ฉันมักจะใช้การเดินทางในการบำบัดปัญหาของชีวิต

               แม้รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยให้ปัญหานั้นคลี่คลาย

               แต่เมื่อเวลาที่เราเดินทาง เราได้พบชีวิตหลากหลายชีวิตระหว่างทาง พบกับความงามของดอกไม้เล็กๆ ริมทางเดิน ได้นั่งปล่อยใจไปกับสายน้ำและขุนเขาเบื้องหน้า

                นี่แหละประโยชน์ของการเดินทางที่ทำให้จิตใจที่มันฟุ้ง กลับมาก่อรูปร่างเป็นดวงใจที่แข็งแกร่งขึ้น พอที่จะกลับไปต่อสู้กับปัญหาที่เข้ามา

                เช่นเดียวกับครั้งนี้ฉันเลือกสังขละบุรี เป็นที่บำบัดโรคของฉัน
 
                จากกรุงเทพฯ ฉันนั่งรถตู้กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี จากอนุสาวรีย์ชัยฯ มาลงที่ขนส่งกาญจนบุรี จากนั้นก็ต่อรถตู้ไปที่สังขละบุรี ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ครึ่ง ที่เต็มไปด้วยถนนอันคดเคี้ยว และสูงชัน แต่สองข้างทางก็สวยงามไปด้วยต้นไม้ที่ถูกน้ำฝนเมื่อคืนชะล้างให้เขียวขจี


               
                
แล้วฉันก็มาถึงสังขละบุรี เมืองเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวมอญ

                สิ่งแรกที่เมื่อมาถึงคือตามหาที่พัก ชื่นใจ เฮาส์  ที่พักที่มีคนแนะนำว่าถ้าอยากมาพักร่างกายและจิตใจให้ลองมาที่นี่ 



 
             ไม่นานก็มาถึงที่พักแห่งนี้ ซึ่งที่นี่จะอยุ่เลยพีเกสต์เฮาส์มาหน่อย ถึงสามแยกแล้วเลี้ยวขวา ก็จะพบกับที่พักน่ารักที่เจ้าของคือคุณต้น สุธีรา รักเหลือ พี่สาวใจดีที่ช่วยดูแลคนที่พักที่นี่ตลอดเวลา
 

 
             ที่นี่เขาเป็นเกสต์เฮาส์เล็กๆ ดูแลกันแบบครอบครัว ภายในห้องพักไม่มีแอร์ ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อให้คนที่พักได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง บ้านแต่ละหลังก็สร้างเป็นกระท่อมไม้ ลดหลั่นกันไปบนเนินเล็กๆ ที่สามารถเดินลงไปพบกับแม่น้ำ
 

 
              ห้องพักสุดเรียบง่าย ไม่มีทีวี แต่ในยามค่ำคืนเราจะถูกขับกล่อมด้วยบรรดาวงออร์เคสตร้าจากเหล่าสัตว์ตัวจ้อยๆ ห้องพักของเขาก็ราคาไม่แพง 450 บาทเท่านั้น
 


ห้องน้ำอันเรียบง่าย

 
            เวลาเริ่มพลบค่ำ เมื่อฉันเก็บกระเป๋าในห้องพักเสร็จ ก็เดินมาที่ร้านกาแฟด้านหน้าที่ขายทั้งโปสการ์ด ขายอาหาร มีหนังสือให้เราได้อ่าน
 


ถึงแม้ว่าในห้องจะไม่มีทีวีก็สามารถมานั่งดูทีวีรวมที่นี่ได้


 
              ที่อยากจะแนะนำสำหรับคนที่มาที่นี่คือพิซซ่าสูตรเด็ดของเขาที่อร่อยมาก นักท่องเที่ยวฝรั่งก็ชอบมาทานพิซซ่าของที่นี่
 

 
             ในยามเช้าฉันเดินมาจากที่พักเพื่อมาสัมผัสแสงแรกอันงดงามของสะพานมอญ หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ ที่ที่ได้พบกับความงดงามของวิถีชีวิตยามเช้า 
 

 
               เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มแรงขึ้น ก็ถึงเวลาบอกลาสะพานมอญ พาร่างกายตัวเองมารับกับคาเฟอีนที่ร้านกาแฟ ของชื่นใจเฮาส์ กลิ่นกาแฟกับบรรยากาศยามเช้าช่างเข้ากันมากๆ
 


จิบกาแฟ รับลมเย็นๆ เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว


 
              ถึงแม้การเดินทางจะไม่ช่วยให้ปัญหาคลี่คลาย แต่สิ่งที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้ก็ทำให้ฉันเห็นแง่งามแห่งชีวิต สมองแจ่มใส พร้อมกลับไปต่อสู้โรคภัยทางสังคมอีกครั้ง

ดูข้อมูลการเดินทางได้ ที่นี่

เรื่อง Star Dust