ฤดูกาลดูวาฬบรูด้ากลับมาอีกปีแล้ว ซึ่งก็จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนกันยากัน ต้นเดือนตุลาคม - เดือนธันวาคม เท่านั้น สกู๊ปนี้แอดเลยรวบรวม 5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนไปดูวาฬบรูด้ามาฝากทุกคนกัน ขึ้นเรือที่ไหน? โอกาสเจอน้องวาฬมีมากหรือน้อย? ติดตามได้ที่นี่เลย! 



วาฬบรูด้าอยู่แถวไหน?

วาฬบรูด้า

ฮั่นแน่! รู้นะว่าอยากไปดูน้องวาฬบรูด้าให้เห็นกับตาดูสักครั้ง แต่ก่อนอื่น แอดขอพาไปรู้จักถิ่นของวาฬบรูด้ากันก่อน...ว่าบ้านน้องๆ เค้าอยู่แถวไหน?


เราจะสามารถพบ 'วาฬบรูด้า' ได้ทั้งในฝั่งทะเลอันดามัน และฝั่งอ่าวไทย แต่จะพบบ่อยที่บริเวณอ่าวไทยตอนบน (รูปตัว ก.) โดยเฉพาะ 'อ่าวไทย-ตอนบน-ฝั่งตะวันตก' จะพบวาฬบรูด้าเกือบตลอดทั้งปี ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี  โดยเจ้าวาฬบรูด้าจะว่ายน้ำกินอาหาร (ปลากะตัก)ในระยะ 15-30 กิโลเมตรจากชายฝั่ง 


วาฬบรูด้า=สัตว์สงวน

ปัจจุบันวาฬบรูด้าได้ขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์สงวน และตามข้อมูลของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก อัพเดทล่าสุด ประเทศไทยของเรามีวาฬบรูด้าทั้งหมด 61 ตัว และแต่ละตัวก็มีชื่อเป็นของตัวเองด้วยนะ 


มีจุดขึ้นเรือที่ไหนบ้าง?

บางตะบูน

ดูวาฬบรูด้า

จุดขึ้นเรือชมวาฬบรูด้ามีอยู่ 4 จุดใน 2 จังหวัด คือ สมุทรสาคร 1 จุด และ เพชรบุรี 3  จุด 

1. ต.พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร หรือที่หลายๆเจ้ามักเรียกว่า จุดขึ้นเรือ 'บางขุนเทียน กรุงเทพฯ' แต่แอดขอสรุปให้ว่าจริงๆ แล้วเป็นจุดขึ้นเรือที่เดียวกัน

2. บางตะบูน จ.เพชรบุรี

3. ท่าเรือแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี

4. หาดเจ้าสำราญ


ทัวร์ชมวาฬบรูด้า

แต่ถ้าใครยังตัดสินใจไม่ได้ ไม่รู้จะเลือกไปขึ้นที่ท่าไหนดี อีกหนึ่งตัวช่วยคือบริษัททัวร์ต่างๆ ที่เขาจะประสานกับเรือในจังหวัดต่างๆ เอาไว้แล้ว บางที่จะรวมกิจกรรม Workshop ให้ความรู้เกี่ยวกับวาฬบรูด้าเอาไว้แล้วด้วย 


 ไปดูวาฬบรูด้าเดือนไหนดี?

ดูวาฬบรูด้าวาฬบรูด้า

ส่วนมากเราก็มักจะเห็นนักท่องเที่ยวไปชมวาฬบรูด้ากันในช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคมของทุกปีเนอะ แต่จริงๆ แล้ว ถ้าอิงจากข้อมูลของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก ช่วงเวลาที่พบวาฬบูรด้าบ่อยที่สุด จะอยู่ระหว่างเมษายน-กันยายน  เพราะเป็นช่วงที่มีปลากะตักและกุ้งเคยอุดมสมบูรณ์ที่สุด แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นฤดูมรสุม ทำให้การออกเรือไปชมวาฬบรูด้าอาจจะไม่สะดวกสักเท่าไหร่ 

แต่พอเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวประมาณ ปลายๆ เดือนกันยา ต้นเดือนตุลาคม - ธันวาคม ฟ้าจะกลับมาใส ทัศนวิสัยดี ปากแม่น้ำอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านเดินเรือได้ปกติ ช่วงนี้แหละเหมาะแก่การนั่งเรือออกไปชมวาฬบรูด้าที่สุด จึงถูกจัดให้เป็นเทศกาลชมวาฬบูรด้า ที่ จ.เพชรบุรีนั่นเอง

จัดทริปดูวาฬยังไงดี?

ดูวาฬบรูด้าดูวาฬบรูด้า

อันดับแรกแอดขอบอกทุกคนไว้ก่อนเลยนะ ว่านั่งเรือไป-กลับ ใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง แล้วแต่วันไหนเจอวาฬช้าหรือเร็ว เพราะฉะนั้นก่อนไปดูวาฬบรูด้า ต้องถามตัวเองก่อนว่า มีเวลามากน้อยแค่ไหน?


ดูวาฬบรูด้าแบบ One Day Trip

ถ้าเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ แล้วมีเวลาแค่วันเดียว แนะนำทัวร์ที่ สมุทรสาคร หรือ บางตะบูน จ.เพชรบูรณ์ (แค่นี้พอนะ) ออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 05.00 น. ส่วนมากเรือจะออกประมาณ 07.00 น. กลับขึ้นฝั่งประมาณ 15.00 หลังจากนั้น เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 17.00 น. 

ดูวาฬบรูด้าแบบ 2 วัน 1 คืน

สำหรับใครที่มีแผนจะไปเที่ยวชะอำ-หัวหินแบบค้างคืน แนะนำให้ขึ้นเรือที่แหลมผักเบี้ย หรือหาดเจ้าสำราญ ส่วนราคาแต่ละเจ้านั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก อยู่ที่ประมาณ 1500-1800/คน ขึ้นอยู่กับขนาดเรือ (เรือชาวบ้าน/เรือแอร์) และแพ็คเกจอาหารที่รวมมาด้วย


โอกาสเจอน้องบรูด้ามีมากแค่ไหน?

วาฬบรูด้า

วาฬบรูด้า

เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุด แต่ก็นะ...ช่างเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากเหลือเกิ๊น เพราะวาฬบรูด้าก็คือสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่เดี๋ยวครั้งนี้ แอดจะวิเคราะห์โอกาสให้แบบเด็กเนิร์ดเลยนะ! ว่าเราจะมีโอกาสได้เจอมากน้อยแค่ไหน?

  • จำนวนวาฬบรูด้าทั้งหมดคือ 61 ตัว
  • แบ่งเป็นการหากินแบบเดี่ยว (ตัวผู้) 14 ตัว
  • และหากินแบบครอบครัว (แม่ลูก)16 ครอบครัว
  • พื้นที่ระยะ 15 - 30 กม.จากชายฝั่ง คิดเป็นประมาณ 3,000 ตร.กม. 
  • ถ้าแบ่งเป็นช่อง ช่องละ 10 กม. หรือ 100 ตร.กม. จะได้  30 ช่อง 
  • สรุป = ทุกๆ 10 กม.จะมีโอกาสพบวาฬบรูด้า = 1 ตัว หรือ 1 ครอบครัว 


สรุปให้

จุดขึ้นเรือมีทั้งหมด 4 จุด คือ สมุทรสาคร บางตะบูน แหลมผักเบี้ย หาดเจ้าสำราญ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1500 - 1800/คน ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง โอกาสเจอบรูด้าช่วงนี้ถือว่ามีสูง แต่จะเจอช้าเจอเร็วก็อยู่ที่หลายอย่าง ความอุดมสมบูรณ์ของปลา สภาพอากาศ และสุดท้ายก็โชคชะตาของเรานี่แหละ ใครไปก็ขอให้ได้เจอน้องๆ แล้วก็ถ่ายรูปสวยๆ ให้ทันกันด้วยนะ เย้~