การท่องเที่ยวยุคใหม่ หรือที่เรียกว่า Travel Bubble  จะมาเป็นทางออกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้หรือไม่? มีรายละเอียดยังไงลองตามมาดูกัน



Travel Bubble เป็นรูปแบบการเดินทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในยุคที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ระหว่างประเทศที่มีความปลอดภัยจากโรคระบาดแล้ว สามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกักตัว แต่จะมีข้อกำหนดมาตรการควบคุมที่ตกลงกันเองระหว่างประเทศนั้นๆ


ซึ่งประเทศที่เข้าข่าย Travel Bubble มากที่สุดก็คือประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่ประชากรของทั้ง 2 ประเทศ สามารถเดินทางถึงกันและกันได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ทั้งตอนเดินทางไปถึง และตอนเดินทางกลับถึงประเทศตัวเอง แต่จะต้องแสดงประวัติทางด้านสุขภาพว่าไม่ป่วยหรือติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะเริ่มในเดือนกันยายนนี้ ถ้าหากแผนนี้ทั้ง 2 ประเทศได้ผลดีก็อาจจะขยายไปประเทศอื่นๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกลุ่มประเทศที่จะร่วมมือกัน เช่น

  • สิงคโปร์ทำข้อตกลง Fast Lane กับจีน ผู้ที่เดินทางของทั้งสองฝ่ายจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักกันตัว 14 แต่ต้องยอมที่จะเข้ารับการทดสอบซึ่งต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง เริ่ม 8 มิถุนายน
  • ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ได้แก่ เดนมาร์ก, เยอรมนี, นอร์เวย์ และฟินแลนด์ ยกเว้นสวีเดนที่ยังเกิดการระบาดอยู่ อาจจะเริ่มในช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายน
  • นิวซีแลนด์เริ่มเจรจาทำ Travel Bubble กับออสเตรเลีย อาจมีประเทศ ฟิจิ อิสราเอล และ คอสตาริก้า เข้าร่วมภายหลังจะเริ่มในช่วงเดือนกันยายนนี้
  • กลุ่มประเทศบอลติค เช่น เอสโตเนีย ลัตเวีย และ ลิทัวเนีย ก็ได้เริ่มทำ Travel Bubble กันเองมาตั้งแต่ 15 พ.ค. โดยประชาชนสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างอิสระ
  • เยอรมนีก็กำลังวางแผนเจรจาทำ Travel Bubble กับประเทศฝรั่งเศส ออสเตรีย และสวิสเซอร์แลนด์ด้วยเช่น
  • ญี่ปุ่นเตรียมทำ Travel Bubble เปิดกับ 4 ประเทศที่ปลอดภัย ทั้งเวียดนาม, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และไทย

และอีกหลายประเทศก็กำลังเจรจากันอยู่


ในส่วนของประเทศไทยเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการเจรจาจับคู่การเดินทางกับประเทศที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว โดยคาดว่าน่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 รวมถึงอาจจะเป็นการเจรจาในระดับกลุ่มประเทศซึ่งสามารถทำได้ในทันที เพื่อให้เมื่อสถานการณ์สงบจะเปิดการเดินทางได้ทันที 


แต่อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้านเช่น ประเทศที่ทำ Travel Bubble ควรเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงและมีสถิติสาธารณสุขเกี่ยวกับโควิด-19 ที่น่าเชื่อถือ เพราะถ้าหากมีการทำ Travel Bubble กันแล้ว ประเทศใดประเทศหนึ่งเกิดการระบาดระลอก 2 ก็คงไม่เป็นผลดีแน่ และก็ต้องมีการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้วเราคงจะได้กลับไปเที่ยวกันอย่างอิสระอีกครั้ง


ขอบคุณข้อมูลจากเพจ : เก่งภาษามาเป็นนักแปลและล่ามอาชีพ


บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดต จังหวัดที่เปิดให้เที่ยว - พักค้างคืนได้แล้ว

อ่าวมะนาว จ.ประจวบฯ เตรียมเปิดให้พักวันที่ 5 มิถุนายน

น่านเที่ยวได้แล้ว!! เปิดโรงแรม ที่พักน่านทั้งจังหวัด เริ่ม 4 มิ.ย. 63