เกาะล้าน คือหนึ่งเกาะที่เกียร์กระปุกชอบมากๆ เพราะใกล้กรุง เดินทางสะดวก และมีชายทะเลที่สวย น้ำใส  และวันนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เกียร์กระปุกเลือกเดินทางไปเกาะล้านเพื่อพักกายพักใจที่มันเหนื่อยล้ากับเพื่อนสาวสองคน...

 ก่อนเดินทางเราเลือกที่พักไว้หลายที่ ซึ่งสุดท้ายเราทั้งสองคนสรุปว่าเราจะไปพักที่ เกาะล้าน ริเวียร่า ซึ่งเป็นที่พักที่เราไม่เคยไปเลย แต่ทำเลใกล้ท่าหน้าบ้าน เดินทางสะดวก ใกล้กับหาดตายาย และที่สำคัญ พี่เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทแนะนำเราดีมากๆ เราทั้งสองเลยตัดสินใจไปพักทีนี่กันค่ะ...

 
hum

 

เราขับรถออกจากกรุงเทพฯ กันแต่เช้ามาถึงท่าเรือแหลมบาลีฮายในช่วงสายๆ และจับเรือรอบเที่ยงเพื่อเดินทางไปยังเกาะล้าน ค่าเรือที่นี่เพียง 30 บาทเท่านั้นค่ะ ในเรือจะมีชูชีพวางไว้บนที่นั่งครอบคลุมผู้โดยสาร วันที่เราไปเป็นวันธรรมดาคนเลยไม่เยอะเท่าไร ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงเกาะล้านแล้วค่ะ



พอมาถึงเราก็โทรหาคนดูแลที่พักที่น่ารักมากๆ ส่งรถคันนี้มารับเราเราที่ท่าหน้าบ้าน ซึ่งจากท่าหน้าบ้านรถวิ่งไปไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงที่พักแล้วค่ะ
 

 
 
ถึงแล้วค่ะ เกาะล้านริเวียร่า เข้ามาก็ประทับใจในความร่มรื่นของที่พัก และบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ไม่ดูอึดอัดวุ่นวายเหมือนบริเวณท่าหน้าบ้าน โดยตัวที่พักเขามีทั้งหมด 2 อาคาร และกำลังสร้างอยู่อีกหนึ่งอาคาร อาคารที่เรานอนจะเป็นอาคาร 2 ชั้น สีเหลือง มีต้นหูกระจง และต้นไม้มากมายปลูกไว้อย่างร่มรื่น มีห้องพักทั้้งหมด 8 ห้อง ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี่ค่ะ 

 

พี่เจ้าหน้าที่ออกมาต้อนรับเราอย่างเป็นกันเอง และพาเราไปชมห้องพักซึ่งห้องพักของเราจะอยู่บริเวณชั้นล่าง เกียร์กระปุกจองห้องพักมาในราคา 1,500 บาท ซึ่งราคานี้จะรวมค่าเช่ามอเตอร์ไซค์และอาหารเช้าให้ด้วย  หรือต้องการแค่มอเตอร์ไซค์เพิ่มก็เพิ่มเงินเพียง 300 บาทเท่านั้น ราคานี้เกียร์กระปุกคิดว่าถูกมากๆ เพราะเทียบกับห้องพักที่เรามาพักนั้นดีเกินราคาเลยค่ะ ห้องกว้างขวาง และยังใหม่ สิ่งอำนวยความสะดวกครับครันทั้ง เตียงขนาด 6 ฟุต ทีวีแอลซีดี เคเบิ้ลทีวี ตู้เย็น มินิบาร์ ตู้เสื้อผ้า ระเบียงส่วนตัว เครื่องปรับอากาศ น้ำดื่ม ผ้าขนหนู แชมพู สบู่เหลว เครื่องทำน้ำอุ่น Wifi ครบถ้วนมากๆ ทางพี่เจ้าหน้าที่ยังบอกเราอีกว่าถ้าต้องการไดร์เป่าผมสามารถแจ้งที่ล็อบบี้ได้เลย 

  

ภายในห้องน้ำก็กว้างขวาง ใหม่ สะอาดมากๆ ค่ะ

 

โดยห้องพักในโซนชั้นล่างจะเรียกว่าโซนสีเขียว มีพื้นที่ 24 ตารางเมตร วันนี้เรามาถึงเร็วและลูกค้าไม่เยอะเท่าไร พี่เจ้าหน้าที่เลยใจดีเปิดห้องพักแบบต่างๆ ให้เราได้เข้าไปถ่ายรูปสวยๆ มาฝากเพื่อนๆ โดยห้องที่เราแอบไปชมเป็นห้องพักชั้นเดียวกับเราค่ะ ตกแต่งคล้ายๆ กันแต่ห้องนี้จะมีเตียงเสริมเอาไว้ให้ โดยเตียงเสริมจะเพิ่ม 500 บาท 

  

พี่เจ้าหน้าที่ถามเราว่าอยากขึ้นไปชมห้องชั้นบนไหม เราสองคนก็ไม่รอช้าเลยขออนุญาตขึ้นไปชมห้องชั้นบน โดยในส่วนชั้นบนจะเป็นโซนสีครีมสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ด้วยค่ะ

  

จากมุมระเบียงสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ค่ะ แต่ไม่ชัดมากเท่าไร

 

ห้องชั้นบนเตียงสีส้มตกแต่งสบายตาน่านอนมากๆ

  

จากระเบียงชั้น 2 มองลงไปจะเห็นต้นไม้ขึ้นรถครึ้มร่มริ่นสบายตามากๆ มีลมเย็นๆ จากทะเลพัดเอาไอทะเลเบาๆ มาหาเรา

 

ส่วนตัวอาคารฝั่งตรงข้ามจะเป็นส่วนของห้องอาหารและล็อบบี้ซึ่งจะอยู่บริเวณชั้น 1 ส่วน ชั้นสองจะเป็นส่วนของห้องพัก และยังมีชั้นดาดฟ้าให้เราได้นั่งชิลชมวิวทะเลด้วย พี่เจ้าหน้าที่คงเห็นเราชะเง้อคอมองอยู่นานเลยใจดีพาเราไปชมห้องพักฝั่งโน้นอีกด้วย

     
พี่เจ้าหน้าที่ล่าให้ฟังว่าอาคารนี้เพิ่งสร้างใหม่ได้ไม่นาน โดยด้านบนจะมีห้องพัก 3 ห้องเท่านั้น ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นโดยจะเรียกว่าโซนไอเวอรี่ แต่ละห้องมีพื้นที่ 24 ตารางเมตร

 

เปิดประตูเข้ามาก็ชอบเลยค่ะ เพราะตกแต่งได้โมเดิร์นน่านอนมากๆ ทั้งการเลือกลายวอล์เปเปอร์ การเลือกผ้าปูที่นอน โคมไฟ กรอบรูปเข้ากันได้ดีมากๆ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เราแอบกระซิบพี่เจ้าหน้าที่ว่าคราวหน้ามาขอห้องนี้นะคะ
 
 

และที่ชอบมากๆ คือระเบียงกว้างมากๆ สามารถมองเห็นวิวทะเลได้ด้วย

 

ห้องน้ำสะอาด ใหม่

 

ส่วนห้องนี้เป็นห้องใกล้ๆ กัน ตกแต่งคล้ายๆ กัน แต่จะแตกต่างที่โทนสี ภาพวอลล์เปเปอร์ ผ้าปูทีนอน และกรอบรูป

   

พอชมห้องพักเสร็จเราก็เดินไปชมวิวสวยๆ บนชั้นดาดฟ้า ซึ่งพระอาทิตย์กำลังลาลับไปนอนหลังภูเขา อากาศเย็นๆ และลมทะเล เหมาะกับการนั่งชิลมากๆ เลยล่ะค่ะ

 

จากดาดฟ้าสามารถมองเห็นวิวทะเลและฝั่งพัทยาได้อีกด้วย ตอนเช้าตรงนี้จะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงามมากๆ ส่วนใครอยากมานั่งชิลปาร์ตี้เบาๆ บนดาดฟ้า ก็สามารถขึ้นมาใช้ได้แต่อาจจะระวังเรื่องเสียงไม่ให้รบกวนลูกค้าท่านอื่น

 

พอเดินลงมาปุ๊บพี่เขายังบอกกับเราว่า ที่นี่มีบ้านเดี่ยวด้วยนะ สนใจอยากไปชมไหม บอกมาขนาดนี้เราจะรีบปฏิเสธได้อย่างไรคะ ว่าแล้วก็รีบเดินตามไปชมเลย ซึ่งตัวบ้านเดี่ยวจะมีเพียงหลังเดียวเท่านั้น ตัวบ้านใช้โทนสีส้มอ่อน ด้านหน้ามีระแนงไม้เลื้อย มีต้นเล็บมือนางกำลังเลื้อยอยู่ด้านบน ออกดอกสีชมพู ยิ่งทำให้บ้านหลังนี้น่ารักมากๆ เลยค่ะ

 

ด้านในสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่เตียงจะเล็กกว่าห้องอื่นหน่อย เพราะเตียงห้องนี้จะมีขนาด 5 ฟุต และไม่สามาถเสริมเตียงได้ ใครอยากพักบ้านเป็นหลังก็รีเควสห้องนี้กันได้เลยค่ะ 

  

หลังจากเดินชมห้องพักจนครบแล้วเราก็ไปเดินชมบริเวณห้องอาหารและล้อบบี้ซึ่งเขาจะมีอาหารเช้าบริการตอนเวลา 8.00-10.00 น. เป็นแบบ อเมริกัน เบรคฟาสท์ โดยเขาจะเสิร์ฟมาให้เราเป็นชุดๆ นอกจากนี้ยังมีขนมปัง ชา กาแฟ ซึ่งใครที่ไม่ได้จองแบบรวมอาหารมาก็สามารถมาทานอาหารว่างที่นี่ได้เหมือนกันค่ะ

 

เกียร์กระปุกชอบห้องอาหารที่นี่มากๆ เขาตกแต่งได้น่ารัก อบอุ่น เหมือนครัวของบ้านที่มีคุณแม่ทำอาหารอร่อยให้ทาน

 

ส่วนอาหารเย็นที่นี่จะไม่มีบริการนะคะ แต่สามารถสั่งจากร้านด้านนอก ซึ่งตอนนี้ร้านต่างๆ ในเกาะล้านเขาจะมีบริการปิ้ง ย่าง ซีฟู้ดให้ฟรีแถมยังมีบริการส่งถึงที่พักอีกด้วย ก็สามารถนำอาหารมาทานบริเวณนี้ได้ ส่วนห้องอาหารจะปิดตอนเวลา 23.00 น. โดยที่นี่ไม่ให้นำอาหารกลิ่นแรงเข้าไปทานในห้องพักค่ะ ใครอยากทานก็สามารถมาทานที่นี่โดยจะมีพนักงานคอยบริการ จาน ช้อน ส้อม ให้อีกด้วย

 

บรรยากาศที่พักในยามค่ำคืนเมื่อเขาเปิดไฟทำให้ที่นี่ยิ่งสวยมากขึ้น

 

ห้องพักของเราสองคนค่ะ บรรยากาศน่านอนมากๆ

 

คืนนี้เราเลือกไปทานอาหารเย็นบริเวณร้านอาหารริมทะเลซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับที่พักสามารถเดินไปยังร้านได้เพียง 50 เมตรเท่านั้น

 


โอยยย อยากเปลี่ยนเพื่อนสาวข้างๆ เป็นหนุ่มๆ จังเลยจะได้อิงแอบ ท่ามกลางแสงเทียน และทะเลในยามค่าคืน
  
หลังจากทานอาหารและดื่มด่ำกับบรรยากาศเรียบร้อยแล้วเราสองคนก็เดินกลับไปนอนพักที่บ้านพัก คืนนี้หลับสบาย ฝันดี อิ่มทั้งท้องและอิ่มทั้งใจที่ได้พักที่พักน่ารักแบบนี้

 ตอนเช้าเราสองคนตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6 โมงเช้าเพื่อที่จะไปเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเล พอเดินมาเจอภาพแบบนี้ตรงหน้าเราทั้งสองคนที่กำลังงัวเงียขี้ตาก็ตื่นทันทีเลยค่ะ เพราะภาพที่เห็นมันสวยงามและประทับใจมาก ที่เขาว่ากันว่าคนตื่นเช้านั้นจะได้เจอแต่สิ่งดีๆ กว่าคนที่นอนตื่นสายก็แบบนี้นี่เอง

 
   

เราทั้งสองคนนั้นมองพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ โผล่ขึ้นมายามเช้า พร้อมกับภาพของเรือประมงที่ลอยลำอยู่กลางทะเล เป็นภาพที่เราไม่สามารถหาเจอได้ในเมืองหลวง

   

หลังจากนั่งมองพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้ามาแล้ว เราทั้งสองก็ตัดสินใจว่าจะขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์บนชั้นดาดฟ้าของที่พักดูกัน ลองไปชมกันสักหน่อยดีกว่าว่าจะสวยแค่ไหน 
 
พอขึ้นมาก็พบกับวิวสวยๆ แบบนี้ที่เมื่อวานเรานั่งตรงมุมนี้แล้วชมพระอาทิตย์ลาลับไปด้านหลังของภูเขา และตอนนี้ในที่เดียวกันเราสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อีกด้วย เป็นความโชคดีของเราทั้งสองคนเลยค่ะที่ได้มาพักที่นี่ และได้ชมวิวสวยๆ แบบนี้



อิ่มจากวิวแล้วก็ถึงเวลาอาหารเช้า ซึ่งเขาจะเสิร์ฟอเมริกัน เบรคฟาสท์ ทั้ง ไข่ดาว ไส้กรอก แฮม สลัด เฟรนช์ฟรายด์ พร้อมกับน้ำส้มหนึ่งแก้ว และยังมีขนมปัง กาแฟ ให้เติมได้ไม่อั้นอีกด้วย

 

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จก่อนกลับเราก็ขอแว้นรถมอเตอร์ไซค์ของเกาะล้านริเวียร่าไปเที่ยวที่หาดตายาย ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับเกาะล้าน ริเวียร่า ขับรถไม่ถึง 10 นาทีก็ถึง ซึ่งทางไม่น่ากลัว ไม่ชัน ขับได้สบายมากๆ ค่ะ

 หาดตายายเป็นหาดเล็กๆ ที่เราประทับใจมากๆ เพราะคนไม่เยอะ น้ำทะเลใส หาดทรายสีขาว แถมมีกิจกรรมบานาน่าโบ๊ทให้เราได้เล่นด้วย ซึ่งใครสนใจก็สามารถติดต่อทางพี่เจ้าหน้าที่ของริเวียร่าได้ค่ะ

   

ทริปเกาะล้าน ทริปสั้นๆ แค่ 2 วัน 1 คืนแต่ได้รับความสุขไปเต็มๆ
 คราวหน้าถ้าเกียร์กระปุกมาเกาะล้านอีกครั้งก็คงจะกลับมาพักที่เกาะล้านริเวียร่าอีกแน่นอนค่ะ
 เพราะความน่ารักของที่พัก ความน่ารักของพี่ๆ ที่เกาะล้านริเวียร่าทำให้เราอยากกลับมาที่นี่อีกครั้ง
 แล้วเจอกันอีกครั้ง...เกาะล้านริเวียร่า


ที่ตั้ง : 170/26 หมู่ 7 เกาะล้าน ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 
โทร. 097-2379585 , 095-5253985
www.kohlarnriviera.com

 
เรื่องโดย หมอนขนเป็ด
ภาพโดย ชินวัฒน์