อัพเดทมาตรการเดินทางเข้าพื้นที่เมืองท่องเที่ยว 10 จังหวัดเชียงใหม่,เชียงราย,น่าน,เพชรบูรณ์,นครราชสีมา,ชลบุรี,ตราด,กาญจนบุรี,ประจวบคีรีขันธ์,ภูเก็ต



เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่มีมาตรการเชิงรุกที่เข้มข้นในการควบคุมการเดินทางเข้ามาของประชาชน 10 จังหวัดสีแดงเข้ม และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีหน่วยการคัดกรองทุกจุดผ่าน ทั้งท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งอาเขต รวมถึงด่านตรวจทางถนน โดยผู้ที่เดินทางเข้ามาจากพื้นที่ดังกล่าวจะถูกตรวจหาเชื้อทั้งหมด เว้นแต่ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค ครบ 2 เข็มแล้ว หรือได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า แล้ว 1 เข็ม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดตั้งจุดตรวจหาเชื้อ (SWAB) ไว้ที่ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งอาเขต ซึ่งจะตรวจทั้งผู้เดินทางโดยรถโดยสารและรถยนต์ส่วนตัว 

ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวเมื่อลงทะเบียนใน CM-CHANA ที่ด่านตรวจทางถนนแล้วจะมีหน่วยควบคุมการเดินทาง เพื่อให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ณ จุดที่กำหนดทุกคน และต้องกักตัวเองจนกว่าจะทราบผลการตรวจ ซึ่งหากมีผู้หลบหนี ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายและถูกดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงใหม่จะได้มีการเพิ่มจุดตรวจ จุดคัดกรองทางถนนในเส้นทางรอง เพื่อให้ครอบคลุมการเดินทางเข้าของบุคคลจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดมายังจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลปลายทางต่อไป

สรุป

- ตั้งจุดคัดกรองผู้เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม คุมเข้มผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จัดจุดคัดกรองทุกเส้นทางการคมนาคม

  • ตั้งจุดตรวจคัดกรองโรคเฉพาะกิจ หรือ จุด Swab 3 จุด ได้แก่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งอาเขต รวมถึงด่านตรวจทางถนน
  • ผู้ที่เดินทางมาโดยรถไฟ กรณียังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานประจำจุดคัดกรองสถานีรถไฟ และเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลราชเวช โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม และโรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ
  • ผู้ที่เดินทางมาโดยรถบัสและมาลงที่สถานีขนส่งอาเขต กรณียังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานประจำจุดคัดกรองเช่นกัน หากอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเทพปัญญา และโรงพยาบาลลานนา หากอยู่ต่างอำเภอ สามารถเลือกไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลประจำอำเภอได้
  • ส่วนผู้ที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว เมื่อถึงที่พักให้ทีมโควิดหมู่บ้านตรวจสอบ และเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางที่เข้ามาและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

-ผู้ที่เดินทางเข้ามาจะต้องสแกนและกรอกข้อมูลใน CM-CHANA ก่อนออกจากจังหวัดต้นทาง และให้นำมาแสดงที่ด่านตรวจ หากฝ่าฝืนมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 61/2564

-ผู้ที่ฉีดวัคซีนมาแล้วก็ต้องกักตัว แต่ไม่ต้องตรวจหาเชื้อ ยกเว้นหากมีอาการ

-กรณีผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ให้ทำการ Home Quarantine อยู่ในสถานที่พักของตนเองเป็นเวลา 14 วัน

-กรณีไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จะต้องกักตัวอยู่ในสถานที่ที่ทางราชการกำหนด โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ใช้พื้นที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1 เป็นสถานที่กักตัว (ALQ) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถใช้สถานที่กักกันทางเลือกซึ่งเป็นโรงแรมที่ผ่านการประเมินแล้ว จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ โรงแรม BP City โรงแรม เมาเท่นครีก โรงแรม ชาลา No.6 โรงแรมรัตนโกสินทร์ และโรงแรมกลุ่มล่ามช้าง แต่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง


เชียงราย

มาตรการสำหรับผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (กรุงเทพมหานคร นครปฐม  นนทบุรี  ปทุมธานี  สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส  ปัตตานี  ยะลา  และสงขลา) รวมทั้งจังหวัดชลบุรี ระยองและตาก เข้าพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ติดตามอัพเดตข้อมูลประกาศและคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงรายได้ที่ http://covid19.chiangrai.net/



คำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงรายที่ 52/2564 เรื่อง กำหนดมาตรการปฏิบัติต่อผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เข้าพื้นที่จังหวัดเชียงราย

คำสั่งที่ 56/2564 เรื่อง กำหนดมาตรการปฏิบัติต่อผู้เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นอกจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เข้าพื้นที่จังหวัดเชียงราย


  • สรุปคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงรายที่ 56/ 2564

เรื่องกำหนดมาตรการปฏิบัติต่อผู้เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นอกจากจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นการป้องกันการนำเชื้อโรค โควิด-19 เข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย มีคำสั่งดังนี้

1. กำหนดผู้เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และจังหวัดตาก หากเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงราย จะต้องมีผลตรวจเชื้อโควิด -19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงหรือได้รับวัคซีนแอสต้าฯ จำนวน 1 เข็ม ภายหลังจากได้รับวัคซีนเป็นเวลา 14 วันหรือได้รับวัคซีนซิโนแว็ก จำนวน 2 เข็ม สามารถเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงรายได้ โดยผู้เดินทางต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 14 วัน และปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดเชียงรายอย่างเคร่งครัด

2. กรณีผู้เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และจังหวัดตาก ที่มิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงราย โดยไม่มีผลตรวจเชื้อโรคโควิด-19 หรือยังไม่ได้รับวัคซีน โควิด-19 ครบตามจำนวนให้กักตัวในสถานที่รัฐจัดหาให้เป็นเวลา 14 วัน หรือเท่าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

3. กรณีผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดชลบุรี ระยอง และจังหวัดตาก ที่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยไม่มีผลตรวจเชื้อโควิด หรือยังไม่ได้รับวัคซีนครบตามจำนวน ให้ผู้เดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อสม.หรือพนักงานควบคุมโรคในพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้เดินทาง เพื่อออกคำสั่งกักกันตัวด้วยวิธีกักกันตนเองที่บ้านเป็นเวลา 14 วันหรือเท่าที่อยู่ในจังหวัดเชียงราย

4. กรณีรถขนส่งโดยสารหรือรถขนส่งสินค้าให้แสดงเอกสารการขนส่งสินค้าที่ผู้ประกอบการออกให้ต่อเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจและให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำจุดตรวจ ออกคำสั่งให้ผู้ควบคุมยานพาหนะ และผู้ติดตามผู้ควบคุมยานพาหนะดังกล่าว กักกันตนเองในสถานที่ที่ผู้ประกอบการขนส่งโดยสารสาธารณะหรือผู้ประกอบการขนส่งสินค้าจัดให้โดยเฉพาะ และห้ามไม่ให้ออกนอกพื้นที่ควบคุมที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด



น่าน

ข้อปฏิบัติและขั้นตอนสำหรับผู้เดินทางเข้าจังหวัดน่านทั้งทางบกและทางอากาศยาน สแกน QR Code น่านปลอดภัย ทุกครั้ง
ลิงค์เข้าสู่ระบบลงข้อมูล "น่านปลอดภัย" http://101.51.127.80:5555/
ใช้ระบบตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป


ขั้นตอนการปฏิบัติ
1.สแกน QR Code
2.บันทึกข้อมูลให้ครบถ้วน จากนั้น Capture หน้าจอที่บันทึกสำเร็จไว้
3.แสดงสลิป (ภาพที่ Capture หน้าจอไว้) แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อผ่านด่านเข้าจังหวัดน่าน
หมายเหตุ
-เพื่อความสะดวกท่านสามารถบันทึกข้อมูลสแกน QR Code หรือเข้าตามลิงค์ด้านบน ก่อนการเดินทางเข้าจังหวัดน่าน ภายใน 12 ชม.
-กรณีเดินทางเป็นหมู่คณะ ท่านสามารถกรอกข้อมูล เพิ่มชื่อผู้ร่วมเดินทางได้ไม่เกิน 4 คน
-กรณีไม่สะดวกใช้มือถือสมาร์ทโฟน ท่านสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่เจ้าหน้าที่ (ยังคงมีเจ้าหน้าที่ให้บริการ โดยใช้วิธีการเดิม เสียบบัตรประชาชน และสอบถามข้อมูล อำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนอีกทางด้วย)


คำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดน่าน ที่ 19/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19


ผู้ที่มีประวัติเดินทางในช่วงเวลา 14 วันก่อนเข้าพื้นที่จังหวัดน่าน ไปในพื้นที่ ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนราธิวาส จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสงขลา จังหวัดกระบี่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดระนอง จังหวัดระยอง จังหวัดราชบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอ่างทอง และ จังหวัดอุทัยธานี รวม 34 จังหวัด และหรือตามประกาศปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ในการเพิ่มหรือลด ของผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน 

  • จะต้องกักกันตัวเองอยู่ภายในบ้าน ที่พักตนเอง โรงแรม สถานที่พักเอกชน หรือ สถานที่พักอื่น โดยแยกจากผู้อื่นภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือผู้ได้รับมอบหมาย จากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดน่าน จนครบ 14 วัน ตั้งแต่วันที่ออกจากพื้นที่ ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด 
  • และต้องยินยอมรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 จากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย ยกเว้นได้รับวัคซีนชนิด Sinovac/Coronavac COVID-19 vaccine หรือ COVID-19 vaccine MODERNA หรือ COVID-19 vaccine (Vero Cell), Inactivated COVILO (BIBP) หรือ COMIRNATY VACCINE ครบ 2 เข็ม หรือได้รับวัคซีนชนิด COVID-19 vaccine Janssen จํานวน 1 เข็ม หรือได้รับวัคซีนชนิด AstraZeneca/Oxford COVID-19 vaccine จำนวน 1 เข็ม ไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยา หรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และ มีหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 
  • แต่ทั้งนี้ให้เฝ้าสังเกตอาการตนเอง (self-monitoring) เป็นเวลา 14 วัน กรณีมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอแห้ง มีน้ำมูก ลิ้นไม่รับรส จมูกไม่ได้กลิ่น ตาแดง ผื่นขึ้น เป็นต้น ให้ติดต่อสถานพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) ในพื้นที่ทันที


ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง 



เพชรบูรณ์

คำสั่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ 1541/2564 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 เรื่อง การควบคุมการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายและกำหนดมาตรการในการป้องกันและการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ขยายเวลา มาตรการควบคุมผู้ที่เดินทางมาจาก ทุกจังหวัด (กลุ่มนักท่องเที่ยว) ตามข้อ 14 ของคำสั่งจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ 1422/2564 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ออกไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ดังนี้

(1)  มาตรการสำหรับนักท่องเที่ยว

  •  ให้ประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบูรณ์ จะต้องเป็นผู้ได้รับวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เข็มแรกมาแล้วหรือครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนดก่อนเดินทาง พร้อมแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนหรือหลักฐานแสดงผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
  •  ให้นักท่องเที่ยว หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคล และพบปะบุคคลและต้องปฏิบัติตนตามมาตรการ D-M-H-T-T-A (D : Distancing เว้นระยะห่าง M : Mask wearing สวมหน้ากาก H : Hand washing ล้างมือบ่อยๆ T : Temperature ตรวจวัดอุณหภูมิ T : Testing ตรวจเชื้อโควิด-19 และ A : Application Thaichana ใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ/หมอชนะ/หมอพร้อม หรือแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับการมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ) โดยเคร่งครัด


(2) มาตรการสำหรับผู้ประกอบการโรงแรม ประเภทโรงแรม รีสอร์ท หรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายโรงแรมหรือรีสอร์ท

  • ให้ผู้ประกอบการสถานประกอบการประเภทโรงแรม รีสอร์ท หรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายโรงแรมหรือรีสอร์ท งดรับ ประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ไม่ได้รับวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เข็มแรกมาแล้วหรือครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด ก่อนเดินทางเข้ามาในจังหวัดเพชรบูรณ์ เว้นแต่ประชาชนกลุ่มผู้ที่มีเหตุความจำเป็นเดินทางเข้ามาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตามมาตรการผ่อนปรนสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ข้อ 15
  • ให้ผู้ประกอบการสถานประกอบการประเภทโรงแรม รีสอร์ท หรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายโรงแรมหรือรีสอร์ท ตรวจสอบและสำเนาเอกสาร ใบรับรองการได้รับวัคซีน หรือผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกข้อมูลผู้เข้าพักทุกรายรายงานต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังโรค


นครราชสีมา

มาตรการเกี่ยวกับการเดินทางและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (กรุงเทพมหานคร นครปฐม  นนทบุรี  ปทุมธานี  สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส  ปัตตานี  ยะลา  และสงขลา เข้าพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 

  • กรณีเข้ามาพักอาศัยแบบค้างคืน


  • กรณีไป-กลับ ติดต่อราชการ หรือภารกิจอื่นใด


  • กรณีเข้ามาพักอาศัยระยะยาวเกิน 14 วัน 


  • คำสั่งให้ทุกอำเภอจัดหาสถานที่กักตัว และตั้งด่านคัดกรองการเดินทาง อ.ปากช่อง และ อ.วังน้ำเขียว


  • แนวทางปฏิบัติผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุม 9 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวังสูง 53 จังหวัด

ประจวบคีรีขันธ์

มาตรการในการเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของ 10 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

  • สแกน QR code รายงานตัว
  • กักตัวที่บ้าน หรือ ณ ที่พัก เป็นเวลา 14 วัน และเคร่งครัด DMHTT (หากเดินทางมาพักไม่ถึง 14 วัน ให้กักตามเวลาที่เดินทางมาพัก งดออกชุมชน)
  • หากพบว่ามีความเสี่ยง หรือ มีอาการป่วย ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ณ รพ.อำเภอ และกักตัวระหว่างรอผล


ผู้ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องกักตัว

1. รับวัคซีนแล้ว ดังนี้ คือ 

   - ฉีด ซีโนแวค ครบ 2 เข็ม มาแล้ว 4 สัปดาห์

   - ฉีด แอสตราเซเนกา 1 เข็ม มาแล้ว 4 สัปดาห์

2. ผู้ป่วยโรคโควิดที่รักษาหายแล้ว ไม่เกิน 90 วัน และต้องมีหนังสือรับรองการรักษามาแสดง


กาญจนบุรี

มาตรการจังหวัดกาญจนบุรี กรณีประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (นครปฐม  นนทบุรี  ปทุมธานี  สมุทรปราการ สมุทรสาคร) และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส  ปัตตานี  ยะลา  และสงขลา) 

  • ขอให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่กรณีเหตุจำเป็น ซึ่งต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรองและต้องปฏิบัติ ตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด 


  • กรณีประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (10 จังหวัด) และต้องพำนักพักค้างคืน ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)ในท้องที่ เพื่อรับการตรวจ คัดกรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางจากเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (10 จังหวัด) ต้องกักตัวตามมาตรการป้องกันโรค (Home Quarantine)


  • สำหรับผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่ได้เข้าพักที่โรงแรม อพาร์ตเม้นท์ รีสอร์ตในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ให้เจ้าหน้าที่ของโรงแรม อพาร์ตเม้นท์ รีสอร์ต ที่เข้าพักเป็นผู้บันทึกข้อมูลและรายงานส่งให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของโรงแรม อพาร์ตเม้นท์ รีสอร์ต ภายในวันที่บันทึกข้อมูลเพื่อรวบรวมไว้เป็นข้อมูลสำหรับตรวจติดตามโรคตามมาตรการควบคุมโรคติดต่อของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป


  • ขอความร่วมมือให้ งดและชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด


คำสั่งล่าสุดของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 3302/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 ยังคงยึดตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรีที่ 3033/2564 กรณีประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง



ชลบุรี

จังหวัดชลบุรีเพิ่มมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ยึดคำสั่ง ศบค.ชุดใหญ่  จัดตั้งด่านตรวจผู้มาจาก 10 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด   ได้เตรียมจัดตั้งด่านตรวจคัดกรอง  ผู้ที่เดินทางมาจาก 10 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุด เริ่มปฏิบัติวันที่ 13 กรกฎาคมเป็นต้นไป

คำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรีที่ 53/2564 ลงวันที่ 12 ก.ค. 2564

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี เห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจควบคุมการเดินทางเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โรคติดเชื้อโควิด 19 โดยให้เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางในเส้นทางคมนาคมระหว่างจังหวัดเพื่อควบคุมการเดินทางของประชาชนทั่วไปและการเคลื่อนย้ายแรงงาน จำนวน 6 จุดตรวจ ประกอบด้วย

อำเภอเมืองชลบุรี 

1. บริเวณฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ถนนสุขุมวิท 1 ตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี(ฝั่งขาเข้าอำเภอเมืองชลบุรี)

2. บริเวณตรงข้ามตลาดนัดนินจา (ก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้านพระพรหม) ถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี หมู่ที่ 5 ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี(ฝั่งขาเข้าอำเภอเมืองชลบุรี) 

อำเภอบางละมุง

  • บริเวณตรงข้ามสถานีตำรวจภูธรบางละมุง(ฝั่งขาเข้าเมืองพัทยา) ถนนสุขุมวิทหมู่ที่ 2 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 
  • อำเภอสัตหีบ
  • บริเวณแยกเกษมพลถนนสาย 331 กม 4 + 500 หมู่ที่ 5 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรี 
  • อำเภอพนัสนิคม
  • บริเวณทางหลวงหมายเลข 315 แยกหัวไผ่ หมู่ที่ 7 ตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี (ฝั่งขาเข้าอำเภอพนัสนิคม )
  • อำเภอบ้านบึง
  • บริเวณหน้าเทศบาลตำบลหนองซ้ำซาก ถนนทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง – แกลง) หมู่ที่ 2 ตำบลหนองซ้ำซาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี (ฝั่งขาเข้าอำเภอบ้านบึง)

        จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยง หรือชะลอการเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดในช่วงระยะเวลานี้โดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อประโยชน์ส่วนรวม กรณีที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตพื้นที่อาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าปกติ 


ทั้งนี้จะมีมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในกรณีที่พบผู้เดินทางมาจากจังหวัดที่กำหนดเป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้นายอำเภอมอบหมายกำนัน ผู้ใหญ่บ้านท้องที่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุมและป้องกันโรค โดยการควบคุมไว้สังเกต ณ ที่พัก หรือสถานที่ทางราชการกำหนดเป็นระยะเวลา 14 วัน นับจากวันที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนและให้งดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ นอกหมู่บ้านชุมชนโดยเด็ดขาด และหากภายหลังพบว่ามีการตรวจพบเชื้อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแยกกักหรือกักกันตามหลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด 

อนึ่งบุคคลหรือผู้ใดหากเดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดให้รายงานตัวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนโดยทันที เพื่อดำเนินการตามมาตรการข้างต้น 

สำหรับหน่วยงานใด หรือสถานประกอบการใด มีความจำเป็นที่จะต้องให้พนักงาน หรือลูกจ้าง เดินทางไปกลับระหว่างพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในทุกกรณี 

ทั้งนี้การดำเนินการต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือการดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง 

การควบคุมการเดินทางตามคำสั่งนี้ มิให้ใช้บังคับกับบุคคลที่ได้รับการยกเว้นตามข้อ 4 (1) – ( 6) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง


ตราด

มาตรการเดินทางเข้าจังหวัดตราด (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 10 ก.ค. 64)


ผู้เดินทางมาจาก 10 จังหวัดเสี่ยง ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัด ดังนี้


ภูเก็ต

อัพเดทมาตรการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต มีผลตั้งแต่วันที่ 15 -31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

คำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 3860/2564 เรื่อง กำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับคนไทยจากต่างจังหวัดหรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

การเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตของคนไทยจากต่างจังหวัด หรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ทางด่านตรวจท่าฉัตรไชย ช่องทางน้ำ (ท่าเรือ) ทุกท่า ในจังหวัดภูเก็ต และช่องทางภายในประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ผู้เดินทางยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีที่เดินทางมากับผู้ปกครอง ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดและต้องถือปฏิบัติ  ดังต่อไปนี้


พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด 

ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบ 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิดหรือได้รับวัคซีนชนิด AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือ เป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน หรือ ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจ

พื้นที่ควบคุม 25 จังหวัด และ พื้นที่เฝ้าระวังสูง 18 จังหวัด 
ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบ 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิด หรือได้รับวัคซีนชนิด AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือ เป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วันและต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด - 19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจ

กรณี นักเรียนนักศึกษาอายุไม่ถึง 18 ปี ที่ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด–19 ได้และมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้า–ออกจังหวัดภูเก็ตเพื่อการเรียนการศึกษา ให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาหรือศึกษาธิการจังหวัดออกบัตรประจำตัวเป็นรูปแบบเดียวกัน แสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางผ่านเข้า–ออกจังหวัดภูเก็ต และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตทำการตรวจหาเชื้อโควิด–19 ด้วยวิธีการ RT-PCR และออกใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด–19 ให้ใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือน


  • ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” บนสมาร์ทโฟน และยินยอมเปิดแชร์ตำแหน่งที่ตั้ง (Location) ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต
  • แสดงเอกสารหลักฐานข้างต้น ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อก่อนเข้าจังหวัดภูเก็ต
  • ให้สังเกตติดตามอาการตนเอง (Self Monitoring) ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค หากพบอาการป่วยหรือสงสัยว่ามีอาการป่วยด้วยโรคโควิด–19 ให้พบแพทย์โดยด่วน