คัมไป!! 

คือเสียงเวลาที่คนญี่ปุ่นชนแก้ว เหมือนกับ เอ้าาา ชน!!! ของบ้านเรา

เสียงนี้ดังมาจากร้านกินดื่มในย่านสุขุมวิท

ย่านที่มีคนญี่ปุ่นอาศัย และเต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นมากมาย


และวันนี้สาวสีส้มก็ได้มาคัมไปกับแก๊งค์เพื่อนสาว ในบรรยากาศญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น ที่นี่

ร้านเซไค โนะ ยามะจัง (Sekai no Yamachan)

ร้านชื่อดังแห่งเมืองนาโกย่า
cumpai



 
โดยส่วนตัวของสาวสีส้มชอบบรรยากาศร้านกินดื่มแบบญี่ปุ่นมากๆ เพราะเป็นร้านที่มีบรรยากาศสบายๆ เหมาะกับการสังสรรค์เฮฮา หลังเลิกงาน  และพอรู้ว่ามีร้านชื่อดังจากเมืองนาโกย่า มาเปิดในเมืองไทยก็เลยรีบชวนเพื่อนสาวชาวแก๊งค์ไปปาร์ตี้ มโนว่าตัวเองอยู่ในญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยหนุ่มญี่ปุ่นน่ารักมากมายให้คัมไปด้วย

ส่วนการเดินทางก็ง่ายมากๆ ค่ะ เราชาวแก๊งค์ขับรถเข้าซอยสุขุมวิท 39 ตรงไปเรื่อยๆ ก็เจอร้านเซไค โนะ ยามะจัง (Sekai no Yamachan) ตั้งอยู่ทางขวามือ หาไม่ยากเพราะร้านโดดเด่นมากๆ ส่วนใครที่ไม่อยากเอารถส่วนตัวไปเพราะกลัวรถติดก็นั่งบีทีเอสไปลงสถานีพร้อมพงษ์จากนั้นก็เรียกพี่วินหรือเรียกแท็กซี่เข้าไปในซอยสุขุมวิท 39 ก็ได้
 



แผนที่ร้าน เซไค โนะ ยามะจัง (Sekai no Yamachan)
 
ที่บอกว่าหาง่ายก็เพราะมีมาสค็อตยามะจัง ตั้งโดดเด่นอยู่หน้าร้าน ใครผ่านมาแถวนี้ก็สังเกตเห็น ซึ่งที่มาของมาสค็อตตัวนี้มีความหมายมากๆ เพราะมาสค็อตตัวนี้คือเจ้าของร้าน เซไค โนะ ยามะจัง (Sekai no Yamachan) คุณ Shigeo Yamamoto ผู้ก่อตั้งร้านชาวญี่ปุ่น ที่ได้ตั้งร้านนี้มา 30 ปีแล้ว โดย คุณ Yamamoto นั้นอดีตเคยเป็นทหารและผันตัวมาทำธุรกิจโดยเปิดร้านขาย Yakitori หรือร้านไก่เสียบไม้ย่างที่เมืองนาโกย่า จนโด่งดัง และด้วยรสชาติและบริการที่ถูกใจ เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก คุณ Yamamoto จึงขยายสาขาเพิ่มจนในที่สุดก็ได้ก่อตั้งแบรนด์ เซไค โนะ ยามะจัง ขึ้นปัจจุบันมีถึง 65 สาขา ในญี่ปุ่น  ส่วนในต่างประเทศตอนนี้มี 2 สาขา คือที่เมืองไทย และที่ฮ่องกง

 


มาสคอตยามะจัง

จุดเด่นของร้านนี้ก็คือไก่ทอดค่ะ ซึ่งเป็นไก่ทอดสูตรพิเศษ หนังกรอบ รสเผ็ดนิดๆ เนื้อด้านในนุ่มจนสามารถเลาะออกจากกระดูกได้ง่ายมากๆ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของมาสค็อตที่เป็นหน้าของคุณ Yamamoto โดยมีขาเป็นไก่ และขอบอกว่ามาสค็อตตัวนี้ยังแอบซ่อนอยู่ในทุกมุมของร้านอีกด้วย
 

 
แค่เดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงพนักงานต้อนรับเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างแข็งขัน ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ญี่ปุ่นเลยค่ะ


การตกแต่งของร้านเป็นสไตล์ร้านกินดื่มของญี่ปุ่น มีทั้งโซนที่นั่งพื้นห้อยขาแบบญี่ปุ่น และโซนนั่งโต๊ะ นอกจากนี้ยังมีห้องแบบส่วนตัว 2 ห้องให้มาปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อนในบรรยากาศส่วนตัวอีกด้วย

 
ส่วนในเรื่องรสชาติอาหารเชื่อใจได้เลยเพราะเชฟเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ ซึ่งสาวสีส้มแอบไปถามพนักงานมาว่าทางคุณ Yamamoto เจ้าของร้านนั้นเลือกเฟ้นเชฟ และทำการตรวจสอบคุณภาพของร้าน ของอาหารในตอนก่อตั้งร้านนี้อย่างเข้มงวด และว่างๆ คุณ Yamamoto  ก็จะเดินทางมาเมืองไทย เพื่อมาตรวจสอบคุณภาพของร้านและเข้าครัวปรุงอาหารด้วยตัวเองอีกด้วย



ร้านนี้เขาจะเปิดในตอนเย็นตั้งแต่เวลา 17.30- 24.30 น. ทุกวัน แต่ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ยังเปิดมื้อกลางวันเพิ่ม คือเวลา 11.30 - 15.00 น. สำหรับครอบครัวที่ต้องการมาทานอาหารอร่อยอีกด้วย



 
กิมมิคสุดน่ารักที่เด็กๆ ชอบมากกับการพับกระดาษแบบโอริกามิของญี่ปุ่น
 
พอใกล้ๆ จะ 6 โมงเย็นก็มีลูกค้าชาวญี่ปุ่น และชาวไทย ต่างทยอยเข้ามาร้าน ทำให้ช่วงเย็นนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศของการสังสรรค์ เสียงพูดคุยภาษาญี่ปุ่นปะปนไปกับภาษาไทย  จนเราคิดไปว่า เอ๊ะ นี่เราอยู่ประเทศญี่ปุ่นหรือเปล่าเนี่ย


 


เราชาวแก๊งค์เลือกที่นั่งพื้นแบบญี่ปุ่น และจัดแจงสั่งอาหารอร่อยของร้านมาทาน โดยเริ่มจากเมนูเด่นของร้านนั่นก็คือปีกไก่ทอดยามะจังรสต้นตำรับ(Maboroshino Tebasaki) 



ไม่นานปีกไก่ทอดร้อนๆ ก็มาเสิร์ฟ เรียงมาเป็นชั้นแบบนี้เลยค่ะ ก่อนจะทานพนักงานมาบอกเราว่าการกินไก่ทอดที่ยามะจังนั้นเขามีวิธีการทานที่แตกต่างจากที่อื่นด้วยนะ

วิธีการทานของเขาคือหักปีกออกจากกันแบบนี้แล้วนำส่วนของปีกล่างเข้าปาก แล้วก็รูดทานได้ทีเดียวเลยค่ะ เพราะเนื้อไก่จะนุ่มจนสามารถเลาะออกจากกระดูกได้ง่ายมากๆ


 

ใครที่ยังงงว่าทานอย่างไรลองมาดูวิธีการทานโดยคุณ Yamamoto เจ้าของร้านมาสาธิตวิธีการทานให้เลย
 

 


 
ส่วนรสชาติอร่อยมากๆ เพราะไก่ของเขาจะแห้งไม่อบน้ำมัน เผ็ดนิดๆ ทานกับเบียร์เย็นๆ โอ๊ย เข้ากันมากๆ  

เมนูต่อไปกับถั่วงอกผัดไข่ (Moyatama itame) ใส่ไส้กรอก รสชาติกลมกล่อมทานเล่นเพลินมากๆ
 
 


ส่วนใครชอบทานชีสแนะนำเมนูนี้เลยค่ะชีสทอด (Cheesse Fry) ตอนทานร้อนๆ ชีสจะยืดมากๆ และนำมาเสียบไม้แบบนี้ทานง่ายมากๆ




ต่อด้วยหมูและมะเขือม่วงผัดมิโซะ (Niku nasu miso itame) ซึ่งมิโซะนั้นเป็นของดังของเมืองนาโกย่า เขาเลยนำมิโซะที่นำเข้าจากเมืองนาโกย่ามาผัดกับมะเขือม่วงและเนื้อหมู ขอบอกว่าจานนี้อร่อยมากๆ จะทานเป็นกับแกล้มหรือทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน




เห็นหน้าตาธรรมดาแบบนี้แต่บอกเลยว่าอร่อยสุดๆ กับยากิโซบะซอสเกลือ (Shidare yakisoba) เส้นยากิโซบะ นุ่มหนึบผัดแบบแห้งๆ ไม่มัน รสชาติกลมกล่อมมากๆ




ต่อด้วยอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่อร่อยจนน้ำตาไหลกับกิมจิหม้อร้อน (Kimuchi nabe) ถ้าใครเคยทานซุปกิมจิของเกาหลีมันจะออกเปรี้ยวนำ แต่สำหรับของที่นี่รสกลมกล่อมมากๆ สาวสีส้มกับแก๊งค์ซดจนหยดสุดท้ายกันเลยค่ะ
 

 
ส่วนเมนูนี้คือมันฝรั่งทอด ที่วิธีการทานก็พิเศษมากๆ โดยเขาจะนำมันฝรั่งใส่มาในถุงกระดาษ โดยให้เราใส่ผงสาหร่ายที่เขาให้มาลงไปในถุงจากนั้นก็เขย่าให้เข้ากัน ก็กลายเป็นมันฝรั่งทอดรสสาหร่ายแล้วค่ะ
 
 

 
ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานเห็นหน้าตาดูธรรมดาอีกแล้วแต่ขอบอกว่าพอทานแล้วอร่อยฟินจนอยากกลับไปทานอีกรอบ เมนูนี้คือมันหวานญี่ปุ่นและไอศกรีมนมสด(Aisuru Oimochan) ซึ่งเขาใช้มันหวานที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นราดด้วยน้ำผึ้งและเสิร์ฟมาพร้อมกับไอศรีมนมที่ทางร้านทำเอง ตัวไอศกรีมนมก็หวานหอมอร่อย ยิ่งทานกับมันหวานด้วยแล้วอร่อยสุดๆ เลยค่ะ ถ้าสาวสีส้มกลับไปทานอีกก็จะขอสั่งเมนูนี้อีกแน่ๆ ค่ะ

 


อาหารอร่อยก็ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบไม่มีแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะเป็นเบียร์สด สาเก โชจู ส่วนใครไม่อยากเมาแนะนำฟรุ้ต พั้นช์ (Fruit Punch) และ องุ่นโซดา (Purple soda) หวานเย็นสดชื่นมากๆ



คืนนี้อีกยาวไกลคือคำที่เพื่อนสาวคนหนึ่งพูดขึ้นมา 
ตามด้วยเสียงคัมไป และเสียงชนแก้วของพวกเรา 
ใครที่อยากมาปาร์ตี้หลังเลิกงานในสไตล์ญี่ปุ่นแบบนี้ก็มากันได้เลย
ที่ร้าน เซไค โนะ ยามะจัง (Sekai no Yamachan)



ที่ตั้ง : โครงการเดอะแมนเนอร์ (The Manor) ซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.
เปิดบริการ : ทุกวัน : ช่วงเย็น 17.30-24.30 น. (ปิดรับสั่งอาหาร 24.00 น.)
                   เสาร์อาทิตย์ : ช่วงกลางวัน 11.30-15.00 น. (ปิดรับสั่งอาหาร 14.30 น)
                                        ช่วงเย็น 17.30-24.30 น. (ปิดรับสั่งอาหาร 24.00 น.)
โทร : 061-647-3778, 02-662-5541