วันนี้ (16 เม.ย. 64) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าว ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ถึงสถานการณ์โควิด-19 พร้อมกับยืนยันว่ายังไม่มีมาตรการเคอร์ฟิว หรือล็อคดาวน์ 

จากนั้นทางนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้แถลงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้

1.ห้ามใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภทเพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ หรือกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
2.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีคนรวมกันมากกว่า 50 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
3.ปิดสถานบริการหรือสถานที่ที่เที่ยวต่อการแพร่โรคทั่วราชอาณาจักร อาทิ ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด

พร้อมกับประกาศพื้นที่สีแดงควบคุมสูงสุดเพิ่มเป็น 18 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม ภูเก็ต นครราชสีมา นนทบุรี สงขลา ตาก อุดรธานี สุพรรณบุรี สระแก้ว ระยอง และขอนแก่นส่วน 59 จังหวัดที่เหลือเป็นพื้นที่ควบคุมสีส้ม



มาตรการพื้นที่สีแดงเพื่อควบคุมโควิด-19 ดังนี้

1. ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มเปิดให้นั่งทานได้ไม่เกิน 21.00 น. ส่วนสั่งกลับบ้านสามารถให้บริการได้ถึง 23.00 น.
2. ร้านอาหารงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3.ห้างสรรพสินค้าเปิดให้บริการได้ถึง 21.00 น. โดยให้จำกัดจำนวนผู้ใชบริการ งดเว้นกิจกรรมส่งเสริมการขาย และงดให้บริการเครื่องเล่น สวนสนุก
4.ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน จะต้องปิดบริการเวลา 23.00 น. และให้เริ่มเปิดทำทำการได้ตั้งแต่เวลา 04.00 น.
5.สนามกีฬา ยิม ฟิตเนส เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันโดยจำกัดจำนวนผู้ชมในสนามได้


ส่วนมาตรการสำหรับพื้นที่สีส้มมีดังนี้

1.ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มเปิดให้นั่งทานได้ไม่เกิน 23.00 น.
2. ร้านอาหารงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3.ห้างสรรพสินค้าเปิดให้บริการได้ถึง 21.00 น. โดยให้จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ งดเว้นกิจกรรมส่งเสริมการขาย และงดให้บริการเครื่องเล่น สวนสนุก


ทั้งนี้ยังขอความร่วมมือให้ประชาชนเลื่อนหรืองดการจัดกิจกรรมสังสรรค์ งานเลี้ยงหรืองานรื่นเริงในช่วงนี้ พร้อมกับขอความร่วมมือให้บริษัทเอกชนใช้มาตรการ Work from Home หรือสลับวันทำงานหรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อโรค


โดยจะคงมาตรการนี้ไปประมาณ 2 สัปดาห์ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลง