โคราชไม่ได้มีดีแค่เขาใหญ่ แต่ยังมีที่เที่ยวไฮไลท์อย่าง “เขื่อนลำตะคอง” ที่มาพร้อมกับวิวสวยๆ ของอ่างเก็บน้ำ ทุ่งกังหันลม และภูเขาเควสตา ภูเขารูปร่างแปลกตาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทางธรณีวิทยาจากยูเนสโก โอ้โห...มีที่เที่ยว Unseen เยอะขนาดนี้จะพลาดได้ยังไง เก็บกระเป๋าขึ้นรถตามเราไปเที่ยวเขื่อนลำตะคอง ขับรถเที่ยวลัดเลาะปากช่อง-เขาใหญ่กันได้เลย!


วันที่ 1

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แต่เช้าตรู่ จุดหมายแรกของเราคือ “โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา” โรงไฟฟ้าใต้ดินแห่งแรก และแห่งเดียวของประเทศไทย ซึ่งใช้น้ำธรรมชาติเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า มีกำลังการผลิตไฟฟ้าถึง 1,000 เมกะวัตต์ (MW) จัดเป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาดที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน


ปกติแล้วโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนาจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นหมู่คณะได้โดยต้องติดต่อล่วงหน้า แต่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จึงงดให้เข้าชมชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าชมและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายใน


เรามีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมภายในโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ซึ่งเป็นเป็นโรงไฟฟ้าใต้ดินแห่งเดียวของไทย มีความลึกจากยอดเขายายเที่ยงถึง 350 เมตร จากปากทางเข้าไปในตัวอุโมงค์เป็นระยะทางประมาณ 1 กม. ซึ่งการจะเข้าไปด้านในต้องมีรถของเจ้าหน้าที่นำทางคอยดูแลและต้องสวมอุปกรณ์อย่างหมวกนิรภัยและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด


ใช้เวลาประมาณ 5 นาที เราก็มาถึงบริเวณด้านในอุโมงค์ทางเข้าของโรงไฟฟ้ากันแล้ว มีจุดให้ถ่ายรูปบริเวณนี้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าใต้ดินแห่งเดียวของเมืองไทยกันที่นี่


ส่วนบริเวณด้านในเป็นห้องควบคุมการผลิต เพื่อไม่รบกวนการทำงานปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และความปลอดภัย เราจึงเก็บภาพบรรยากาศภายนอกมาให้ชมกันแทน


โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนาเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ 1 ใน 3 โรงไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศไทยที่ใช้ระบบนี้ และในอนาคตกำลังจะมีที่เขื่อนจุฬาภรณ์เพิ่มอีกแห่ง เพื่อตอบโจทย์การผลิตและบริหารจัดการกระแสไฟฟ้าส่วนเกินให้เข้ากับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา


โดยจะมีอ่างเก็บน้ำสองส่วนคือ อ่างเก็บน้ำส่วนบนและอ่างเก็บน้ำส่วนล่าง ซึ่งจะปล่อยน้ำลงมาจากอ่างเก็บน้ำส่วนบนเพื่อหมุนกังหันและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเมื่อต้องการผลิตไฟฟ้า ส่วนในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อยลง จะใช้ไฟฟ้าที่เหลือจ่ายให้กับปั๊มน้ำขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ในอ่างเก็บน้ำส่วนล่าง เพื่อสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำส่วนล่างนี้กลับขึ้นไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำส่วนบนเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าต่อไป เราได้มีโอกาสชมส่วนของเบรคเกอร์ที่ใช้ในการควบคุมกระแสไฟที่อยู่ชั้นบนสุด ส่วนชั้นล่างจะเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า


หลังจากเที่ยวชมโรงไฟฟ้าใต้ดินเสร็จแล้ว เราก็ไปทานอาหารกลางวันที่ “ครัวตาตีบ” ร้านอร่อยห้ามพลาดที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณพื้นที่ของโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา การันตีความอร่อยด้วยชื่อเสียงของร้านที่เปิดมายาวนานกว่า 12 ปี ตัวร้านบรรยากาศสบายๆ ให้เราได้นั่งทานอาหารรับลม พร้อมสามารถชมวิวเขื่อนลำตะคองไปด้วยได้


สำหรับเมนูขึ้นชื่อของที่ร้านครัวตาตีบ พลาดไม่ได้กับเมนูเด็ด ไม่ว่าจะเป็นเมนูผัดฉ่าปลาบึก ปลาคังลวกจิ้ม ทอดมันปลากรายที่เป็นสูตรเด็ดของทางร้านที่ลงมือทำเองทุกขั้นตอน โดยใช้เนื้อปลากรายล้วนๆ ไม่มีแป้งผสม อย่าพลาดเมนูเด็ดอีกอย่าง ปลานิลเผาตัวใหญ่ไซส์บิ๊กเบิ้ม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม 3 อย่าง คือ น้ำจิ้มแจ่ว น้ำพริกแจ่วแมงดา และน้ำจิ้มซีฟู้ด กินคู่กับผักเคียงอย่างมะเขือเผา นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ อย่างผัดหมี่โคราช และปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม โดยทุกจานล้วนเป็นเมนูที่ทำจากปลาในเขื่อนลำตะคองทั้งหมด ทางร้านรับซื้อปลาสดๆ จากชาวประมงทุกวัน รับประกันความสด เนื้อหวาน อร่อยแน่นอน!

ครัวตาตีบ
ที่ตั้ง : เลขที่ 1 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
เปิด ทุกวัน 08.00-19.00 น.
โทร. 081-9550389 , 097-0824243
Facebook : 
ครัวตาตีบ


อิ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงแล้ว เราแวะไปจิบกาแฟที่ ‘ร้านกาแฟคุณสายชล’ เป็นร้านกาแฟที่นำผลผลิตจากชุมชนรอบพื้นที่โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา มารังสรรค์เป็นเมนูกาแฟและเครื่องดื่มหลากหลาย โดยที่นี่เค้าจะเน้นใช้กาแฟอาราบิก้าแท้ 100% ซึ่งเป็นกาแฟที่ปลูกในพื้นที่บนเขายายเที่ยงใต้ ด้วยวิธีการปลูกแบบอินทรีย์หรือออแกนิค โดยจะผลิตครั้งละจำนวนไม่มาก จนได้ออกมาเป็นผลผลิตเมล็ดกาแฟคั่วบดที่สดใหม่อยู่เสมอ


สำหรับเครื่องดื่มที่ร้านกาแฟคุณสายชลก็มีให้เลือกหลายเมนู ทั้งกาแฟสดและกาแฟดริปที่ให้เราได้นั่งดริปกาแฟชิลๆ ชมวิวเขื่อน พร้อมกับจิบกาแฟหอมๆ ไปด้วยแบบนี้ จะเลือกนั่งห้องแอร์เย็นๆ ภายในร้าน หรือดื่มด่ำกับกาแฟและบรรยากาศตรงระเบียงด้านนอกก็ได้ โดยแบรนด์ร้านกาแฟคุณสายชลนี้จะมีอยู่ที่เขื่อนของ กฟผ.เกือบทั่วประเทศ สามารถไปชิมกันได้ แต่ละที่จะมีเมนูที่เป็น Signature แตกต่างกัน ใครสนใจก็สามารถตามไปชิมกันได้เลยค่ะ


ช่วงบ่ายเราไปเที่ยวกันต่อที่ “ศูนย์การเรียนรู กฟผ.ลำตะคอง” สถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ บอกเลยว่าไม่น่าเบื่อเลยล่ะค่ะ เพราะเราจะได้ผจญภัยในดินแดนโลกไฟฟ้าที่จัดเต็มทั้งเทคโนโลยี แสง สี เสียงสุดไฮเทค พร้อมชมภาพยนตร์ 7 มิติ และนิทรรศการด้านพลังงานที่ทันสมัย ที่สำคัญ เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายกันอีกด้วย!


ก่อนจะเข้าไปชมด้านใน เราก็ต้องลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” และวัดอุณหภูมิที่จุดคัดกรองด้านหน้ากันก่อน โดยกฎระเบียบการเข้าชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ระบุว่าถ้ามาเป็นหมู่คณะควรจองรอบการเข้าชมล่วงหน้าโดยต้องแจ้งข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของผู้เข้าชมทุกคน รวมทั้งใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างระหว่างกัน 1-1.5 เมตร ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด


ภายในศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง แบ่งเป็นทั้งหมด 7 โซน โซนแรกคือ ลานผู้กล้า (Plaza Nova) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่มาให้คำแนะนำพร้อมแจกการ์ดให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าชมได้นำไปแสกนและลงทะเบียนเป็นเหล่าผู้กล้าร่วมผจญภัยในโลกพลังงานเพื่อทำภารกิจมิชชั่นกับเกมในด่านต่างๆ ที่เราจะได้ร่วมสนุกจากนิทรรศการทั้ง 7 โซน


ไฮไลท์ของโซนนี้คือ คือต้นไม้พลังงานหมุนเวียน ที่จะเปลี่ยนสีไปตามสีของพลังงานในศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง นอกจากนี้ เรายังจะได้ชมการแสดงและถ่ายรูปกับหุ่นยนต์ “H-Bot” มาสคอตประจำศูนย์ฯ กันอีกด้วย


โซนที่ 2 ภารกิจพิชิตดินแดนพลังงาน ไฮไลท์คือการชมภาพยนตร์ 7 มิติ ที่ผู้ชมต้องใส่แว่นสามมิติขณะรับชมภาพยนตร์ที่จัดเต็มด้วยระบบภาพยนตร์ 7D สมจริง ทั้งเก้าอี้ชมภาพยนตร์ที่โยกขึ้นลงไปตามเนื้อเรื่อง มีลม ฯลฯ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เข้าไปผจญภัยในดินแดนลำตะคองและตามหาพลังงานแห่งอนาคตกันอยู่จริงๆ


โซนที่ 3 ดินแดนพลังงาน (New Frontier) คือ ดินแดนของพลังงานหมุนเวียน ที่มีพลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเราสามารถเรียนรู้ผ่านเกมในรูปแบบ Interactive ถ้าทำภารกิจสำเร็จก็จะได้รับคะแนนเก็บสะสมไว้ในการ์ด


ไอเดียอีกอย่างที่เรามองว่าน่ารักของโซนนี้คือ การให้ผู้ชมได้เล่นสไลเดอร์ลงมาเพื่อชมภาพยนตร์เกี่ยวกับพลังงานในห้องฉายหนังรูปทรงโดม ขนาดเรายังอดใจเล่นไม่ไหว เด็กๆ น่าจะชอบและสนุกกันได้แน่นอน


ไปต่อกันที่โซนที่ 4 กับโซน “ดินแดนพลังงานแห่งอนาคต” (New Discovery) โซนนวัตกรรมพลังงาน Wind Hydrogen Hybrid ที่ทางศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง นับเป็นแห่งแรกที่ใช้ไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ซึ่งเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคต เมื่อเราแสกนการ์ดที่แท่นครบทั้ง 6 จุด ก็จะได้ชมภาพยนตร์ 4 มิติแบบ 4D กันแบบนี้


ชมภาพยนตร์เกี่ยวกับพลังงาน Wind Hydrogen Hybrid จบแล้วอย่าเพิ่งรีบไป อย่าพลาดถ่ายรูปคู่กับแสงไฟสวยๆ กันก่อน เพราะแสงไฟจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ บอกเลยว่าสวยเหมาะจะรัวชัตเตอร์ไปอัพรูปโปรไฟล์ใหม่กันมากๆ เลยค่ะ


ถัดไปคือโซนที่ 5 ภารกิจผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย (EGAT Energy Quest) โซนนี้จะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. หรือ EGAT ตั้งแต่ในอดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคต โดยจะจัดเป็นอุโมงค์ทางเดินที่ทั้งสองฝั่งเป็นนิทรรศการให้เราได้เดินชมกันแบบเก๋ๆ


จากนั้นไปยังโซนที่ 6 ฐานบัญชาการสมดุลพลังงาน (The Balance) ซึ่งเราจะได้เรียนรู้การสร้างสมดุลด้านพลังงาน ทั้งระบบการผลิต ส่ง และการใช้ไฟฟ้า ฯลฯ รวมทั้งการจัดสรรเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนของ กฟผ. มารวมไว้ในที่เดียวครบในโซนนี้


ปิดท้ายกันที่โซนสุดท้าย “โซนที่ 7 ม่วนซื่นลำตะคอง” (The Happiness of Lamtakong) ที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆ เขื่อนลำตะคอง ไม่ว่าจะเป็นเขาเควสตาหรือเขาอีโต้แห่งอุทยานธรณีโคราช, อ่างเก็บน้ำลำตะคอง ไปจนถึงเทศกาลกินปลาลำตะคองและของดีของฝากขึ้นชื่ออย่าง ข้าวโพดหวาน, โรตีกรอบ, นมแพะ ฯลฯ ไว้ให้เราได้ไปแวะเที่ยวตามรอยกัน

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง

ที่ตั้ง : 301 หมู่ 6 ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

เปิดให้เข้าชม : 09.00-17.00 น.(หยุดวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

โทร : 0-4498-4007
Facebook ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง :  www.facebook.com/EGATLearningcenterLAMTAKONG
พิกัด : https://goo.gl/maps/QUbwSXKSY9gEbpH76   

ใครสนใจศูนย์การเรียนรู้อื่น ๆ ของ กฟผ. สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่>> https://www.egat.co.th/learningcenter/


จากศูนย์การเรียนรู้ฯ เราขับรถไปเที่ยวกันต่อที่ อ่างพักน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 นาที เพื่อไปชมวิวทุ่งกังหันลมที่อยู่บริเวณรอบๆ อ่างเก็บน้ำลำตะคองกันค่ะ


นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ นิยมเช่าจักรยานไปปั่นชมวิวทุ่งกังหันลม บนเส้นทางลอยฟ้ารอบบริเวณสันอ่างเก็บน้ำ ค่าเช่าจักรยานคนละ 30 บาท สามารถเช่าปั่นได้ทั้งวันเลยค่ะ


นอกจากเราจะได้ปั่นจักรยานรับลมเล่นบนสันเขื่อนกันชิลๆ แล้ว เรายังจะได้ชมวิวทุ่งกังหันลมลำตะคอง ซึ่งเป็นจุดชมวิว “เขาเควสตา” ชื่อนี้มีที่มาจากลักษณะสันเขารูปอีโต้นั่นเอง โดยเขาเควสตาโคราชตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานธรณีโคราช หรือ “โคราชจีโอพาร์ค” ซึ่ง UNESCO กำหนดให้เป็น GEO View Point ที่มีความสวยงามและเป็นแหล่งผลิตพลังงานสีเขียว


หากมองจากอ่างเก็บน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา มองไปทางทิศเหนือเราจะสามารถมองเห็นเขาเควสตาที่กระจายตัวอยู่รอบๆ โอบล้อมบริเวณทุ่งกังหันลมและอ่างเก็บน้ำลำตะคองได้อย่างชัดเจน


ก่อนกลับ เราขับรถขึ้นไปชมวิวลำตะคองมุมสูงจาก ‘ผายายเที่ยง’ อีกหนึ่งจุดชมวิวสุดชิลซึ่งสามารถมองเห็นวิวเขาเควสต้าและอ่างเก็บน้ำลำตะคองได้แบบพาโนรามา เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวไฮไลท์สวยๆ ที่ใครมาเที่ยวลำตะคองแล้วพลาดไม่ได้เลยค่ะ แต่ตอนที่เราไปบังเอิญว่าจุดชมวิวผายายเที่ยงปิดห้ามเข้า เราเลยเปลี่ยนไปจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับสถานีโทรทัศน์ ททบ.5 แทน ซึ่งก็วิวสวยไม่แพ้กันเลยค่ะ


จากนั้นตอนเย็นเราไปเช็คอินเข้าที่พักกันที่ ‘The Paz Khao Yai’ เขาใหญ่ ที่พักสวยเก๋สไตล์โมเดิร์นที่มาพร้อมกับวิวภูเขาล้อมรอบแบบพาโนรามา โดยตัวรีสอร์ทตั้งอยู่บนยอดเขาทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้โดยไม่มีอะไรบดบัง เรียกว่าเป็นที่พักวิวสวยอันดับท็อปๆ ของเขาใหญ่เลยก็ว่าได้


ที่นี่มีห้องพักให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งห้องพักบนอาคาร, บ้านพักเป็นหลังและพูลวิลล่าที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ทริปนี้เราจองห้องพักแบบ Jacuzzi Villa วิลล่าพร้อมอ่างจากุซซี่ในห้องนอนสุดฟิน มีระเบียงส่วนตัวหน้าห้องให้เรานอนแช่น้ำชมวิวภูเขาชิลๆ หรือจะนอนดูวิวจากบนเตียงเลยก็ได้


ภายในจากุซซี่วิลล่าหลังนี้ ภายในมี 1 ห้องนอนและห้องนั่งเล่น พร้อมมุมแพนทรีเล็กๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน ทั้งแอร์ และสมาร์ททีวีถึง 2 เครื่องในห้องเล่นและห้องนอน ตู้เย็น มินิบาร์ เครื่องชงชา-กาแฟ ฯลฯ และยังมีห้องน้ำที่สเปซกว้างมากๆ แบ่งโซนสุขา โซนสำหรับอาบน้ำพร้อมฝักบัวเรนชาวเวอร์ที่มีระบบน้ำอุ่น และสุขภัณฑ์ทันสมัยสไตล์โมเดิร์น


หลังจากเช็คอินพักผ่อนในห้องพักกันแล้ว ถ้าใครอยากรีแลกซ์ร่างกายที่รีสอร์ทก็ยังมีออนเซ็นให้เราได้แช่น้ำร้อนผ่อนคลายกันด้วย โดยออนเซ็นที่นี่จะแยกชายหญิง มีทั้งบ่อน้ำร้อนและน้ำเย็นให้เราแช่ปรับอุณหภูมิร่างกายหลังแช่ออนเซ็นอีกด้วย


หลังจากแช่ออนเซ็นเสร็จ เราก็เปลี่ยนชุดมาทานดินเนอร์มื้อเย็นที่ร้านอาหารของรีสอร์ทชื่อว่า Favé Dish (เฟเว่ ดิช) ซึ่งขอบอกว่าวิวสวยมากๆ ห้องอาหารอยู่ชั้นบนของตัวอาคารล็อบบี้ ติดกับสระว่ายน้ำ สามารถมองเห็นท้องฟ้าเปลี่ยนสีและวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกตอนเย็นได้อย่างเต็มตา


สำหรับเมนูอาหารที่นี่จะเน้นเป็นอาหารฟิวชั่นที่ผสมผสานจุดเด่นอาหารตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน ครีเอทออกมาเป็นเมนูและรสชาติที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำแบบใคร เมนูแนะนำ อาทิ “สลัดปูนิ่มสูตรพิเศษ” สลัดปูนิ่มทอดกรอบ มาพร้อมน้ำสลัดรสจัดจ้านสูตรพิเศษที่ใช้ ซอสศรีราชาผสมกับมายองเนส ให้รสชาติหวานมันเผ็ดแบบลงตัว ส่วนใครอยากลิ้มรสชาติแบบโลคอลแท้ๆ แนะนำสั่ง The Paz Platter- Taste of Isarn เมนูออเดิร์ฟที่คัดสรรเอาของกินเล่นและเมนูที่มีความเป็นอีสานมาไว้ในจานเดียว ประกอบไปด้วย แหนมเห็ด, ข้าวจี่, ไส้กรอกอีสาน, ข้าวจี่, ปีกไก่ทอดน้ำปลาไร้กระดูก และส้มตำ อีกหนึ่งเมนูที่เราอยากแนะนำคือ Fettucini ไส้อั่ว” เมนู Signature ที่เป็นการผสมความเป็นตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน โดยนำไส้อั่วรสชาติดั้งเดิมมาผัดกับเส้นเฟตตูชินี่, มะเขือเทศเชอร์รี่, พริกแห้ง และซอสมะเขือเทศ รสอร่อยแบบกลมกล่อมแบบฟิวชั่น


นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ อย่างกะเพรา Duck Confit เมนูเด็ดที่พลิกแพลงอาหารไทยยอดนิยมอย่างผัดกะเพรา มานำเสนอแบบสไตล์ตะวันตก โดยใช้เนื้อเป็ดไป confit ผ่านขั้นตอนการหมักน้ำมันมะกอก 2 วัน แล้วนำไปอบ ต่อด้วยทอด ราดด้วยซอสกะเพราแดงรสเข้มข้น  ส่วนใครชอบกินพิซซ่า แนะนำสั่งพิซซ่าหน้าไส้อั่ว / พิซซ่าหน้ากะเพรา พิซซ่าแป้งบางกรอบแบบต้นตำรับอิตาเลียน อบด้วยเตาอบโดยใช้ไม้มะเฟือง ทำให้พิซซ่าได้กลิ่นหอมเป็นพิเศษ และยังมีจุดเด่นตรงที่เป็นพิซซ่าแบบ Half/Half สั่งทีเดียวได้ถึง 2 หน้า ถาดนี้แบ่งกันกินได้ 3-4 คนเลยค่ะ


ตบท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง Honey Charcoal” ขนมปังชาร์โคลสูตรโฮมเมดหอมเนยเกรดพรีเมี่ยม เสิร์ฟพร้อมเมเปิ้ลไซรัปและไอศกรีมท้อปปิ้งมาด้านบน ส่วนใครชอบกินเครปต้องถูกใจกับเมนูนี้ “เครปซอสส้ม” แป้งเครปนิ่มบางเบา เสิร์ฟกับซอสส้ม ผลไม้สด และไอศกรีมวนิลลา บอกเลยว่ากินแล้วฟินสุดๆ


วันที่ 2

วันรุ่งขึ้นเราตื่นมาดื่มด่ำกับบรรยากาศเขียวขจีและหมอกยามเช้าที่ห้องอาหาร Favé Cup (เฟเว่ คัพ) อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง Egg Benedict Hollandaise Sauce หรือ Smoked Salmon & Scrambled Egg สำหรับคนชื่นชอบเมนูไข่ นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ อย่างแพนเค้ก หรือจะเป็นอาหารเช้าแบบเอเชีย เช่น ไข่กระทะ ฯลฯ ซึ่งภายในห้องอาหารของรีสอร์ทก็จะมีมาตรการจัดที่นั่งแบบเว้นระยะ และแขกที่มาใช้บริการทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือขณะตักอาหาร


พอเที่ยงเราก็เช็คเอาท์จากรีสอร์ท ขับรถจากปากช่องไปเที่ยวโซนเขาใหญ่กันที่ ‘Within Khaoyai - mixology cafe’ คาเฟ่เขาใหญ่ที่เพิ่งเปิดใหม่และกำลังมาแรงสุดๆ ในตอนนี้


จุดเด่นของที่นี่คือ เป็นคาเฟ่สไตล์ยุโรปที่เหมือนยกเอา Stonehenge ที่อังกฤษมาไว้ที่เขาใหญ่ โดยมีแลนด์มาร์คเป็นอาคารสไตล์ยุโรปหลังใหญ่เป็นแบคกราวด์ด้านหลัง จัดเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปเช็คอินกันที่นี่


หลังจากรัวชัตเตอร์กันจนเม็มฯ เต็ม ก็มานั่งชิลในคาเฟ่ที่เป็นกลาสเฮาส์หลังใหญ่ โดยที่ร้านมีให้เลือกนั่งทั้งโซนอินดอร์และเอาท์ดอร์ชิลๆ ในสวนด้านนอก


นอกจากมุมถ่ายรูปชิคๆ แล้ว ที่ร้านยังมีเมนูกาแฟ เครื่องดื่มและเบเกอรี่ให้เลือกหลากหลาย เราสั่งเมนู Salmon & scramble egg croissant ครัวซองต์ไข่คนกับแซลมอนรมควันมารองท้อง ตบท้ายด้วยเมนูของหวานอย่างเค้กส้ม ทานคู่กับเครื่องดื่ม Signature ของที่ร้านอย่าง Will you marry me? ที่นอกจากสีสวยแล้วยังรสชาติดีไม่แพ้กันเลย


และทั้งหมดนี้ก็คือ ทริปเที่ยวลำตะคองสุด Unseen เช็คอินปากช่อง-เขาใหญ่ 2 วัน 1 คืนที่เราเอามาฝาก ใครอยากมาสัมผัสบรรยากาศ เช็คอิน กิน เที่ยวแบบครบรสเหมือนเรา ลองมาตามรอยกันได้เลย  แล้วจะรู้ว่าโซนปากช่อง-เขาใหญ่ยังมีที่เที่ยว Unseen ที่น่าสนใจรอให้เรามาค้นพบอีกมากมาย แถมใช้เวลาเดินทางแป๊บเดียวจากกรุงเทพฯ ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง