พามาปักหมุดเที่ยวลัดเลาะริมทะเลกันที่ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ป่าไม้ น้ำตก และทะเล...หลายๆ คนที่มาเที่ยวประจวบฯ เราเดาได้เลยว่าส่วนใหญ่จะมาเที่ยวแค่หัวหิน-ปราณบุรี หรือไม่ก็แวะตามจุดต่างๆ แล้วลงใต้ แต่วันนี้เราจะพาไปเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน ไล่ตั้งแต่หัวหินไปยังบ้านกรูดเลยล่ะค่ะ กับทริปหนีไปรีเฟรชร่างกาย  2 วัน 1 คืน เที่ยวประจวบคีรีขันธ์ พักผ่อนริมทะเลในบรรยากาศเป็นส่วนตัว


ทริปหนีไปรีเฟรชร่างกาย  2 วัน 1 คืน เที่ยวประจวบคีรีขันธ์ พักผ่อนริมทะเลในบรรยากาศเป็นส่วนตัว



เริ่มต้นวันแรกเราออกสตาร์ทกันที่กทม. โดยเริ่มเดินทางกันตอน 09.00 น. ซึ่งการเดินทางจากกทม.ไปประจวบคีรีขันธ์จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถ้าเรามีจุดหมายปลายทางไว้แล้ว...แต่ถ้าใครมาเที่ยวแบบเราคือลัดเลาะ แวะนู่นแวะนี่ตลอดทางก็จะใช้เวลานานกว่านี้นิดหน่อย ส่วนการเดินทางถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็สามารถนั่งรถตู้หรือรถทัวร์มาได้เลยค่ะ มีทั้งลงที่หัวหิน ตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์เลย หรือใครอยากเที่ยวแวบ้านกรูดก็สามารถนั่งรถไฟมาได้นะ 

Srna.สรณะ

ซึ่งจุดหมายแรกของเราในวันนี้คือคาเฟ่นั่นเอง ซึ่งคาเฟ่ที่เราจะพาไปตั้งอยู่บนถนนแนบเคหาสน์ ในซอยหัวหิน 47 ชื่อว่า Srna.สรณะ เป็นคาเฟ่เล็กๆ สไตล์โฮมคาเฟ่ เมื่อเข้ามากลิ่นกาแฟก็เตะจมูกเราทันที บรรยากาศภายในร้านก็จะมีความรู้สึกอบอุ่นๆ มีเคาวเตอร์ทำกาแฟพร้อมมุขนมอบเล็กๆ ภายในจะมีที่นั่งเป็นโต๊ะเก้าอี้เล็กนั่งได้ 2 คน ประมาณ 3-4 โต๊ะ และมีที่นั่งด้านนอกอีกประมาณ 2 โต๊ะค่ะ 

Srna.สรณะ

เมนูของร้านก็จะเน้นเป็นเครื่องดื่มร้อน-เย็นเป็นหลักค่ะ ส่วนขนมก็มีนิดๆ หน่อย อย่างโดนัทค่ะ เมนูสำหรับเช้านี้เราสั่งเครื่องดื่มให้ความสดชื่นจะได้หายง่าย จะเป็นสมูทตี้เสาวรสและอเมริกาโน่ออเร้นท์ค่ะ ดื่มแล้วสดชื่น ตาสว่างขึ้นมาทันที พร้อมเที่ยวต่อแล้ว~ 

Srna.สรณะ

Srna.สรณะ

Srna.สรณะ

ที่ตั้ง :  4 57 ถนนแนบเคหาสน์ ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

วันเวลาเปิด-ปิด : เปิด 07.00 -16.30 น. ปิดวันจันทร์

โทร.089 816 2750

Facebook : Srna.สรณะ

 GPS :https://g.page/Srna-coffee?share 

หลังจากแวะคาเฟ่ ดื่มกาแฟให้หายง่วงกันแล้ว ก็เดินทางต่อไปยังวนอุทยานปราณบุรี เพื่อชื่นชมธรรมชาติ ป่าชายเลนและทุ่งโปรงทองขนาดใหญ่ริมทะเลที่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากๆ เลยล่ะค่ะ  เมื่อมาถึงแล้วก็สามารถจอดรถได้ที่ด้านหน้าทางเข้าได้เลย เค้าจะมีเป็นลานจอดรถไว้บริการ ส่วนภายในวนอุทยานปราณบุรีนั้นประกอบไปด้วยป่าชายเลน ป่าเบญจพรรณ และป่าชายหาด โดยจะเป็นทางเดินให้เราเดินศึกษาธรรมชาติด้วยตัวเองค่ะ 

วนอุทยานปราณบุรี

รู้แบบนี้แล้วเราก็ไม่รอช้า จอดรถเสร็จก็หยิบกล้องให้พร้อม เริ่มเดินกันเลย...ซึ่งเส้นทางให้เดินศึกษาธรรมชาติภายในวนอุทยานฯ จะมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางจะเป็นวงกลม ซึ่งถ้าใครอยากไปถ่ายรูปกับทุ่งโปรงทองก่อน เราแนะนำว่าให้ควรเดินวนไปทางขวาก่อน ก็จะพบกับทุ่งโปรงทองขนาดใหญ่เขียวเหลืองสลับกันไป รวมถึงเมื่อเดินมาจนสุดทางก็ยังมีหอสูงที่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้อีกด้วย หลังจากนั้นก็เดินวนออก โดยระหว่างทางเดินออกก็จะเจอกับสภาพแวดล้อมของป่าหลากหลายรูปแบบเลยค่ะ ทั้งป่าชายเลน ป่าเบญจพรรณ และป่าชายหาด 

วนอุทยานปราณบุรี

วนอุทยานปราณบุรี

ที่ตั้ง : 14 ผาสุกวนิช 16 ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 06.00-18.00 น.

โทร.061-4644951

GPS : https://goo.gl/maps/SFBpMBrtL259YSk86


จากวนอุทยานปราณบุรีก็ขับรถตรงไปยังปากน้ำปราณเพื่อที่จะไปทานอาหารกลางวันกันค่ะ แต่ก่อนที่จะไปทานอาหาร ขอแวะถ่ายรูปจุดเช็คอินยอดฮิตของปราณบุรีกันก่อนกับต้นตาลริมชายหาด 3 ต้น ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมาปราณบุรีต้องมาถ่าย ซึ่งจุดนี้จะอยู่เลียบทะเลปากน้ำปราณเลย สามารถปักหมุดมาได้ที่ บริเวณสวนสาธารณะชายหาดนเรศวรมหาราช แล้วขับรถมาเรื่อยๆ ตามองทางด้านซ้ายให้ดี ก็จะเจอกับจุดนี้แล้ว หาไม่ยากเลย ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ตรงที่โลเคชั่นเลย มีต้นมะพร้าว 3 ต้นตั้งเรียงกันริมชายทะเล ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย แนะนำว่าให้ใส่ชุดสวยๆ เริ่ดๆ มาเลยนะ ปังแน่นอน...ใครมาเที่ยวก็อย่าลืมแวะมาถ่ายรูปกันนะคะ  

ต้นมะพร้าว 3 ต้น เลียบทะเลปราณบุรี

ที่ตั้ง : 32  ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

GPS : https://goo.gl/maps/h9XjUzm7CodaU9RK6


ถ่ายรูปกันจนท้องร้อง เราก็ไม่รีรอขอมุ่งตรงไปยังร้านอุดมโภชนา ร้านอาหารทะเลวิวทะเลที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดถ่ายรูปต้นมะพร้าวเลียบทะเล ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงร้านแล้วค่ะ อยู่ใกล้มากๆ ที่นี่เป็นร้านอาหารทะเลขนาดใหญ่ริมทะเลปราณบุรี ด้านหน้ามีที่จอดรถด้านหน้าสะดวกสบายไม่แออัด ในส่วนของตัวร้านจะยกพื้นสูงทำให้เราสามารถนั่งมองวิวทะเลได้จากตัวร้านได้เลย 

อุดมโภชนา

มาถึงก็ไม่รอช้า เราก็หยิบเมนูมาสั่งอาหารกับพี่ๆ พนักงานกันทันที ซึ่งเมนูที่สั่งมาในวันนี้มีเยอะมาก 7 เมนูด้วยกัน (เรียกว่าสั่งกันตอนหิว ยั้งไม่ทันจริงๆ ค่ะ) มีปลากะพงทอดสามรส รสชาติเปรี้ยวหวานเผ็ดครบรส, แกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว ที่ใส่เนื้อปลากะพงกับหน่อไม้ รสแซ่บซี้ด, ปูนิ่มทอดกระเทียมที่ทอดกรอบนอกนุ่มใน เหลืองนวลน่ารับประทาน, กุ้งอบเกลือ ที่ทางร้านจะเลือกใช้กุ้งทะเลตัวโตมาอบเกลือแล้วจิ้มด้วยน้ำจิ้มสุดแซ่บ! เนื้อแน่นมากกก, หอยเชลล์ผัดฉ่า หอยไซส์ใหญ่ผัดเครื่องสมุนไพรหอมกรุ่น เผ็ดร้อนถึงใจ ตัดความเผ็ดร้อนด้วยน้ำพริกไข่ปู น้ำพริกรสชาติกลมกล่อมเผ็ดกำลังดีในถ้วยอัดแน่นด้วยไข่ปูม้า ทานกับผักสดแนมทั้งถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ แตงกวา และขมิ้นขาว

อุดมโภชนา

และเมนูสุดท้าย เรียกว่าเป็นเมนูเด็ดของร้าน  'หมึกแดดเดียว'  หมึกเนื้อนุ่ม รสชาติกลมกล่อม เคี้ยวเพลินเนื้อไม่เหนียวเลย บอกเลยว่าใครมาทานตามเราต้องสั่งเมนูนี้เลยนะ! 

อุดมโภชนา

อุดมโภชนา

ที่ตั้ง : 169/18 หมู่ที่3 ถนน ปากน้ำปราณ ตำบล ปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ราคา : 75-450 บาท

เปิดบริการ : ทุกวัน 10.30 - 21.00 น.
เบอร์ติดต่อ : 0622896326
พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/2YgEqfNEeWdqmRhe7


ทานอาหารกันจนอิ่มแปล้ แต่ยังทานของหวานได้อีก! ก่อนเดินทางเข้าที่พักเราเลยแวะคาเฟ่แถวๆ ถนนเลียบหาดปราณบุรีกันอีกสักหนึ่งที่ ชื่อว่า Blue Butterfly เป็นคาเฟ่เล็กๆ น่ารักสไตล์อิงลิชคอทเทจ ที่ใช้โทนสีฟ้าเป็นหลัก บริเวณโดยรอบร้านมีการจัดสวนสไตล์อังกฤษ โซนที่นั่งก็มีทั้งมุมโซฟาในร้าน หรือถ้าใครอยากจิบกาแฟอุ่นๆ พร้อมชมวิวสวนก็มีโซนเอาท์ดอร์ให้นั่งค่ะ รวมถึงมีบาร์ไม้ให้นั่งทานพร้อมชมวิวทะเลกันอีกด้วย 

Blue Butterfly

Blue Butterfly

สำหรับเมนูก็มีเครื่องดื่มร้อน-เย็น อาหารทานเล่นพวกแซนวิช ขนมปัง และชุดเบรคฟาสต์ รวมถึงมีเบเกอรี่ ขนมอบให้เลือกทานมากมาย อย่างวันนี้เราเลือกเป็นน้ำผึ้งมะนาว (60 บาท) และโกโก้เย็น (50 บาท) ส่วนขนมเราเลือกเป็นคัพเค้กเรดเวลเวต เนื้อนุ่ม ครีมอร่อย ทานกับเครื่องดื่มที่สั่งมาเข้ากันสุดๆ 

Blue Butterfly

Blue Butterfly

Blue Butterfly

ที่ตั้ง : ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ราคา : เริ่มต้น 40 บาท

เปิดบริการ : ทุกวัน 07.00 - 18.00 น.
เบอร์ติดต่อ : 081-8322669
พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/15Br2ZkEvmZwRz3f7


หลังจากทานของหวานกันแล้ว ก็เดินทางต่อยาวๆ เลย เพื่อไปเช็คอินที่พักในทริปนี้กันค่ะ ซึ่งเราพักกันที่ Sunshine Paradise Resort รีสอร์ทริมทะเล บรรยากาศเป็นส่วนตัวที่ตั้งอยู่ในอำเภอทับสะแก ใช้เวลาเดินทางจากปราณบุรีประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อมาถึงเราก็จะเจอกับรีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นที่บริการห้องพักหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ห้องพักธรรมดาจนไปถึงพูลวิลล่าริมทะเลเลยล่ะค่ะ ซึ่งห้องพักที่นี่จะมีด้วยกัน 7 รูมไทป์ คือ Standard, Garden Cottage, Garden Cottage With Spa Bath, Garden Pool Villa, 1 Bedroom Beachfront Pool Villa, 2 Bedroom Beachfront Pool Villa และ 3 Bedroom Beachfront Pool Villa เลย สามารถมาพักเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัวก็ตอบโจทย์ค่ะ Sunshine Paradise Resort - ที่พักติดริมทะเลประจวบคีรีขันธ์

มาถึงเราแล้วก็อย่ารอช้าไปเช็คอินกันบริเวณล็อบบี้กันก่อนเลย ล็อบบี้ของที่นี่จะอยู่ด้านหน้าเลยค่ะ เราสามารถจอดรถแล้วขึ้นไปติดต่อเช็คอินได้เลย ภายในล็อบบี้ก็ตกแต่งเรียบง่าย มีโซฟาให้ผู้เข้าพักได้นั่งรอระหว่างเช็คอินและเช็คเอาท์...รอสักแปปก็ได้กุญแจคียการ์ดมาแล้ว ซึ่งวันนี้เราพักห้อง Garden Pool Villa ราคาเริ่มต้น 3,900 บาท พักได้ 2 ท่าน ซึ่งห้องไทป์นี้มีด้วยกัน 4 หลังค่ะ แต่จะมีเพียง 1 หลังที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ค่ะ ตัวบ้านพักจะเป็นบ้านหลังเล็ก ที่เมื่อเข้ามาก็จะเจอกับเตียงนอน และโซฟาเบดขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งแอร์ โทรทัศน์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ มินิบาร์(ฟรี) เครื่องทำน้ำอุ่น ภาชนะ Wifi และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ 

Sunshine Paradise Resort - ที่พักติดริมทะเลประจวบคีรีขันธ์

Sunshine Paradise Resort - ที่พักติดริมทะเลประจวบคีรีขันธ์

ส่วนทางด้านซ้ายของห้องจะเป็นโซนห้องน้ำและห้องแต่งตัวค่ะ ซึ่งห้องน้ำของห้องนี้จะแบ่งเป็นห้องสุขาและห้องอาบน้ำ รวมถึงมีอ่างอาบน้ำ ที่สามารถนอนแช่น้ำอุ่นๆ พร้อมชมวิวสระว่ายน้ำด้านนอกได้ และไฮไลท์ของห้องนี้จะพลาดไม่ได้กับสระน้ำเกลือขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าห้องพัก บริเวณสระมี Sunbed ให้เราได้นั่งชิลดูพระอาทิตย์ตกกันอีกด้วย 

Sunshine Paradise Resort - ที่พักติดริมทะเลประจวบคีรีขันธ์

Sunshine Paradise Resort - ที่พักติดริมทะเลประจวบคีรีขันธ์

ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกที่ Sunshine Paradise Resort ก็มีครบครันเลย ทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่สามารุว่ายน้ำพร้อมชมวิวทะเลได้เต็มๆ ตา รวมถึงมีห้องฟิตเนส บาร์ริมทะเล และห้องอาหารไว้บริการด้วยค่ะ ซึ่งเย็นนี้เราก็จะทานอาหารเย็นพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกกันที่ห้องอาหารของรีสอร์ทกันด้วย แต่ตอนนี้เราขอตัวไปเดินชมชายหาดพักผ่อนหย่อนใจรอมื้อเย็นกันสักหน่อย ก่อนที่จะไปทานอาหารอร่อยๆ กัน

Sunshine Paradise Resort - ที่พักติดริมทะเลประจวบคีรีขันธ์

Sunshine Paradise Resort - ที่พักติดริมทะเลประจวบคีรีขันธ์

เดินชมรอบๆ รีสอร์ทกันสักกพัก พระอาทิตย์ก็เริ่มลับขอบฟ้า เราเลยขึ้นไปที่ห้องอาหารของรีสอร์ทเพื่อไปรับประทานอาหารเย็นสุดแสนอร่อยกันค่ะ ซึ่งห้องอาหารจะตั้งอยู่บนชั้น 2 ของตัวอาคารริมสระว่ายน้ำ เป็นห้องอาหารที่รอบด้านเป็นบานกระจากสามารถชมวิวทะเลได้จากในห้องได้ หรือจะเปิดรับลมก็ได้เหมือนกันค่ะ ภายในจะมีที่นั่งให้เลือกทั้งโซนอินดอร์ในห้องแอร์ และโซนเอาท์ดอร์วิวทะเลเลย

Sunshine Paradise Resort รีสอร์ทบรรยากาศสุดชิล  ติดทะเล มีห้องพูลวิลล่า จ.ประจวบคีรีขันธ์

Sunshine Paradise Resort รีสอร์ทบรรยากาศสุดชิล  ติดทะเล มีห้องพูลวิลล่า จ.ประจวบคีรีขันธ์

เย็นนี้เราเลยเลือกนั่งทานอาหารโซนเอาท์ดอร์ค่ะ เพราะอยากจะนั่งทานอาหารพร้อมกับชมวิวพระอาทิตย์ตกลับฟ้าและฟังเสียงคลื่นกระทบชายฝั่งไปด้วย...สำหรับเมนูอาหารก็จะเน้นไปทางอาหารฟิวชั่น อาหารไทย อาหารทะเล ปรุงรสจัดจ้านถึงเครื่องค่ะ  ซึ่งเย็นนี้เราก็จัดหนักเหมือนเดิม สั่งมาด้วยกัน 6 เมนู มีปลาหมึกแดดเดียว เนื้อปูผัดพริกไทยดำ คอหมูย่างมะนาว ผัดไทกุ้งสด ต้มยำทะเลน้ำข้น และเนื้อปลากระพงราดพริก รสชาติถูกปากเลย กลมกล่อม แต่ละเมนูทำออกมาได้ดี ยกนิ้วให้เลยค่ะ ทานเสร็จแล้วก็ขอตัวไปนอนพักผ่อนก่อนนะ

Sunshine Paradise Resort รีสอร์ทบรรยากาศสุดชิล  ติดทะเล มีห้องพูลวิลล่า จ.ประจวบคีรีขันธ์


พักผ่อนกันเต็มที่แล้ว ตื่นเช้ามาก็อาบน้ำ แต่งตัว เก็บกระเป๋าแล้วก็พุ่งตัวออกมาทานอาหารเช้ากันเลย ซึ่งอาหารเช้าของ Sunshine Paradise Resort จะให้สั่งแบบ A la cart ค่ะ แต่สามารถสั่งได้ไม่อั้นเลย มีทั้ง American Breakfast ข้าวต้มกุ้ง และข้าวต้มหมู (ต้องสั่งกับพนักงงาน) นอกจากนี้ยังมีไลน์อาหารให้เราได้เดินไปตักเองด้วย อย่างผัดซีอิ๊ว บาร์สลัด ของทานเล่น ขนมปัง ซีเรียล ผลไม้ และเครื่องดื่มค่ะ 

Sunshine Paradise Resort รีสอร์ทบรรยากาศสุดชิล  ติดทะเล มีห้องพูลวิลล่า จ.ประจวบคีรีขันธ์


Sunshine Paradise Resort

ที่ตั้ง : 95 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

ราคา : เริ่มต้น 1,400-18,300 บาท 

โทร.081-8298123

Facebook : Sunshine Paradise Resort

GPS : https://goo.gl/maps/Gd7DBEWpxohkAJ4v7 

จองที่พัก Sunshine Paradise Resort ออนไลน์ได้ที่นี่


ทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้วก็เช็คเอาท์กันเลย เพราะว่าวันนี้เราต้องกลับกทม.กันแล้ว...แต่ก่อนจะมุ่งตรงกลับกทม.เราก็ขอขับรถขึ้นมายังตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน ตรงชุมชนบ้านกรูดกันก่อนเพื่อแวะไปสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดทางสาย ซึ่งวัดนี้จะตั้งโดดเด่นอยู่บนเขาริมชายหาดบ้านกรูด ถ้าขับรถผ่านมาเราก็จะเห็นวัดนี้ได้แต่ไกลเลยล่ะค่ะ วัดทางสาย (พระพุทธกิติสิริชัย พระมหาเจดีย์ภักดีประกาศ)

เมื่อเดินเข้ามาภายในวัดก็จะพบกับพระพุทธกิติสิริชัยหรือหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางสมาธิแบบศิลปะคันธาระ หันพระพักตร์ออกทะเล ที่สวยงดงามมากๆ รวมถึงไฮไลท์อีกหนึ่งอย่างคือ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ หรือพระมหาเจดีย์เก้ายอด พระปรางค์ จัตุรมุขสูงสามชั้น ที่เราสามารถมองเห็นได้แต่ไกลจากด้านล่างเลยค่ะ แนะนำว่าถ้ามาถึงแล้วควรเก็บภาพเป็นที่ระลึก นอกจากนั้นยังมีพระตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาปักธงชัย ที่เป็นจุดชมวิวชมชายหาดบ้านกรูดอีกด้วย

วัดทางสาย (พระพุทธกิติสิริชัย พระมหาเจดีย์ภักดีประกาศ)

วัดทางสาย (พระพุทธกิติสิริชัย พระมหาเจดีย์ภักดีประกาศ)

วัดทางสาย

ที่ตั้ง : 1029 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 08.00-16.30 น.

GPS : https://goo.gl/maps/qkjyZu3HJruX3Uhz9


ไหว้พระสักการะขอพรกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ตีรถกลับมาที่อำเภอสามร้อยยอด ก่อนจะตีรถกลับยาวๆ เราจะพาไปชมความสวยงามของชมธรรมชาติที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ (บึงบัว) อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกหนึ่งที่ของประจวบฯ เลยล่ะค่ะ เพราะเปรียบเสมือนสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ ความสงบ แต่ก่อนจะเข้ามาที่นี่จะต้องเสียค่าเข้าอุทยานฯ ก่อนนะคะ คนละ 40 บาท 

บึงบัวสามร้อยยอด

เมื่อเข้ามาแล้วก็จะเจอกับต้นธูปฤาษีเยอะแยะมากมาย พร้อมกับสะพานไม้ที่ให้นักท่องเที่ยวได้เดินลัดเลาะไปชมธรรมชาติ...ภายในบึงบัวสามร้อยยอดแห่งนี้ก็จะประกอบไปด้วยบัวเผื่อนที่จะบานในช่วงเดือนตุลาคม - เมษายน นอกจากจะมีบัวแล้ว ยังมีต้นธูปฤๅษีขึ้นเต็มบึง และมีสะพานไม้ทอดยาวไปในบึงพร้อมกับมีศาลาให้พักนั่งชิลชมวิวเป็นระยะ ระหว่างเดินเราก็จะได้ยินเสียงนกต่างๆ ร้องประสานเสียงไปตลอดสองข้างทาง บอกเลยว่าฟิลกู๊ดสุดๆ 

บึงบัวสามร้อยยอด

บึงบัวสามร้อยยอด

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ (บึงบัว) อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ที่ตั้ง : ตำบลศาลาลัย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
โทรศัพท์ : 032-821568
ที่ทำการอุทยานฯ เปิดประมาณ 8.00-16.00 น.

GPS : https://goo.gl/maps/bqrCo9cdMwDrWiPP6


หลังจากเดินชมความสวยงามและถ่ายรูปกันเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาเดินทางกลับกทม.กันแล้วล่ะค่ะ สำหรับใครที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเที่ยวทะเลโซนหัวหิน เราก็อยากให้มาแวะมาเที่ยวโซนปราณบุรี สามร้อยยอด บางสะพาน หรือบ้านกรูดกันบ้าง รับรองได้เลยว่าเพื่อนๆ จะได้พักผ่อนและรีเฟรชร่างกาย พร้อมกับได้เที่ยวจุดเช็คอินสวยๆ ใหม่ๆ เพียบเลยล่ะค่ะ