ทริป 2 วัน 1 คืน ของขวัญวันเงินเดือนออก!! ไปนอนชิลๆ ริมน้ำ เที่ยวชิคๆ ที่เมืองกาญฯครอสทูกาญจนบุรี,สะพานข้ามแม่น้ำแคว,เที่ยวกาญจนบุรี,ที่พักกาญจนบุรี,ร้านอาหารกาญจนบุรี

 

โจ้ พลังธรรมชาติ

' เ ก า ะ พ  ย า ม '

02
    อากาศร้อนๆ แบบนี้ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ผมคิดแล้วคิดอีกว่าจะหนีไปเที่ยวที่เกาะไหนดี ที่มีทะเลสงบๆ คนน้อยๆ ไม่วุ่นวายจนเกินไป อยากจะไปนั่งเปิดเพลย์ลิสต์ของตัวเองพร้อมจิบเบียร์ริมทะเล ก็ไล่ตามอ่านรีวิวท่องเที่ยวต่างๆ สุดท้ายมาเจอเกาะ เกาะนี้ “เกาะพยาม” ด้วยความอยากรู้ว่าเกาะพยามนี้มีดีอะไร ทำไมถึงมีคนพูดถึงกันเยอะ ว่ามาระนองต้องลองมาเกาะพยาม จึงรีบเคลียร์งานให้เสร็จแล้วพาตัวเองมาปักหมุดที่นี่

    มาเริ่มกันเลย อย่างแรกคุณต้องวางแผนก่อน เช็ควันเวลาให้พร้อมเพราะ 'ถ้าเราไม่คิดวางแผนจะเที่ยว เราก็ไม่ทางได้ออกไปเที่ยวเลย จริงๆ .. นะ' ส่วนที่พักก็จองไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว เราเที่ยวช่วงเทศกาลกลัวจะไม่มีห้องพัก
ทริปนี้ผมเลือกที่พักไว้ 2 ที่ Lazy hut และ Little Hut

จองตั๋ววันเดินทางไป - กลับให้เรียบร้อย ครั้งนี้ใช้บริการของสมบัติทัวร์ 403 บาท รอบ 20.50 น. นั่งสบายครับไม่อึดอัด 


05.00 น. พอถึงท่ารถ บขส ระนอง ให้มองหารถสองแถวสีฟ้าค่ารถคนละ 50 บาท เพื่อนั่งต่อไปที่ท่าเรือนาวา อันดามัน หรือท่าเรือเทศบาลนั่นแหละอันเดียวกัน 
พอนั่งรถมาสักพัก แปปเดียวก็ถึง ที่ท่าเรือมี Wifi แถมปลั๊กให้ชาร์จแบตพร้อม แต่สิ่งแรกที่ทำให้หลายคนตกใจแน่ๆ คงเป็นเรื่องของค่าเรือและเวลารอบเรือ เพราะค่าเรือค่อนข้างแพงกว่าเกาะอื่น ส่วนเรือเมล์หรือเรือโดยสารแบบธรรมดาก็ราคาไม่ต่างกัน
เรือรอบแรกที่จะออกไปเกาะพยาม คือเรือ สปีดโบ๊ท รอบ 7.30 น. เรือเมล์รอบแรกต้องรอ 11.00 น.  
(แน่ละ ... เราอยากประหยัดไปสบายๆ ไม่ได้รีบแต่นี่เหมือนบังคับกันชึ้นเรือสปีดโบ๊ทชัดๆ ใครจะรอเฉยๆ ได้ถึง 11 โมง)

 

สรุปเรือไปเกาะพยามมี 2 แบบ
สปีดโบ๊ท คนละ 350 บาท ใช้เวลา 45 นาที เรือออกทุกชั่วโมง
เรือเมล์โดยสาร คนละ 200 บาท ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เรือออกแค่ขาไป - กลับ

ระหว่างทางไปเกาะก็เห็นวิวเมืองระนองและเกาะเล็กเกาะน้อย แต่ผมหลับตั้งแต่นั่งลงเรือไม่กี่นาที ก่อนจะถึงเกาะพยามเราจะเห็น 'เกาะช้าง' เกาะนี้ก็ค่อนข้างสงบและน่ามาเที่ยวสักครั้งเช่นกัน เพราะที่สังเกตุเห็นที่เกาะมีไม่โรงแรมหรือที่พักเกิดขึ้นมาก ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง
 


 

พอมาถึงเกาะพยาม อย่างแรกเลยที่เห็นเลยสีน้ำทะเลจะเป็นแบบสีฟ้าครามผสมสีเขียว เพราะเป็นเกาะนี้อยู่โซนอันดามันทางเหนือและเป็นน้ำเค็มผสมน้ำจืดก็สวยแปลกตาไปอีกแบบ จากนั้นก็เดินตรงมาขวามือมีร้านข้างแกงใต้ พุ่งเข้าไปให้ไวเพราะหิวมาก กับข้าวป้ามีหลายแบบเป็นกับข้าวแบบท้องถิ่นเลย แกงไตปลากินกับยำมะม่วงมะพร้าวคั่ว ชอบมากอร่อยด้วยเลยซัดไปสองจาน 

 

เสร็จแล้วก็หาเช่ามอเตอร์ไซต์เพื่อไปที่พัก Lazy Hut ตรงอ่าวใหญ่
ราคาเช่ามอเตอร์ไซต์ วันละ 200-250 แล้วแต่เทศกาลด้วย

เอาละแว้นไปกันเลย ที่พักเราอยู่ตรงอ่าวใหญ่ เส้นทางถนนบนเกาะในค่อนข้างเล็กและแคบ เพราะไม่มีรถยนต์ ขับกันระวังๆ ด้วยนะครับ



ถึงที่พักแล้ว ก็เดินดูห้องพักและเอาของเก็บไปเก็บ ที่พักถือว่าบรรยากาศชิลมากๆ เพราะติดหาด แถมนั่งเล่นนอนเล่นหน้าหาดกันได้เลย  ห้องพัก Lazy hut มีหลายแบบและหลายราคา ห้อง Sea View ก็จะแพงกว่าห้องอื่น ส่วนเราเลือกห้อง basic bambooo bungalow บังกะโลไม้ไผ่ที่ภายนอกดูโล่งๆ แต่ข้างในก็โอเค ชอบห้องน้ำที่เป็นแบบโอเพ่นแอร์ อาบน้ำพร้อมฟังเสียงนกเสียงกากันเลยทีเดียว ห้องไม้ใผ่นี้คืนละ 500 บาท/ต่อ 2 คน หากคนเกินเพิ่มหัวละ 150  บาท


 

ช่วงบ่ายๆ นอนเล่นอยู่สักพักก็หิวอีกแล้ว เลยออกไปหาข้าวกินตรงท่าเรืออีกครั้ง แนะนำร้านป้าน้อยทางไปวัดเกาะพยามร้านอยู่ขวามือติดริมทะเล พออิ่มแล้วหลังจากนั้นก็ย้อนกลับไปเล่นน้ำและนอน (อีกแล้ว) ที่อ่าวกวางปีป 

อ่าวกวางปีป ขอเตือนก่อนว่าช่วงถนนทางขึ้นก่อนถึงอ่าวเป็นทางลูกรัง ต้องขับแบบระมัดระวังจริงๆ ใครเบรกไม่อยู่อาจมีสิทธิ์ตกเขาข้างทางได้เลย 


 

บรรยากาศโดยรวมของอ่าวกวางปีปนั้นน้ำใสและเงียบสงบกว่าอ่าวใหญ่มาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว ต้องการความเงียบสงบ แนะนำให้พกเสื่อมาปูด้วย ใครอยากจะนั่งอ่านหนังสือ นั่งเล่นชิงช้าใต้ต้นไม้ หรือเล่นน้ำก็ดี ส่วนตัวผมแน่นอนครับ น้ำก็ไม่เล่น หนังสือที่เตรียมมาก็ไม่อ่าน พอมาถึงที่นี่ก็นอนอย่างเดียว 55555

หลังจากตื่นแล้วขากลับจากอ่าวกวางปีป เราจะเห็นป้ายทางเลี้ยวเข้า Hippy Bar อ่าวเขาควาย แน่นอนทุกรีวิวของเกาะพยาม ต้องมาถ่ายภาพชิคๆ กับบาร์นี้ แล้วเราจะพลาดได้ยังไง พอเข้าไปชมซะหน่อย จากที่เห็นบาร์นี้อลังการงานสร้างสมชื่อฮิปปี้จริงๆ ครับ เพราะกว่าจะนำไม้เก่าๆ เท่ๆ มารวมกันเกิดเป็นเรือโจรสลัดและเปิดบาร์ใหญ่ๆ แบบนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ ทางเจ้าของก็ยินดีต้อนรับทุกคนขึ้นไปถ่ายรูปเล่นได้ครับ ไม่คิดตังค์


 

ส่วนตัวแนะนำให้สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ มานั่งชิคๆ ชิลๆ ริมทะเล ถ่ายรูปเล่นจะฟินมากๆ เข้าไปในบาร์ก็จะเจอกับพี่จิมมี่ที่คอยต้อนรับ ได้พูดคุยกับพี่เขาเกี่ยวกับเรื่องกว่าจะเป็น Hippy Bar สนุกสนานกันมาก


 
 

เสร็จจาก Hippy Bar ก่อนช่วงเย็นก็กลับไปเตรียมเสบียงปาร์ตี้กันคืนนี้ ร้านค้าก็มีหลายร้านให้เลือกตรงท่าเรือ แนะนำร้านค้าสีชมพู ตรงสามแยกใกล้ป้อมตำรวจเพราะเป็นร้านค้าปลีกและส่งราคาน่าจะถูกที่สุด
เสร็จแล้วรีบกลับมาที่อ่าวใหญ่ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เพราะอ่าวใหญ่ถือเป็นจุดที่ชมวิว Sunset ที่สวยและมีคนเล่นน้ำเยอะมากที่สุด 


 
บรรยากาศทะเลที่อ่าวใหญ่คลื่นนั้นแรงพอสมควร นักท่องเที่ยวหลายคนเลยเอาเซิร์ฟบอร์ดมาเล่นด้วย และจุดเด่นที่สำคัญของอ่าวใหญ่ก็คือริ้วรอยของหาดทรายที่เกิดเป็นเส้นโค้งไปมาตามธรรมชาติ สวยสะดุดตาไปอีกแบบ



 

หลังจากเล่นน้ำกันจนเหนื่อยก็กลับขึ้นมาที่พัก อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เริ่มบาร์ตี้กันที่บาร์ของ Lazy Hut เลย จริงๆ ที่พักจะให้ใช้ไฟได้ถึงแค่ 4-5 ทุ่ม แต่วันนั้นเจ้าของเขาดีใจ ปั่นไฟให้เราได้ใช้สนุกกันทั้งคืน 






ตื่นเช้ามาในวันที่สองตอนช่วงสายๆ (เมื่อคืนหนัก) ก็สั่งข้าวต้มร้อนๆ ทาน พร้อมเก็บของเตรียมตัวเข้าที่พักใหม่ในคืนนี้คือ Little Hut ที่พักน่ารักอยู่ตรงอ่าวใหญ่เหมือนกัน แต่ต้องขับรถออกเข้าทางถนนหลักอ้อมไกลมากๆ เพราะเราไม่สามารถขับรถมอเตอร์ไซต์ลงหาดได้ ได้ยินว่าใครผ่าฝืนจะโดนปรับด้วย ดังนั้นไปเมืองไหนเราต้องทำตามกฎของเขา


 
 

พอถึงที่พักแล้วรู้สึกชอบมากครับ ต้นไม้ร่มรื่นเขาปลูกต้นกาหยูหรือต้นมะม่วงหิมพานต์ไว้เต็มที่พักเลย ภายในห้องเป็นเตียงเดี่ยวสำหรับ 2 คน ดีไซน์ให้เป็นแนว Roof เท่ๆ เรียบๆ สะอาด ภายนอกก็มีเปลนอนชิลๆ สำหรับ 2 คน Little Hut โซนด้านหน้ามีบาร์พร้อมอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการ
ห้องพักราคาคืนละ 800-950 บาท/2 ท่าน 


 

เก็บของเข้าห้องพักเรียบร้อยถึงเวลาลุยเกาะกันต่อ โปรแกรมวันนี้วางแผนไว้ว่าจะขับรถเล่นรอบๆ เกาะ โดยทานข้าวร้านป้าน้อยร้านเดิมบริเวณท่าเรือแล้วแว้นมอเตอร์ไซต์กันต่อ วางแผนจะไปไหว้พระวัดเกาะพยาม ขึ้นไปจุดชมวิว แวะไปดู Bule Sky ที่พักชื่อดัง และหินทะลุ Landmark ของเกาะพยาม


 

เริ่มที่วัดเกาะพยาม ที่ทุกคนต้องมาไหว้สักการะสักครั้ง ไฮไลท์สำคัญของวัดคือโบสถ์กลางทะเลที่ใครมาถึงเกาะพยามก็ต้องเห็นทุกคน เพราะตั้งอยู่กลางทะเลมีดอกบัวเล็กๆ รอบโบสถ์สวยมากๆ ระหว่างทางก็มีสะพานเดินข้ามไปได้พร้อมชมวิวทะเลอีกต่างหาก สุดทางสะพานยังมีรูปปั้นท่านกรมหลวงชุมพรให้กราบไหว้เพื่อเป็นศิริมงคล ถือเป็นแหล่ง Unseen อีกอย่างหนึ่งของเกาะพยาม

ลืมบอกไปครับ ทริปนี้ผมไปเที่ยวกับเพื่อนที่ชอบเขียนรูปและเป็นนักดนตรี ตอนปาร์ตี้กลางคืนนั้นเราใช้งานเขาหนัก เช้ามาจึงต้องมีเวลาให้เขาได้มีอารมณ์ส่วนตัวของเขาบ้าง 55555 

The Bule Sky Resort หลายคนของได้ยินชื่อนี้มานาน ใช่แล้วเดอะบลูสกายรีสอร์ทที่พักสไตล์มัลดีฟส์อยู่ที่เกาะพยามนั่นเอง ทะเลจุดนี้ก็สวยมากมีหาดยื่นออกไปคล้ายทะเลแหวกเล็กๆ หากใครที่สนใจมาพักสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติม >> โดยคลิกที่นี่ <<


 

ไปต่อกันที่ View Point แห่งใหม่ของเกาะพยาม ที่สามารถเห็นวิวอ่าวเขาควายและอ่าวใหญ่คู่กันอยู่ไกลๆ ทางเข้าอยู่แถวบริเวณทางลงอ่าวเขาควาย ทางขึ้นนั้นต้องระมัดระวังพอสมควร ด้านบนมีบาร์และเครื่องดื่ม ในตอนที่พวกผมไปค่อนข้างร้อนครับ แนะนำให้ไปช่วงใกล้ๆ เย็นบรรยากาศหน้าจะชิลกว่ามาก


 

เนื่องจากกว่าจะถึงเย็นเวลามีอีกเยอะ จากการสอบถามคนพื้นที่หลายๆ คน ก็บอกว่าอ่าวกวางปีปเป็นจุดดำน้ำตื้นได้ แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ค่อยมีอะไรแล้ว ถ้าสวยๆ ต้องไปพวกเกาะกำ เกาะมากุย แต่ทริปนี้เรางบน้อยครับ พวกผมเป็นพวกยิ่งห้ามยิ่งอยากไป ไม่รอช้ารีบไปยืมหน้ากากสน็อคเกิ้ลและฟินของทางที่พัก แล้วแว้นไปอ่าวกวางปีปอีกครั้ง 
จากที่เห็นในภาพสภาพแวดล้อมด้านล่างไม่ค่อยมีอะไรจริงๆ ครับ เจอแต่ปะการังสมอง และปะการังหินต่างๆ แถมยังต้องระวังหอยเม่นตัวร้ายที่จะทิ่มเราเอา ดังนั้นจึงขึ้นฝั่งมาปูเสื่อนอนชิลเอาแรงไว้ปาร์ตี้คืนนี้  55555

เขาทะลุ หรือ หินทะลุ อีกหนึ่งจุด Landmark ของเกาะพยามที่ทุกคนต้องมาเช็คอิน อยู่แถวบริเวณอ่าวเขาควายทางตะวันตก คือหินที่เกิดจากการถูกกัดเซาะทางธรรมชาติจนเกิดเป็นโพรง ให้เดินลอดไปมาได้ หลายคนก็ใช้ช่องหินทะลุเป็นกรอบและเฟรมไว้ถ่ายภาพ จุดนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกด้วย คนที่ชอบถ่ายภาพคงถูกใจมากเพราะมุมสวยๆ มากมายถ้าหากรอแสงเย็น แต่แนะนำว่าถ้าอย่าอยู่จนมืดมาก เพราะตอนกลางคืนสองข้างถนนค่อนข้างเปลี่ยว 

  

กลับมาที่พัก Little Hut เพื่อจะไปเล่นน้ำพร้อมดูพระอาทิตย์ตกกันตอนเย็น จากที่พักเดินไปหาดประมาณ 200 เมตรไม่ไกล ส่วนตัวแล้วผมชอบบรรยากาศเย็นๆ ที่อ่าวใหญ่นะ เพราะมีคลื่นให้เล่นเซิร์ฟแบบสนุกๆ และเห็นอาทิตย์ดวงโตลาลับขอบฟ้า ถ้ามากับแฟนคงมีโมเม้นต์หวานๆ โรแมนติกมาก .. 'แต่ผมมากับเพื่อน' 


 

พอเล่นน้ำกันเสร็จแล้วก็รีบมาอาบน้ำและออกไปท่าเรือ เพราะกลัวร้านค้าและร้านอาหารจะปิดก่อน มื้อเย็นเราฝากท้องกันที่ร้าน ส้มตำแม่ไก่ ระหว่างทางออกไปท่าเรือพอดี เพราะช่วงเช้าเห็นคนเยอะมาก รสชาติถือว่าใช้ได้ครับแต่รอนานไปหน่อย จากนั้นก็ลงขันกันปาร์ตี้เหมือนเดิม พี่อาร์ตเจ้าของที่พักเขาก็ดีใจให้เรานั่งที่บาร์สนุกกันทั้งคืน (อีกแล้ว) แถมยังให้น้ำแข็งมาเพิ่มช่วยชีวิตพวกเราอีก .... ขอบคุณครับ

Bye bye ... เกาะพยาม ถึงวันที่ต้องกลับแล้วช่วงสายๆ ก็ต้องรีบออกมาจากที่พักมาที่ท่าเรือและคืนมอเตอร์ไซต์ก่อน 10 โมงเช้า เพราะเผื่อจะมีคนอื่นมาเช่ามาต่อ แล้วก็ซื้อตั๋วเรือกลับฝั่งระนองรอบบ่าย 2 โมง จากนั้นพวกผมก็เดินไปกินข้าวร้านป้าน้อยเหมือนเดิม และรอเวลาเรือออก ขากลับไม่ได้รีบมากเพราะจองตั๋วรถทัวร์ไว้แล้ว เลยเลือกเรือเมล์กลับ นั่งไปหลับไป 2 โมงก็ถึง 
 


 

พอถึงที่ท่าเรือประมาณ 4 โมงเย็น แต่จองรถทัวร์ไว้ 3 ทุ่ม และเรานัดรถ Taxi ไว้แล้ว ใช้บริการรถของ Lazy Hut ครับ ป้าคนขับเขาก็บอกว่ายังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ เลยชวนไปบ่อน้ำร้อนไหม ค่ารถคนละ 100 บาท เพราะมาระนองแล้วไม่ได้ไปแช่บ่อน้ำร้อนเหมือนมาไม่ถึงนะแกว่างั้น พวกผมก็เชื่อคนง่ายครับเพราะใจยังอยากเที่ยวอยู่ เลยไปนั่งแช่น้ำร้อนอยู่ประมาณชั่วโมง บรรยากาศก็ชิลดีเพราะอยู่ใกล้แม่น้ำและเป็นสวนสาธารณะของชาวระนอง

ก่อนที่จะขึ้นรถทัวร์ป้าแกก็พามากินขนมจีนเจ้าเด็ดของระนอง ชื่อร้านขนมจีน เจ๊ฉาย ที่อยู่ตลาดสดตรงข้ามท่ารถ บขส ขอรับรองเลยว่าอร่อยประทับใจมากๆ ทีเด็ดอยู่ที่น้ำยาปู น้ำยาอื่นๆ ก็อร่อยพร้อมกินกับใบเหลียงอ่อนเข้ากันมากๆ พออิ่มแล้วก็เดินเล่นกันที่ตลาดสดสักพักก่อนจะไปขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ
 

    เกาะพยาม ถือเป็นเพชรเม็ดงามของท้องทะเลระนอง ที่ปัจจุบันยังคงความสวยงามและธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่ ใครที่กำลังหาที่เที่ยวที่จะชาร์จแบตให้ตัวเองได้และหนีงานมาพักร้อนจริงๆ ก็อยากจะแนะนำให้พยายามพาตัวเองมาเที่ยวเกาะพยามนี่แหละ ... เพราะเป็นเกาะที่เงียบสงบมาก แม้ผมจะไปเที่ยวช่วงวันหยุดเทศกาลก็ตาม หาดไม่เต็มไปด้วยบาร์เหมือนเกาะอื่นๆ วิถีชีวิตของคนบนเกาะก็ยังคงความเรียบง่าย และอยากช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมของเกาะให้อยู่กับเราไปนานๆ เอาไว้ให้คนอื่นๆ มาเห็นสถานที่สวยๆ แบบที่เราได้เห็นบ้าง


สรุปค่าใช้จ่าย
LazyHut Kho  
อ่าวใหญ่
บังกะโลไม้ไผ่ ติดทะเล มีบาร์ คืนละ 500 / 2 คน
Littlehut
อ่าวใหญ่
ห้องพักคืนละ 800 / 2 คน เดิน 200 เมตร ถึงทะเล
ค่าเรือสปีดโบ๊ท ขาไป 350
ค่าเรือเมล์ ขากลับ 200
ค่ารถจากสายใต้ สมบัติทัวร์ 400 ไปกลับ 900
ค่ารถไปท่าเรือ 50 ขากลับ 100 
ค่าข้าว มื้อละ 60-120
ค่าเบียร์ขวดละ 65 กระป๋องละ 40
ค่าเช่ามอไซ์วันละ 200-250 น้ำมันขวดละ 40
หารกันแล้วใช้เงินไปประมาณ 4300 บาท

 

เรื่องและภาพ : จ๊ะจิงโจ้  ชิไปไหน 03