Trip สำรวจแหล่งท่องเที่ยวบุรีรัมย์



โฮมสเตย์น่าอยู่ ชาวบ้านน่ารัก
แหล่งท่องเที่ยวผ่อนคลาย
สัมผัสได้ที่ จังหวัดบุรีรัมย์

ชิลไปไหนมีโอกาศได้ร่วมเดินทางไปกับกรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาโฮมสเตย์ไทยเพื่อสร้างคุณค่า และมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว จังหวัดบุรีรัมย์

วันแรก

12.30 น.
พบกันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง พร้อมชี้แจ้งรายละเอียด และเข้า Check in เตรียมเดินทาง

14.25 น.
เดินทางสู่จังหวัดบุรีรัมย์ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

16.30 น.
หลังจากที่มาถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ เราก็เดินทางสู่โฮมสเตย์บ้านโคกเมืองกันต่อเลย โดยใช้รถตู้ที่ทางกรมการท่องเที่ยวได้เตรียมไว้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็มาถึงโฮมสเตย์บ้านโคกเมืองกันจ้า



โฮมสเตย์บ้านโคกเมือง เป็นชุมชนใหญ่ มี 4 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลัก ด้านการเกษตร และมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมทำกัน ซึ่งมีการบริการดุจญาติมิตร รวมทั้งมีศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย และงดงาม นอกจากนี้ยังมีสินค้า OTOP อันเลื่องชื่อ ให้ท่านได้เยื่ยมชมกันจ้า

17.30 น. 
กิจกรรมพบปะกับกลุ่มโฮมสเตย์บ้านโคกเมือง พร้อมการต้อนรับที่น่าประทับใจ ด้วยพวกมาลัยที่งดงาม





เราต้องเข้าร่วมพิธีต้อนรับของกลุ่มโฮมสเตย์กันก่อนจ้า แล้วเดียวเขาจะจัดการที่พักให้เรากัน







เมื่อเราทำกิจกรรมพบปะกลุ่มโฮมสเตย์เสร็จแล้ว เขาก็จะแจ้งรายชื่อ ผู้ที่จะเข้าพักกับชาวบ้านโฮมสเตย์ โดยจะแบ่งออกไปตามบ้านเรือนของชาวบ้าน สำหรับชิลไปไหนเราได้เข้าพักที่บ้านของป้าสัมฤทธิ์ เอาเป็นว่า ตามเราไปดูบ้านที่พักกันเลยดีกว่า



และนี้ก็เป็นบ้านที่เราจะพักกันคืนนี้นะ

18.30 น. เข้าร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ กับทางกลุ่มโฮมสเตย์บ้านโคกเมือง









หลังจากเสร็จพิธีบายศรีสู่ขวัญ เราก็รับประทานอาหาร และเมนูอาหารจะเป็นอะไร มาดูกันเลย...



เมนูอาหารเย็นจะมี ต้มจืดลูกรอก ผัดกุ้งจ่อม และไข่เจียว เห็นเมนูแล้วก็อยากทานแล้วนะ และระหว่างที่เรากินข้าวอย่างอร่อยก็ยังมีการแสดง รำบายศรี และรำอัปสรา ให้เราชมไป กินไปด้วยจ้า





20.30 น. หลังจากรับประทานอาหารกันเป็นที่เรียบร้อย ก็แยกย้ายกันกลับที่พัก ตามอัธยาศัยเลย สำหรับชิลไปไหนเราก็เดินกลับที่พักแบบอิ่มท้องกันเลยทีเดียว ด้วยความเหนื่อยจากการนั่งรถ และทำกิจกรรม เราก็อาบน้ำ และเข้านอนกันเลย พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาเช้า ๆ สัมผัสบรรยากาศยามเช้าของบ้านโคกเมืองกันนะ ทุกคน... 


วันที่สอง

06.00 น. อรุณสวัสดิ์ ตื่นนอน ล้างหน้า แปรงฝัน เตรียมร่างกายออกไปสัมผัสบรรยากาศยามเช้า ของบ้านโคกเมือง และดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ บารายเมืองต่ำกันจ้า

บรรยากาศตลาดยามเช้าของบ้านโคกเมือง 







บารายเมืองต่ำที่ทุกเช้าจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้น



แต่เหมือนอากาศจะไม่ค่อยเป็นใจให้เราได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นของเช้าวันนี้ แต่อย่างน้อยก็ได้สัมผัสลมเย็น ๆ สบาย ๆ ยามเช้าที่บารายเมืองต่ำ

7.30 น. กลับมาที่พัก อาบน้ำ และรับประทานอาหาร ณ บ้านป้าสัมฤทธิ์

8.45 น. เยี่ยมชมฐานเรียนรู้ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงบ้านโคกเมือง



กลุ่มการทอผ้าไหม



กลุ่มการทอผ้าไหม เกิดจากการร่วมกลุ่มกันของชาวบ้าน มีการเลี้ยงไหม แล้วนำเส้นไหม มาทำเป็นเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แถมยังเป็นสินค้า OTOP ของบ้านโคกเมืองอีกด้วยจ้า








ศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP 



ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างของบ้านโคกเมือง จะถูกจัดมาแสดงไว้ที่นี้ และทางบ้านโคกเมืองยังได้รับรางวัล การผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ที่เพิ่มรายได้ให้ชุมชนอีกด้วยจ้า


ภาพตัวอย่างสินค้า OTOP 

ภาพตัวอย่างสินค้า OTOP


กลุ่มการผลิตข้าวภูเขาไฟ



ซึ่งทางบ้านโคกเมืองยังเป็นแหล่งเรียนรู้ และจำหน่ายข้าวภูเขาไฟ ให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม ข้าวภูเขาไฟเป็นข้าวหอมมะลิชั้นดีของจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วยนะจะบอกให้








กลุ่มการทอเสื่อกก และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก







การทอเสื่อกก ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของบ้านโคกเมือง ด้วยลวดลายที่สวยงาม จึงเป็นสินค้าที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งจ้า

11.30 น. หลังจากที่เราเยี่ยมชมฐานเรียนรู้มาหลายที่ก็ต้องเติมพลังกัน จึงแวะทานข้าวเที่ยงกันก่อน และสำหรับเมนูจะเป็นอะไรไปดูกันเลยจ้า









อาหารน่ากินทั้งนั้นเลย ชิลไปไหนขอพักทานข้าวเที่ยงก่อนนะ แล้วเจอกันช่วงบ่าย ยังมีเรื่องราวดี ๆ มากมายมาเล่าให้ทุกคนได้ฟังกัน



13.30 น. หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว เราก็ไปเยี่ยมชมฐานเรียนรู้สุดท้ายกันต่อเลย


กลุ่มสมุนไพรมหัศจรรย์ เพื่อสุขภาพ และเรียนรู้การทำข้าวจี่



และฐานเรียนรู้สมุนไพรมหัศจรรย์ เป็นแหล่งผลิตยาสามัญประจำบ้านของชุมชนบ้านโคกเมือง ซึ่งมีสมุนไพรมากมาย ที่เป็นตัวยาในการรักษาโรคต่าง ๆ ให้ทุกคนได้ศึกษา เยี่ยมชม แถมยังมีข้าวจี่ให้ลองชิมกันอีกด้วย



การคั่วสมุนไพรของที่นี้ ทำด้วยมือ ด้วยอุณภูมิที่ 40 องศา เพื่อไม่ให้ตัวยาเสียความเข้มข้นจ้า

14.00 น. กิจกรรมมอบขอที่ระลึก และเตรียมตัวออกจากโฮมสเตย์บ้านโคกเมือง





14.30 น. มุ่งหน้าสู่ปราสาทเมืองต่ำ โดยใช้เวลาแค่ 10 นาที เองจ้า เพราะอยู่ใกล้กับที่เราพักเลย



ปราสาทเมืองต่ำ 



ชิลไปไหนจะพาทุกคนมารู้จัก กับปราสาทเมืองต่ำกัน โดยปราสาทเมืองต่ำเป็นหนึ่งในกลุ่มปราสาทมรรโค สร้างตามคติความเชื่อทางศาสนาฮินดู สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นเพื่อถวายพระศิวะ ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดปราสาทบูรพาราม ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคกชัย จังหวัดบุรีรัมย์



ปราสาทเมืองต่ำ มีลักษณะเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงอันเดียวกัน เรียงเป็น 2 แถวตามแนวทิศเหนือใต้ แถวหน้า 3 องค์ องค์กลางมีนาดใหญ่กว่าปรางค์อื่น ๆ ส่วนแถวหลังมีปรางค์อิฐจำนวน 2 องค์ วางตำแหน่งให้อยู่ระหว่างช่อง ของปรางค์ 3 องค์ ในแถวแรก ทำให้เรามองเห็นปรางค์ทั้ง 5 องค์ โดยไม่มีองค์หนึ่งมาบดบัง



ซึ่งที่เห็นในภาพ เป็นปรางค์ประธาน โดยมีผนังเป็นรูป สี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมขนาด 7 x 7 เมตรและเป็นด้านที่มีประตูเข้าภายในองค์ปรางค์เพียงด้านเดียว ส่วนที่เหลืออีก 3 ด้านทำเป็นรูปประตูหลอก







เมื่อเราเดินเข้ามา จะพบว่า 2 ฝั่งทางเดินจะเป็นสระน้ำ หรือบาราย ที่สร้างขึ้นด้วยศิลาแลง มุมสระมีพญานาคหินทราย 5 เศียร ทอดตัวยาวรอบขอบสระ



ตรงกลางของตัวปราสาทเมืองต่ำใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพ และประกอบพิธีบวงสรวงเทพเจ้า กลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์นี้แสดงสัญลักษณ์แทนเขาพระสุเมรุศูนย์กลางจักรวาลปราสาทประธาน ส่วนตรงกลางคือส่วนปรางค์ประธาน ซึ่งได้ปรักหักพังเหลือเพียงฐานแล้วจ้า

ชิลไปไหนหวังว่า ทุกคนคงได้รับความรู้ และความเพลิดเพลินกับเราที่ปราสาทเมืองต่ำกันแล้ว เราจะพาทุกคนไปสัมผัสความตื่นเต้นกันต่อ ตามเรากันมาเลยจ้า

15.30 น. มุ่งหน้าสู่ปราสาทหินพนมรุ่ง โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที



ปราสาทเขาพนมรุ้ง



และเราก็มาถึงกันแล้ว อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มราชมรรคา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ซึ่งอยู่บนยอดเขาภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องมาหลายสมัย สันนิษฐานว่าสรา้งขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15 - 18 



ซึ่งในภาพที่เห็น เป็นทางเดินที่มีความเชื่อกันว่า เป็นทางเดินที่เปรียบเสมือนทางเดินมนุษย์ เมื่อเราเดินทางผ่านแล้วก็จะเป็นบันได เพื่อขึ้นไปสวรรค์ และเสาที่เห็น เรียกว่า เสานางเลียม มีทั้งหมด 75 ต้น ข้างละ 35 สร้างด้วยหินศิลาแลงทั้งหมด




เมื่อเรามาถึงบัดได หรือเรียกว่า สะพานนาคราช มีความเชื่อว่า เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกของเทพเจ้า และหากเราสังเกตุ จะรู้สึกเหมือนบันไดจะแคบลงเรื่อย ๆ ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาออกแบบให้เหมือนเรากำลังเดินขึ้นสู่ทางสวรร์จะมองเห็นเส้นทางที่ยาวไกลนั้นเองจ้า



จากภาพเป็นทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ นับเป็นโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ที่ถูกโจรกรรมไป เมื่อราวปี พ.ศ. 2503 และถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในที่สุดชาวไทย ก็นำกลับคืนมา ทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดีจ้า





บรรยากาศรอบ ๆ ปราสาทประธานจ้า



ด้านหลังปราสาทเขาพนมรุ่งจะมีแหล่งชมวิวด้วยนะ และเป็นจุดสังเกตุเห็นประตูทั้ง 15 บาน โดยใน 1 ปีจะมีปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บานถึง 2 ครั้งในรอบ 1 ปีเลยนะ ทุกคน...


เอะ!! ...นี้ก็เย็นมากแล้ว รู้สึกหิวแล้วนะเนี่ย ชิลไปไหนขออนุญาติ ทุกคนไปหาอะไรทานก่อนนะจ้า


18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านน้อยโคขุนโพนยางคำ

20.00 น. เดินทางสู่ที่พัก ณ โรงแรมธาดา ชาโตว์



ถึงโรงแรมพร้อมความอิ่มจากอาหารเย็น คิดถึงที่นอนนุ่ม ๆ แล้ว ...ราตรีสวัสดิ์ทุกคน เจอกันพรุ่งนี้



วันที่สาม

07.30 น. อรุณสวัสดิ์ทุกคน เจอกันตอนเช้า แปรงฟัน อาบน้ำ เก็บของเตรียมตัวลงไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร โรงแรมธาดา กันจ้า

08.45 น. ออกเดินทาง เข้าสักการะศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ ใช้เวลา 15 นาทีถึงที่หมาย



ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์



ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ เป็นศาลหลักเมืองที่มีความสวยงามอลังกาลเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบุรีรัมย์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพสักการะบูชา และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง ศาลหลังเมืองบุรีรัมย์มีลักษณะเป็นปราสาทหิน มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นประดับกรีบขนุน และเทพประจำทิศเพื่อป้องกันรักษาทิศต่าง ๆ





ภายในตัวศาลได้ตั้งเสาหลักเมืองตรงกลางองค์ปรางค์ พร้อมกับอันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระเสื้อเมือง เทพารักษ์ แลพระทรงเมือง เพื่อมาป้องกันรักษาคุ้มครอง ป้องกันให้บ้านเมือง อยู่เย็นเป็นสุข







และมีศาลเจ้าจีน เพื่อให้ชาวไทยเชื้อสายจีนได้มากราบไหว้เช่นกันจ้า

9.30 น. เยี่ยมชมสนามฟุตบอล New i-Mobile Stadium



New i-Mobile Stadium



สนามฟุตบอลไอ-โมบาย สเตเดียม เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีความจุ 32600 ที่นั่ง โครงสร้างประกอบด้วยเหล็ก และไฟเบอร์ ซึ่งสร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท และจัดเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย







ชิลไปไหนเชื่อว่า แฟนบอลทุกคนคงอยากมาสัมผัส และชมการแข่งขันที่นี้อย่างแน่นอนเลย ใช่มะ ๆ เราเลยเป็นตัวแทนมาสำรวจความสวยมากของสนาม แล้วส่งต่อให้ทุกคนกันก่อนเลยจ้า





และอย่าลืม ใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ของที่นี้ เข้าร้านช็อป ซื้อเสื้อบุรีรัมย์ กลับบ้านกันด้วย ขอบอกเลยว่า ทีมงานชิลไปไหนเราก็ไม่พลาดที่จะซื้อกลับมาเช่นกัน


10.00 น. เยี่ยมชมสนามแข่งรถ Buriram International Circuit


Buriram International Circuit



บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันเนล เซอร์กิต เป็นสนามแข่งรถมาตรฐานสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ในประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดการเปิดสนามแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ส่วนทิศของการวิ่งจะเป็นแบบตามเข็มนาฬิกา จะมีจำนวนโค้งทั้งหมด 12 โค้ง ความยาวสนาม 4.554 กม. สามารถจุผู้ชมได้ 50000 คนเลยนะจะบอกให้





สนามกว้างเกิน สำหรับเลนส์ที่เราเตรียมมา จึงเก็บภาพสวย ๆ มาให้ทุกคนได้ชมกันแค่นี้ ชิลไปไหนขอแนะนำให้ทุกคนลองไป สัมผัสสถานที่จริงกันเลยดีกว่า บอกเลย ร้อน ... เอ่ย ไม่ใช่ ๆ สวย และออกแบบได้ดีจริง ๆ จ้า

11.40 น. เยี่ยมชมอุทยานเขากระโดง



อุทยานเขากระโดง



จากที่ชิลเราได้ไปสัมผัสบรรยากาศบนอุทยานเขากระโดงมาแล้ว บอกกับทุกคนได้เลยว่า เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกที่หนึ่งของคนที่ชอบชมวิวบนยอดเขา และยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟโบราณ ที่ยังคงปรากฏร่องรอยของปากปล่องให้เห็นได้ชัดเจน ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำลึก มีน้ำขังตลอดปี ยอดสูงสุดประมาณ 265 เมตรจากระดับน้ำทะเล





สะพานแขวนลาวา เป็นสะพานที่สร้างขึ้นมาเพื่อข้ามปากปล่องภูเขาไฟ



เอาใจคนที่ขอพรก็ยังเป็นที่ประดิษฐาน พระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์ และมีปรางค์กู่โบราณภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง ให้ทุกคนที่มาได้กราบสักการะกันจ้า



ซึ่งด้านบนจะมีร้าน แดนลาวา ให้ทุกคนได้ซื้อของว่าง นั่งกินไป ชมวิวไป ได้อีกด้วย

อะ ...จ๊ากกก เที่ยงแล้วหรอ ชิลไปไหนไปหาร้านอาหารอร่อยทานก่อนนะจ้า

12.30 น. รับปรัทานอาหารกลางวัน ณ ครัวบ้านลิล ลิลกาแฟ



หลังอาหารกลางวัน ชิลจะพาทุกคนไปพักผ่อนหยอนใจกันต่อ ที่อุทยานดอกไม้เพลาเพลิน ก่อนที่เราจะบินกลับกุรงเทพฯกัน

13.30 น. เยี่ยมชมอุทยานดอกไม้ เพลาเพลิน



อุทยานดอกไม้ เพลาเพลิน



ซึ่งอุทยานดอกไม้เพลาเพลินเป็นสถานที่จำลองสิ่งก่อสร้างมหัสจรรย์ และสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงทั่วโลกมาจัดเป็นฐานกิจกรรมผจญภัยเพื่อฝึกฝนทักษะความเป็นผู้นำ การแก้ปัญหา การตัดสินใจ วางแผน และต่างๆมากมาย ยังเป็นศุนย์เรียนรู้เชิงเกษตรเต็มรูปแบบ ที่รอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัส และเรียนรู้เกี่ยวกับความรู้ด้ารการเกษตรที่ผ่ารการวิจัยและทดลองในพื้นที่ภาคอีสานอีกด้วย อาทิเช่น ไร่องุ่น ไร่เสาวรส อะโวคาโด ฟังทองญี่ปุ่น ที่ทุกคนจะได้เพลิดเพลิน และได้ความรู้อย่างไม่มีวันจบสิ้น



เราจะนั่งรถคันนี้ชมอุทยานดอกไม้ เพลาเพลินกันจ้า



อ๊ายยย น่ารักจัง... ฟินมาก







รถจะพาเราวนชมการเพาะปลูก พันธุ์ดอกไม้ต่าง ๆ ก่อนที่จะพาเรากลับมาในส่วนของ The Flora เป็นส่วนของการพักผ่อนหย่อนใจไปกับพรรณไม้ที่มีการคัดสรร แล้วนำมาจัดแสดงให้ข้อมูลความรู้ พร้อมสร้างบรรยากาศที่สอดคล้อง เพื่อให้ผู้มาเยือนเกิดความรื่นนมย์ และเพลิดเพลินไปกับบรรกาศแปลกใหม่ ด้วยกัน 6 โรงเรือนดังนี้

โรงเรือนที่ 1 จัดแสดงพรรณไม้ตามฤดูกาล












โรงเรือนที่ 2 จัดแสดงพันธุ์เฟิร์นภายใต้คอนเซ็ปต์ ป่าดึกดำบรรพ์








โรงเรือนที่ 3 จัดแสดงสับปะรดสีและพืชกินแมลง ภายใต้คอนเซ็ปต์ สีสันแห่งธรรมชาติ








โรงเรือนที่ 4 จัดแสดงกล้วยไม้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ กินรี








โรงเรือนที่ 5 จัดแสดงพืชทะเลทราย ภายใต้คอนเซ็ปต์ มหาพีระมิด











โรงเรือนที่ 6 จัดแสดง ภายใต้คอนเซ็ปต์ วิถีชาวบ้าน







เป็นยังไงกันบ้างจ้า ได้ชมพรรณไม้ และคอนเซ็ปต์ในการจัดแสดงของแต่ละโรงเรือนกันแล้ว สำหรับชิลไปไหน มีความสุขมาก ๆ รู้สึกผ่อนคลายกับบรรยากาศภายในโรงเรือน เดินชมอยู่หลายรอบเลย บอกได้คำเดียว ฟิน... 

15.00 น. เอาล่ะ ทุกคนเราก็มาถึงเวลาที่ต้องเดินทางสู่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์กันแล้ว

ด้วยระยะทางจากอุทยานดอกไม้ เพลาเพลินถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ไกลพอสมควร ทีมงานชิลไปไหนก็ถือโอกาศพักสายตาบนรถกันเลยจ้า

16.25 น. เครื่องขึ้นแล้ว เดินทางถึงกรุงเทพมหานครฯโดยสวัสดิภาพ ถึงประมาณห้าโมงกว่าๆ มีความสุขมากเลยจ้า



...บรรกาศชุมชนอันอบอุ่น ผู้คนน่ารัก
จะยังคงอยู่กับพวกเราตลอดไป
ขอให้ทุกคนสนุกกับการท่องเที่ยว 
แล้วจะพบกับความสุขที่แท้จริง...