‘ยิ่งใช้ ยิ่งได้’ ลงทะเบียน 21 มิ.ย.นี้ แจก E-voucher มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาท/คน



รายละเอียด "ยิ่งใช้ ยิ่งได้"

"ยิ่งใช้ ยิ่งได้" คือมาตรการที่ภาครัฐสนับสนุนบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher) ให้ผู้ได้รับสิทธิโครงการสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน

ผู้มีสิทธิ : ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุน e-Voucher จากภาครัฐช่วง ก.ค.-ก.ย. 64 เพื่อใช้จ่ายเดือน ส.ค.- ธ.ค. 64 ซึ่งจะมีการใช้จ่ายคนละ 60,000 บาท 

วันลงทะเบียน : โครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" จะเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 21 มิ.ย. 64 เวลา 06.00-22.00 น. (กดที่นี่ https://chill.travel/3wv3cry

เงื่อนไขการใช้เงิน/ใช้สิทธิ : วิธีการใช้สิทธิโครงการดังกล่าว ผู้มีสิทธิจะต้องชำระเงินผ่าน "G-Wallet" บนแอพฯ "เป๋าตัง" เพื่อซื้อสินค้าและบริการกับผู้ประกอบการร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งทางฝั่งผู้ประกอบการร้านค้าเอง ก็จะต้องติดตั้งแอพฯ "ถุงเงิน" เพื่อร่วมโครงการนี้ด้วย


ผู้ที่ต้องการได้ e-Voucher ของโครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" เต็มจำนวน 7,000 บาทนั้น จะต้องมีการใช้จ่ายสูงสุดประมาณ 60,000 บาท โดยจะต้องใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการก่อน หลังจากนั้นรัฐจึงจะคืนเงินให้ 10-15% ของค่าใช้จ่ายนั้นๆ โดยจะโอนเงินเข้าให้ใน G-Wallet ของแอพเป๋าตังทุกต้นเดือนถัดไป โดยเงินนี้จะไม่สามารถแลกออกมาเป็นเงินสดได้ แต่สามารถใช้จ่ายผ่านเป๋าตังได้

เงื่อนไขหลักของโครงการ คือ ถ้าเลือกใช้ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ไปแล้ว จะใช้สิทธิ "คนละครึ่งเฟส 3" ซ้ำซ้อนไม่ได้ ทั้งนี้ผู้ที่จะเลือกเข้าโครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติดังนี้

  • ลงทะเบียนผ่าน www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com เปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 21 มิ.ย. 64 
  • มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)
  • ไม่เป็นผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ (ผู้พิการ,ผู้สูงอายุ)
  • ไม่เป็นผู้ใช้สิทธิในโครงการ "คนละครึ่งเฟส 3"
  • ต้องจับจ่ายในร้านค้าที่จดทะเบียน VAT
  • ผู้ที่เคยได้สิทธิราชนะ/ม.33เรารักกัน สามารถเข้าร่วมโครงการได้

จะเห็นได้ว่ารายละเอียดของโครงการจะเน้นให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการที่จดทะเบียน VAT ซึ่งจะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ และให้แคชแบ็คสำหรับคนที่มีการใช้จ่ายที่สูง ดังนั้นมาตรการนี้จึงเหมาะกับคนที่มีกำลังซื้อสูง ใช้จ่ายทั้งสินค้าและบริการสูงอยู่แล้วเป็นปกติ จึงจะได้สิทธิประโยชน์จากมาตรการนี้


ขอบคุณข้อมูลจาก : กรุงเทพธุรกิจ