เมื่อไม่นานมานี้ บรรดาเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวทำการประกาศ 10 รายชื่อเมืองที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลก ประจำปี 2015 จากผลโหวตของบรรดานักเดินทางไปแล้วเรียบร้อย แถมยังดูน่าประหลาดใจเล็กๆ เมื่อลอนดอนที่น่ารัก ปารีสที่แสนสงบสุข และนิวยอร์กที่เป็นระเบียบกลับไม่ติดอันดับซะนี่ อย่างไรก็ตามทั้ง 10 เมืองที่ถือได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในตัวเองอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้นักเดินทางหลายคนลงคะแนนโหวตให้อย่างไม่ลังเล ที่สำคัญ ณ สถานที่แห่งนั้น  เมื่อได้หลงเข้าไปแล้ว มันจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้ราวกับถูกเวทมนต์สะกดเลยทีเดียว!


เกียวโต , ญี่ปุ่น

 
       หากต้องการดูบ้านเกิดที่แท้จริงของเกียวโต  หรือบางทีอาจจะเป็นบ้านเกิดของสังคมญี่ปุ่น คุณจะต้องไปที่ศาลเจ้า Shimogamo ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโตที่แรกในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นปนโรแมนติกของที่นี่ ที่สำคัญเกียวโตยังเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 794 ถึง 1868 อีกด้วย และเพราะนี่คือที่จักรพรรดิอาศัยอยู่ จึงทำให้ยังมีบางพระราชวังที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมอย่าง พระราชวังอิมพีเรียลเกียวโตอันโด่งดัง ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมถึงครองอันดับ 1 ในใจหลายคนไปอย่างง่ายดาย
 
 

ชาร์ลตัน , สหรัฐอเมริกา


 
       ชาร์ลตันในรัฐเซาท์แคโรไลนา อาจจะไม่ได้ถูกพูดถึงบ่อยเช่นเดียวกับเมืองอื่นทั่วโลก แต่กลับได้รับการโหวตเป็นเมืองที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในปี 2015 คุณสามารถนั่งจิบชาไปพร้อมๆกับการชมวิวจากชั้นดาดฟ้าของโรงแรม Market Pavilion ที่มองไปด้านซ้ายคุณจะเจอ Pleasant Mt. ขณะที่ด้านขวาจะเป็น James Island or Morris Island หรือจะข้ามฝั่งไปยังแอตแลนติกคุณก็สามารถทำได้
 

เสียมเรียบ , กัมพูชา


 
       เสียมเรียบคือเมืองอัญมณีที่แท้จริงของกัมพูชา ด้วยประวัติศาสตร์โบราณมากมายที่ผสมผสานกับความสะดวกสบายในสมัยใหม่ แถมที่นี่ยังเป็นประตูเมืองสู่โบราณสถานสำคัญที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกโลกอย่างนครวัดอีกด้วย คุณจะชื่นชมสถาปัตยกรรมต่างๆในเมืองนี้เป็นแบบดั้งเดิมที่จะพาคุณย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส หรือใช้เวลายามบ่ายในการเดินเล่นที่ตลาด Psah Chas ที่ราคาสินค้าถูกมากจนคุณต้องแปลกใจก็น่าลองด้วยกันทั้งคู่ โปรแกรมที่พลาดไม่ได้เลย คือ การเยี่ยมชมหมู่บ้านลอยน้ำบนแม่น้ำเสียมเรียบ ที่ทุกคนใช้ชีวิตอยู่อาศัย ทำงานกันบนเรือ โดยมีเพียงแค่เชือกที่ผูกเรือทุกลำไว้ด้วยกัน
 

ฟลอเรนซ์ , อิตาลี


       
       คุณสามารถดูออกไปทั่วฟลอเรนซ์และมองดูเมืองที่เหมือนจะไม่มีมีการเปลี่ยนแปลงมากมายในหลายศตวรรษที่ผ่านมา ที่ความทันสมัยก็เป็นสิ่งที่หาดูได้ยากสำหรับเมืองนี้เช่นกัน คุณสามารถจินตนาการว่าเมืองนี้เคยเป็นยังไงมาก่อนได้ง่ายๆ เพียงแแค่ปีนขึ้นไปยัง Duomo แล้วคุณก็จะได้พบกับฟลอเรนซ์ในมุมมองแบบ 360 องศา ฟลอเรนซ์เต็มไปด้วยรูปปั้นมากมายที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรี่แบบเปิด หรือแม้แต่การเดินไปตาม Costa San Giorgio ถนนที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนเหมือนพาคุณย้อนกลับไปยังปี 1600 ก็น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ
 

โรม , อิตาลี

 
       แม้ว่าโรมจะดึงดูดนักเดินทางน้อยกว่าเมืองอื่นในยุโรป แต่มันกลับเป็นเมืองที่ดูเป็นอมตะ และมีความมหัศจรรย์ซ่อนอยู่มากมาย โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่อากาศอบอุ่นเมื่อเช้าสู่เวลากลางคืน และมีแสงไฟสวยงามปรากฎอยู่ทั่วเมือง แน่นอนว่าสถานที่สำคัญที่พลาดไม่ได้เลย คงเป็นโคลอสเซียม ที่คุณควรจะมาถึงแต่เช้าถ้าไม่อยากยืนรอเป็นชั่วโมงเพื่อเข้าไปข้างใน หรือจะมุ่งหน้าไปยัง Via del Governo Vecchio ถนนช้อปปิ้งที่มีราคาแพงเล็กน้อยแต่สมเหตุสมผลกับของที่ระลึกที่มาจากโรมแท้ๆก็คุ้มค่าอยู่ไม่น้อย

 

กรุงเทพฯ , ไทย


 
       กรุงเทพฯเป็นเมืองที่ทำให้คุณรู้สึกแตกต่างไปจากเมืองอื่นๆ คุณจะพบว่าตัวเองกำลังจ้องมองออกไปยังนอกหน้าต่างตั้งแต่คุณขอบรถออกจากสนามบินไปยังตัวเมืองด้วยซ้ำ คุณอาจจะพบวัดโบราณเก่าแก่ที่ดูทรุดโทรมตั้งอยู่กลางอพาร์ทเม้นต์ แบบที่ไม่น่าจะอาศัยอยู่ได้ หรือเมื่อคุณเข้ามายังใจกลางเมือง คุณจะได้พบกับความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนที่คุณมาเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าอย่างสยามพารากอน ขณะที่ตลาดนัดสุดสัปดาห์อย่างสวนจตุจักร คุณสามารถซื้อได้แม้กระทั่งไก่ตัวเป็นๆ ไปจนถึงกางเกงยีนส์ลีวายของปลอมเลยล่ะ แต่มันคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก ถ้าคุณจะซื้องูกลับบ้านไปเป็นที่ระลึกน่ะนะ

 

คราคูฟ , โปแลนด์


 
       คราคูฟ คือเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโปแลนด์ที่นักแบ็คแพ็คทั้งหลายมักจะแวะเวียนมาทักทายอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะผ่านมาหรือกำลังจะผ่านไปยังอิตาลีหรือสาธารณรัฐเช็ก คราคูฟก็ยังเป็นจุดศูนย์รวมของการเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปอยู่ดี แม้ว่าจะถูกมองข้ามไปเพราะความนิยมของกรุงวอร์ซออยู่หลายครั้ง แต่ที่นี่กลับเป็นเมืองที่น่าดึงดูดด้วยความน่าค้นหาราวกับมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ และประตูเมืองซึ่งมุ่งหน้าสู่คราคูฟที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีนั้นก็น่าไปยืนเก็บภาพอยู่ไม่น้อย หรือจะลองมองหาทางเข้าไปยัง Rynek ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ใต้ดินดูมั้ย แล้วคุณจะรู้สึกว่ามันเป็นการค้นพบที่วิเศษมากจากการขุดเจอชิ้นส่วนเมืองโบราณของเมืองคราคูฟแห่งนี้


บาเซโลนา , สเปน

 
       มันไม่สำคัญเลยว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่คุณมาเยือนบาเซโลนา แต่คุณก็ยังรู้สึกว่าคุณต้องการแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณกับคนอื่นอยู่ดี ลองเริ่มต้นด้วยการเดินไปตามเส้นทางที่ทอดยาวตั้งแต่ใจกลางเมืองไปจนถึงท่าเรือที่มักจะเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย หรือจะให้ความสนใจกับบรรดาศิลปินที่หาเลี้ยงตัวเองตามข้างทางก็เป็นความคิดที่น่าสนใจอยู่  และหากยังพอมีแรงเหลือเฟือ ลองปีนขึ้น Montjuïc เนินเขาขนาดเล็กที่สามารถมองเห็นวิวของเมืองและเป็นบ้านของสนามกีฬาโอลิมปิคเมื่อปี 1992 ดูสิ รับรองว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่าสมกับความพยายามที่คุณปีนขึ้นมาแน่ๆ


เคปทาวน์ , แอฟริกาใต้


 
       เคปทาวน์ถือเป็นเมืองได้รับเกียรติสำคัญในการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2010 และยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับผู้ที่มาเยือนแอฟริกาใต้ทุกคน เริ่มต้นวันของคุณในเคปทาวน์ด้วยการเยี่ยมชม Victoria and Alfred Waterfront ที่ได้ชื่อว่าเป็นย่านศูนย์กลางแห่งการช้อปปิ้ง เพราะบรรดาอาหารทั่วเมืองก็มาจากเรือประมงที่ท่าเรือของที่นี่เช่นกันดูสิ แล้วในช่วงสายของวัน คุณอาจจะลองเดินทอดน่องเดินเล่นไปเรื่อยตามถนนสายยาว ที่จะมีเหล่าเด็กเจ๋งๆใช้เวลาของพวกเขาอยู่ในบาร์และร้านหนังสือคอยทักทายคุณอยู่

 

เยรูซาเล็ม , อิสราเอล

 
 
       กรุงเยรูซาเล็มคือเมืองหลวงอย่างเป็นทางการของอิสราเอล ในปัจจุบันนี้กลายเป็นเมืองร่วมสมัยที่ดูคึกคักหลังจากผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานถึง 6,000 ปี ไม่ว่าจะเป็นเส้นขอบฟ้าที่ตัดกับยอดตึกสูงระฟ้า หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คน พิพิธภัณฑ์ของที่นี่ถือได้ว่าเป็นอะไรที่ดึงดูดใจนักเดินทางที่สุด ทะเลเดดซีก็เช่นกัน แต่ถ้าคุณมีเวลาน้อยในการอยู่ที่เมืองนี้ ขอแนะนำว่าให้คุณใช้เวลามากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในการเดินเล่นไปตามย่านเมืองเก่า แล้วคุณจะพบประสบการณ์ดีๆรออยู่ระหว่างทาง
 
03
 
เรียบเรียงโดย ชิลไปไหน
 
ที่มา Lifehack