รับคำท้าเพื่อนสาวชาวเหนือ ขับรถขึ้นเชียงใหม่ ก็เธอบอกว่า "เชียงใหม่...ไม่ร้อนแล้ว"


ฤดูร้อนที่เชียงใหม่นี่ร้อนจริงๆ อย่างที่รู้ๆกันค่ะ แต่หลังจากเพื่อนสาวส่งไลน์มายืนยันว่า "ตอนนี้เชียงใหม่หายร้อนแล้ว" หัวใจก็แล่นขึ้นเหนือนำไปก่อนทันทีจ้า แต่ก็ยังลังเลว่าจะไปดี..ไม่ไปดี แต่พอเธอท้าทายมาว่า "กล้าขึ้นมาหามั้ย ใจรึเปล่า" เท่านั้นแหละค่ะ เราก็ตกปากรับคำทันที งานนี้ลุยค่า...

ถามว่าจริงๆแล้วลึกๆ ป๊อดไหม... ก็มีบ้างเป็นธรรมดา แต่เพราะทริปนี้เราได้รถใหม่มาลองค่ะ นี่คือ Honda BR-V 
รถแบบ Active Sport Crossover 7 ที่นั่ง ดีไซน์สปอร์ต เท่ๆ แกร่งๆ ก็อุ่นใจราวกับมี "ผู้ชาย" พาเราเดินทาง(งานมโนก็มา) แต่ถ้าทริปไหนไปกันแค่ 5 คน ก็สามารถพับเบาะแถวหลังสุดขึ้น เพิ่มพื้นที่ขนของได้อีกเพียบเลยค่ะ


ภายในกว้างขวาง และพร้อมพาเราลุยทุกเส้นทางด้วยช่วงล่างแบบ SUV ยกสูง แถมยังประหยัดเพราะใช้น้ำมัน E85 ได้




ถ้าได้ขับรถที่เรามั่นใจ ก็บอกกับตัวเองได้เลยว่า "ให้ความกล้า พาเราไปให้สุด" 




 
เราเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า เติมน้ำมันไปเต็มถัง ขับได้จนถึงลำปางเลย ประหยัดจริงๆ ทีแรกก็ว่าจะแค่แวะปั๊มเติมน้ำมัน แต่ไหนๆ ก็เข้าใกล้ลำปางขนาดนี้แล้ว แวะหาของอร่อยทาน ขับรถชมบ้านเมืองของลำปางซะหน่อยน่าจะดี 






เราเลือกฝากท้องมื้อกลางวันที่ร้าน"ขนมจีนป้าบุญศรี"  ตัวร้านติดกับสะพานรัษฎาภิเศก สะพานขาวสัญลักษณ์เมืองลำปางเลยค่ะ ใครแวะมาอย่าลืมสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว น้ำยา ข้าวซอยไก่ ของเค้าเด็ดจริงๆ คอนเฟิร์มเลยจ้า


ออกจากลำปางเราก็มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ ที่พักของเราในคืนนี้คือ "HOTEL des ARTISTS Ping Silhouette" ที่พักสวยริมแม่น้ำปิง นอนที่นี่ 1 คืน เดี๋ยวเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อนตัวดีจะพาแอ่วเจียงใหม่ 








 
ตื่นเช้ามาทานเบรคฟาสต์ แล้วเพื่อนสาวชาวเชียงใหม่ก็มาพบตามสัญญา (ก็ท้าเค้าไว้นิ)


เข็คเอ้าท์จากที่พักและเริ่มและออกเดินทาง  พอเพื่อนสาวนางเห็นเราขับรถใหม่ เลยขอลองขับเองบ้างเลยจร้า และบอกว่าจะพาไปร้านอาหารแปลกใหม่แห่งหนึ่งในแม่ริม ชื่อว่าร้าน Snowbuff


มาถึงแล้วร้าน "Snowbuff" ร้านน่ารักมว๊ากกก..ถ่ายรูปหน้าร้านเป็นที่ระลึกกันสักหน่อย


บรรยากาศในร้านสวยเก๋สไตล์วินเทจ มีมุมน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปเพียบเลยค่ะ


เปิดเมนูปุ๊บ เราก็สั่งอาหารกันที..ผลปรากฏว่ากลายเป็นแบบนี้ อาหารจานหลักก็มี เบเกอรี่-ขนมหวานก็มา สมกับเป็นสาวสายแข็ง (เรื่องกิน) กันทั้งคู่


จานนี้เพื่อนสาวของเราสั่งมาลองชิม "ผัดกระเพราปลาสลิด" รสจัดจ้านถึงใจจริงๆ ค่ะ


ส่วนเราเลือกสั่งเมนูใหม่ของร้านอย่าง "ข้าวไข่กรอบแพนงหมู" ไข่ดาวทอดกรอบฟูๆ ประกบข้าวเสิร์ฟคู่กับแพนงหมูรสกลมกล่อม อร่อยจนอยากสั่งเบิ้ลอีกจานเลยค่ะ


ส่วนใครชอบเมนูแซ่บๆ แนะนำจานนี้เลย "ส้มตำสโนว์บัฟ" จานเด็ดที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน รสแซ่บซี้ดซ้าด แก้ง่วงดีนักแล


มา Snowbuff แล้วพลาดไม่ได้ ต้องถ่ายรูปกับไอดอลของร้านกันสักแช๊ะ "เจ้าสู่ขวัญ" ควายเผือกหน้าตาเป็นมิตร ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้านและสโลแกน "จิบกาแฟชมควาย" ที่ไม่เหมือนใคร


ขอบอกว่าน้องควายที่นี่เค้าน่ารักและเชื่องมากๆ เลยค่ะ ให้ขึ้นไปนั่งขี่หลังได้ด้วย


เสร็จแล้วเราก็ไปให้อาหารแกะ (มีแพะมาร่วมแจมด้วย อิอิ) แถมด้านในยังมีฟาร์มเลี้ยงม้าแคระแสนรู้ ให้เราถ่ายรูปคู่กันอีกด้วยค่ะ สาวๆ ที่รักสัตว์รับรองฟินกระจาย




อิ่มกันแล้ว จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่จุดถัดไป ซึ่งเพื่อนสาวของเรานางบอกว่า เสียวนะขอบอก 


งานนี้มีเหรอเราจะกลัว ผ่านโค้งทางขึ้นแบบนี้มาได้..สบ๊าย!!


หลังจากผ่านโค้งวัดใจหลายโค้ง เราก็มาถึง "โป่งแยง ซิปไลน์ แอนด์ จังเกิ้ล โคสเตอร์" ที่เที่ยวแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอแม่ริมกันสักที กระโดดลงรถปุ๊บเราก็ตรงไปเตรียมตัวเล่นเครื่องเล่นแอดเวนเจอร์กันทันทีเลยค่ะ


ไฮไลท์ของที่นี่ "เครื่องเล่นจังเกิ้ล โคสเตอร์" แค่เห็นก็เสียวแล้ว


ด้วยความเป็นคนรักเพื่อน เราเลยเสียสละให้เพื่อนสาวเจ้าถิ่นของเราลองเล่นดูก่อน งานนี้มีกรี๊ดลั่นป่ากันเลยทีเดียว


อะดรีนารีนพุ่งปรี๊ด คราวนี้มีแต่ความสนุก ไม่มีความกลัวกันแล้ว ไปลุยกันต่อกับเครื่องเล่น Zipline โหนสลิงเหนือยอดไม้เลียนแบบเจนกับทาร์ซาน มันส์สุดๆ ไปเลยจ้า


สนุกกันเต็มที่ ก่อนกลับเราเลยแช๊ะภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกกับวิวสวยๆ ว่าครั้งหนึ่งพวกเราสองสาวเคยเป็นผู้พิชิตความหวาดเสียววัดใจที่นี่กันมาแล้วนะ


เสร็จสิ้นภารกิจเที่ยวแบบลุยๆ เราก็มาเช็คอินที่ "บ้านม่อนม่วน" บูติกรีสอร์ทสไตล์ล้านนาท่ามกลางขุนเขา ซึ่งเป็นที่พักของเราในคืนนี้



 


บริเวณรีสอร์ทสวยมากๆ มีทั้งแปลงดอกไม้เมืองหนาว และไร่ผักที่ปลูกลดหลั่นลงไปตามเนินเขา แถมที่นี่เป็นโลเกชั่นถ่ายละครเรื่องตามรักคืนใจด้วยล่ะ แปลงร่างเป็นหนูนาขอตามหานายสิงห์แป๊บ






เก็บของเสร็จแล้ว เราก็ไปเที่ยวชมไร่องุ่นที่ปลูกอยู่บริเวณทางเข้าบ้านม่อนม่วนนี่เองค่ะ


องุ่นที่นี่เป็นองุ่นดำไร้เมล็ด กำลังออกลูกห้อยระย้าเป็นพวงน่ากินสุดๆ เลยค่ะ


สำหรับเย็นนี้เราดินเนอร์ที่ร้านอาหารของบ้านม่อนม่วน บรรยากาศโรแมนติกซะจนอยากควงคนรู้ใจมาด้วย แต่มากับเพื่อนสาวก็ดีไปอย่าง คือไม่ต้องรักษาฟอร์มมาก สั่งจัดเต็มทุกอย่างที่อยากกินมาเลยจ้า


เมนูแนะนำที่อร่อยจนอยากกดไลค์ให้รัวๆ กับ "น้ำพริกม่อนม่วน" น้ำพริกสูตรเด็ดของที่นี่ รสชาติคล้ายน้ำพริกตาแดงผสมน้ำพริกมะขาม ทานคู่กับเครื่องเคียงอย่างผักสด ปลาสลิดทอด และไข่เค็ม จานนี้เพื่อนสาวของเรานางปลื้มจนอยากเข้าไปขอขโมยสูตรแม่ครัวกันเลยทีเดียว


ยังไม่หมดจ้าา..ยังมีอีกหลายจานเด็ด ทั้งปีกไก่ทอดเกลือ แกงส้มกุ้งชะอมไข่ และคอหมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว เรื่องกินยกให้เราจริงๆ 






อิ่มท้องตาปรือกันแล้ว ขอตัวไปพักผ่อนหลับฝันหวานในห้องพักของเรา ไฮไลท์คือเมื่อเปิดประตูออกมา สามารถมองเห็นวิวดอยและภูเขาสวยๆ ด้วย ฟิน!!








 
เมื่อคืนหลับสบายจนแทบไม่อยากตื่นเลยค่ะ แต่คุณเพื่อนเธอรีบปลุกเราแต่เช้ามาทานเบรคฟาสต์ เตรียมตัวเก็บของเช็คเอาท์ แล้วออกเดินทางต่อสู่สะเมิง


รูทแรกของเราในวันนี้ อยู่ที่เส้นทางหางดง-สะเมิง เพื่อนแนะนำว่าที่นี่มีคาเฟ่เด็ด วิวสวย ซ่อนตัวอยู่ระหว่างทาง เราเลยใส่ไว้ในลิสต์อย่างไม่ลังเล


มาถึงแล้วจ้า!! "ท่าช้าง ฮิลล์" ร้านกาแฟฮิปๆ สไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคาเฟ่เก๋ๆ ชิคๆ แบบนี้มาตั้งอยู่กลางดอย


สไตล์การตกแต่งของที่นี่ก็เก๋ชิคไม่เหมือนใคร มีทั้งโซนด้านในร้านแอร์เย็นฉ่ำ และระเบียงที่นั่งเอาท์ดอร์ด้านนอก ให้เรานั่งจิบกาแฟชมวิวแบบชิลๆ




เมนูอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ที่นี่ก็จัดว่าเด็ด!! ทั้งสเต็กพอร์คช็อพ ปอเปี๊ยะชีส ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ ชาเขียว คาปูชิโนเย็น ถ้าใครไม่ดื่มชากาแฟ ขับรถขึ้นเขามาอาจจะมึน ลองหาเครื่องดื่มเย็นๆ เปรี้ยวๆ อย่างแมงโก้สมูตตี้กับสตอเบอรี่มะนาวโซดามาจิบให้สดชื่นก็ไม่เลวเลยค่ะ


พักเหนื่อยกันแล้ว เราก็มุ่งหน้าสู่แม่แจ่มกันต่อ ขอบอกว่าเส้นทางนี้บรรยากาศสองข้างทางดี๊..ดี มีต้นไม้สีเขียวสบายตาตลอดทาง ขับรถเที่ยวได้ชิลๆ ไม่ร้อนเลยค่ะ


จุดหมายของเราอยู่ที่ "น้ำแม่ออกฮู" แหล่งท่องเที่ยวอันซีนของแม่แจ่ม ได้ยินแต่ใครๆ พูดถึง เราเลยต้องแวะมาเช็คอินกันสักหน่อย


บรรยากาศดี น้ำใสสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ โชคดีวันที่เราไปฝนไม่ตก น้ำในบ่อจึงใสเหมือนกระจก มีหลายครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อน ปิกนิกกันกลางธรรมชาติ


จุดเด่นของน้ำแม่ออกฮู คือน้ำใสๆ เย็นๆ ที่ไหลออกมาจากรูตามธรรมชาติแบบนี้ค่ะ




สำหรับคืนสุดท้ายเรามาพักกันที่ "เฮือนแรมแจ่มเมือง" ที่พักเล็กๆ สไตล์ Bed&Breakfast ในบรรยากาศของบ้านไม้ เข้ากับเมืองน่ารักๆ อย่างแม่แจ่ม


บรรยากาศภายในที่นี่เรียบง่ายอบอุ่นเหมือนเรามาพักอยู่บ้านเพื่อน มีมุมให้นั่งเล่นพักผ่อนชิลๆ หน้าห้องพัก ตอนเย็นเราเลยมานั่งเล่นอ่านหนังสือที่ขนติดรถมาด้วย แค่นี้ก็เพลินจนไม่อยากออกไปไหนแล้วค่ะ








 
วันสุดท้ายก่อนอำลาแม่แจ่ม เราแวะไปสักการะไหว้พระที่ "วัดพุทธเอ้น" วัดคู่บ้านคู่เมืองแม่แจ่มกันก่อนจะออกเดินทางต่อ


ความอันซีนของวัดพุทธเอ้น คือ "บ่อน้ำพุทธเอ้น" ที่มีน้ำใสไหลเย็นออกมาจากพื้นดินตลอดเวลา ไม่ว่าจะแห้งแล้งเพียงใดก็ตาม ชาวแม่แจ่มเชื่อกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงมีชาวบ้านหลายคนมารองน้ำจากบ่อกลับไปใช้ดื่มกินที่บ้านอย่างที่เห็น


อีกหนึ่งไฮไลท์ของวัดพุทธเอ้น คือ อุโบสถที่สร้างขึ้นกลางสระน้ำ หรือที่เรียกว่าอุทกสีมา ซึ่งมีความเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ และได้รับการขึ้นทะเบียนอนุรักษ์จากกรมศิลปากร ตัวอุโบสถเป็นไม้ทั้งหลัง หลังคามุงด้วยแป้นเกล็ดไม้ งดงามแปลกตาจริงๆ ค่ะ


ได้เวลาออกเดินทางกันต่อ แต่เราขอคุณเพื่อนแวะถ่ายภาพที่สะพานข้ามแม่น้ำแม่แจ่มเป็นที่ระลึกอีกสักรูป


วิวของทุ่งไร่ข้าวโพดสีเขียวรอบเมืองแม่แจ่ม ซึ่งพอเข้าหน้าฝนถึงฤดูทำนา ชาวบ้านบางส่วนจะเริ่มทยอยหว่านกล้าปักดำตามเชิงเขา เราสัญญากับตัวเองว่าจะหาโอกาสกลับมาถ่ายรูปคู่กับนาขั้นบันไดที่แม่แจ่มอีกครั้งให้ได้ รอก่อนนะ..แม่แจ่ม


จากแม่แจ่ม เราเดินทางมุ่งหน้าสู่อำเภอฮอด อำเภอเล็กๆ ที่อยู่ทางทิศใต้ของเชียงใหม่


จุดหมายปลายทางของเราคือที่นี่ "สวนสนบ่อแก้ว" ที่อยู่ภายในสถานีวนวัฒนวิจัยบ่อแก้วของกรมป่าไม้ บนเส้นถนนสายฮอด-แม่สะเรียง

เส้นทางจะลุยแค่ไหนก็อุ่นใจ ขับรถเที่ยวชมวิวเปิดกระจกรับอากาศบริสุทธิ์ สูดกลิ่นหอมๆ ของต้นสนสามใบที่ปลูกในพื้นที่บริเวณกว่า 2 พันไร่ของสวนสนอ่างแก้วกันให้ชุ่มปอด ก่อนจะต้องกลับมาเจอมลพิษในเมืองกรุง 




อย่างที่มีบางคนเคยพูดไว้ว่า บางครั้งจุดหมายปลายทางอาจไม่สำคัญเท่ากับว่าระหว่างเส้นทางนั้น เราได้พบเจออะไรบ้าง และทริปเชียงใหม่ 4 วัน 3 คืนของเราก็เต็มไปด้วยประสบการณ์สนุกสนานครบรส ประทับใจสุดๆ เลยจริงๆ ค่ะ


ใครคิดจะขับรถมาเที่ยวเชียงใหม่ ลองดูทริปตัวอย่างนี้เป็นแนวทางได้นะคะ ขอบอกว่าขับรถเที่ยวเองไม่ยากอย่างที่คิด ทริปนี้ก็ต้องขอบคุณเพื่อนสาวที่พาเราเที่ยวเชียงใหม่ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า เชียงใหม่ไม่ร้อนแล้วจ้า และก็ต้องยกให้ Honda BR-V เป็นพระเอกของทริปที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้ฟินสมใจจริงๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/th/brv ค่ะ