ช่วงนี้ของปีเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน หลายคนจึงวางแผนเตรียมตัวเที่ยว
แต่ความจริงแล้วการเที่ยวช่วงเทศกาลอาจไม่ใช่ทริปแห่งความสุขอย่างที่หลายคนคาดหวังเพราะต้องเจอกับมวลมหาประชาชนที่พร้อมใจกันมาเที่ยวช่วงนี้ ทั้งรถติด จองที่พักยาก จะไปร้านอาหารอร่อยๆ ก็คิวยาวเหยียดจนท้อ วันนี้ชิลไปไหนเลยจะขอแหวกกระแสพาเที่ยวทริปสั้นๆ 
จะไปก่อนหรือหลังเทศกาลก็เที่ยวสบาย เอาใจคนที่ลางานนานๆ ไม่ได้ จัดเป็นทริปสั้นๆ
3 วัน 2 คืน ใน 3 เมืองท่องเที่ยว 3 สไตล์


"เชียงใหม่ อุบลราชธานี ตรัง+สตูล"





จะสนุกสุดฟินขนาดไหนต้องไปลองตามรอยกันดูเลยจ้า!!

05

 



ทริปเชียงใหม่ 3
วัน 2 คืน
เที่ยววัดชมเวียง จิบกาแฟที่นิมมานฯ เที่ยวหมู่บ้านสุดสโลว์ไลฟ์แม่กำปอง

เดี๋ยวนี้เที่ยวเชียงใหม่เป็นเรื่องง่ายไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเป็นวันๆ มีเวลาสัก 3 วัน 2 คืน ก็เที่ยวเชียงใหม่ได้ครบรส คุ้มเวลาจริงๆ ลองมาดูตัวอย่างทริปกันค่ะ


Day 1


07:00 น. ทะยานขึ้นฟ้าออกจากกรุงเทพฯ ด้วยไฟลท์ 7:00 น. ถึงเชียงใหม่ 8:10 น. แล้วนั่งรถแท็กซี่จากสนามบินเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ บอกพี่แท็กซี่ให้เคลียร์ๆ ว่าเราจะขอแวะเอาสัมภาระไปฝากที่ล็อบบี้โรงแรมก่อน แล้วค่อยพาเราไปส่งที่เที่ยว

09:00 น. แวะเอาสัมภาระไปฝากไว้ที่โรงแรม ทริปนี้เราแนะนำ โฮเทล ยาหยี (Hotel Yayee) อยู่ซอยสายน้ำผึ้ง (ถัดจากซอยนิมมานฯ 17) แล้วนั่งแท็กซี่คันเดิมไปเที่ยว วัดพระสิงห์ ต่อเลย



10:00 น. เดินเที่ยว วัดพระสิงห์ ไหว้พระขอพร ถ่ายรูปจนจุใจ แล้วเดินเท้าไปต่อที่ วัดเจดีย์หลวงวิหาร (ห่างไปประมา่ณ 700 เมตร) โบราณสถานที่ถือเป็นไฮไลท์ใจกลางเวียง ซึมซับวัฒนธรรมแบบเหนือๆ จนถึงเวลาประมาณ 11:00 โมง ก็โบกรถแดงตามริมถนนกลับซอยสายน้ำผึ้ง(ซอยโรงแรมที่พัก) แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา Check In เข้าห้อง เราเลยจะไปเติมท้องมื้อเที่ยงกันก่อน

12:00 น. รถแดงมาส่งหน้าร้าน คั่วไก่นิมมานฯ ได้เวลาความอร่อยกับร้านคั่วไก่ขึ้นชื่อ รสดี กล่อมกลม ถูกใจทั้งนักท่องเที่ยวและคนเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน



13:00 น. อร่อยของคาวไปแล้วมาต่อด้วยของหวานที่ร้าน i-Berry ซึ่งอยู่ติดกับคั่วไก่นิมมานฯเลย สั่งเมนูไอศกรีมหรือของหวานมาทานเล่น เอนกายนอนเอกเขนก หรือจะลุกไปถ่ายรูปมุมต่างๆของร้านก็เก๋ไก๋ใช่เล่น


14:00 น. เมื่อได้เวลา Check In ก็สั่งเช็คบิล! i-Berry แล้วเดินปรี่ไปที่ Hotel Yayee ใกล้นิดเดียว(แทบจะอยู่ติดกัน) เข้าห้องพักแล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย รอเวลาแดดร่มลมตก ค่อยออกไปตะลอนเที่ยวต่อ

16:00 น. มองหารถแดงหน้าโรงแรม เรียกไปส่งตีนดอยสุเทพ แล้วนั่งรถแดงคิวตีนดอย ขึ้นไปไหว้ พระธาตุดอยสุเทพ ได้ทั้งสิริมงคล และได้ชมวิวเมืองเชียงใหม่มุมสูงในยามเย็นแสนประทับใจ

18:00 น. มาเชียงใหม่ต้องได้กินอาหารพื้นเมืองสิ กลับลงจากดอยสุเทพ มาแวะทานมื้อเย็นที่ร้าน เฮือนห้วยแก้ว ตรงตีนดอย อิ่มอร่อยแล้วเรียกรถแดงกลับที่พัก

Day 2


เช้าวันนี้ตื่นมาทานเบรคฟาสต์ที่โรงแรม อาบน้ำแต่งตัวเก็บข้าวของ เตรียม Check Out แพลนคือเราจะไปเที่ยวบ้านแม่กำปอง แล้วพักค้างคืนที่ เดอะ ไจแอนท์


11:00 น. Check Out โรงแรม แล้วเหมารถแดงไป อ.แม่ออน ตกลงราคากับคนขับให้ดีๆ ว่าเราต้องการเหมา 2 วัน ทั้งขาไปอ.แม่ออน และขากลับต้องไปส่งเราในตัวเมืองเชียงใหม่ (โดยให้คนขับค้างคืนที่แม่ออนด้วยเลย ไม่ต้องตีรถเปล่าไป-กลับตัวเมืองเชียงใหม่)

12:00 น. ระหว่างทางไปบ้านแม่กำปอง แวะทานมื้อเที่ยงที่ร้าน ธารทองลอดจ์ ร้านนี้อร่อยขึ้นชื่อ ถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ



13:00 น. อิ่มมื้อเที่ยงแล้วไปชิมกาแฟและเบเกอรี่ที่ร้าน ชมนกชมไม้ บ้านแม่กำปอง ร้านกาแฟวิวสุดว้าวที่เหล่าฮิปสเตอร์ชอบมาเช็คอินและถ่ายรูปลงโซเชียลให้คนกรุงเทพฯอิจฉา


15:00 น. เพลิดเพลินจากบ้านแม่กำปองแล้วเราก็บึ่งไปที่ เดอะ ไจแอนท์ ร้านกาแฟและที่พักบนต้นไทรป่าขนาดยักษ์ วิวภูเขาสุดชิล แถมยังมีเครื่องเล่นโหนสลิงให้ลองท้าความเสียว


18:00 น. ตกเย็นก็ไม่ต้องไปไหน เพราะที่เดอะ ไจแอนท์ มีเมนูมื้อเย็นอร่อยๆ ไว้คอยบริการแขกที่มาพัก ทานมื้อเย็นในบรรยากาศแบบนี้มันช่างฟิน


Day 3


ตื่นเช้ามาทานเบรคฟาสต์ในบรรยากาศดีเว่อร์ แล้วเตรียมตัวเก็บข้าวของ


11:00 น. Check Out จากที่พัก บ๊ายบายต้นไทรยักษ์

12:00 น. ระหว่างทางกลับเข้าตัวเมือง แวะทานมื้อเที่ยงและซื้อของฝากที่ โครงการหลวงตีนตก



14:00 น. ก่อนกลับแวะไปจิบชาชิลๆ ก่อนดีกว่า บอกรถแดงให้มาส่งที่ Thamel Coffee ตรอกเล่าโจ๊ว ใจกลางตลาดวโรรส คาเฟ่ ที่ตกแต่งได้เก๋ไก๋เหมือนคาเฟ่ในย่านทาเมลของเนปาลสมชื่อร้าน ได้รูปเก๋ๆ อีกเป็นโหล


15:30 น. ได้เวลาอำลาเชียงใหม่ เรียกรถแดงไปส่งสนามบิน เตรียม Check In ขึ้นเครื่อง

18:10 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ สายการบินนกแอร์

เรียกได้ว่าเป็นทริปที่ได้สัมผัส “เชียงใหม่” อย่างครบรส ทั้งวัดวาอาราม โบราณสถาน อาหารพื้นเมือง คาเฟ่เก๋ๆ จุดชมวิวสุดว้าว ได้เข้าใกล้ธรรมชาติ สัมผัสวิถีชุมชน และยังได้ซื้อของฝากจากโครงการหลวงติดมือกลับบ้าน เป็น 3 วัน 2 คืนที่คุ้มเวลาจริงๆ
 
 

 


เที่ยวอีสานสไตล์ฮิปๆ กับทริปอุบลฯ 3 วัน 2 คืน
ม่วนซื่นริมโขง เดินเล่นสามพันโบก-ผาแต้ม เช็คอินร้านกาแฟสุดฮิป

                                                                                                                  
อุบลราชธานี เมืองสุดฮิปแห่งอีสานที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และบางที่จัดเป็นจุดอันซีนที่จะสามารถเที่ยวได้เฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น นอกจากนี้ อุบลฯ ยังมีแหล่งแฮงค์เอาท์เก๋ๆ ชิคๆ ไม่แพ้ที่ไหน ทั้งตลาดโบราณ ร้านอาหาร คาเฟ่และร้านกาแฟสไตล์ฮิปๆ ให้เราได้ไปเดินเล่น ถ่ายรูปเช็คอินกันอีกด้วย จะมีที่ไหนบ้างไปชมกันเลยค่ะ
             
             


Day 1
 
06.00 น. ถึงสนามบินดอนเมือง เตรียมตัวขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปอุบลราชธานี

 
 
ปกติแล้วหากเดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ถึงอุบลฯ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่แนะนำให้เลือกสายการบินที่มีไฟลท์ออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ดีกว่าค่ะ เพราะเราจะได้มีเวลาเหลือไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ ซึ่งสายการบินนกแอร์ก็มีไฟลท์ออกเดินทางไฟลท์แรกตอน 07.25 น. พอดี

หากเดินทางด้วยนกแอร์ ก็สามารถโหลดแอปฯ นกแอร์ เพื่อเช็คอินก่อนเดินทางง่ายๆ สะดวกกว่า ซึ่ง
การเช็คอินล่วงหน้านั้น เราสามารถเลือกที่นั่งเองได้ก่อนอีกด้วยนะ อยากรู้ว่าโหลดแอปฯ และเช็คอินเลือกที่นั่งง่ายๆ ยังไงต้องตามไปดูที่  http://goo.gl/lHZTTg
 

ปล. สำหรับใครที่ไม่มีสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง หรือเที่ยวแบบสะพายเป้น้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. การเช็คอินล่วงหน้าในแอปฯ นกแอร์ ก็รวดเร็วประหยัดเวลา ไม่ต้องเข้าคิวเช็คอิน ถึงสนามบินแล้วเดินตัวปลิวขึ้นเครื่องได้เลยจร้า!!!
 

09.00 น. แวะทานมื้อเช้าเติมพลังกันที่ร้านเนสกาแฟ ร้านอาหารเช้าเก่าแก่คู่เมืองอุบล อิ่มอร่อยไปกับมื้อเช้าแบบชาวอุบลฯ แท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นก๋วยจั๊บญวน ขนมปิ้งหอม ไข่กระทะ โจ๊ก ข้าวต้ม และแซนด์วิช พร้อมเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลายเมนู


 
10.00 น. ออกเดินทางจากตัวเมืองอุบลฯ ผ่านอำเภอตระการพืชผล สู่ อ.โพธิ์ไทร ระหว่างทางสามารถแวะถ่ายรูป ให้อาหารเล่นกับน้องแกะน่ารักๆ ได้ที่ร้าน Concerto Cafe' ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึง อ.ตระการพืชผลได้ด้วยค่ะ


 

 
11.45 น. ถึงท่าเรือหาดสลึง บ้านปากกำหลาง ตำบลสองคอน อ.โพธิ์ไทร หากใครเริ่มหิว แนะนำให้ทานอาหารเที่ยงไปก่อนได้เลยค่ะ ซึ่งแถวหาดสลึงก็มีร้านอาหารให้เลือกมากมายหลายร้าน
 
 
13.00 น. ลงเรือหางยาวที่ท่าเรือหาดสลึง ล่องเรือชมทิวทัศน์และแหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์ริมแม่น้ำโขง มุ่งหน้าสู่หาดชมดาวเป็นที่แรก เพราะที่นี่มีหลายจุดที่สวยงามให้เราได้เดินเล่นถ่ายรูปกันมากมาย จุดขายคือ แก่งหินงาม ซึ่งช่วงฤดูน้ำลดจะพบแก่งหินรูปร่างลักษณะแปลกตา ถือเป็นหนึ่งอันซีนในช่วงฤดูแล้งเท่านั้น

 
 
14.30 น. เดินเล่นสามพันโบก ชมแกรนด์แคนยอนเมืองไทย แก่งหินขนาดใหญ่มากคล้ายภูเขากลางลำน้ำโขงที่มีแอ่งกว่า 3,000 แอ่ง ซึ่งถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่งจนมีรูปร่างแตกต่างกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปหัวใจ สุนัข หรือแม้แต่มิกกี้เม้าส์ ปกติแก่งหินเหล่านี้จะอยู่ใต้ลำน้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลาก และจะโผล่พ้นน้ำอวดความงามให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มิถุนายนทุกปี

 
 
 
15.30 น. ลงเรือไปเที่ยวหาดหงส์ เนินหาดทรายขาวละเอียดริมแม่น้ำโขง ดูเหมือนทะเลทรายขนาดย่อม ซึ่งจะสวยงามมากเป็นพิเศษในช่วงเช้าและบ่ายแก่ๆ ใครที่ชอบถ่ายภาพและรักการผจญภัยหาโอกาสมากดซัตเตอร์กันได้ที่นี่รับรองได้ภาพสวยๆ ไปอวดเพื่อนๆ แน่นอน

 
 
 
16.30 น. ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ อ.โขงเจียม ระหว่างทางอาจแวะเก็บภาพที่เที่ยวอื่นๆ แต่ถ้าอยากไปเที่ยวผาแต้ม แนะนำให้เก็บไว้เป็นทริปวันถัดไปดีกว่า เพื่อที่เราจะได้มาชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่ผาชะนะได ที่อยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้มทีเดียวพร้อมกัน
 
17.30 น. เช็คอินที่ทอแสง โขงเจียม รีสอร์ท



  
 
18.00 น. ทานอาหารเย็นที่ห้องอาหารทอแสง โขงเจียม รีสอร์ท พร้อมชมบรรยากาศแสงดาวยามค่ำคืน
 
 
 

Day 2
 
05.00 น. เดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาชะนะได



 
06.30 น. ได้ภาพสวยๆ จากแสงแรกแล้ว ก็ไปเดินเล่นชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้มกันต่อ ข้อดีของการมาเที่ยวผาแต้มช่วงเช้าคืออากาศไม่ร้อน สามารถค่อยๆ เดินลัดเลาะชมภาพเขียนแต่ละจุดได้สบายๆ

 
 
 
07.30 น. จากผาแต้ม แวะถ่ายรูปที่เสาเฉลียง ประติมากรรมชิ้นเอกจากธรรมชาติ ที่มีรูปร่างคล้ายเห็ดยักษ์ขนาดใหญ่เรียงรายกันหลายต้น

 
 
 
08.30 น. กลับไปทานมื้อเช้าที่รีสอร์ท
 
10.00 น. พักผ่อนเอาแรงเต็มที่แล้วเช็คเอาท์ ไปเที่ยวตัวเมืองโขงเจียม ชมแม่น้ำสองสีที่แม่น้ำโขงไหลมาบรรจบกับแม่น้ำมูล จุดที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสีได้อย่างชัดเจน คือ แม่น้ำโขงหน้าวัดโขงเจียม ซึ่งในเดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่เห็นความแตกต่างของสีน้ำได้ชัดเจนที่สุด
 
12.00 น. ทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารริมแม่น้ำโขง แพอารยา อิ่มอร่อยกับเมนูปลาแม่น้ำโขงสดๆ มากมาย
 

13.00 น. เดินทางกลับเข้าตัวเมืองอุบลราชธานี ก่อนกลับแวะเที่ยววัดถ้ำคูหาสวรรค์ สักการะหลวงปู่คำคนิง จุลมณี
 
14.00 น. แวะชมวิวเขื่อนปากมูล
 
15.30 น. เช็คอินเข้าที่พัก ณ นา ฮานิ บูติค โฮเทล ที่พักสไตล์ฮิปๆ ที่ผสมผสานความเป็นอีสานให้เข้ากับสไตล์ลอฟท์ดิบๆ เท่ห์ๆ ได้อย่างลงตัว และภายในบริเวณที่พักยังมี Na Na Hani Cafe คาเฟ่น่ารักๆ ให้ได้นั่งพัก จิบกาแฟ ถ่ายรูปเท่ห์ๆ และนั่งเล่นชิลๆ ด้วย

 
 
 

16.30 น. ไปเดินเล่นตลาดซืนวาน ตลาดสุดฮิปที่ดีไซน์การตกแต่งสไตล์เรทโทร (ตั้งอยู่บนถนนสถลมาร์ค วารินฯ - เดชอุดม ระหว่างแยกกกแต้และธกส.) ถ้าหากใครมาเที่ยวตรงกับวันจันทร์และอังคาร ยังโชคดีได้เดินเล่นที่ถนนคนเดินซืนวาน ช้อป ชิม ชิล สัมผัสกลิ่นไอเก่าๆ พร้อมฟังดนตรีสดอีกด้วย

 
 

 
17.30 น. ทานอาหารเย็นที่ร้านชมจันทร์ ชมวิวแม่น้ำมูล
 


Day 3 
 
08.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่ร้านปากหม้อเจ้หุ่นยนต์ ชมลีลาการทำขนมปากหม้อที่คล่องแคล่วราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ อร่อยไปกับเมนูที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งปากหม้อญวนแบบนิ่มและกรอบ ปากหม้อญวนไข่ดาวหรือไข่เจียว ทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดเข้ากันได้อย่างลงตัว
 

09.30 น. ชมศิลปะความงามของต้นเทียนพรรษา วัดศรีประดู่

 
10.30 น. ชมจิตรกรรมฝาผนัง และหอไตรกลางน้ำ วัดทุ่งศรีเมือง
 
                                   
 
11.30 น. ไหว้พระสักการะพระธาตุที่วัดหนองบัว วัดสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจคือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย นับเป็นวัดเดียวในภาคอีสานที่มีเจดีย์ลักษณะนี้

 
 
12.00 น. มาถึงอุบลฯ ทั้งที ต้องไม่พลาดไปกินอาหารอีสานสุดแซ่บที่ ร้านส้มตำน้ำโจ๊ก ร้านส้มตำร้านเด็ดประจำเมืองอุบลฯ ที่ขายมานานกว่า 30 ปี มีทั้งตำไทย ตำลาว ตำปู นอกจากนี้เมนูอื่นๆ อย่างไก่ย่าง หมูย่าง ปลาเผา ต้มแซบกระดูก ลาบปลา ซึ่งต้องขอบอกว่าห้ามพลาด เพราะอร่อยเด็ดทุกเมนู
 

13.00 น. ใครที่เป็นขาช็อปและชอบซื้อสินค้าไอเดียเก๋ๆ ต้องแวะไปที่ร้านระหว่างทาง เพราะสินค้าทุกชิ้นมีกลิ่นอายของความเป็นอีสานอย่างชัดเจน ทั้งผ้าซิ่น ผ้าไหมทอมือ เสื้อ กางเกง เทียนหอมข้าวเหนียว ตุ๊กตาถักผู้บ่าวผู้สาว กระเป๋าผ้าฝ้ายย้อมคราม สมุดโน้ตลายงาม และโปสต์การ์ดข้อความภาษาถิ่นซึ่งสามารถส่งได้ทันที เพราะมีตู้ไปรษณีย์อยู่หน้าร้าน น่าจะถูกใจคนชอบเขียนโปสการ์ดไม่น้อย
 
14.00 น. สำหรับคนที่เป็นคอกาแฟ รับรองสนุกกับการตระเวนเช็คอินคาเฟ่เก๋ๆ สไตล์ฮิปๆ ที่มีอยู่มากมายในตัวเมืองอุบลฯ ถ้าชอบร้านเล็กๆ อบอุ่นมีกลิ่นอายฮิปสเตอร์นิดๆ แนะนำร้านเฮด Café คาเฟ่เท่ห์ๆ ในบรรยากาศบ้านไม้เก่า หรือถ้าใครไม่ดื่มกาแฟ แนะนำร้านร้านนมนัวร์ คาเฟ่สวยๆ การตกแต่งน่ารักๆ สีสันสดใส ที่มาพร้อมคอนเซปต์เก๋ๆ ชักชวนให้คนมาดื่มด่ำรสชาติความอร่อยไปกับเมนูเครื่องดื่มนมที่มีให้เลือกมากมาย



 

15.30 น. เลือกซื้อของฝากขึ้นชื่อเมืองอุบลที่ร้านหมูยอดาวทอง ซึ่งมีทั้งหมูยอเห็ดหอม หมูยอสมุนไพร หมูยอ หนัง หมูยอธรรมดา นอกจากนี้ยังมีหมูแดดเดียว น้ำพริกปลาย่าง แหนมปลาส้ม และอื่นๆ อีกมากมาย
 
17.00 น. กลับกรุงเทพฯ ด้วยสายการบินนกแอร์






ทริปสุดปัง! “เที่ยวตรังและสตูล” 3 วัน 2 คืน

ทริปนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อย แต่อยากเที่ยวแบบคุ้มๆ ทีเดียว 2 จังหวัด เราจึงจับเมืองท่องเที่ยวบรรยากาศสุดชิลอย่างตรังและสตูลมาเข้าคู่กัน กลายมาเป็นทริปสุดปัง!! ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักสองเมืองท่องเที่ยวที่เป็นสวรรค์น้อยๆ แห่งอันดามันคู่นี้

 
Day 1

7.20 น.   เดินทางไปจังหวัดตรังโดยสายการบินนกแอร์

9.30 น.   มาถึงถิ่นตรังทั้งที ต้องไม่พลาดไปทานมื้อเช้าแบบคนตรังที่ร้านติ่มซำพงษ์โอชา 2

 
 

10.30 น. เรียกตุ๊กตุ๊กหัวกบพาเที่ยวรอบเมือง และไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าท่ามก๋งเยี่ย ตุ๊กตุ๊กหัวกบเป็นสามล้อเครื่องสุดคลาสสิกประจำเมืองที่อยู่คู่ชาวตรังมากว่า 50 ปี และไม่มีวันตกยุค
 
 

13.00 น. ลงเรือที่ท่าเรือปากบาราไปเกาะหลีเป๊ะ พร้อมทานอาหารกลางวันบนเรือ
 
 

16.00 น. เช็คอินที่บันดาหยาวิลล่า เดินเล่นพักผ่อนริมน้ำหน้าหาด
 


18.00 น. ทานมื้อเย็นที่ร้านรักษ์เล

19.30 น. พักผ่อนชิลๆ เตรียมตัวไปดำน้ำวันพรุ่งนี้กัน!!
 

Day 2

08.00 น. ทานอาหารเช้าที่รีสอร์ท

09.00 น. ตะลุยหมู่เกาะอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ชมความมหัศจรรย์ของเกาะหินซ้อน ดำน้ำชมปะการัง ดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูนที่เกาะไผ่

 
 
 
11.30 น. พักกลางวันที่เกาะรอกลอย ทานมื้อเที่ยงท่ามกลางบรรยากาศน้ำทะเลสีฟ้าใส ใต้ท้องฟ้าสีคราม ดำน้ำเพลิดเพลินไปกับฝูงปลา ถ่ายรูปเช็คอินสวยๆ
 
 

13.00 น. ดำน้ำต่อที่เกาะยาง ชมความงามของเกาะหินงาม ตื่นตาไปกับปะการังเจ็ดสีที่ร่องน้ำจาบัง ปิดท้ายทริปที่เกาะอาดัง เดินเล่นชายหาดสีขาว ดำน้ำชมปะการัง
 

16.30 น. กลับที่พัก พักผ่อนให้หายเหนื่อยสักแป๊บ จะนอนชิลริมทะเล ฟังเสียงคลื่น หรืออ่านหนังสือเล่มโปรดก็ชิลไม่แพ้กัน

18.00 น. เดินเล่นชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น



19.00 น. ไปหามื้อเย็นอร่อยๆ ทานที่ถนนคนเดินหลีเป๊ะ ชิลไปกับสีสันยามค่ำคืน

21.00 น. ตะลอนเที่ยวมาทั้งวัน เหนื่อยจัง..ได้เวลาพักผ่อนกันแล้ว
 

Day 3

07.00 น. ทานมื้อเช้าที่รีสอร์ทก่อนออกเดินทาง

09.00 น. ลงเรือกลับฝั่งจังหวัดสตูล

11.30 น. จัดหนักมื้อกลางวันที่ร้านมะหลวย หรือ
ชิมอาหารคู่เมืองสตูลที่ร้านโรตีบังฟาน

 

12.30 น. เดินทางไปสนามบินตรัง และอย่าลืมเลือกซื้อเค้กเมืองตรัง ของฝากขึ้นชื่อ (และอร่อย) ถูกใจทุกคน
 

16.00 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์


03
และนี่ก็เป็นตัวอย่างทริปเที่ยวสั้นๆ แบบ 3 วัน 2 คืน ที่เที่ยวได้ง่ายๆ ไม่ต้องรอวันหยุดยาว เรียกได้ว่าเที่ยวก่อนหรือหลังเทศกาลฟินกว่าจริงมั้ยล่ะคะ แถมยังไม่ต้องวุ่นวายกับมหาชนนักท่องเที่ยวอีกด้วย และเพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกอีกขั้น ใครที่เดินทางด้วยนกแอร์ สามารถโหลดแอพฯ นกแอร์ เพื่อเช็คอินก่อนเดินทาง สะดวกกว่า ที่สำคัญยังเป็นการหลีกเลี่ยงการต่อคิวที่สนามบิน จะได้มีเวลาชิลมากขึ้นยังไงล่ะคะ