มันเป็นวันที่ฝนตกพรำๆครับ บรรยากาศมันหงอยเหงา จนทำให้ชีวิตดูหดหู่พิลึก ไม่ได้ครับ เราจะปล่อยให้ชีวิตเราไร้ซึ่งสีสรร ไม่ได้เด็ดขาด เดี๋ยวจะเสียเกียรติของสิงห์หยีเสียเปล่าๆปลี้ๆ ว่าแล้วก็กดโทสับโทรหาสหายร่วมวงสุรา บทสนทนาก็เกิดขึ้นดังต่อไปนี้

สิงห์หยี : เฮ้ย วันนี้มีโปรแกรมป่าววะ

ตี๋หิ... : ฟังกี้ว่ะ

สิงห์หยี : เค เจอกานน

 

สิ้นบทสนทนากับสหาย ตี๋หิ...(อันนี้เป็นชื่อในวงการของสหายผม) ก็แปลว่าคืนนี้แม้จะเป็นวันธรรมดา แต่รับรองได้ว่า ชีวิตในค่ำคืนนี้จะไม่ธรรมดาแน่นอน 

ผมบึ่งรถออกจากออฟฟิศประมาณ สามทุ่ม ในวันธรรมดาแบบนี้ เด็กเสริฟบอกว่าพี่ไม่ต้องรีบมา เดี๋ยวหนูดูโต๊ะให้ มาถึงซักสี่ทุ่มครึ่งกำลังดี ขับรถไปเรื่อยๆ รถติดนิดหน่อย ไม่รีบร้อนอะไร ไปถึงที่หมาย ซอยเอกมัย-ทองหล่อ เลี้ยวรถเข้าไปปุ้บโดนค่าที่จอดก่อนเลย 100 บาท ยิ่งถ้ามาศุกร์เสาร์ เฉพาะค่าที่จอดก็ 200 หาที่จอดเสร็จ แวะกินราเม็งรองท้อง เผื่อเมื่อถึงเวลาฤทธิสุราสำแดงเมื่อไหร่ สำรอกออกมาจะได้ไม่แสบคอจนเกินไป 555

เข้ามาถึงหน้าร้าน พี่การ์ดตรวจบัตร พร้อมปั๊มตราที่ข้อมือขวา ที่นี่ดีอย่างตรงที่ว่า ไอตราที่ปั๊มจะมองเห็นก็ต่อเมื่อเอาแบลคไลท์ส่อง เหมาะมากๆสำหรับคนที่หนีเที่ยว แล้วกลัวว่ากลับบ้านไปแล้วภรรยาที่บ้านชอบดูรอยปั๊มที่ข้อมือ อิอิ เพราะต่อให้เราลืมล้าง ก็มองไม่เห็นได้ง่ายๆ




The Journey Of Night Life : EP.2 Funky Villa


ไปถึงปุ้บโทรเรียกเด็กเสริฟ ไม่นานก็ออกมาพาไปโต๊ะ สี่ทุ่มครึ่งแล้ว คนมากันพอสมควรแล้ว วงก็เล่นสดกันไป เพลงที่เล่นส่วนมากก็เป็นเพลง ป๊อปร๊อค ที่กำลังอินในแต่ละช่วง แน่นอนว่าไม่พลาดเพลง "หยุดๆชีวิต หยุดกับคนนี้"

เวลาผ่านไป ห้าทุ่มนิดๆ คนเริ่มหนาตา จุดเด่นของฟังกี้คือ คนเยอะทุกวัน รับรองมาร้านนี้ไม่มีเหงา ส่วนสาวๆนั้น สิงห์หยีการันตีว่ามีตั้งแต่เกรด B ถึง A หาสวยน้อยกว่านี้ยาก คุณเธอแต่งกันมาเต็ม ถ้าหน้าตาไม่ดี ชีก็เซกซี่ไว้ก่อน อันนี้สิงหืหยี ชอบมากๆ แต่ที่เหนื่อยหน่อยก็คือ นอกจากสาวๆจะสวยๆแล้ว ไอพวกหนุ่มๆ นี่ก็ไม่ใช่เล่น เรียกได้ว่า คู่แข่งเยอะเอาการ 555 การแต่ตัวก็อย่ามาให้เค้าดูถูกเกินไป เกงยีนเสื้อยืดพอได้ จะเชิตแสลคก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าขาสั้นมานี่ เค้าจะดูถูกได้นะเออ

คนที่มาที่นี่ ก็มีหลายแบบ ทั้งนักศึกษา คนวัยทำงาน หนุ่มวัยกลางคน แต่ไม่มีคนจนผู้ยิ่งใหญ่




The Journey Of Night Life : EP.2 Funky Villa


สำหรับสุราที่ฟังกี้ก็มีให้เลือกหลากหลาย หรือจะกินไวน์ก็มี แต่ส่วนมาก จะเน้น black lable หรือ red lable ราคาไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ เพราะบิลมาที่ไร จำอะไรไม่ค่อยได้ทุกที แต่คร่าวๆ ก็คือ ถ้าไปกันสามคน แบลคหนึ่งขวด มิกซืเรื่อยๆ จัดกันจนหมด ก็ตกราวๆ คนละ 1,000-1,500 บาทไทย 

ที่นี่เค้าไม่เต้นกันบ้าบอครับ เอาแค่พอยักย้ายยึกๆยักๆ (คนที่นี่เค้าเก็บอาการกันเก่งมาก แต่เฉพาะก่อนเที่ยงคืนเท่านั้น) เพราะพื้นที่มีจำกัด ถ้ามาศุกร์เสาร์นี่ จะไปเข้าห้องน้ำที เหนื่อยรากเลือด ปวดตาอีกตะหาก หันซ้ายหันขวาก็เจอแต่คนน่ารัก 555 

ประมาณห้าทุ่มครึ่ง สหายร่วมวงก็มากันครบองค์ ไอโต๊ะข้างๆมันเริ่มเลิฟซีนกันแล้วครับ แลกเอ็นไซม์กันอย่างเมามันส์ พระเจ้า เกรงใจกันบ้างง ตูอิจฉา 555 แต่พอหันหน้ามา ไม่อิจฉาแล้วก้อด้ายยย




The Journey Of Night Life : EP.2 Funky Villa


เมื่อถึงเที่ยงคืน แน่นอนว่าคนแน่นร้าน โต๊ะเริ่มเต็ม ไอโต๊ะที่เราจองไว้มันก็พอมีที่เหลือซะด้วยสิ เด็กเสริฟมองตาเราอย่างรู้ใจ หายหัวไปพักหนึ่ง พร้อมกับมาด้วยสาวหน้าตาน่ารักสามคน กับบทสนทนาอีกหนึ่งประโยค

เด็กเสริฟ : พี่ มีคนขอแชร์โต๊ะด้วย

ไม่รอช้าสิงห์หยี เชคอาการ พี่ตี๋หิ...ทันที สหายตี๋ยักคิ้วหนึ่งที เป็นอันเข้าใจกันว่า น้องๆสามคนนั้นบัดนี้มีที่ยืนเต้นยึกๆยักๆ ใกล้ๆพวกพี่ๆแล้วแน่นอน

ขอออกตัวก่อนว่า ไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้หรือหน้าหม้อ แค่เป็นคนมีน้ำใจต่อเพศตรงข้ามหน้าตาดีเฉยๆ

วงสุดท้ายเล่นประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ตอนนี้พวกผมกะสามสาวเป็นเพื่อนกันแล้วครับ แต่ว่า ไอโต๊ะข้างหลังมันยังคงแลก เอ็นไซม์กันอยู่ตลอดเวลาเป็นระยะๆครับ ไม่รู้จะรักอะไรกันนักหนา ผมว่าพวกคุณไปโรงแรมดีกว่าไหม 

ตอนนี้โต๊ะใครเป็นโต๊ะใครก็ไม่รู้แล้ว ต่อมมนุษยสัมพันธ์ดี ของคนในร้านถูกกระตุ้นด้วย จอนนี่วอคเกอร์ บางคนขอเบอร์คนนี้ ไอผู้หญิงคนมะกี้ ก็ไปเต้นสีกะไอหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปอีกสองโต๊ะ (ว้า) ชนแก้วกันไปมา ไอที่ไม่ไหวจริงๆ ก็เต้นล้ม เต้นล้มอยู่หน้าเวที ไอที่ตอนแรกไม่สวย ตอนนี้มันก็เริ่มจะดูโอเคขึ้นมาซะงั้น 5555




The Journey Of Night Life : EP.2 Funky Villa


แต่คืนที่ธรรมดา ที่ไม่ธรรมดายังไม่จบลงแค่นี้นะครับ ร้านปิด แต่คนยังไม่ปิด แบบนี้ต้องต่อเนื่องงง ที่ WIP



เรื่องโดย : สิงห์หยี พาตีเมือง