ช่วงนี้คนกรุงเทพฯ ยังชะลอการเดินทางข้ามจังหวัดกันอยู่ แต่พยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ ก็ขยันแจกโปรลมหนาวซะเหลือเกินนน...ก่อนลมหนาวจะหมดไป เราจะพาไปกางเต็นท์กันในกรุงเทพฯ กันที่ Bangkok Backyard ลานกางเต็นท์เปิดใหม่ใกล้บึงไมตรีจิต คลองสามวา บอกเลยว่าลองครั้งแรกก็ติดใจจนอยากจะกลับไปกางเต็นท์ที่นี่ใหม่อีกครั้งเลยทีเดียว!




ไม่น่าเชื่อว่าใช้เวลาขับรถจากใจกลางกรุงเทพฯ แค่ประมาณ 40 นาที เราก็จะได้มาพบกับจุดกางเต็นท์บรรยากาศชิลแบบนี้ เหมือนโอเอซิสที่ซ่อนอยู่ในกรุงเทพฯ เลยจริงๆ


Bangkok Backyard เป็นลานกางเต็นท์ที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว ตั้งอยู่เส้นถนนไมตรีจิต โซนเดียวกันกับ Rak Dok (รักดอก) สถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คใหม่ที่คนนิยมไปถ่ายรูปเช็คอินกันในช่วงที่ผ่านมา แต่จะอยู่คนละฝั่งของบึงไมตรีจิต


พอขับรถเข้าประตูทางเข้าใหญ่ติดถนนไมตรีจิตเข้ามา เราขับแยกไปทางซ้ายมือเลียบไปตามถนนลูกรังเล็กๆ ประมาณ 500 เมตรก็จะเจอกับทางเข้า Bangkok Backyard ซึ่งจะมีล็อบบี้เล็กๆ ด้านหน้าไว้ให้คนที่มาแคมป์ปิ้งที่นี่ได้ลงทะเบียนเช็คอินกันก่อนเข้าไปกางเต็นท์


ลืมบอกไปว่า ใครอยากจะมากางเต็นท์ที่นี่ต้องจองล่วงหน้า เพราะเค้ารับคนมากางเต็นท์ต่อวันจำนวนจำกัด เราดูพยากรณ์อากาศไว้พอเห็นว่าลมหนาวระลอกใหม่กำลังจะมาก็รีบบุ๊ควันล่วงหน้าเลยทันที ซึ่งโชคดีวันที่เราอยากไปนั้นยังว่างพอดี...แนะนำให้จองแต่เนิ่นๆ เพราะที่นี่เต็มเร็วมากโดยเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์


ลงทะเบียนเสร็จเราก็นำรถเข้าไปจอดที่ลานด้านในใกล้กับบริเวณที่กางเต็นท์ สังเกตเห็นว่ามีคนขับรถบ้านมาแคมป์ปิ้งกันด้วย ซึ่งก็สามารถจอดรถติดกับที่กางเต็นท์ได้เลย สะดวกมากๆ


แต่ละจุดจะมีจุดต่อพ่วงปลั๊กไฟกระจายไว้ทั่วบริเวณลานกางเต็นท์ แต่ถ้าใครอยากได้ทำเลริมน้ำเหมือนเรา อาจต้องเอาปลั๊กพ่วงขนาดความยาว 20 เมตรเตรียมมาด้วย


ที่นี่เป็นลานกางเต็นท์เนื้อที่กว้างขวาง ลักษณะคล้ายกับเป็นเกาะที่ยื่นออกไปกลางน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติของบึงไมตรีจิต


ตอนที่เราไปถึงที่นั่นเกือบบ่าย 3 แล้ว ทำเลกางเต็นท์ดีๆ ถูกจับจองไปเกือบหมด เพราะที่นี่เค้าเปิดให้เข้ามากางเต็นท์ได้ตั้งแต่ 11 โมง ได้ยินว่ามีคนมาจอดรถรอกางเต็นท์ตั้งแต่ 10 โมงเช้าเลยทีเดียว 


เราตัดสินใจกางเต็นท์กันตรงริมน้ำที่มีสนามหญ้าเขียวขจีท่ามกลางแดดร้อนจ้ายามบ่าย เพราะกะว่าทำเลตรงนี้ตอนเย็นๆ น่าจะสวย ถึงตอนกางเต็นท์จะเหงื่อชุ่มกันก็ตามอ่ะนะ... 


ทริปนี้เราเห่อเต็นท์ที่เพิ่งได้มาใหม่ ตอนแรกตั้งใจว่าจะกางสองเต็นท์ แถมยังพกทาร์ปมาด้วย แต่ด้วยความที่เพิ่งลองกางครั้งแรก กว่าจะเสร็จก็เกือบเย็นแล้ว สรุปกางแค่เต็นท์เดียวพอ55+ ส่วนช่างภาพมีเต็นท์เล็กส่วนตัวมาด้วย กางแป๊บเดียวเสร็จ เดี๋ยวจะต้องทำอาหารเย็นอีกเลยเอาแค่นี้พอละ!


แอบดูเต็นท์เพื่อนบ้าน แต่ละเต็นท์จัดเต็มอลังการงานสร้างมากๆ เราว่าขนมาเยอะแล้วกลายเป็นเบาไปเลยจ้า55


แม้ช่วงแรกจะทุลักทุเลไปบ้างนิดหน่อย แต่บอกเลยว่าคุ้มค่าเพราะตอนเย็นคือบรรยากาศดีมากเว่อร์วัง เราสามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตกมุมนี้จากหน้าเต็นท์ได้เลย


สารภาพว่าใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ มาก็หลาย (สิบ) ปี แต่นึกไม่ออกว่าครั้งสุดท้ายที่เราได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกในกรุงเทพฯ แบบนี้ คือเมื่อไหร่...ปิดคอมฯ ออกจากออฟฟิศทีไร ท้องฟ้าก็มืดแล้ว


ยิ่งค่ำก็ยิ่งสวย ท้องฟ้าหน้าหนาวในกรุงเทพฯ เปลี่ยนสีสวยสะกดใจแบบนี้ไม่ได้มีโอกาสเห็นกันบ่อยๆ อยู่ในเมืองตึกสูงก็บัง พอได้มานั่งดูพระอาทิตย์ตกสะท้อนน้ำแบบนี้ คือฟินเว่อร์!


ค่ำแล้วจุดตะเกียงกันดีกว่า ถ้าเอาสะดวกก็พกแบบ LED มา แต่ถ้าอย่างได้ฟีลลิ่งแนะนำตะเกียงน้ำมัน หรือจะตะเกียงแก๊สก็ได้ตามสะดวก


ตะเกียงน้ำมัน พระเอกที่เป็นอุปกรณ์ให้ความสว่างหลักประจำแคมป์ จริงๆ แล้วเอามา 2 ดวง แต่ดันลืมเสาตะเกียงใหญ่ซะงั้น! เลยแขวนไว้แค่ดวงเดียวไปก่อน อีกอันเอาวางบนโต๊ะไว้ส่องตอนทำกับข้าวไปเก๋ๆ


ตะเกียงเปลวไฟอันเล็กๆ พกสะดวกดีเวลาไปแคมป์ ใช้คู่กับแก๊สกระป๋องแบบซาลาเปา เวลาจุดแล้วจะได้แสงไฟนวลๆ โรแมนติกดี


สายตะเกียงรั้วที่ชอบความคลาสสิคก็มา....สารภาพว่าทริปนี้พกตะเกียงมาหลายตัว จนตอนเช้ามีพี่เต็นท์ตรงข้ามเดินมาถามว่าน้องขายตะเกียงรึเปล่า? 55+ คือมันเป็นความชอบส่วนตัวของเรา ชอบเวลาที่ไส้ตะเกียงโดนเผาแล้วได้กลิ่นหอมของน้ำมันอ่อนๆ (แนะนำให้ใช้น้ำมันโยตาหรือพาราฟินน้า โคมตะเกียงจะได้ไม่ดำไว แถมไม่มีกลิ่นหรือควันเหม็นกวนใจเวลาจุดด้วย)


จากนั้นก็ได้เวลาเตรียมทำอาหารเย็น (ซะที!) หลังจากย้ายโต๊ะกันหลายที่ สรุปสุดท้ายก็มาจบตรงข้างเต็นท์นี่แหละสว่างดี! ทาร์ปเทิร์ปไม่ต้องกาง ทำอาหารตากน้ำค้างชุ่มฉ่ำกันไปเล้ยยย!


ของสดเราแวะซื้อที่ซูเปอร์มาเก็ตก่อนมาที่แคมป์ แช่ใส่กระติกเก็บความเย็นใส่น้ำแข็งไว้ตั้งแต่กลางวัน ลืมบอกไปว่าไม่ต้องซื้อน้ำแข็งหิ้วมาให้ลำบาก เพราะที่แคมป์เค้ามีบริการน้ำแข็งและน้ำดื่มจากเครื่องกรองให้ฟรี เดินไปตักใส่กระติกได้เองตลอด สุดยอดไปเลยจ้า!


มื้อนี้ทำชาบูกินกันท่ามกลางลมหนาว วิถีบล็อกเกอร์อย่างเราถ่ายไป ทำไป...กว่าจะได้กินจริงๆ ก็เกือบ 3 ทุ่ม แต่ละคนหิวซ่กกันสุดๆ แต่เต็นท์อื่นคือกินเสร็จจนนั่งชิลกันหมดแล้ว


กินเสร็จแล้วไปจุดไฟปิ้งข้าวโพดกับมันหวานญี่ปุ่นกันต่อ ที่นี่เค้าห้ามก่อไฟลงบนพื้นสนามหญ้า ต้องเตรียมอุปกรณ์มาด้วยน้า เราเองก็เตรียม fire disk สำหรับจุดไฟมาด้วย ใช้ถ่านแบบไร้ควันซื้อมาจากบิ๊กซี แต่ดันมาตกม้าตายตอนที่ใส่เศษไม้ฟืนที่เก็บมาจากแถวๆ แคมป์เลยมีควัน รีบดับกันแทบไม่ทัน เกรงใจเต็นท์ข้างๆ เพราะฉะนั้น แนะนำใช้ถ่านไร้ควันก็พอจ๊ะ...เวิร์คสุด


เรานั่งกินมันเผาดูดาวกันชิลๆ บรรยากาศตอนกลางคืนคือดีงามมากกกก...มองเห็นดาวด้วยแต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา อาจจะไม่สวยชัดเหมือนบนดอย แต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ


คืนนั้นน้ำค้างลงค่อนข้างจัด เพราะเรากางเต็นท์อยู่ริมน้ำเลย อากาศเย็นสะใจมากเว่อร์! ยิ่งตอนใกล้เช้าอุณหภูมิประมาณ 18 องศา มีลมหนาวพัดมาเป็นระยะ เราเปิดเต็นท์ออกมาตอน 7 โมงเช้าคือหมอกลงจัดจนมองไม่เห็นวิว เลยตัดสินใจกลับไปนอนต่อ 55... ก็มันหนาวนี่นา ตัดภาพมาตอนชงกาแฟตอนเช้าเลยแล้วกัน


มื้อเช้าเราทำเมนูง่ายๆ ขนมปังแซนด์วิชแฮมไข่ดาว ตอนทอดก็ลุ้นว่าแก๊สจะหมดไปก่อนจะได้กินรึเปล่า โอ๊ย...เป็นทริปที่วงวารจริงๆ มือใหม่หัดแคมป์ปิ้งก็งี้


อิ่มแล้วนั่งชิลซึมซับบรรยากาศกันต่ออีกสักพัก สายๆ ค่อยเก็บเต็นท์ ที่จริงเราสามารถกางได้จนถึงเวลาเช็คเอาท์บ่าย 2 แต่พอเที่ยงแดดก็เริ่มร้อนแล้ว ฉะนั้น ใครแพลนมาอยู่ยาวๆ แนะนำหาทำเลจุดกางเต็นท์ใต้ร่มไม้ดีกว่าจ้า


ก่อนกลับเราขอพาสำรวจรอบๆ บริเวณลานกางเต็นท์ของ Bangkok Backyard กันอีกสักหน่อย ตรงบริเวณริมน้ำโซนนี้มีเต็นท์ทาร์ปกางเอาไว้ให้ด้วย เราเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับลูกค้าไว้มานั่งเล่นพักผ่อน เพราะเห็นกางทิ้งไว้แต่ไม่ได้มีใครมาจับจองเป็นเจ้าของ ใครไปกางเต็นท์ที่นี่ลองสอบถามกับพนักงานดูอีกทีก็ได้น้า


ส่วนใครที่สงสัยว่าห้องน้ำที่นี่เป็นยังไง โอเคไหม? นี่เลยจ้า...ห้องน้ำรวมเป็นทั้งห้องอาบน้ำและห้องสุขา มีทั้งหมด 4 ห้อง ข้างในมีเครื่องทำน้ำอุ่น สบู่และแชมพูให้พร้อม สะอาดและสะดวกมากๆ


อ้อ...ที่นี่สามารถพาสัตว์เลี้ยงมาได้ด้วยนะ เราเห็นคนพาน้องหมามาแคมป์ปิ้งด้วย แค่คอยดูแลน้องและใส่สายจูงพาเดินเล่นแบบนี้ไว้ ก็ไม่ต้องกังวลว่าน้องจะไปรบกวนคนอื่น


สุดท้าย สำหรับลานกางเต็นท์ที่นี่ โดยรวมเราประทับใจทั้งสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก การบริการ และบรรยากาศ สำหรับบางคนอาจจะมองว่ากางเต็นท์ราคาคนละ 400 บาทในกรุงเทพฯ แพงไปไหม? เราว่าขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละคน เพราะถ้าเทียบกับการประหยัดค่าน้ำมันรถและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ใช้เวลาไม่นาน แต่ได้สัมผัสบรรยากาศดีๆ แบบนี้ สำหรับเราถือว่าเป็นราคาที่เต็มใจจ่ายได้


ไว้ทริปหน้าเราไปกางเต็นท์ที่ไหน...จะเก็บบรรยากาศมาฝากทุกคนอีก รอติดตามเร็วๆ นี้ได้เลยจ้า!


Bangkok Backyard

พิกัด: ถนนไมตรีจิต เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
ราคา: คนละ 400 บาท (เด็กต่ำกว่า 12 ปีฟรี)
*ต้องจองล่วงหน้า ใครสนใจกดลิ้งค์ตรงไปจองที่ LINE official accounthttps://line.me/R/ti/p/%40874jhbhyช่องทางเดียวเท่าน้ัน
แผนที่ Google Maps: https://goo.gl/maps/B8KWsAaXroRoy7i59

หมายเหตุ: ช่วงนี้ทางลานกางเต็นท์ขอรับแต่คนในพื้นที่ กรุงเทพฯ เพื่อชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด
**ห้ามบุคคลภายนอกที่ไม่ใช้ลูกค้าเข้ามาในบริเวณลานกางเต็นท์