เพื่อเป็นการยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เห็นชอบข้อเสนอกรณีผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค สามารถไปรับบริการที่ไหนก็ได้ ดำเนินการเร่งด่วนใน 4 เรื่องด้วยกันดังนี้



1.ประชาชนเจ็บป่วย ไปรับบริการกับหมอประจำครอบครัวในหน่วยบริการปฐมภูมิทุกที่ ในระบบบัตรทอง ตามนโยบาย ‘30 บาทรักษาทุกที่’ โดยเป็นการเริ่มที่บริการระดับปฐมภูมิ เบื้องต้นนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เริ่ม 1 พฤศจิกายน 63


2.เพื่ออำนวยความสะดวกกรณีเข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถรักษาต่อเนื่องได้ทันที ตามการวินิจฉัยของแพทย์ ไม่จำเป็นต้องกลับไปรับใบส่งตัวหากใบส่งตัวครบกำหนด ใช้เพียงบัตรประชาชนตรวจสอบตัวตนผู้ป่วย ซึ่งจะนำร่องในพื้นที่เขต 9 นครราชสีมา


3.โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม โรคมะเร็งเป็นภาวะเจ็บป่วยที่ต้องรับการรักษา โดยเร็วเพื่อไม่ให้อาการลุกลามและมะเร็งบางชนิดยังเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้ แต่ด้วยขั้นตอนการส่งตัวผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง บางครั้งอาจเป็นอุปสรรคทำให้ผู้ป่วยมะเร็งไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้โดยเร็ว

ดังนั้น สปสช. ได้ปรับระบบการดูแลผู้ป่วยกลุ่มที่ถูกวินิจฉัยแล้วว่าเป็นมะเร็งจะได้ใบรับรองและประวัติ หรือโค้ดเพื่อเลือกไปรับบริการที่อื่นผ่าน 3 ช่องทาง คือ สายด่วนสปสช.1330 แอปพลิเคชันสปสช. และติดต่อที่หน่วยบริการโดยตรงเฉพาะที่โรงพยาบาลรักษามะเร็งที่มีความพร้อมเข้าร่วม ให้บริการตามขั้นตอนรักษามะเร็ง บริการระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth) บริการปรึกษาเภสัชกรทางไกล (Tele pharmacy)

รวมทั้งการให้ยาเคมีบำบัดที่บ้าน (Home Chemotherapy) โดยค่าบริการให้ส่งข้อมูลเบิกจ่ายมายัง สปสช. ซึ่งได้มีการออกแบบการบริหารจัดการไว้แล้ว ทั้งนี้จะเริ่มในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมทั่วประเทศ ในวันที่ 1 มกราคม 2564


4.ย้ายหน่วยบริการได้สิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน เป็นปัญหาที่ประชาชนเรียกร้องมาระยะหนึ่ง ด้วยติดขัดการเข้ารับรักษาในช่วงของการเปลี่ยนหน่วยบริการที่ตามระบบกำหนดให้ต้องรอ 15 วัน


รวมถึงกรณีที่ประชาชนเปลี่ยนหน่วยบริการเองผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. โดยหน่วยบริการสามารถพิสูจน์สิทธิและเบิกจ่ายค่าบริการผ่านบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด ทั้งนี้จะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 มกราคม 2564

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ