำบรรยกาศสุดชิล ร้านอาหารสไตล์บูติกสุดหรูหราริมน้ำแต่ (เขาว่า)ราคาไม่แรง แถมมีเมนูอร่อยให้เลือกรับประทานมากมาย เลยต้องแวะสักหน่อย


สำหรับเมนูแนะนำก็มีปลาช่อนคีรี น้ำพริกธาราทานคู่กับผักสด แกงส้มชะอมไข่ ยำถั่วพู ใครหิวก็แวะมาร้านเปิดทุกวัน ร้านเปิดตั้งแต่ 11:00 - 22:00 น. เรียกว่าจะหิวมื้อไหนก็ต้องนึกถึงร้านนี้กันเลยทีเดียว


 

หลังจากอิ่มกับอาหารอร่อยๆ ก็ได้เวลาโบกมือลาทริปเบาๆ ในวันหยุดสั้นๆ กันแล้ว
ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปล้างสารแอลกอฮอลออกจากร่างกาย เน้นการพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติ เที่ยวแบบง่ายๆ ไม่ต้องเดินทางลำบาก เอาแบบให้ร่างกายพอไหว ได้รับพลังจากธรรมชาติในการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทำงานกันอย่างมีความสุขจากพลังที่ได้รับกันต่อไป