สายฝนกำลังจะหมดลง ลมหนาวฤดูกาลใหม่ กำลังจะพัดผ่านมา
 ฝนก็ไม่ตกหนักมาก ถ้าตกสักพักก็หยุด ปล่อยโอกาสให้แสงแดดได้ออกแรงบ้าง
 จึงไม่แปลกใจหากเราจะได้กลิ่นชุ่มฝนนิดๆ เคล้าแสงแดดอ่อนๆ
 และอีกไม่นาน... ลมหนาวก็จะพัดเข้ามา....



 ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ เราน่าจะออกเดินทางอีกครั้ง
 อากาศดีๆ แบบนี้ ไปไหนดีล่ะ?

 



1. ปาย



เมืองหน้าหนาวสุดฮิต แต่มาปลายฝนต้นหนาวก็ไม่ผิด ข้อดีข้อหนึ่งคือ คุณจะได้เห็นทุ่งนาสีเขียวให้ได้ชื่นชมบ้างก่อนที่เขาจะเก็บเกี่ยวเสร็จ ได้สัมผัสถึงลมหนาวกลายๆ แต่ไม่หนาวจัด และผู้คนก็ไม่เยอะเท่าช่วงหน้าหนาวด้วย  ถ้าเปรียบเป็นหนังสือ ปายก็คงจัดอยู่ในหมวดเบสท์เซลเลอร์ที่ขายดีจนพิมพ์ซ้ำนับไม่ถ้วน แต่น่าแปลกตรงที่ไม่ว่าจะเปิดอ่านสักกี่ครั้ง เราก็ยังตกหลุมรักตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษของหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มนี้เสมอ

 แนะนำที่พักที่กินที่เที่ยว เมืองปาย คลิ๊กที่นี่


 

 

 


ถ้าพอมีเวลาก็อย่าลืม ขับรถไปเที่ยวปางอุ๋ง นอนเต๊นท์สักคืนริมทะเลสาบ อย่าลืมติดต่อที่พักไว้ก่อนนะจ๊ะ (ติดต่อขอรับบัตรอนุญาตที่ศูนย์ศิลปาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน (ในตัวเมือง) โทร.053-611-244 ก่อนเวลา 17.00 น. เท่านั้น)

 

แผนที่เมืองปาย คลิ๊กเพื่อดูรูปขนาดใหญ่
 


 

ตัวอย่างทริปปาย คลิ๊กเพื่อดูรูปขนาดใหญ่
 

จองที่พักปาย


2. เชียงราย



จังหวัดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างมาก ที่นี่ คุณจะได้พบกับความสุข ความกลมกลืน และความสงบผลลัพธ์ที่ได้คือบรรยากาศอันชวนผ่อนคลาย สถานที่ที่ผู้มาจะได้ประสบการณ์จากทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติของท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอบอุ่นสบายเหมือนอยู่บ้านตนเอง
 

แนะนำที่พักที่กินที่เที่ยว เมืองเชียงราย คลิ๊กที่นี่


 

 

 


 

แผนที่เชียงราย คลิ๊กเพื่อดูรูปขนาดใหญ่

 

ตัวอย่างทริปเชียงราย คลิ๊กเพื่อดูรูปขนาดใหญ่

จองที่พักเชียงราย

 

3. เชียงใหม่



กุหลาบงามแห่งล้านนา ดินแดนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะ สายหมอก และดอกไม้ พอสายลมเย็นๆ โบกโบยมาทีไร เป็นต้องนึกถึงเชียงใหม่ขึ้นทุกที นอกจากจะผสมผสานทั้งความเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เชียงใหม่ยังเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก อาหารพื้นเมืองอร่อย (มาก) ลำพังแค่คุณสมบัติ 3 ข้อนี้ ก็ทำให้เชียงใหม่กินขาด ได้ตำแหน่งเมืองตากอากาศยอดฮิตติดชาร์ตทุกๆ ปี ยังไม่นับสีสันยามราตรีที่มีเสน่ห์ไม่แพ้เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เก๋จริงนะ..เมืองเนี้ย!
 

แนะนำที่พักที่กินที่เที่ยว เมืองเชียงใหม่ คลิ๊กที่นี่






 


 




 

4. เชียงคาน



เรือนไม้เก่าแก่ตั้งเรียงแถวเป็นแนวยาว เดินทอดน่องบนถนนเส้นเล็กๆ ปั่นจักรยานเลียบลำนํ้าโขง ชมวิวประเทศลาวซึ่งอยู่ใกล้กันจนเหมือนมือเอื้อมถึง เพราะเสน่ห์อันแสนเรียบง่ายเช่นนี้ทำให้ชื่อของเชียงคานได้รับการรํ่าลือกระฉ่อนเมืองไทยในช่วงเวลาเพียงสองปีที่ผ่านมา เมื่อผสานกับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายเนิบนาบตามแบบฉบับผู้คนท้องถิ่น ทำให้เวลาที่นี่ดูเหมือนจะหมุนช้าลง วันเวลาไหลเวียนเอื่อยเฉื่อยโดยไม่มีอะไรต้องร้อนใจ  อีกทั้งผู้คนยังเปี่ยมด้วยมิตรไมตรี นํ้าจิตนํ้าใจ และรอยยิ้ม การได้พักผ่อนที่เชียงคาน จึงเหมือนการชาร์จพลังงานให้แก่ร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เชียงคานไม่ได้มีเพียงถนนริมนํ้ากับบ้านไม้สูงอายุอันเป็นเอกลักษณ์ เพราะยังมีจุดชมวิวแม่นํ้าโขง และวัดวาอารามต่างๆ มากมายซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงตัวอำเภอให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชม ทั้งแก่งคุดคู้ ภูทอก พระใหญ่ภูคกงิ้ว ภูช้างน้อย ฯลฯ ไม่ต้องรอให้ถึงหน้าหนาว เชียงคานก็รอคุณอยู่…
 

แนะนำที่พักที่กินที่เที่ยว เชียงคาน คลิ๊กที่นี่






 


 


จองที่พักเชียงคาน


 

5. น่าน



น่านเป็นเมืองเล็กๆ ที่อุดมไปด้วยความงดงามของขุนเขา ป่าไม้ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน วัฒนธรรม ประเพณีงานศิลปกรรมที่หลากหลาย ทรงคุณค่า วัดวาอาราม บ้านเรือนไทยเหนือแบบโบราณ สถาปัตยกรรมโบราณสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนน่านได้อย่างน่าดูชม เพราะอย่างนี้นี่เองที่ใครๆ ต่างก็อยากมาสัมผัสเมืองวัฒนธรรมแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ ห้ามพลาด
 





 


 




จองที่พักน่าน

 


6. สวนผึ้ง



สวนผึ้ง เป็นอำเภอหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดราชบุรี ถูกโอบล้อมด้วยหุบเขา อยู่ท่ามกลางแหล่งท่องเที่ยวมากมายทั้งทะเลหมอก ธารนํ้าร้อนนํ้าตก อีกทั้งยังสามารถสัมผัสอากาศหนาวเย็นท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติ กางเต๊นท์ ชมหมอก พักผ่อนอย่างมีความสุข ในแบบที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ถ้าคุณมาในช่วงปลายฝน รับรองว่า หลังฝนหมด คุณจะได้เห็นสายหมอกลอยอ้อยอิ่งห้อมล้อมภูเขาแน่นอน
 

แนะนำที่พักที่กินที่เที่ยว สวนฝึ้ง คลิ๊กที่นี่






 


 



 

7. เขาสก



เขาสกคือป่าฝนที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ เป็นอุทยานแห่งชาติที่สมบูรณ์ทั้งความเขียวสดชื่นและเย็นฉํ่าของสายนํ้าอย่าง "กุ้ยหลินเมืองไทย" หรือ "เขื่อนรัชชประภา" เรียกได้ว่ามาเที่ยวเขาสกได้ทั้งสองบรรยากาศแบบทูอินวัน ไม่เพียงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติแต่ในด้านประวัติศาสตร์ เขาสกยังเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้ คนเขาสกเล่าสืบต่อกันมาว่า ในอดีตลำคลองศกกว้างใหญ่จนเรือสำเภาสามารถแล่นเข้ามาจากปากอ่าวถึงที่นี่ได้ เคยมีการขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีมากมายผืนป่าเขาสกจึงเปรียบเสมือนตัวแทนที่เชื่อมโยงอดีตแห่งอาณาจักรโบราณเมื่อยุคหลายพันปีก่อนกับปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน
 

แนะนำที่พักที่กินที่เที่ยว เขาสกและเขื่อนรัชชประภา คลิ๊กที่นี่






 


 
จองที่พักเขาสก


 

8. เขาค้อ



ตั้งอยู่ในเขตของเมืองมะขามหวาน…เพชรบูรณ์ ‘เขาค้อ’  ชื่อฟังดูบึกบึน (เพราะทำให้นึกถึงพี่เขาค้อ-เขาทราย นักมวยคู่แฝด) แต่เมืองนี้แสนจะอ่อนโยน สุดจะโรแมนติกอย่าบอกใครด้วยหมอกขาวที่ลอยกรุ่นอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะในช่วงฟ้าหลังฝน ท่ามกลางวิวเนินเขาที่สลับซับซ้อน ที่นี่จึงไม่ยากที่จะทำคะแนนขึ้นเป็นอีกหนึ่งเมืองอากาศดีในใจของใครหลายๆ คน
 อ้อ.... ไปแล้วก็อย่าลืมไปชมทุ่งกะหล่ำปลีสีเขียวสดด้วยนะ กำลังผลิดอกออกผลช่วง เดือนตุลาคม – กลางเดือน ธันวาคม

 

แนะนำที่พักที่กินที่เที่ยว เขาค้อ คลิ๊กที่นี่






 
 

 
จองที่พักเขาค้อ


 

9. วังนํ้าเขียว



ดินแดนสีเขียวชอุ่ม ขึ้นชื่อลือชากันในนาม“สวิสเซอร์แลนด์แดนอีสาน” อุดมโอโซนบริสุทธิ์ สูดซึมซับกันได้ชุ่มปอด .. ฉํ่าใจไปกับทัศนียภาพภูเขาเนินน้อยใหญ่นานาสัตว์หายาก และพืชพรรณ รวมไปถึงสวนผัก – ผลไม้ปลอดสารพิษ ที่สามารถลิ้มลองความสดใหม่ไร้สารกันได้ถึงที่ปลูก ฟังอย่างนี้แล้วถ้าถูกใจ เราจะพาไป GoingGreen กัน ณ บัดนาว!
 

แนะนำที่พักที่กินที่เที่ยว วังน้ำเขียว คลิ๊กที่นี่






 


 
 

10. สังขละบุรี



สังขละบุรีเมืองเล็กๆ ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของ 3 เชื้อชาติ ทั้งไทย มอญ
 และกระเหรี่ยง ซึ่งมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่น่าสนใจมาที่นี่อาจจะไม่พบความศิวิไลซ์เหมือนเมืองอื่น แต่ถ้าได้มาเยือนแล้วขอบอกเลยว่าคุณจะได้พบกับความสุขชนิดที่เรียกได้ว่า “สุขจริงๆ” จากที่นี่กลับไปแน่นอน

 

แนะนำที่พักที่กินที่เที่ยว สังขละบุรี คลิ๊กที่นี่






 


 





จองที่พักสังขละบุรี


 

ก่อนจะหมดฤดูกาลสีเขียว...อย่ารอช้า จัดกระเป๋าออกเดินทางกันดีกว่านะ hum



 เรียบเรียงโดย This road is mine