One Day Trip ลำพูน... เมืองเล็กที่ดีพอสำหรับทุกวัย





ไปแอ่วเมืองเหนือกี่ครั้งๆก็ไม่มีคำว่าเบื่อ ด้วยทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่อัดแน่นในดินแดนล้านนาแห่งนี้ แถมยังอากาศดีเกือบตลอดทั้งปี วันนี้เรานำเสนอทริปเล็กๆวันเดียวจบในลำพูน ซึ่งสามารถออกเดินทางจากเชียงใหม่แต่เช้าตรู่และกลับไปพักที่เชียงใหม่ตอนเย็นได้ ตอนวางแผนทริปนี้มีความอลเวงเล็กน้อย เพราะชาวคณะของเรามีมนุษย์ถึงสามวัยด้วยกัน ทั้งเด็ก-หนุ่มสาว-สูงอายุ ก็เลยสรุปว่าจัดเวลาเฉลี่ยๆไปกลุ่มละประมาณ 3 ชั่วโมงก็แล้วกัน จึงเกิดเป็นทริปสำหรับส.ว.สายบุญ ฮิปสเตอร์วัยรุ่น และเด็กกำลังซน ในเมืองหละปูน...จังหวัดเล็กๆที่น่ารักแห่งนี้นี่เองงงง





8.00 มาถึงลำพูนก็เที่ยวในวัดพระธาตุหริภุญชัย และอย่าลืมซื้อตั๋วรถรางก่อน บูธขายตั๋วอยู่ตรงประตูวัดนี่เอง (ถ้าเดินทางมาถึงฉิวเฉียดเวลารถออก ที่นั่งอาจจะเต็มแล้วก็ได้ ต้องเปลี่ยนแผนรอไปขึ้นรอบบ่ายโน่นเลย)




9.00 กินก๋วยเตี๋ยวลำไยเติมพลังก่อนเที่ยว ข้ามถนนหน้าวัดแล้วเดินไปตามสะพานฝั่งตรงข้ามนิดเดียวก็ถึง ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นเนื้อนุ่มกลิ่นหอมพิเศษเป็นเอกลักษณ์เพราะใส่เนื้อลำไยแห้งลงไปด้วย ก๋วยเตี๋ยวโบราณต้มยำก็โอมากๆ เขาใส่มะม่วงเปรี้ยวแทนมะนาว คลุกเคล้าเข้ากับเครื่องถั่วลิสง ถั่วฝักยาว และลำไยแห้ง กลับมาที่วัดซื้อเฉาก๊วยที่อร่อยที่สุดในเมืองมนุษย์ติดมือขึ้นรถรางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ทั้งเย็นชื่นใจและหอมคาราเมลอีกด้วย








9.30 ล้อหมุนแล้วจ้า รถรางจะพาเราไปไหว้พระ 9 วัด รถมีหลังคานั่งไปลมโกรกเย็นๆ นั่งได้ 20 กว่าคน พี่ไกด์และคนขับก็อัธยาศัยดีและพูดเก่ง ขอบรรยายเป็นภาษากลางหรือคำเมืองก็ได้ เขาจอดให้ลงไปเที่ยวชมและถ่ายรูปสถานที่ละประมาณ 20 นาที


1. พิพิธภัณฑ์ชุมชน ของใช้รุ่นเก่าหลายอย่างที่ปัจจุบันไม่เห็นแล้ว น่าตื่นตาตื่นใจที่ของหลายชิ้นพวกเราจำได้จากตอนเด็กๆ และบางชิ้นก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย


2. คุ้มเจ้ายอดเรือน บ้านโบราณ จัดวางเครื่องใช้ไม้สอยไว้ตามความเป็นจริงในอดีต


3. อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวลำพูนเลย เราก็ลงไปกราบไหว้ขอพรกับเขาด้วย



4. วัดจามเทวี กู่พระนางจามเทวีและครูบาศรีวิชัย


5. วัดมหาวัน วัดดังระดับท็อปของประเทศที่ประดิษฐานพระรอดอายุ 1,300 ปี



6. วัดพระคงฤาษี มีความพิเศษตรงเจดีย์พระพุทธรูปสลับฤาษีทั้ง 4 มุม


7. วัดสันป่ายางหลวง ประติมากรรมที่นี่จัดว่ามีความสวยงามน้องๆวัดร่องขุ่นที่เชียงรายเลยทีเดียว ประดิษฐานองค์พระเขียวโขง






8. กู่ช้างกู่ม้า สร้างขึ้นอุทิศแด่ปู่ก่ำงาเขียว ช้างวิเศษคู่บุญพระนางจามเทวี ซึ่งช่วยให้เมืองหริภุญไชยรบชนะศัตรูชาวลัวะได้ ทั้งวันจะมีประชาชนมาถวายกล้วย อ้อย และบนบานเรื่องค้าขาย


9. วัดพระยืน อายุพันกว่าปี ที่นี่มีศิลาจารึกชิ้นแรกของภาคเหนือ เราได้ร่วมทำบุญสร้างวิหารพระเจ้าทันใจหลังใหม่ด้วย


10. วัดต้นแก้ว ที่นี่มีการจัดแสดงวัฒนธรรมของชาวยอง ทอผ้าพื้นเมืองโชว์และขายเป็นที่ระลึกด้วย


12.30 รถรางกลับมาส่งเราที่หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย ประสบการณ์ที่ได้รับถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับราคาคนละ 50 บาท รถหยุดวิ่งวันจันทร์ โทร 053530757 หากจะเหมาก็รอบละ 1000 บาท




13.00-15.30 ต่อไปก็ถึงเวลาฟินของวัยรุ่นยุคใหม่แต่หัวใจคลาสสิก เราเดินทางตามคำบอกเล่าของฮิปสเตอร์สายเหนือมาที่ร้าน มาลาจร - Malajorn Coffee & Milk Café ซึ่งเป็นร้านเล็กๆในรั้วบ้าน มีรถตู้โฟล์ครุ่นพยาบาลที่รับประกันความเก๋าของผู้เป็นเจ้าของ ได้บรรยากาศเหมือนมาเยี่ยมบ้านเพื่อน บ้านรุ่นพี่ อะไรทำนองนั้นเลย





ที่นี่โชว์ของเล่นของสะสมสมัยเรายังเด็ก คุณพ่อคุณแม่ยังหนุ่มสาวไว้เพียบ เมนูเขาดูน่ากินไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานเดียวหรือสเต๊กต่างๆ ถามเจ้าของร้านได้ความว่าโฮมเมดทุกอย่างเพราะครอบครัวมีกิจการร้านอาหารอยู่ แถมราคาก็ยังไม่แพงเลย หลังอาหารก็ตบท้ายด้วยเค้กและบราวนี่โฮมเมด แล้วสั่งน้ำผลไม้ให้เหล่า ส.ว. สั่งนมเย็นให้เด็ก สั่งกาแฟให้ตัวเอง แล้วก็นั่งชื่นชมของเก่า ฟังเรื่องเล่าถึงของชิ้นต่างๆและพูดคุยกับพี่เจ้าของร้านผู้เป็นกันเอง รู้ตัวอีกทีก็หมดเวลาของเราและต้องไปที่หมายต่อไปแล้ว












16.00-19.00 เป็นช่วงเอาใจเด็กซ่าที่ถามทั้งวันว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวสนุกของเขาบ้าง พาไปสวนน้ำ เดอะ ซัน ให้กระโดดน้ำ สไลเดอร์ ดำผุดดำว่ายกรี๊ดกร๊าดกันจนค่ำไปเลย ก่อนจะเก็บข้าวของขึ้นรถกลับไปพักในเชียงใหม่ เป็นอันจบทริปเช้าไป-เย็นกลับ ในลำพูนเมืองน่ารัก อบอุ่น สุดคลาสสิก ชิคชิคสโลว์ไลฟ์...แต่ไม่มีคำว่าเหงา