ไขข้อสงสัยคนละครึ่งเฟส 3 ใช้ได้เมื่อไหร่ ลงทะเบียนยังไง เผยเงื่อนไขและกำหนดเวลาการใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 3



หลังจากที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขยายมาตรการ "คนละครึ่ง" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการใช้จ่ายในระยะที่ 2 เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และโครงการดังกล่าวกำลังจะหมดเขตในวันที่ 31 มี.ค.นี้ นั้น 


นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ซึ่งจะไม่ได้ต่อโครงการทันทีที่จบ เฟส 2 ในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ คาดว่าโครงการจะออกมาได้หลังจากที่โครงการเราชนะ และ ม.33 เรารักกัน สิ้นสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564


โดยผู้ได้รับสิทธิรายเดิมอาจจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง เนื่องจากมีข้อมูลในแอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" แล้ว


นอกจากนี้ กำลังพิจารณาถึงการขยายฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีฐานผู้ใช้จากมาตรการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 และ 2 รวมกันประมาณ 15 ล้านราย ขณะที่ความชัดเจนที่จะสามารถนำมาใช้จ่ายได้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จะเสนอ ครม.จึงยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน


ทางด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เคยให้ข้อมูลไว้เมื่อวันที่ 5 มี.ค.64 ที่ผ่านมา ระบุว่า กระทรวงการคลังกำลังออกแบบโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพื่อสร้างกำลังซื้อต่อเนื่องให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยมีการพิจารณาในรายละเอียดต่างๆ โดยเบื้องต้นคาดว่าคนละครึ่งเฟส 3 จะเพิ่มวิธีการใช้จ่ายให้เพิ่มเติม คือ เปิดให้ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อซื้อบริการได้ด้วย เช่น ใช้จ่ายค่าขนส่งสาธารณะ  (ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ)


วิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3

สำหรับการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3 นี้ คาดว่าจะมีขั้นตอนเช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่งระยะแรกและระยะที่สอง คือ

1) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.คอม โดยกรอกข้อมูลชื่อ - สกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน รหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”  

2) รอรับ SMS แจ้งผลการลงทะเบียน 

3) ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และยืนยันตัวตน และเมื่อดำเนินการครบก็สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อรับสิทธิเงินร่วมจ่ายจากรัฐร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,500 บาท ซึ่งผู้ได้รับสิทธิจะต้องเริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิหรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก 


ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ยังได้เปิดเผยความสำเร็จของโครงการคนละครึ่งว่า ณ วันที่ 25 มีนาคม 2564 โครงการคนละครึ่งมียอดการใช้จ่ายสะสม 100,042 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 51,214 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 48,828 ล้านบาท โดยมีผู้ใช้สิทธิจำนวน 14,793,502 คน เป็นการใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป จำนวน 12,959,425 คน และใช้จ่ายครบ 3,500 บาท จำนวน 6,624,037 คน โดยการใช้จ่ายกระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ แสดงถึงความสำเร็จอย่างสูงในการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานรากทั่วประเทศ 


โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สงขลาและเชียงใหม่


ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งเฟส 2 จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2564 จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือเร่งใช้จ่ายให้ครบ 3,500 บาท หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สิทธิวงเงินที่เหลือได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรักษาสิทธิของประชาชนแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากผ่านการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย