ขับรถเที่ยวจอร์เจีย 8 วัน 7 คืน Tbilisi Kazbegi Mestia

เที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกอุซกูลี่ นอนโรงแรมดัง Fifth Season วิวสุดอลัง


  • ทริปนี้เป็นทริปขับรถเที่ยวเอง ฉะนั้นจะไม่ได้ทำข้อมูลการเดินทางรถสาธารณะให้นะครับ

  • จอร์เจียให้คนไทยเที่ยวได้ 365 วันโดยไม่ต้องใช้ VISA ไม่ดูวัคซีนพาสปอร์ต เที่ยวได้สบายๆ เลยครับ

  • ขับรถพวงมาลัยซ้าย น้ำมันเบนซินเรกูล่าลิตรละประมาณ 45 บาท (3.59 ลารี) 1 ลารี ราวๆ 12 บาท

  • ช่วงเดือน มิ.ย. - ส.ค. เป็นช่วงหน้าร้อน ทบิลิซีอากาศร้อนเหมือนกรุงเทพ 32 องศา แดดแรง พระอาทิตย์ตก 3 ทุ่ม ซึ่งเป็นหน้าไฮของการเที่ยวภูเขาและเทรคกิ้งเดินป่า

  • อากาศบนที่สูง เช่น จูตา อุซกูลี่ ราวๆ 12-20 องศา

  • ทางเดินขึ้น Fifth Season 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินครึ่งชั่วโมง มีช่วงชัน แอ่งน้ำ และต้องหลบขี้ม้าตลอดทาง ควรเตรียมรองเท้าให้เหมาะสม หรือจ้างม้าตัวละ 30 ลารีต่อตัวต่อรอบ

  • Google Map ในเมืองทบิลิซีไม่อัพเดทเท่าไร บางทีเลี้ยวไปเจอทางตัน ถนนปิด ห้ามเข้า ต้องเช็คกับโลกจริงเสมอๆ

  • คนจอร์เจียขบรถไม่เป็นระเบียบ อยากจอดคุยกับเพื่อนข้างทางก็จอดเลย ไม่เปิดไฟเลี้ยว ควระมัดระวังให้มากๆ

  • เรียก Taxi ใช้แอป Bolt ถูกมาก ใครใช้แอปนี้ที่ไทย ไปที่โน่นก็ใช้งานได้ทันทีไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้วครับ

  • จอดรถริมถนนในตัวเมืองใหญ่ ต้องจอดตรงที่มีป้าย P และจ่ายค่าจอดด้วยนะครับ ไม่งั้นโดนใบสั่ง เดี๋ยวมีวิธีทั้งจ่ายค่าจอดและค่าปรับให้ท้ายรีวิว

  • ทางไปอุซกูลีที่ว่าโหดนั้นโหดจริง! ขับรถไม่แข็งจ้างรถไปดีกว่าครับ

  • โรงแรม Fifth Season เปิดปลายเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม อยากไปหุบเขาเห็นเขียวๆ แนะนำเป็น มิถุนายน-สิงหาคมครับ

  • ห้องน้ำ ถ้าเข้าตามที่เที่ยวจะมีทั้งฟรีและไม่ฟรี ส่วนใหญ่ราคา 1 ลารี เข้าที่ปั้มก็ 1 ลารีครับ ที่เข้าฟรีชัวร์ๆ คือตามร้านอาหาร สะอาดด้วยครับ

  • ตลอดทริปขับรถคนเดียว จึงวางแผนเดินทางไม่ให้คนขับเหนื่อยเกินไป ใครที่สามารถขับเปลี่ยนมือกันได้ อาจได้เวลาเที่ยวเพิ่ม เช่นจากทบิลิซี ก็ขับขึ้นเมสเตียไปเลยจะได้นอนเมสเตียเพิ่มอีก 1 คืนไม่ต้องค้างคูทายสิ ลองเอาไปปรับใช้กันได้นะครับ

  • หากมีคำถามเพิ่มเติม สอบถามกับทีมงานที่ Line : @Chillpainai ได้ตลอดเลยนะครับ ผมและทีมงานจะคอยตอบทุกเรื่องเที่ยวให้ตลอด 7 วัน เพิ่มเพื่อนได้ที่ลิงก์นี้เลย https://chill.travel/LineChillpainai

 




ฤดูกับการท่องเที่ยวของจอร์เจียแบบกะเอาคร่าวๆ

1 ฤดูใบไม้ผลิ เมษายน ถึง พฤษภาคม แห้งๆ น้ำตาลๆ หน่อย แต่ยังเห็นหิมะที่ยอดเขา อากาศดีไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป

2 ฤดูร้อน - มิถุนายน ถึง สิงหาคม ไฮซีซั่นของสายดินป่า เที่ยวได้ทั่ว ป่าเขียวดอกไม้บาน แต่อาจร้อนในตัวเมือง

3 ฤดูใบไม้ร่วง - กันยายน ถึง ตุลาคม ใบไม้แดง ลมเย็น ในเมืองจะเริ่มมีการแสดงสดและโชว์ต่างๆ เป็นช่วงที่โรแมนติกมากๆ

4 ฤดูหนาว - พฤศจิกายน ถึง มีนาคม หิมะตก เมืองสกีรีสอร์ทอย่าง Gudari จะฮิตมาก ยังคงเดินทางได้แต่ระวังถนนปิดเนื่องจากหิมะถล่ม


โดยทริปที่เราไปคือ 8-16 กรกฎาคมอยู่ในช่วงหน้าร้อน อากาศในเมือง Tbilisi ร้อนอบอ้าวเหมือนบ้านเรา 32 องศา แดดแจ่มๆ แต่ในโซนภูเขากำลังเขียวเลยครับ ดูรูปในทริปที่เราเที่ยวจอร์เจียหน้าร้อนนี้ได้เลย แล้วค่อยเลือกเอาว่าจะไปช่วงไหนดี แต่ผมแอบเชียร์ช่วงมิถุนายน อากาศน่าจะเย็นกว่า ดอกไม้ก็บานได้ที่ ใครสะดวกเดือนนี้แนะนำเลยครับ โดยทริปนี้มีไฮไลท์ 2 จุด คือ ไปนอนที่ Fifth Season และไปเที่ยวหมู่บ้านมรดกโลก Ushguli ครับ เอาละ เรามาเริ่มทริปขับรถเที่ยวจอร์เจียของเรากันเลย!


 แผนการเดินทางคร่าวๆ แบบคร่าวมากๆ

Day 1 : กรุงเทพ - คูเวต - Tbilisi

เราเดินทางเช้าตรู่ 1.45 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ใช้บริการสายการบิน Kuwait Airways ในราคาตั๋ว 22,535 บาท จองผ่านเว็บ Skyscanner.co.th ใครอยากได้ราคาดีๆ ต้องเช็คดูเรื่อยๆ หรือรอโปรตั๋วเครื่องบินแนะนำจากเพจนี้ได้นะครับ ChillTravel เที่ยวสบายใจ ไปกับชิลทราเวล

ใช้เวลาเดินทาง กรุงเทพ - คูเวต 7 ชั่วโมง และคูเวต - จอร์เจีย อีก 2 ชั่วโมงครึ่ง รวมเป็น 9.30 ชั่วโมง (ราคานี้รอต่อเครื่อง 5 ชั่วโมง) พอถึงทบิลิซีเวลา 14.20 ก็ผ่านขั้นตอนต่างๆ ประมาณนี้

ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ตม.ไม่ถามอะไรเลย ไม่ขอดูวัคซีนพาสปอร์ต ไม่ขอดูแพลนทริป ไม่ดูใบจองโรงแรม ผ่านเข้าเมืองง่ายจนงงเลยครับ 

แลกเงิน Euro เป็น ลารี

จริงๆ แลกที่ไหนก็ได้ ซึ่งเรทสนามบินพอๆ กันกับในเมือง เรทตอนไปอยู่ราวๆ 2.9 ลารี ต่อ 1 ยูโร (1 ลารี = 12.35 บาท)

อินเตอร์เน็ต

  • ซิมอินเตอร์เน็ต AIS Sim2Fly 6GB 399 บาท ใช้ได้ 10 วัน+เน็ตในไทยอีก 500 mb ข้อดีคือสามารถใช้ได้หลายประเทศเมื่อต้องต่อเครื่อง ดูรายชื่อประเทศได้จากลิงก์เลยครับ https://chill.travel/3RKm68L

  • หรือ ซิมเน็ต Magti Unlimited 7 วัน 7 ลารี + ค่าซิม 3 ลารี  = 10 ลารี 

ประกันการเดินทาง

เพื่อความอุ่นใจ เราใช้ประกันการเดินทางของ MSIG Travel Easy เผื่ออุบัติเหตุ เริ่มต้นแค่ 360 บาทเท่านั้นเองครับ หรือลองเลือกแพ็คเกจที่สนใจได้เลย มีโปรแถม e-coupon Starbucks ด้วย ลิงก์นี้เลยครับ https://chill.travel/3PL4hVr

รถเช่า

รถเช่ามีหลายเจ้าอยู่นะครับ แต่เราใช้ carsandrooms.ge รถ Subaru XV Crosstrek Hybrid 8 วัน ราคา 360 euro (13,300 บาท) จองมาจากไทย สแกนใบขับขี่สากลให้เขาเพื่อนยืนยัน จ่ายเงินเมื่อรับรถ เลือกจุดรับรถได้ทั้งในเมืองและสนามบิน *ข้อเสียคือ เขาขอให้เราล้างรถก่อนส่งคืน ค่าล้างรถ 30 ลารี (375 บาท)

  

เที่ยววันแรก

เสร็จจากขั้นตอนต่างๆ ก็บ่าย 3 กว่าแล้ว เราเลยเข้าเช็คอินที่โรงแรม Old City Boutique Hotel ห้องละ 1,250 บาท โรงแรมใหม่ สะอาด ที่นอนดี อาหารเช้าโอเค แต่ที่จอดรถต้องไปไฝว้กับชาวบ้านแถวนั้นหน่อยนะครับ ถนนแคบและเป็นเนิน ถ้าไม่เจอที่จอดต้องวนใหม่อย่างเหนื่อย ตอนนี้แหละที่อยากทุบ Google Map มาก แนะนำแต่ละเส้นแบบว่า...มันไปได้ที่ไหนละเฮ้ย ทางตันโว้ย! ใครจะพักโรงแรมนี้ หาที่จอดด้านล่างง่ายๆ แล้วนั่ง Bolt มาดีกว่าครับ



16.00 น. เช็คอินแล้วขับรถออกมาเที่ยวแถวในเมือง บริเวณป้าย I Love Tbilisi คนเดินคึกคัก ร้านอาหารคาเฟ่ของฝากมากมาย แถวๆ นั้นมี Meidan Bazaar สะพานโค้ง Legvachtahvi Gorge และ Juma Mosque ให้ถ่ายรูปเพลินๆ


มาเช็คในซุปเปอร์มาร์เก็ตพอเห็นราคาไวน์แล้วก็แหม่... มันน่าโดนจริงๆ ไวน์ถูกมากกกกกกก บางขวดเซลเหลือ 3.99 ลารี ถูกกว่ามันฝรั่งอี๊ก



แวะทานอาหารจอร์เจีย เมนูที่เขาแนะนำคือ Khinkali-คินคาลี(เหมือนขนมจีบลูกใหญ่), Khachapuri-คาจาปูรี ขนมปังบางกรอบตรงกลางเป็นเนยชีสและไข่ คลุกให้เข้ากันก่อนกิน, สลัดจอร์เจีย เป็นมะเขือเทศกับแตงกวา, Shkmeruli-ชเมอลูรี ไก่กับซอสเนย+กระเทียม อาหารจอร์เจียติดเค็ม เค็มทุกร้าน ทำใจไว้เลยนะครับ555


จากนั้นก็เข้าที่พัก เพราะพรุ่งนี้ เราจะออกเดินทางไปคาสเบกี้กันครับ


Day 2 : Tbilisi -  Juta - The Fifth Element

ตามแพลน 9.00 เราจะเดินทางไปยังโบสถ์  Gergeti Trinity Church ใน Kazbegi (170 km-ใช้เวลาขับ 4 ชั่วโมง) โดยแวะ Jvari Monastery (30 กม. จากตัวเมือง) ก่อน

ออกจาก Jvari Monastery แล้วขับไปสักพักก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น โดยตั้งแต่เริ่มออกจากตัวเมืองทบิลิซี เราจะเห็นรถบรรทุกจอดข้างทางต่อเนื่องกันยาวเป็นสิบๆ กิโล ทีแรกก็ขำๆ แต่พอช่ว'ขึ้นเขาแถวกูดารี ยันลงมาจากเขา เกิดปัญหาแทบตลอดทาง เพราะถนนแคบ แถมโดนรถบรรทุกจอดกินไป 1 เลน ไหนจะต้องขับสวนเลนกันอีก เมื่อมีถนนพังปุ๊บ รถติดยาวเป็นชั่วโมงๆ เลยครับ

 

เราติดหนักตรงช่วงโรงโม่ กว่าจะมีคนลงไปจัดการให้รถพอเคลื่อนตัวได้ก็เลทไปเยอะจนผิดแผน เราเลยเปลี่ยนจากโบสถ์ไปจูตา เพื่อเข้าที่พัก Fifth Season ก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยไป Gergeti Trinity Church

แวะทานอาหารที่โรงแรม Suatis Resort Kazbegi วิวสวยดี ลมเย็นสบาย แต่นี่คือถนนลาดยางเส้นสุดท้ายแล้วครับ ต่อไป ดิน+หินล้วนๆ ขับรถโยกหัวโขกกระจกเลย555 



ขับมาเรื่อยๆ ประมาณ 3 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนถึงหมู่บ้าน จุดนี้เองที่โรงแรม Fifth Season ส่งข้อความมาว่าทางขาด ให้เราจอดรถแล้วโทรเรียกให้เขามารับ แต่เล็งๆ กะๆ แล้วเหมือนเขาซ่อมถนนบางส่วนไปแล้ว ช่วงที่ถนนทลายก็มีคนเอาหินมากั้นทางไว้ให้ และทางก็เปิดเหมือนให้ขับไปได้ เราเลยขับต่อไปถึงตัวหมู่บ้านกันเอง


 

มาพูดถึง 1 ในไฮไลท์ของทริปนี้กันครับ วิวสุดอลังที่ Fitht Season 

เราจอง Fifth Season ล่วงหน้า 2 เดือน ตั้งแต่โรงแรมเปิดตอนปลายเดือนพฤษภาคม ผ่าน Booking.com ด้วยราคา 476 ลารี (6,122 บาท พัก 4 คน) เมื่อจอดรถที่หมู่บ้านก็ต้องเดินขึ้นเนินเพื่อไปโรงแรมอีก 1 กิโล สำหรับคนที่ขึ้นไม่ไหว ข้าวของเยอะ สามารถเช่าม้าได้ในราคาตัวละ 30 ลารี โดยต้องแจ้งทางโรงแรมก่อน แต่เราเน้นเอาแต่ของจำเป็นใส่กระเป๋าใบเล็กๆ เลยขึ้นไม่ลำบากเท่าไรครับ


เดินขึ้นมาจากตีนเขาตรงลานจอดรถตรงโน่นเลย ริมน้ำกันเลยทีเดียว หมู่บ้านเล็กๆ มีคาเฟ่บริการด้วย บรรยากาศดีใช้ได้


ทางขึ้น Fifth Season เป็นเนินในช่วงแรก ประกอบกับที่ฝนตกเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้พื้นเป็นโคลน ลื่นและยังต้องเดินหลบขี้ม้าตามทางอีก แต่ถ้าค่อยๆ ไปก็ได้อยู่ เมื่อพ้นเนินก็เริ่มสบายแล้ว อากาศดีมากๆ ประมาณ 15 องศา ลมพัดเย็นเฉียบบวกกับวิวสวยสุดๆ ทำให้การเดินขึ้นโดยรวมถือว่าโอเค555


พอถึง Fifht Season แต่ละคนก็ร้องว้าวกับวิวที่เห็น


ห้องพักสำหรับ 4 ท่าน (ชั้น2) 476 ลารี (6,122 บาท พัก 4 คน) เป็นประมาณนี้ (จริงๆ หน้าต่างเห็นวิวภูเขาเลยนะครับ ฟินมาก) จองได้ที่ลิงก์นี้เลย https://chill.travel/3uUIgLK


น้ำห้องรวมนะครับ มี 2 ห้อง ห้องอาบน้ำได้แค่ห้องเดียว อีกห้องเป็นส้วมเฉยๆ จะอาบน้ำที รอคิวกันหน้าย่นเลย5555 งั้นรีบโยนกระเป๋าแล้วไปถ่ายรูปกันเพลินๆ กันดีกว่าครับ


 

มื้อเย็นกับบรรยากาศ วิวภูเขา ชิลสุดๆ ไปเลยครับ


 

ที่ Fifth Season มีเส้นทางเดินเทรคกิ้งด้วยนะครับ ใครสนใจก็สอบถามเส้นทางกับทีมงานในโรงแรมได้เลย พูดภาษาอังกฤษได้ดีทุกคน

กลางคืนหลังพระอาทิตย์ตก (ราว 3-4 ทุ่ม) อุณหภูมิเหลือ 9 องศา + ลมแรง เลยไม่ได้ออกไปถ่ายรูปหรือดูดาวอะไรเลย นอนเหมือนแมว555


Day 3 : Fifth Season - Gergeti Trinity Church - ป้อม Ananuri - Tbilisi


เราออกจาก Fifth Season เก้าโมงกว่าๆ เพื่อจะไปเที่ยว โบสถ์ Gergeti Trinity Church กันต่อ แต่เมื่อมาถึง ทางปิดครับ! ไม่สามารถขึ้นไปยังลานจอดรถของโบสถ์ได้ โดยมีคนเอาหินมากันทางหลักไว้ แล้วบอกให้ไปอีกทาง ซึ่งดูเส้นทางแล้วโหดหินมาก ก็มันหินล้วนๆ ก้อนใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลยจะขับไปได้ไง?  เมื่อเราลองขับลุยเองไปได้สิบเมตร รถที่สวนมาส่งสัญญาณบอกว่า หนีไป!  เราจึงกลับรถ แล้วจ้างรถชาวบ้านที่จองเรียงรายอยู่ในราคาเหมา 70 ลารี (4 คน) เขาจะขับขึ้นไป แล้วรอเรา 45 นาที จึงกลับมาส่งที่เดิม เอาเป็นว่า ทางโยกสุด ไส้แทบจะพันรวมกัน โยกหัวแทบหลุด แถมยังต้องรีบเที่ยวอีกต่างหาก เลยได้รูปมาแค่นี้เพราะสติแตกกระเจิงตั้งแต่ขึ้นแล้วครับ



วิวเมื่อมองจากโบสถ์ไปเมือง Stepantsminda ด้านล่าง 



รูปนี้คือช่วงกั้นถนนขึ้นโบสถ์เพราะทางชำรุดครับ



ทีแรกกะจะแวะ Truso Valley ซึ่งขับออกมาจากทางหลักแค่ชั่วโมงครึ่ง แต่เอาจริงๆ เห็นทางแล้วท้อ ไม่มีป้ายบอก แถมยังมีหินก้อนใหญ่ขวางทางอีก รอดูอยู่นาน ก็ไม่มีใครขับขึ้นไปตามที่ Google Map บอกสักคัน เลยทำใจ ไม่ไปละ เพราะกลัวเช็คอินและเที่ยว Freedom Square ไม่ทัน เลยตัดสินใจ ไม่ไปแล้วเว้ย! ไม่ได้หลงนะ แค่ไม่รู้ไปยังไง

แล้วก็มาแวะป้อม Ananuri Fortress ป้อมที่วิวสวย ตั้งอยู่บนเขื่อน(หรืออ่างเก็บน้ำนี่แหละ) มีนักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำกันด้วย ถ้าไม่ร้อนระอุมากอย่างตอนที่พวกเราไป ก็เป็นอีกจุดที่น่าแวะเลยครับ



ขนาดไม่ได้แวะ Truso Valley เราถึงที่พักในเมืองทบิลิซีหกโมงเย็น เข้าเช็คอินที่  Diuma Hotel  คืนละ 294 ราลี (2 ห้อง 3,650 บาท) ที่พักใกล้ Freedom Square ข้างๆ ที่พัก เป็นร้านอาหารไทยชื่อ Yummy Thia Restaurant ส้มตำอร่อยมาก อาหารไทยอื่นๆ ก็อร่อย เรากินกันเกลี้ยงจาน ลองไปทานกันได้ครับ


 

นี่ครับอาหารที่เราสั่ง อร่อยทุกจาน คนไทยกับอาหารไทยมันขาดกันไม่ได้จริงๆ จากนั้นก็ไปเดินชิลแถว Freedom Square กันครับ



เดินวนไปตามที่เที่ยวใกล้ๆ อย่าง  Rezo Gabriadze Marionette Theater  และ Tbilisi Wall Ruins (Old Town) พอตกเย็นแดดร่มแล้วค่อยเดินสบายหน่อย เดินจนค่ำก็กลับเข้าที่พัก หมดไปอีกวันแล้ว เฮ้อ เวลามันผ่านไปไวเกิ๊น




Day4 : Tbilisi - Kutaisi

วันนี้เราจะขับไปคูทายสิ เมื่อใหญ่อันดับ 2 ของจอร์เจีย เพื่อพัก 1 คืนก่อนเดินทางขึ้นเขาไปเมสเตียต่ออีก 5 ชั่วโมงในวันรุ่งขึ้น ระหว่างทางจาก ทบิลิซีไปคูทายสิ 223 กิโลเมตร ใช้เวลาขับ 3 ชั่วโมง 30 นาที ทางดีขับสบายเลย



เส้นนี้เราจะผ่าน 2 ที่เที่ยวฮิตๆ อย่างเมือง Gori บ้านเกิดสตาลิน และ Uplistsikhe ที่เป็นถ้ำยุคหินถูกเจาะเป็นบ้าน (แต่ไม่ได้แวะ) ถนนดีขับสบายไม่นานก็ถึงคูทายสิ เข้าเช็คอินที่พัก  Nana's Home คืนละ 1,692 บาท (2ห้อง)



เช็คอินแล้วไปเดินตลาดสดขายผลไม้ ขนมและข้าวของเครื่องใช้ เดินสนุกดี ผลไม้ถูกมาก เชอรี่กิลโลละ 7 ลารี (90 บาท) แตงโมลูกเบ้อเร่อ



แล้วเดินเล่นในเมืองกันต่อ บรรยากาศยุโรปมาเต็ม



แวะกินขนมร้าน Lumier's Chimney Cake ที่ใช้แป้งม้วนสดๆ เป็นโคนแล้วปิ้งให้ได้ที่ นำมาใส่ช้อคโกแลตรองที่ก้นแล้วใส่ผลไม้สด ราดทับด้วยซอฟท์ครีม หอมอร่อยกลมกล่อมมาก


  

เดินวนจนเหนื่อยก็เดินกลับที่พัก

*จริงๆ ที่คูทายสิเองก็มีที่เที่ยวอีกหลายที่ รวมถึงโบสถ์ Bagrati Cathedral โบสถ์พันปีที่ได้รขึ้นทะเบียเป็นมรดกโลกจาก UNESCO แต่เวลาไม่พอได้ไป ใครมีเวลาลองไปเที่ยวกันได้นะครับ



Day 5 : Kutaisi - Mestia


เราออกแต่เช้า ขับจาก Kutaisi ไป Mestia ระยะทาง 243 กิโล แต่ใช้เวลาขับ 5 ชั่วโมง เส้นทางขับรถที่แนะนำคือเส้นทางที่ขับผ่านเมือง Zugdidi แม้ระยะทางมากกว่าแต่ขับง่ายกว่าเส้น Martvili ที่มีวัวมานอนขวางทางอยู่ตลอด และผ่านเข้าเมืองบ่อยมาก เมื่อขับจนถึงจุดที่ถนน 2 สายมาบรรจบกันเพื่อเข้าเมสเตีย เส้นนี้จะวิวสวยมาก ภูเขาต้นไม้เขียวชะอุ่ม หมอกลงเยอะมาก บางช่วงมองแทบไม่เห็นทางเลยต้องขับช้าๆ เส้นนี้ขับฟินมาก วิวสวยตลอดทางมีคาเฟ่ให้แวะพักเหนื่อยหลายคาเฟ่ เลือกได้เลยครับ

 

 

  

จริงๆ มีสวยกว่านี้แต่ถ่ายเป็น vdo มา รอชมแล้วกันนะครับ เมื่อถึงเมสเตีย เราเข้าที่พักสุดชิค  WinterFell Mestia เป็นชาเล่ต์ 2 ห้องนอน ที่นอนได้ 4-5 คน  คืนละ 370 ลารี (4,600 บาท) ชาเล่ต์สวยมาก สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถทำอาหารได้  ในช่วงที่เราไปเป็นช่วงที่แปลงดอกไม้หน้าที่พักโดนรื้อไปแล้วเลยไม่สวยแบบในรูปของเว็บ booking  แต่ก็ถือว่าโอเคเพราะที่นอนดี นอนสบายมากจนไม่อยากลุกไปไหน



จากนั้นเข้าเมืองที่ห่างกันประมาณ 3 กิโล เดินเล่นในเมืองเล็กๆ เมสเตียเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อากาศดีเหมือนปายบ้านเรา 



ตอนเย็นเราแวะทานอาหารที่ร้าน  Cafe Seti อาหารที่นี่อร่อยมาก อร่อยทุกอย่าง อร่อยยันแตงกวา ราคาก็ถือว่าไม่แพง เราสั่ง 4 อย่าง ราคา 88 ลารีเท่านั้นเอง (1,100 บาท) ถือว่าอร่อยคุ้มราคา ใครไปเมสเตียแนะนำให้ลองร้านนี้นะครับ


 


ไม่นานฝนก็เริ่มตกปรอยๆ เราเลยกลับที่พัก นั่งชิลจิบเครื่องดื่มกันสักพักก็เข้านอน พรุ่งนี้เราจะไปอุซกูลี หมู่บ้านมรดกโลกกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า


Day 6 : Mestia - Ushguli - Mestia - Kutaisi

เช้าตรู่ขับรถไปเที่ยว Ushguli หมู่บ้านมรดกโลก ระยะทางแค่ 45 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ถนนช่วงแรกดี ลาดยางและคอนกรีต จนถึงช่วง 10 กิโลเมตรสุดท้าย ทางแย่มาก บางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อ ไหล่ทางทรุด มาครบทุกรูปแบบ ถ้ามีรถสวนต้องผลัดกันวิ่ง ใครขับไม่แข็งจ้างรถชาวบ้านไปดีกว่านะครับ


 

ยิ่งช่วง 5 กิโลเมตรสุดท้าย เสียวไส้มาก555 

  

และแล้วก็ถึง อุซกูลี หมู่บ้านมรดกโลก อ้า สดชื่นนนนนน



แวะ Cafe Bar Enguli คาเฟ่ริมน้ำบรรยากาศดีมาก ถ้ามีเวลาพอ แนะนำให้นอนค้างที่นี่สักคืนคงจะได้ฟีลแบบเต็มๆ มีที่พักเกสต์เฮ้าส์เยอะมาก วอร์กอินได้เลยครับ


   

11.00 น. ก็กลับจากอุซกูลี เราก็เดินทางต่อเลยเพื่อกลับไปยังเมืองคูทายสิ เพราะต้องขับอีก 5 ชั่วโมง (แค่ 162 กิโลเมตรแต่ขับ 5 ชั่วโมง!) กลัวคนขับจะเหนื่อยเกินไป

คราวนี้เราลองใช้เส้นทาง Martvili เพื่อดูว่าจะเป็นยังไง ทำไมมันใกล้กว่า 20 กิโลแต่ใช้เวลาเดินทางเท่ากัน พอขับมาถึงได้รู้ว่าเส้นนี้มีที่เที่ยวเยอะ ผ่านเข้าเมืองบ่อย ต้องคอยระวังวัว หมา และคนอยู่ตลอด ทำให้เดินทางได้ช้ากว่าเส้น Zugdidi ฉะนั้นใครเดินทางระหว่าง 2 เมืองนี้ แนะนำให้ขับเส้นที่ผ่านเมือง Zugdidi นะครับ

เมื่อถึงเมืองคูทายสิ ฝนก็ตกปรอยๆ วันนี้เลยไม่ได้เที่ยวที่ไหนต่อ กินข้าวเย็นแล้วซื้ออาหารเช้าจากซุปเปอร์มาร์เก็ต SPA ใกล้ๆ ที่พักแล้วเข้านอน พรุ่งนี้เราจะเดินทางกลับทลิบิซีเพื่อเที่ยวในเมืองกันต่อแต่เช้า (อีกแล้ว)

 


Day 7 : Kutaisi - Tbilisi


เช้านี้เรารีบออกจากคูทายสิ เพื่อกลับมาเที่ยวใน ทบิลิซี ระยะทาง 230 กิโลเมตร (ขับ 3 ชั่วโมง) เมื่อมาถึงทบิลิซีตอนเที่ยงๆ ก็เที่ยวกันต่อเลย

  • Narikala Fortress 
  • Kartlis Deda (Mother of Georgia) - เช็คอินแลนด์มาร์คดัง5555
  • Meidan Bazaar - ตลาดของฝากเล็กๆ ทางลงเป็นอุโมงค์ใต้ดิน ถ้ายาวกว่านี้สัก 3 กิโลเมตรจะเดินสนุกมาก แต่นี่เดิน 5 นาที หมดละ
  • Dry Bridge - เดินกลางแดดจนหัวแดง ไปต่อไม่ไหว หน้าร้อนร้านยังเปิดน้อย ใครมาฤดูอื่นที่เดินชิลๆ ลองมาดูกันครับ สินค้าเป็นของเก่ามือ 2 วินเทจ
  • Bridge of Peace - สะพานสวยๆ เช็คอินแลนด์มาร์คเหมือนเดิม
  • Tsminda Sameba Cathedral HOLY TRINITY CATHEDRAL - กว่าจะมาถึงก็จะปิดแล้วครับ เพราะมัวแต่กินอาหาร (ปิด 4 ทุ่ม) โบสถ์กลางคืนสวยมาก แต่ไม่ได้เข้าด้านในเพราะไม่ทัน ฮือๆ

เส้นทางตามลิงก์นี้ได้เลยครับ https://goo.gl/maps/XrmMNAy28dvr9H6YA

Kartlis Deda (Mother of Georgia)


Meidan Bazaar


 ตลาดของเก่า Dry Bridge

   

Bridge of Peace

 

ตอนเย็นเรามาลองร้านอาหารชื่อดัง Salobie Bia ที่เป็นร้านอาหารจอร์เจียที่เรียกตัวเองว่า Georgian Simple Food ร้านอยู่ถัดจากโรงแรมแมริออตบนถนน Shota Rustaveli ร้านอยู่ชั้นใต้ดินต้องเดินลงไป อาจจะหายากนิดหน่อย แต่อร่อยคุ้มค่ามากครับ

อาหารที่เราสั่งประมาณนี้ (94 ลารี 1170 บาท)

  • Shkmeruli
  • Tomato Salad
  • Ochakhuri
  • Megrelian Khachapuri (คาจาปูรีแบบดับเบิ้ลชีส)


   

อร่อยทุกจานคุ้มค่าคุ้มราคาสุดๆ แนะนำเลยครับร้านนี้ กินเสร็จแล้วไปโบสถ์ Tsminda Sameba Cathedral HOLY TRINITY CATHEDRAL ซึ่ง...เกือบไม่ทัน (ปิดประตูรั้ว 4 ทุ่ม)


  

คืนนี้เรานอนที่  Alliance Hotel  คืนละ 190 ลารี (2 ห้อง 2,370 บาท) ที่พักสวย สะอาด มีที่จอดรถให้ 4 คัน แต่อาหารเช้าน้อยไปหน่อย


  

 


Day 8 : Tbilisi - คูเวต - กรุงเทพ


เช้าวันกลับ เรากินอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วก็เดินทางไปซื้อของฝาก ลองหามั่วๆ ดูว่าแถวสนามบินมีตลาดขายของสไตล์สำเพ็งชื่อ Lilo Mall พอไปถึงก็สำเพ็ง+คลองถมดีๆ นี่เลยครับ สรุปไม่ได้ซื้ออะไรเลย 5555


12.00 เดินทางถึงสนามบิน TBS  ที่สนามบินมีตู้ส้มสำหรับจ่ายค่าปรับต่างๆ ก็จัดการให้เรียบร้อยได้เลยครับ พอเราคืนรถเสร็จ ก็รอเช็คอิน ใครกำลังคิดว่าจะมาซื้อของฝากที่สนามบิน คิดผิดแล้วครับ ราคาแพงกว่าแถว Freedom Square อีก 2-3 เท่า ไวน์นี่ซื้อไม่ได้เลย แพงหนักมาก ยิ่งเช็คอินเข้าไปแล้ว Duty Free นี่แพงหนักเข้าไปอีก พวงกุญแจอันหนึ่งก็ 2 ยูโรแล้ว อาหารที่นี่ก็ราคาโหดครับ น้ำขวดละ 5 ลารี (60 กว่าบาท) ฉะนั้น เตรียมตัวดีๆ กินข้าวให้อิ่มก่อนมานะครับ ไม่งั้นโดนชาร์จหนักเลย เหอๆ

พอได้เวลา 15.00 น. เราก็บินกลับถึงกรุงเทพ โดยเราจะถึงกรุงเทพตอนเช้าวันรุ่งขึ้น 16 กรกฎาคม



ทุกคนน่าจะเป็นเหมือนกันคืออาการ “ไม่อยากกลับ” ทริปนี้พวกเราเป็นหนักหน่อย รวมๆ แล้วคิดว่าเวลาไม่ค่อยพอ บางเมืองยังมีที่เที่ยวอีกเยอะ และยังมีที่เที่ยวที่อยากไปแต่ยังไม่ได้ไป และยังคงค้างคาใจอีกเพียบ แต่เวลาของพวกเรามีเท่านี้จริงๆ ไว้คราวหน้า ถ้ามีโอกาสได้ไปอีก จะมาอัพเดทข้อมูลกันอีกทีนะครับ สำหรับทริปนี้ ผมจะขอทิ้งรายละเอียดที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่จะขับรถเที่ยวจอร์เจียด้วยตัวเองไว้ให้ประมาณนี้


ส่วนใครมีคำถาม สอบถามกับทีมงานได้ที่ Line : @Chillpainai ได้ตลอดเลยนะครับ ผมและทีมงานจะคอยตอบทุกเรื่องเที่ยวให้ตลอด 7 วันเลยครับ เพิ่มเพื่อนได้ที่ลิงก์นี้เลย https://chill.travel/LineChillpainai

 

ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้าครับ


ข้อมูลค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 36,924 บาท/คน แบ่งเป็น

ค่าตั๋วเครื่องบิน 22,535 บาท/คน

ค่าใช้จ่ายในทริป 14,389 บาท/คน

  • ค่าที่พัก 7 คืน 6,040 บาท/คน 

  • ค่าน้ำมัน 1,713 บาท/คน 

  • ค่าเช่ารถ 3,325 บาท/คน

  • ค่าอาหาร 12 มื้อ 3,091 บาท/คน 

  • ค่ารถขึ้นโบสถ์ 220 บาท/คน 


วิธีจ่ายค่าปรับเมื่อโดนใบสั่งในทบิลิซี

ริมถนนใหญ่ของทบิลิซีที่มีป้าย P ให้จอดได้ จะมีล็อตช่องจอดกำกับแต่ละโซน แต่ตอนแรก ไม่รู้ครับ ก็จอดเลย ไปกินข้าวกลับมาเจอใส่สั่งเหน็บไว้ตรงที่ปัดน้ำฝน งงเลยทีนี้ ถ้าโดนปรับในทบิลซี จะแพงถึง 10 ลารี (120 บาท) ถ้าซื้อเวลาจอดจะแค่ชั่วโมงละ 1 ลารีเท่านั้นเอง แต่เมื่อโดนใบสั่งมาแล้ว เราก็มองหาตู้ส้มเพื่อจ่ายค่าปรับให้มันจบๆ ไปดีกว่าครับ (มีระยะเวลา 30 วัน ใครที่ยังไงก็อยู่ไม่ถึง 30 วัน แนะนำให้เก็บไปจ่ายที่ตู้ส้มที่สนามบินทีเดียวเลยครับ)

1 ไปที่ตู้ส้มแบบนี้ ที่อยู่ตามข้างถนน กดเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ แล้วเลือก Transport Service

2 เลือก Fine

3 เลือก Tbilisi Parking Pay Parking Fine

4 เลือก Car Transit Number or Foreign Number

5 ใส่เลขทะเบียนรถของเรา

6 ใส่เลขใบสั่ง (อยู่บนสุดของใบสั่ง)

7 หยอดเหรียญไป 11 ลารี (ค่าปรับ 10 ลารี + 1 ลารีเป็นค่าบริการ) แล้วรับใบเสร็จได้เลยครับ


วิธีจ่ายค่าจอดรถในทบิลิซี

1 ไปที่ตู้ส้มเหมือนเดิม

2 กดเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ

3 เลือก Transportation Service

4 เลือก Parking

5 เลือกเมือง ในกรณีที่จอดทบิลิซี เลือก Tbilisi Parking

6 เลือก Tbilisi Zonal Parking

7 เลือก Parking Time (2 ชั่วโมง 2 ลารี หรือแล้วแต่ที่อยากจอด)

7 ดูว่าเราจอดรถโซนไหน ก็เลือกโซนนั้น A B หรือ C

8 ใส่ล็อตตัวเลขที่อยู่บนป้ายที่รถเราจอดอยู่ เช่น 1031

9 ใส่เลขทะเบียนรถ เช่น TB123TB

10 จากนั้นชำระเงิน หยอดเหรียญ/แบงค์ ตามราคา

11 ได้ใบเสร็จค่าจอดมาเรียบร้อย ไม่โดนปรับแล้วจ้า


รูปภาพโดย : แอดตั๊ก

ขับรถโดย : แอดแบงค์