ในปัจจุบันนี้งานดีไซน์สไตล์ลอฟท์เท่ๆ ผนังแบบปูนเปลือย
เผยให้เห็นโครงสร้างทั้งเหล็ก ท่อน้ำแบบ ดิบๆ บวกกับพื้นผิวแบบเทอร์ราซโซ
ที่ผิวหน้าเรียบเงา ลวดลายสวยงามด้วยปูนซีเมนต์และหินเกล็ดกำลังมาแรง
วันนี้ชิลไปไหนเลยเอาใจคนชอบสไตล์นี้โดยจะพาไปเช็คอินในร้านอาหารและร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งสไตล์ลอฟท์ & เทอร์ราซโซ จะมีร้านไหนบ้างไปชมกันเลยค่ะ


Top Knot Rooftop

Top Knot Rooftop  ร้านอาหารชมวิวบนดาดฟ้าสุดเก๋ ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรม Hotel Once Bangkok ย่านเจริญกรุง ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ ชั้น 8 ที่เป็นโซนอินดอร์ ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Botanica Rooftop ร้านอาหารกลาสเฮาส์ในสวน โดดเด่นด้วยผนังสีขาวที่ตกแต่งด้วยรูปภาพและนานาพรรณไม้ ส่วนโซนเอาท์ดอร์ในชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้า ออกแบบและ ตกแต่งในสไตล์ Modern Art Deco ด้วยการใช้ความเป็นศิลปะมาผสมผสานกับความโมเดิร์นดึงเสน่ห์ของพื้นหินเทอร์ราซโซสีขาว ตัดดำรูปทรงเรขาคณิต รวมทั้งโต๊ะหินอ่อนและสแตนเลส ช่วยเพิ่มบรรยากาศความหรูหราท่ามกลางวิวทิวทัศน์ของเมืองแบบพาโนรามา พร้อมชมความงดงามยามอาทิตย์อัสดงและแสงไฟยามค่ำคืน ไปพร้อมๆกับการชิมอาหารรสเลิศ

  

เมนูอาหารเป็นสไตล์ฟิวชั่น พร้อมเสิร์ฟด้วยสารพันเมนูจากเชฟผู้มากฝีมือ มีทั้ง Potato Skin มันฝรั่งชิ้นพอดี ให้รสกลมกล่อมหวานนิดเผ็ดหน่อยจากมะเขือเทศ ทานพร้อมด้วยซาวครีมและซัลซามะม่วง  อีกทั้งยังมี Spaghetti Spicy Pink Sauce Vodka และ BBQ Pork Spare Ribs ก่อนจะปิดท้ายด้วยเครื่องดื่ม Secret Love, TopKnot Punch และ Maleficent เพื่อร่วมดื่มด่ำให้กับช่วงเวลาที่ Live through the past today

 
 
ที่ตั้ง : ชั้น Rooftop โรงแรม Once Bangkok 2074/99 ถนนเจริญกรุง ซอย 72/2 วัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ
เปิดบริการ : 17.30-24.00 น.
โทร : 0-2688-2596 
 

 

 LUKA CAFE BANGKOK


จากอาคารออฟฟิศเก่า ถูกรื้อโครงสร้างเหลือเพียงคานปูน และรีโนเวทพื้นใหม่กลายเป็นโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ที่แตกขยายมาจาก Casa Pagoda สุขุมวิทเดิม เพิ่มโซนคาเฟ่เพื่อให้ลูกค้านักแต่งบ้านได้มีเวลาพิจารณาคัดเลือกสินค้านานอีกหน่อย กลายเป็น Luka Café Bangkok คาเฟ่ปลุกแรงบันดาลใจของผู้รักศิลปะและงานดีไซน์

  
 
คอนเซ็ปต์ของร้านนี้ คืออยากให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในบ้านที่มีบรรยากาศ Cozy ไม่ได้เน้นวินเทจ หรือโมเดิร์น แต่โดยรวมคือ Casa pagoda Style การตกแต่งภายคงไว้ซึ่งโครงสร้างเดิมของตัวคานปูนที่รับน้ำหนัก เสริมเหล็กเข้าไปเพื่อความแข็งแรง โดดเด่นด้วยตัวบันไดส่วนกลางที่เชื่อมระหว่างชั้น 2 และ 3 เพิ่มมิติด้วยโทนสีเทาที่ตกกระทบแสงไฟเหลืองนวลและยิ่งทำให้บรรยากาศดู Cozy มากยิ่งขึ้น

พื้นฝาผนังฉาบปูนฉาบแต่งสีเทา และปูนเปลือย เพิ่มรายละเอียดให้พื้นผิวมากยิ่งขึ้นด้วยการกระเทาะให้เห็นโครงสร้างอิฐบล็อคด้านในบางส่วน รวมถึงตัวเคาน์เตอร์เป็นคอปเปอร์ไลน์ยาว ที่ใช้วัสดุเดียวกันแต่ใช้เทคนิคกระเทาะเพียงพื้นผิวด้านบนเพื่อสร้างลวดลาย และส่วนของพื้นเทอร์ราซโซสีขาวที่ผสมผสานให้เห็นเม็ดหินสีเทาขนาดใหญ่ที่แฝงอารมณ์พื้นผิวแห่งความคลาสสิค คงของเดิมไว้ตามคอนเซ็ปต์ของ Casa Pagoda ผสมผสานวัสดุอย่างไม้และกระเบื้องเพื่อให้พื้นเทอร์ราซโซเดิมโมเดิร์นยิ่งขึ้น 
 

 
ในส่วนของอาหาร ถูกเสิร์ฟในสไตล์โมเดิร์น คอมฟอร์ด ฟู้ดส์ เน้นมื้อเช้าและกลางวันเป็นหลัก มีเมนูแนะนำที่ใครมา เป็นต้องสั่งอย่าง Luka Breakfast Burrito แป้งตอติญ่าอัดแน่นด้วยไข่ออร์แกนิก 2 ฟอง ชีส ไส้กรอก คีนัวดำ ทานคู่ซอสสูตรเผ็ดเฉพาะ Luka  จิบพร้อมเครื่องดื่มประเภทกาแฟอย่าง Salted Caramel Ca Phe ที่ใช้เมล็ดกาแฟไทยคุณภาพเยี่ยมเสิร์ฟด้วยวิธีแบบเวียดนาม คล้ายกาแฟดริป แต่ให้รสชาติกาแฟที่ผ่านฟองนมละมุนลิ้นมากกว่า 

  

ที่ตั้ง : 64/3 ถนนปั้น (ซอยวัดแขก) สีลม บางรัก กทม
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 10:00-19:00น. สำหรับวันจันทร์-ศุกร์ และ 9:00-19:00น. สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ 

โทร : 0-2637-8558

 

Alphabet Café&Bar

 
Alphabet Café & Bar ร้านอาหารแห่งใหม่ใจกลางย่านธุรกิจสีลม เป็นร้านอาหารภายในโรงแรม The Heritage Hotels Bangkok  แบ่งโซนออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งแรกอยู่ติดกับประตูทางออกหมายเลข 4 ของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี โดยเปลี่ยนบ้านเก่าสองชั้นเป็นคาเฟ่บรรยากาศร่มรื่น ด้านนอกเขียวชอุ่มด้วยการประดับสวนแขวน แถมได้ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่อย่างต้นโพธิ์ มาช่วยปกคลุมให้พอมีแสงส่องลงมา กระทบผนังและพื้นจนเกิดมิติน่าสนใจ ด้านในตกแต่งสไตล์โมเดิร์น-ลอฟท์ แบบอบอุ่น ชั้นล่างกรุผนังกระจก เพื่อเน้นการเปิดโล่งไม่ให้รู้สึกทึบตันจนดูอึดอัด สลับกับผนังก่ออิฐโชว์แนวเพื่อเพิ่มความดิบเท่ และ เปลือยฝ้าเพดานที่เผยให้เห็นพื้นไม้เดิมของบ้านชั้นบนที่ยังคงเก็บรักษาสภาพเดิมเอาไว้ เพื่อคงสไตล์ในความเป็นลอฟท์ให้เด่นชัด พร้อมปูพื้นใหม่ด้วยพื้นหินขัด หรือ เทอร์ราซโซสีขาว เปลี่ยนภาพลักษณ์ที่ใครอาจมองว่าล้าสมัยให้ดูโมเดิร์นขึ้นทันตา ด้วยการจับคู่กับวัสดุและของตกแต่งหลากสไตล์ อาทิ โคมไฟแขวนเพดาน และการจัดวางโต๊ะกับเก้าอี้โทนขรึมดำ โดดเด่นตัดอารมณ์กับพื้นสีขาวและผนังอิฐสีแดง ขณะที่ด้านบนแบ่งเป็นห้องรับรอง และเทอร์เรซกึ่งเอาท์ดอร์อย่างเป็นสัดส่วน ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ละมุนสายตา


 
อีกฝั่งหนึ่งอยู่ติดกับซอยพิพัฒน์ 2 เป็นการรีโนเวทห้องอาหารเก่าของ The Heritage Hotels Bangkok ซึ่งเปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2007 ให้มีความทันสมัยขึ้น โดยยังคงพื้นเดิมของห้องอาหารเอาไว้ นั่นคือ พื้นหินขัดหรือเทอร์ราซโซสีดำที่ให้ลุคโมเดิร์น มีความสงบนิ่ง สุขุม น่าสนใจ สลับพื้นหินขัดสีขาว ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ละมุนสายตา และพื้นไม้ในส่วนเอาท์ดอร์ที่มาเติมเต็มความอบอุ่นให้กับสเปซโดยรวม โดยมีประตูบานเฟี้ยมเป็นตัวแบ่งอาณาเขตของกันและกัน ซึ่งสามารถเลื่อนเปิดเพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมถึงกันหมด หรือเลื่อนปิดเพื่อเปลี่ยนรูปแบบการจัดเลี้ยงได้ตามความต้องการ
 
  

ในส่วนเมนูอาหารที่นี่มีเมนูคาวหวานให้เลือกสรรมากมาย ใครชอบเมนูเส้นต้องลองชิม เอบีซีดีสปาเก็ตตี้ ที่จัดเต็มเบค่อนและไข่กุ้งคลุกเคล้ามากับเส้นเหนียวนุ่มหอมกลิ่นกระเทียม หากยังไม่อยู่ท้องต่อด้วยข้าวผัดปลาสลิด หรือกระเพราหมูสับไข่ดาว เมนูง่ายๆ แต่ก็อร่อยไม่เหมือนใคร ตบท้ายด้วยเมนูหวานกับโรตีกรอบๆ ราดด้วยนมข้นหวานมัน หรือน้ำผึ้งหอมอร่อยลงตัว  

 

 
ที่ตั้ง : 198 ซอยพิพัฒน์ 2 ถนนนราธิวาสฯ สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 6.00 – 02.00 น. 
โทร : 08-3074-7403

 

80:20

 
เอ็ทตี้ทเวนตี้ เกิดจากความตั้งใจของ คุณจอห์น-ธนาวุฒิ โกศลวงศ์ที่อยากจะนำวัตถุดิบของไทยมาโมดิฟายด์ใหม่ และคุณนัด-ณัฏฐา เตชเมธากุล ที่นอกจากจะพ่วงตำแหน่งภรรยา ยังรับหน้าที่ออกแบบและตกแต่งร้านแห่งนี้ด้วย  คอนเซ็ปต์หลักและที่มาของชื่อเกิดจาก 80 เปอร์เซ็นต์ของของตกแต่งที่นี่เป็นของที่มาจากไทย จำพวกเครื่องจักรสาน ลายไทย อิฐช่องลม และอีก 20 เปอร์เซ็นต์นำของต่างประเทศมาตกแต่งเพื่อให้ดูโมเดิร์นขึ้นมากกว่าเดิม
 

 
ในแง่การตกแต่ง จากพื้นที่ที่เคยเป็นพิพิธภัณฑ์เก่า คุณนัดคงไว้ซึ่งโครงสร้างเดิม ทั้งตัวคานโค้ง และพื้นเทอร์ราซโซ เติมแต่งเพิ่มด้วยชั้นวาง บิลท์อิน ที่ก่อขึ้นมาใหม่ด้วยปูนเปลือย  Element ตัวบาร์ด้วยอิฐช่องลมแบบไทยโบราณ ข้อดีของการพื้นเทอร์ราซโซ คือ สามารถเข้าได้กับหลากหลายวัสดุ และให้สไตล์ที่ไม่มีวันล้าสมัย ความคลาสสิกของพื้นเทอร์ราซโซ ณ ที่แห่งนี้ ผสมผสานเฟอร์นิเจอร์ไม้ และท่อเหล็กที่สั่งทำขึ้นมาใหม่ ได้ความเป็น Geometric เล็กๆ อย่างกลมกลืนแถมยังแฝงความเป็น Loft Style ผ่านการเลือกใช้สีของผนัง ที่ยิ่งรวมกับ Lighting ยิ่งทำให้ของตกแต่งชิ้นใหญ่-น้อยโดดเด่นขึ้นไปอีก เรียกว่าเป็นการ Twist กันระหว่างความเป็นไทย-โมเดิร์น ลอฟท์ ได้อย่างดี

 

ในส่วนของอาหารได้เชฟพล-ณพล จันทรเกตุ และเชฟ Saki Hoshino ที่ฝึกฝนฝีมือวิชาจากแคนาดามารับหน้าที่รังสรรค์ คงไว้ซึ่งส่วนผสมที่ลงตัวของความเป็นไทย-อินเตอร์ และขนมหวานแบบฝรั่งลูกครึ่งญี่ปุ่นโฮมเมด ยิ่งทำให้สัดส่วนของ 80/20 มีความสมดุลมากยิ่งขึ้นไปอีก  ทั้งเมนู Cast Iron Tenderloin ที่ใช้เนื้อเทนเดอร์ลอยน์ชิ้นโต ราดซอสชูรสเผ็ดนำ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ แกล้มเครื่องดื่มอยาง Thai Lemon Tea ชามะนาวผสมสมุนไพรและเหล้าไทยอย่างหมาใจดำ ได้กลิ่นอายมะพร้าว ดีกรีดุ เปรี้ยวซ่า 

 

 
ที่ตั้ง : 1052-1054 ถนนเจริญกรุง 26 บางรัก กทม.
เปิดบริการ : ทุกวันตั้งแต่ 15:00-24:00น.
โทร : 08-7593-1936 หรือที่ facebook:8020bkk 


 

Blue Dye Café


จากความหลงใหลในเสน่ห์แห่งผ้าสีน้ำเงินย้อมครามของคุณตั้ม กิตติพงษ์ ไพบูลย์สมบัติ ช่างภาพฟรีแลนซ์หนุ่มใหญ่ที่หันมาเปิดร้านกาแฟในสไตล์กึ่งอินดัสเทรียลลอฟท์ ซึ่งนำแรงบันดาลใจมาจากหนังสือแต่งบ้านและเว็บไซต์ต่างประเทศ ในการออกแบบและตกแต่งพื้นที่บ้านขนาด 2 ชั้นเพื่อเปิดเป็นร้านคาเฟ่แบบปูนเปลือยให้เลือกนั่งทำงานจิบกาแฟ พร้อมชื่นชมภาพวาด สัตว์สตาฟ หรือแม้แต่อ่านหนังสือเคล้าเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆได้อย่างเพลิดเพลิน ส่วนบริเวณชั้น 2 เปิดให้เป็นพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมเวิร์กช็อปรวมถึงจัดกิจกรรมต่างๆที่จะหมุนเวียนกันไปในแต่ละเดือน
 

 
บ้านไม้หลังเล็กได้รับการรีโนเวตพื้นที่ใหม่ ภายใต้ลุคดิบเท่แบบอินดัสเทรียลลอฟท์ ผนังปูนเปลือยและพื้นปูนขัดมันตัดกันกับงานไม้ที่เป็นโครงสร้างเดิมของบ้าน สอดแทรกด้วยเก้าอี้ไม้ดีไซน์เก๋และเฟอร์นิเจอร์เก่าจากแหล่งต่างๆ บนผนังเสริมด้วยงานศิลปะภาพวาดต่างๆ รวมถึงการใช้ชอล์กเขียนเมนูอาหารลงบนผนังที่ขับเน้นลงตัวกับความดิบของปูน อีกทั้งยังเพิ่มสีสันด้วยพรมหลากลวดลาย ผ้าย้อมคราม และผ้าพื้นเมืองในแถบเอเชีย ที่นำมามิกซ์แอนด์แมตซ์จัดวางตามส่วนต่างๆของร้าน

นอกจากนี้ภายในร้านยังพ่วงด้วยการขายเสื้อผ้าแฮนด์เมดและจิวเวอรี่ รวมทั้งแบ่งพื้นที่บางส่วนเปิดเป็นช็อปเซรามิก ภายใต้ชื่อ Cone No.9 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบรรดาเพื่อนพ้องทั้งหลายในการช่วยแต่งร้าน พร้อมคิดเมนูใหม่ๆสำหรับบ้านสีน้ำเงินย้อมครามแห่งนี้

 
สำหรับเมนูยอดนิยมของทางร้านอย่างเมนูเส้นสปาเก็ตตี้ ก็มีให้เลือกหลายแบบทั้งขี้เมา หมูน้ำตก ไก่กระเทียม หรือคาร์โบนาร่าก็สามารถเลือกทานได้ตามชอบ ทานพร้อมกับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ Indian Shake เครื่องดื่มสีแดงรสชาติไทยๆด้วยส่วนผสมจากน้ำมะตูมและน้ำกระเจี๊ยบกับความเปรี้ยวเล็กๆจากมะนาว นอกจากนี้ยังมีเมนูกาแฟต่างๆ รวมถึงเบียร์ที่ขายในตอนกลางคืนอีกด้วย

 
 
ที่ตั้ง :  สุขุมวิท 36 ซอยนภาศัพท์แยก 1
เปิดบริการ : ทุกวันเวลา 10.00 - 20.00 น.
โทร. 08-3714-5333 หรือ www.facebook.com/BlueDyeCafe



Special Gift จากตราเสือ เพียงแชะ-แชร์รูปภาพของคุณกับทางร้าน พร้อม Hashtag #terrazzoisback และ #loftwelove และตั้งค่าเป็นสาธารณะ รับไปเลยส่วนลดพิเศษจากทางร้าน
 
และสามารถติดตามเคล็ดลับการตกแต่งด้วยปูนซีเมนต์จาก เสือ เดคอร์ ได้ที่ www.tigerbrandth.com หรือ www.facebook.com/TigerBrandTH