หลายคนอาจจะรู้จักญี่ปุ่นแค่เพียงการไปช้อปปิ้ง ไปชิมปลาดิบ ไปดูฟูจิซัง แล้วไปถ่ายเซลฟี่กับซากุระ แต่รู้ไหมคะว่าญี่ปุ่นนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่เราอาจจะไม่เคยรู้จัก วันนี้ชิลไปไหนจะพาไปทำความรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นสุดอันซีนที่แนะนำโดยองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) กับแคมเปญ “Japan Story เปิดประสบการณ์ เที่ยวญี่ปุ่นมุมมองใหม่ ”
ลองตามไปชมกันเลยว่าจะมีที่ไหนบ้าง
 
 





 

 
ปราสาทนกกระเรียน สึรุกะ ฐานที่มั่นสุดท้ายของเหล่าซามูไรสุดเท่ห์แห่งเมืองไอสึ มหากาพย์แห่งศักดิ์ศรีของซามูไรได้เกิดขึ้นที่นี่   ร่องรอยประวัติศาสตร์ของความกล้าหาญยังคงครุกรุ่นอยู่ในใจชาวเมืองทุกคน    นอกจากเรื่องราวที่เป็นตำนานแล้ว ปราสาทนกกระเรียน 5 ชั้นที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1384 หลังนี้   ยังเต็มไปด้วยมนต์ขลังและข้อมูลที่น่าสนใจซึ่งถูกเก็บรวบรวมไว้ในตัวปราสาท แม้ตัวปราสาทแต่เดิมจะถูกทำลายโดยรัฐบาลสมัยเมจิในปี ค.ศ.1874  แต่ภายหลังก็มีการสร้างขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1965  โดยยังคงไว้ซึ่งรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบดั้งเดิม   โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะโปรยปรายปกคลุมตัวปราสาท ยิ่งสวยงามเกินบรรยาย ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สามารถชมซากุระกว่า 1,000 ต้นในสวนของปราสาท ซึ่งถือเป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น



จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ JR Yamabiko Shinkansen ไปลงที่สถานี JR Koriyama จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย JR Banetsu Saisen แล้วลงที่สถานี JR Aizu-wakamatsu ต่อรถบัส 15 นาที ลงป้าย Tsurugajo-kitaguchi

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.yokosojapan.org/th/japanstory/Tsuruga_Castle.php

 


 

 
ในญี่ปุ่นมีหมู่บ้านอนเซ็นมากมาย ทว่ามีเพียงไม่กี่แห่งที่ยังคงรูปแบบการให้บริการแบบดั้งเดิม คุโรยุอนเซ็นแห่งจังหวัดอาคิตะคือหนึ่งในนั้น ที่นี่คืออนเซ็นเอาท์ดอร์ท่ามกลางหุบเขาที่เปิดให้บริการมากว่า 340 ปี ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมโบราณแบบดั้งเดิม ซึ่งไม่เพียงแค่ตัวเรือนไม้ที่เป็นจุดขายเท่านั้น ที่นี่ยังให้ความสำคัญกับการบริการตามแบบแผนดั้งเดิม ซึ่งไม่ใช่แค่ความพิเศษของอาหารและรูปแบบการบริการ แต่ยังรวมไปถึงรูปแบบการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ลองมานอนฟังเสียงธรรมชาติแช่อนเซ็นสีน้ำนมและทานอาหารอร่อยที่คุโรยุอนเซ็นแห่งนี้คุณก็จะได้สัมผัสช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่พิเศษที่สุด
 


 
1.จากสถานี JR Tokyo หรือสถานี JR Ueno ไปยังสถานี JR Tazawako โดยขึ้นรถไฟสาย JR Akita Shinkansen (Komachi) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัสที่จะไป Nyuto Onsen-kyo อีกประมาณ 50 นาที
2.จากสนามบิน Akita ไปยังหมู่บ้านนิวโตอนเซ็น นั่งรถ Akita Airport Liner ใช้เวลา 2 ชั่วโมง (ต้องจองรถล่วงหน้า)
 
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.yokosojapan.org/th/japanstory/Kuroyu_Onsen.php
 




 
 
 
สวนดอกไม้ไซส์ยักษ์บนเนินเขาริมทะเล ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 1,900,000 ตารางเมตร ไฮไลต์ของสวนดอกไม้ฮิตาจิ ซีไซด์ พาร์คแห่งนี้อยู่ใน 2 ช่วงฤดูสำคัญ คือสวนสวรรค์สีฟ้าที่เต็มไปด้วยดอกเนโมฟิลา (Nemophila) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Baby Blue Eyes กว่า 4,500,000 ดอก ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กลมกลืนไปกับบรรยากาศของท้องฟ้าและมหาสมุทร ขณะที่พุ่มโคเกีย (Kochia scoparia) กว่า 32,000 ต้น จะทำให้เนินดอกไม้กลายเป็นสีแดงสดใสในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เสมือนหนึ่งได้เดินเล่นอยู่ในสวนสวรรค์ยังไงยังงั้น



เดินทางจากโตเกียว เริ่มต้นที่สถานี JR Ueno ขึ้นรถไฟสาย Joban ขบวนด่วนพิเศษ ใช้เวลา 70 นาที แล้วลงที่สถานี JR Katsuta เดินออกทางประตู East Exit แล้วไปต่อรถบัส Ibaraki Kotsu ที่ป้ายรถหมายเลข 2 นั่งไปอีกประมาณ 20 นาที แล้วลงที่ป้าย Kaihin Koen Nishiguchi ก็จะถึงสวน (หรือถ้านั่งแท็กซี่จากสถานี JR Katsuta จะใช้เวลา 15 นาที)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่  http://www.yokosojapan.org/th/japanstory/Hitachi_Seaside_Park.php

 






 
อีกหนึ่งโมเดลปลุกเมืองให้โลกตะลึงจากความสร้างสรรค์ของชาวบ้านเมืองอินาคะดาเตะ (Inakadate) ชุมชนชาวนาแห่งจังหวัดอาโอโมริ พวกเขาเปลี่ยนท้องนาธรรมดาให้กลายเป็นผืนผ้าใบสำหรับงานศิลป์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าทันโบะอาร์ต (Tanbo Art) พร้อมสร้างสรรค์ลวดลายสุดวิจิตรตระการตาในกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นบนผืนแปลงเดียวกัน เกิดเป็นงานศิลป์มหัศจรรย์จากรวงข้าวให้ชาวโลกได้ชมในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว จนกลายเป็นประเพณีประจำเมืองที่ทำต่อเนื่องกันมานาน 20 กว่าปีแล้ว



1. จุดชมศิลปะบนนาข้าวใกล้ที่ทำการหมู่บ้าน : จากสถานี JR Hirosaki เดิน 1 นาที จะถึงสถานี Konan Railway Hirosaki (Konan Line) นั่งรถไฟ 25 นาที ลงที่สถานี Inakadate แล้วต่อแท็กซี่ 5 นาที จะถึง Inakadate-mura Observation Platform
 
2. จุดชมศิลปะบนนาข้าวใกล้สถานี Tamboato : จากสถานี JR Hirosaki เดิน 1 นาที จะถึงสถานี Konan Railway Hirosaki (Konan Line) นั่งรถไฟ 23 นาที แล้วลงที่สถานี Tamboato
 
หมายเหตุ มีบริการรถรับส่งในช่วงเดือนที่มีการแสดงทันโบะอาร์ต โดยรถจะวิ่งไปมาระหว่างระหว่างจุดชมศิลปะบนนาข้าวทั้งสองแห่ง คือระหว่างหอคอย Inakadate observation platform และหอคอย Yayoi no Sato observation platform

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่  http://www.yokosojapan.org/th/japanstory/Inakadate_Village.php

 
 

 
หมู่บ้านโกคายามะในจังหวัดโทยามะ คือหมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันแสนสวยงามและเงียบสงบ เสมือนหนึ่งว่านาฬิกาได้หยุดเดินไปแล้วที่หมู่บ้านแห่งนี้  จุดเด่นของหมู่บ้านแห่งนี้คือ กับการออกแบบหลังคาให้มีความชันถึง 60 องศา จนมีลักษณะที่ดูคล้ายการพนมมือ  ภูมิปัญญาที่ยอดเยี่ยมของชาวบ้านนี่เองที่ทำให้หมู่บ้านกลางหุบเขาแห่งนี้ผ่านฤดูกาลที่แสนยากลำบากและอยู่มานานกว่า 100 ปี



1. จาก JR Tokyo ขึ้นรถไฟสาย JR Hokuriku Shinkansen ไปลงที่สถานี JR Shin Takaoka ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นต่อรถบัส Kaetsuno Bus ไปลงที่ป้าย Ainokura (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) หรือลงที่ป้าย Suganuma (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที)
 
2. จากหมู่บ้าน Shirakawa-go สามารถนั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Ainokura (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) หรือลงที่ป้าย Suganuma (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)
 
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่  http://www.yokosojapan.org/th/japanstory/Gokayama.php
 
เป็นอย่างไรบ้างคะได้รู้เรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ของญี่ปุ่นแบบนี้อยากจะเก็บกระเป๋าไปเที่ยวกันหรือยัง ส่วนถ้าใครอยากไปญี่ปุ่นแบบฟรีๆ สบายๆ ตอนนี้ทางองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ได้จัดกิจกรรม “Your Japan Story”  เพียงแค่คุณมาแชร์เรื่องราวและรูปภาพจากการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ประทับใจของคุณผ่านเว็บไซต์ www.japanstory.org ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น 1 รางวัล (2 ที่นั่ง) แบบฟรี ๆ ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน - 31 ตุลาคมนี้ 
 
ต่อด้วยกิจกรรมให้คุณได้ลุ้นไปนอนแช่อนเซ็นฟรีๆ ที่ญี่ปุ่นอีกด้วยกับกิจกรรม  “ Share Japan Story ชวนแชร์ลุ้น Onsen ฟรี ” สำหรับชาวโซเชียลที่ชอบไลค์ชอบแชร์ เพียงแค่เข้ามาอ่านเรื่องราว17 สถานที่ท่องเที่ยวมุมใหม่ๆในญี่ปุ่นจากเว็บไซต์ www.japanstory.org  แล้วกดแชร์ลงในหน้า Facebook ของคุณ ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับ Gift Voucher ไปนอนแช่อนเซ็นกันแบบชิลล์ๆ มีให้ลุ้นกันถึง 10 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 450 บาท ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน - 31 ตุลาคมนี้ 
 
ยังไม่หมดเท่านั้นกับกิจกรรม “ Japan QUIZCOVERY!! ” หลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่น่าสนใจทั้ง 17 เรื่องในเว็บไซต์  www.japanstory.org  เรียบร้อยแล้วก็ลองมาเล่นเกมส์วัดกึ๋น ตอบคำถามสนุกๆ ทายรูปภาพจากทั้ง 17 เรื่อง ผู้ที่ตอบคำถามได้ถูกครบทุกข้อภายในเวลาที่กำหนด จะได้สิทธิ์ในการลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น 1 รางวัล (2 ที่นั่ง ) แบบฟรีๆ ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 ตุลาคมนี้
 
ใครที่อยากลุ้นรางวัลไปเที่ยวญี่ปุ่นฟรีๆ แบบนี้ก็ไปติดตามกันได้เลยที่  www.japanstory.org แล้วคุณจะรู้ว่าญี่ปุ่นมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด