หลังจากที่ต้องเก็บตัวอยู่บ้าน นอนดูซีรีส์กันมานาน หลายคนคงมีอาการอยากออกเดินทางไปเที่ยวกันแล้ว ยิ่งเห็นฉากสวยๆ ในซีรีส์เกาหลีแล้วยิ่งใจสั่นอยากไปตามรอยสุดๆ ติดตรงที่ตอนนี้ยังเดินทางกันไม่ได้ วันนี้ชิลไปไหนเลยจะมาชี้เป้าพิกัดเมืองน่าเที่ยวเกาหลีที่ไม่ได้มีแค่โซล ซึ่งแต่ละเมืองมีสนามบินและสายการบินตรงจากเมืองไทยให้เราไปเช็คอินที่เที่ยวสวยๆ ได้สะดวกสุดๆ ไม่ต้องเดินทางต่อเองให้ยุ่งยากหรือลำบาก บอกเลยว่าแต่ละที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว! อยากแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวซะเดี๋ยวนี้  พร้อมเมื่อไหร่ต้องรีบจองตั๋วบินไปเที่ยวกันเลย!

เที่ยวเกาหลี


ชมแสงสีและสูดกลิ่นอายทะเลที่ปูซาน

หลายคนคงรู้จักและคุ้นชื่อเมืองนี้จากภาพยนตร์ “Train to Busan” แต่เราไม่ต้องนั่งรถไฟไปปูซานก็ได้นะ เพราะที่เมืองปูซานมีสนามบินนานานาชาติ กิมแฮ (Gimhae International Airport) ให้เรานั่งเครื่องบินไปแลนด์ดิ้งกันสวยๆ ใช้เวลาแค่ 5 ชั่วโมงจากเมืองไทย โดยมีสารการบินหลายสายให้บริการอย่าง Korean Air , Jeju Air , Jin Air , Thai Airways นอกจากนี้ ยังมีจังหวัดใกล้เคียงอย่างคยองซังนัมโด (ทงยองและกอเจ), อุลซาน ที่เราสามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินนานานาชาติ กิมแฮแล้วเดินทางไปเที่ยวต่อได้สะดวกอีกด้วย

เที่ยวปูซาน เกาหลีใต้


สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของปูซาน ห้ามพลาดที่นี่เลยคือ วัดแฮดง ยงกุงซา (Haedong Yonggungsa Temple) วัดเก่าแก่ที่สวยที่สุดในปูซาน สร้างอยู่บนโขดหินริมทะเลท่ามกลางทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของมหาสมุทรที่งดงามน่าทึ่ง ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คของปูซาน นักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้พระขอพรและเที่ยวชมความงดงามของวัดแห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนของทุกปีที่จะมีดอกซากุระบานสะพรั่งให้ชมอีกด้วย

วัดแฮดง ยงกุงซา (Haedong Yonggungsa Temple)


เอาใจสายฮิปกันบ้าง กับที่เที่ยวแลนด์มาร์คของปูซานอย่าง หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village) หมู่บ้านสีพาสเทลที่สร้างเรียงรายลดหลั่นกันอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นวิวของทะเลได้จากมุมสูง นอกจากจะมีไฮไลท์อย่างบ้านสีลูกกวาดสุดคิวท์ ที่นี่ยังมีทั้งคาเฟ่เก๋ๆ ร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ และสตรีทอาร์ทเจ๋งๆ ให้เราแวะพักจิบกาแฟถ่ายรูปกันอีกด้วย

หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village)

หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village)


มาเที่ยวเมืองชายทะเลอย่างปูซานทั้งที ต้องไม่พลาดไปเที่ยวที่ ชายหาดแฮอุนแด (Haeundae Beach) ชายหาดที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์ของปูซาน ตั้งอยู่ท่ามกลางอาคารสูงระฟ้าและโรงแรมหรู ในช่วงฤดูร้อน ตลอดชายหาดจะละลานตาไปด้วย ร่มกันแดดหลากสีสัน และนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน เล่นน้ำ ทำกิจกรรมริมชายหาดกันอย่างคึกคัก

ชายหาดแฮอึนแด (Haeundae Beach)


ใครชอบวิวทะเล อย่าพลาดไปเที่ยวที่หาดซงโด (Songdo Beach) ที่นี่มีไฮไลท์อย่าง ซงโด สกายวอร์ค (Songdo Skywalk) ทางเดินที่ทอดยาวคดโค้งไปมาบนทะเล ระยะทางความยาวถึงปลายสะพานถึง 365 เมตร สามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบพาโนรามา จัดเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวถ่ายรูปสุดชิคในเมืองปูซานเลยก็ว่าได้ หรือจะลองไปนั่งกระเช้า Busan Air Cruise ชมวิวทะเลจากมุมสูงก็ได้เช่นกัน

ซงโด สกายวอร์ค (Songdo Skywalk)


ส่วนใครอยากชมทิวทัศน์นอกเมืองปูซาน ลองไปเดินเล่นออกกำลังกันที่ แฮพารัง (Haeparang) เส้นทางเดินเลียบชายฝั่งความยาวกว่า 770 กม. นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางอื่นๆ อย่างกลแมทกิล (Galmaetgil) และดัลมาจิกิล (Dalmajigil) เส้นทางเดินเท้าที่ทอดยาวเลียบไปกับทะเล แม่น้ำ ภูเขา บ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ที่จะทำให้เราได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของเมืองชายทะเลปูซานอย่างเต็มอิ่ม ห้ามพลาดกับไฮไลท์อย่าง “โอรยุคโด สกายวอล์ก” (Oryukdo Skywalk) ทางเดินลอยฟ้าพื้นกระจกใสที่สร้างยื่นออกไปจากหน้าผา นับว่าเป็นจุดชมวิวทะเลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในปูซาน

โอรยุคโด สกายวอล์ก (Oryukdo Skywalk)


มาเยือนถึงถิ่นปูซานทั้งที ต้องไม่พลาดไปเดินเที่ยวตลาดปลาจากัลชี (Jagalchi Market) ตลาดปลาที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่นี่เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสดๆ ที่ชาวประมงที่จับจากทะเลปูซาน และชายฝั่งตะวันตกของเกาหลี เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าตรู่ ถ้าใครอยากลองพิสูจน์รสชาติว่าอาหารทะเลที่นี่จะสดขนาดไหน หลังจากซื้อปลาแล้วเรายังสามารถให้ทางร้านนำไปปรุงเป็นอาหารให้เราทาน หรือขอให้คนขายช่วยหั่นเป็นปลาดิบ แล้วนำไปรับประทานที่ชั้นสองของตลาด ได้บรรยากาศแตกต่างจากไปกินที่ร้านอาหารไปอีกแบบ

ตลาดปลาจากัลชี (Jagalchi Market)


สำหรับสายคาเฟ่ ที่มองหาย่านไว้นั่งชิล ขอแนะนำ Jeonpo Cafe Street ถนนสายคาเฟ่แห่งปูซาน ที่มีทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ๆ เรียงรายให้เลือกอยู่หลายร้าน เราสามารถเดินเล่น Café Hopping กันได้ทั้งวัน ส่วนใครอยากช้อปปิ้ง ไปละลายทรัพย์ต่อกันที่ถนนซอมยอน (Seomyeon First Street) ย่านช้อปปิ้งขวัญใจวัยรุ่นที่รวมเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และสินค้าแฟชั่นให้เลือกช้อปกันจุใจ ปิดท้ายกันที่ถนนช้อปปิ้งนัมโพดง (Nampodong Shopping Street) อีกหนึ่งถนนช้อปปิ้งยอดฮิตของปูซานที่รวมช็อปแบรนด์เนมหลากหลายร้านให้เลือกช้อปละลานตา รับรองว่าถูกใจทั้งสายช้อปและสายชิลกันแน่นอน

ช้อปปิ้งปูซาน


ปูซานเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากกรุงโซล และเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองท่าของเกาหลี เพราะฉะนั้นเรื่องความเจริญและแสงสีที่นี่ไม่แพ้เมืองหลวงอย่างกรุงโซลแน่นอน! ใครอยากสัมผัสบรรยากาศไนท์ไลฟ์ของปูซาน ปักหมุด เดอะเบย์ 101 (The bay 101) ไว้ในลิสต์ได้เลย นอกจากจะเป็นจุดชมวิวเมืองปูซานตอนกลางคืนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งแล้ว ย่านนี้ยังเต็มไปด้วยตึกระฟ้าสุดหรูหราซึ่งมีร้านอาหารให้เลือกหลายแห่ง รวมทั้งบาร์บนดาดฟ้าให้เราดื่มด่ำกับทิวทัศน์ยามราตรีของเมืองปูซาน

เดอะเบย์ 101 (The bay 101)


มาเที่ยวปูซาน ถ้าไม่ได้มาถ่ายรูปชมวิว สะพานควังอัน (Gwangan Bridge) คงเหมือนมาไม่ถึง เพราะที่นี่นับเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองปูซาน โดยสะพานควังอันเป็นสะพานแขวนที่ทอดยาวข้ามทะเล มีความยาวถึง 7,420 เมตร นับเป็นสะพานที่มีความยาวเป็นอันดับ 2 ของประเทศเกาหลี ไฮไลท์ของสะพานแห่งนี้คือตอนกลางคืนที่จะเปิดไฟประดับบนสะพานเป็นแสงระยิบระยับอย่างงดงาม จนได้รับการขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า “สะพานเพชร” นั่นเอง

สะพานควังอัน (Gwangan Bridge)


นอกจากปูซานจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งแนวธรรมชาติ, ประวัติศาสตร์ ยังมีงานเทศกาลต่างๆ ที่มีชื่อเสียง อาทิ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ แห่งปูซาน” (Busan International FilmFestival) รวมทั้งเทศกาลอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งเทศกาลดอกไม้ไฟ, เทศกาลริมชายหาด ฯลฯ ให้เรามาเที่ยวชมได้ตลอดปี

เทศกาลดอกไม้ไฟปูซาน


ชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี สัมผัสความโรแมนติกที่แทกูและคยองซังบุกโด

ไม่ไกลจากปูซานเป็นที่ตั้งของ “แทกู” เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของประเทศเกาหลีใต้ และมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ มากมายหลายจุดที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักเท่าใดนัก การเดินทางมายังเมืองแทกู เราสามารถนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ บินตรงมายังสนามบินนานาชาติแทกู (Daegu International Airport) โดยสายการบิน T’way Air และยังสามารถเดินทางไปเที่ยวเมืองและจังหวัดอย่างใกล้เคียงอย่าง จังหวัดคยองซังบุกโด ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองคยองจูและอันดงได้อีกด้วย

เทศกาลโคมไฟเมืองแทกู เกาหลีใต้


หากถามถึงเมืองในเกาหลีที่ผสมผสานเสน่ห์ทั้งความทันสมัยและประเพณีดั้งเดิมที่งดงาม แน่นอนว่าชื่อของแทกูต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะแทกูมีทั้งย่านเมืองเก่าประวัติศาสตร์อย่างถนนสายวัฒนธรรมสมัยใหม่แห่งแทกู (Daegu Modern Culture Street) ที่อนุรักษ์อาคารเก่าแก่ไว้ได้อย่างงดงาม ท่ามกลางตึกสูงทันสมัย แต่ไฮไลท์คือ 83 TOWER หอคอยชมวิวรูปทรงแปดเหลี่ยมสูง 83 ชั้น และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองแทกู ตั้งอยู่ภายในสวนสนุก E-World สวนสนุกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเกาหลีใต้ บนหอคอยมีดาดฟ้าชมวิว ร้านอาหาร และคาเฟ่ เราสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแทกูได้ 360 องศา

83 TOWER หอคอยแทกู เกาหลีใต้


ด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยภูเขาทั้ง 4 ด้าน แทกูจึงมีที่เที่ยวแลนด์มาร์คอย่างอุทยานแห่งชาติพัลกงซาน (Palgongsan Natural Park) ที่งดงามโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ผืนป่าจะเริ่มเปลี่ยนสีไล่เฉดจากสีเขียวเป็นสีแดงและส้มไปทั่วทั้งหุบเขา เราสามารถนั่งกระเช้าเคเบิลคาร์เพื่อไปเที่ยวชมด้านบนได้

อุทยานแห่งชาติพัลกงซาน (Palgongsan Natural Park)


ไปเที่ยวกันต่อที่จังหวัดคยองซังบุกโด หรือคยองซังเหนือ ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้งเมืองหลวงของอาณาจักรชิลลา และยังเป็นที่ตั้งของเมืองอันดง (Andong) เมืองหลวงวัฒนธรรมขงจื้อแห่งเกาหลี ที่นี่จึงกลายเป็นศูนย์รวมขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ทั้งสถาบันศึกษาปรัชญาขงจื้อ โทซานซอวอน (Dosanseowon Confucian Academy) และหมู่บ้านซอนบิชน (Seonbichon Village) ที่จำลอง “หมู่บ้านของปราชญ์” ในอดีตไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ลองพำนัก เพื่อสัมผัสบรรยากาศในยุคก่อน

สถาบันศึกษาปรัชญาขงจื้อ โทซานซอวอน (Dosanseowon Confucian Academy)


นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คอย่าง สะพานวอลยองกโย (Woryeonggyo Bridge) สะพานไม้ความยาวประมาณ 387 เมตร นับว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในเกาหลี และยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามล้อมรอบด้วยทิวเขาและสายน้ำของแม่น้ำนักดงกัง (Nakdonggang River) โดยมีต้นเชอร์รี่ที่ออกดอกบานสะพรั่งเป็นฉากหลังในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สร้างบรรยากาศให้งดงามและโรแมนติกมากยิ่งขึ้น

สะพานวอลยองกโย (Woryeonggyo Bridge)


อีกหนึ่งเมืองน่าเที่ยวในเขตจังหวัดคยองซังบุกโด คือ “คยองจู” เมืองแห่งประวัติศาสตร์เก่าแก่นับพันปี มีทั้งวัดเก่าแก่และเจดีย์ตั้งแต่สมัยอาณาจักรชิลลาอย่างวัดพุลกุกซา (Bulguksa Temple) และเจดีย์ซอกกาถับ นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังดงกุงและสระวอลจิ (Donggung Palaceand Wolji Pond) วังหลวงในยุคอาณาจักรรวมชิลลา (Unified Silla) โดยมีหมู่บ้านยังคงแห่งคยองจู (Gyeongju Yangdong Village) หมู่บ้านประวัติศาสตร์ที่อนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของอาณาจักรโชซอน โดดเด่นด้วยบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของเกาหลีที่จำลองให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในยุคนั้น

หมู่บ้านยังคงแห่งคยองจู (Gyeongju Yangdong Village)


สำหรับไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งในเขตคยองจู คือ แหล่งหลุมฝังศพโบราณ แทรึงวอน (Daereungwon Ancient Tomb Complex) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานของกษัตริย์ ราชินี และเหล่าขุนนางในยุคชิลลาจำนวน 23 แห่ง สุสานที่โดดเด่นที่สุดคือ สุสานฮวังนัมแดจง (Hwangnamdaechong) และมิชูวังนึง (Michuwangneung) ที่มีลักษณะเหมือนกับโหนกของอูฐ ในช่วงฤดูร้อนจะปกคลุมด้วยหญ้าและต้นไม้เขียวขจี ซึ่งจะเปลี่ยนสีสันอย่างสวยงามเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้ ยังมีการพบมงกุฎ เครื่องประดับ และเครื่องถ้วยชามจากสุสานชอนมาชง (Cheonmachong) โดยได้นำไปจัดแสดงไว้ภายในสุสาน และที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเมืองคยองจู (Gyeongju National Museum)

แหล่งหลุุมฝังศพโบราณ แทรึงวอน (Daereungwon Ancient Tomb Complex)


เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ที่ “ชอลลานัมโด” ดินแดนแห่งไร่ชาและสายหมอก

เปิดมุมมองการท่องเที่ยวเกาหลีใหม่ๆ กันต่อที่ “ชอลลานัมโด” เมือง Slow City ที่ได้ชื่อว่ามีวิถีชีวิตเนิบช้า ไม่เร่งรีบแบบเมืองใหญ่ และมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร หากอยากมาพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์กันที่นี่ก็มีสายการบิน Jeju Air บินตรงจากกรุงเทพฯ มาลงที่สนามบินนานาชาติมูอัน (Muan International Airport) ในจังหวัดชอลลานัมโด แถมยังสามารถแวะไปเที่ยวเมืองที่อยู่ใกล้เคียงอย่างควางจูได้อีกด้วย

ไร่ชาเขียวโบซอง


ประเดิมเที่ยวที่แรกกันที่ “ไร่ชาเขียวโบซอง” (Boseong Green Tea Plantation) ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในเมืองโบซอง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกและผลิตชาเขียวขนาดใหญ่ของเกาหลี ที่นี่นอกจากเราจะได้ชิมชาเขียวขึ้นชื่อกันแบบถึงถิ่นกำเนิดต้นตำรับแล้ว เรายังจะได้ชมการเก็บชา พร้อมเรียนรู้วิธีการปลูกชาแบบดั้งเดิม และตื่นตาตื่นใจไปกับทิวทัศน์ของไร่ชาสีเขียวที่ปลูกเป็นแนวสูงต่ำสลับกันไปตามไหล่เขาอย่างเป็นระเบียบ โดยมีทิวต้นสนซีดาร์เป็นแบ็คกราวด์ ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าสุดแสนจะโรแมนติก ทำให้ที่นี่เป็นโลเคชั่นยอดนิยมที่ใช้ในการถ่ายหนังหรือซีรีส์หลายเรื่องจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันกว้างขวาง และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของจังหวัดชอลลานัมโด

“ไร่ชาเขียวโบซอง” (Boseong Green Tea Plantation)


จากนั้นใส่ชุดฮันบกไปเดินเล่นถ่ายรูปกันที่หมู่บ้านชอนจูฮันอก (Jeonju Hanok Village) ชมบรรยากาศบ้านฮันอก หรือบ้านเกาหลีแบบดั้งเดิมพร้อมวิถีชีวิตของชาวเกาหลีแท้ๆ ผ่านถนนมักกอลลี (Makgeolli) ที่มีกาแม็ก (Ga-Maek) หรือร้านสะดวกซื้อพื้นเมืองที่จะแปลงร่างกลายเป็นผับเล็กๆ ในยามราตรี ลองนั่งดื่มมักกอลลีหรือไวน์ข้าวแกล้มอาหารอร่อยๆ ขึ้นชื่อของชอนจูอย่าง ฮวังโพมุก (Hwangpomuk) วุ้นใสที่ทำจากถั่วเขียวกันดูก็ไม่เลวทีเดียว

หมู่บ้านชอนจูฮันอก (Jeonju Hanok Village)


ถ้าใครยังติดใจบรรยากาศหมู่บ้านโบราณ ไปเช็คอินต่อกันเลยที่ หมู่บ้านนากานอัพซอง (Naganeupseong Folk Village) หมู่บ้านพื้นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีและยังคงมีชาวบ้านอาศัยอยู่นับกว่าร้อยครัวเรือน เราจึงได้เห็นบ้านเรือนเกาหลีแบบดั้งเดิมที่เป็นบ้านดินหลังคามุงด้วยฟาง และสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเมื่อสมัย 200 กว่าปีก่อน ทั้งการทอผ้าด้วยมือแบบโบราณ, การตีมีด ฯลฯ หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่กลางหุบเขา ท่ามกลางวิวธรรมชาติอันงดงาม ล้อมรอบด้วยกำแพงยกสูงทอดยาวไปยังปราสาทแบบเกาหลีที่เป็นเสมือนส่วนหนึ่งของหมู่บ้าน นอกจากบรรยากาศจะสโลว์ไลฟ์แล้ว ยังเหมือนได้หลุดเข้าไปในฉากซีรีส์เกาหลีย้อนยุคจริงๆ

หมู่บ้านนากานอัพซอง (Naganeupseong Folk Village)


มาเที่ยวชอลลานัมโดทั้งที ต้องไม่พลาดมาเยือนที่นี่ สวนป่าไผ่จุกนกวอน (Juknokwon) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ป่าไผ่ทัมยาง (Damyang Bamboo Forest) ป่าไผ่ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองทัมยางในจังหวัดชอลลานัมโด เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องไม้ไผ่และมีประเพณีการประดิษฐ์ไม้ไผ่มาช้านาน โดยที่นี่ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำอันดับต้นๆ เมื่อมาเที่ยวเกาหลีในปี 2019 โดยองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี จุดเด่นของป่าไผ่แห่งนี้คือมีทางเดินให้เที่ยวชมความงามของต้นไผ่ที่เรียงรายกันเป็นระยะทางกว่า 2.4 กิโลเมตร และยังมีเทศกาล Damyang Bamboo Festival เทศกาลไม้ไผ่ที่จัดขึ้นทุกปีในฤดูใบไม้ผลิเพื่อเฉลิมฉลองความงามและคุณค่าของป่าไผ่ธรรมชาติของเมืองทัมยาง โดยมีการจัดซุ้มอุโมงค์ไม้ไผ่ประดับโคมไฟให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปตอนกลางคืนอีกด้วย

สวนป่าไผ่จุกนกวอน (Juknokwon)


ส่วนใครเป็นสายรักธรรมชาติตัวจริงต้องปักหมุดที่นี่ไว้ในลิสต์ “สวนแห่งชาติอ่าวซุนชอนมัน” (Suncheonman Bay National Garden & Wetland Reserve) สวนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวซุนชอนมัน หนึ่งในห้าพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้อย่างดี เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชหลากหลาย ในพื้นที่ประกอบไปด้วยผืนป่า ลำธาร และทุ่งกกขนาดใหญ่กว่า 230 ไร่ โดยมีไฮไลท์คือทางเดินสะพานไม้ที่สร้างทอดยาวผ่านเข้าไปในทุ่งกกเขียวขจี นักท่องเที่ยวสามารถไปเดินเล่นชมวิว ดื่มด่ำกับธรรมชาติกันชิลๆ

“สวนแห่งชาติอ่าวซุนชอนมัน” (Suncheonman Bay National Garden & Wetland Reserve)


ดื่มด่ำกับวิวสวยหลักล้าน สัมผัสธรรมชาติที่เกาะเชจู

ไปสัมผัสความงามของเกาะสวรรค์แห่งคาบสมุทรเกาหลีกันบ้าง “เกาะเชจู” ที่หลายคนคงคุ้นตากับภาพของเกาะที่มีวิวสวยอลังการแห่งนี้จากในซีรีส์หลายเรื่อง ซึ่งการเดินทางมาเที่ยวเกาะเชจูนั้นนับว่าสะดวกมากๆ เพราะบนเกาะมีสนามบินนานาชาติเชจู (Jeju International Airport) ตั้งอยู่บนเกาะ เราสามารถใช้บริการเที่ยวบินแบบ Charter flight ของสายการบิน Jeju Air ที่ให้บริการเช่าเหมาลำโดยบริษัททัวร์จากกรุงเทพฯ บินตรงมายังเกาะเชจูโดยเฉพาะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

เกาะเชจู เกาหลีใต้


จุดเด่นของเกาะเชจูคือความเป็นธรรมชาติและมีทิวทัศน์ที่งดงามแปลกตาเป็นเอกลักษณ์อย่าง “โอรึม” คือกรวยปล่องภูเขาไฟคล้ายปรสิต เกิดขึ้นจากการประทุของภูเขาไฟฮัลลาซานในอดีต จำนวนกว่า 360 แห่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วเกาะ รวมถึงกรวยภูเขาไฟซองซาน อิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong Tuff Cone) ที่ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของเกาะเชจู ลักษณะปากปล่องภูเขาไฟเหมือนมงกุฎ ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้า ที่นี่ยังมีชื่อเสียงว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วย

ภูเขาไฟซองซาน อิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong Tuff Cone)


อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเกาะเชจู คืออุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (Hallasan National Park) ภูเขาไฟซึ่งนิ่งสงบและตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเกาะเชจู บนภูเขาแห่งนี้มีการสำรวจพบพันธุ์พืชมากกว่า 1,800 ชนิด และสัตว์ 4,000 ชนิด (แมลง 3,300 ชนิด) ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและคุณค่าทางธรณีวิทยา จึงถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวสำรวจไปตามเส้นทางเดินป่าบนภูเขาฮัลลาซานที่มีให้เลือกทั้งเส้นทางสั้นๆ และเส้นทางเดินป่าแบบระยะยาวตั้งแต่ 1.3-9.6 กม. โดยสามารถเดินไปถึงยอดเขาและกลับแบบ One Day Trip ได้

อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (Hallasan National Park)


เนื่องจากเกาะเชจูตั้งอยู่ทางทิศใต้สุดของคาบสมุทรเกาหลี ทำให้เกาะแห่งนี้มีอากาศดีตลอดทั้งปี ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป โดยทิวทัศน์บนเกาะจะเปลี่ยนไปตามช่วงฤดูกาล หากใครอยากมาสัมผัสความงดงามของเกาะเชจู ที่ปกคลุมไปด้วยดอกไม้สวยๆ ให้มาช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะมีทั้งดอกจินดัลแรหรือดอกอาซาเลีย และดอกคาโนลาหรือทุ่งดอกดอกเรปซีด (Rapeseed) สีเหลืองอร่ามบานสะพรั่งไปทั่วทั้งเกาะแห่งนี้

เกาะเชจู เกาหลีใต้

เกาะเชจู เกาหลีใต้


และทั้งหมดนี้ก็คือเมืองน่าเที่ยวของเกาหลีที่รอให้เราไปสัมผัสด้วยสายตาของตัวเองสักครั้ง แต่ละเมืองนั้นสวยงามน่าไปเยือนจริงๆ ที่สำคัญคือมีสนามบินและเที่ยวบินตรงจากเมืองไทย เดินทางง่ายสะดวกสบาย รอพร้อมไปเที่ยวได้เมื่อไหร่ต้องรีบไปเช็คอินกันแล้วล่ะ!


ข่าวดี!! สำหรับใครที่คิดถึงเกาหลีกันสุดๆ ตอนนี้ทางองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization) หรือ KTO และ Klook จัดแคมเปญ Korea I Miss You !! “คิดถึงเกาหลี” แจกคูปองส่วนลด มูลค่า 1,000 บาท สำหรับทุกกิจกรรมในเกาหลี ใช้ได้จนถึงสิ้นปี 2564 เรียกว่าเก็บไว้ใช้ได้ยาวๆ จนถึงปีหน้ากันเลยทีเดียว

วิธีการก็ง่ายมากๆ เพียงแสกน QR Code เก็บโค้ดไว้ก่อน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยเอาไปใช้ที่เกาหลีด้วยกัน 

รายละเอียดและเงื่อนไข

1. ระยะเวลาการเก็บโค้ด : วันนี้-31 มกราคม 2564

ระยะเวลาการใช้โค้ด : 1 มีนาคม – 15 ธันวาคม 2564

2. โค้ดมูลค่า 1,000 บาท ใช้เป็นส่วนลดสำหรับกิจกรรมในเกาหลี ยกเว้นกิจกรรมที่ไม่ร่วมรายการ

3. ไม่จำกัดจำนวนผู้โหลด แต่จำกัดจำนวนการใช้โค้ดจำนวน 2,000 ท่านแรกเท่านั้น ใช้ก่อนมีสิทธิ์ก่อน

4. สงวนสิทธิ์สำหรับคนไทยเท่านั้น และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

5. อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงวันที่ใช้งาน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์


ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.klook.com/th/promo/Korea..iMissYou

บอกเลยว่าโค้ดส่วนลดดีๆ แบบนี้ถูกใจสายเกาหลีอย่างเราสุดๆ รีบไปโหลดมาเก็บไว้ก่อน เอาไว้คลายคิดถึง แล้วปีหน้าพบกัน Korea I miss you !!