ภาคอีสาน หรือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย เป็นภูมิภาคที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล มีที่เที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแนวธรรมชาติ หรือแนวศิลปะวัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ภาคอีสานถือเป็นอีกภาคที่มีสเน่ห์ไม่เหมือนใคร และยังเต็มไปด้วยพิกัดโดดเด่น น่ามาเช็คอิน ใครอยากทำความรู้จักกับภาคอีสานมากกว่านี้ ลองตามเรามาดู 20 ที่เที่ยวภาคอีสานที่สวย อะเมซิ่ง ควรค่าแก่การแวะมาซักครั้งค่ะ 



หินสามวาฬ จ.บึงกาฬ 

มากันที่เหนือสุดแดนอีสานอย่าง จ.บึงกาฬ ค่ะ จังหวัดที่แม้จะเคยเป็นส่วนหนึ่งของ จ.หนองคาย แต่มีพื้นที่กว้างขวางไม่เป็นรองใครและยังเต็มไปด้วยที่เที่ยว Unseen Thailand อีกด้วย และหนึ่งในพิกัดไฮไลท์ ขอยกให้กับ ‘ หินสามวาฬ ’ โขดหินทรายอายุราว 75 ล้านปีที่มีรูปร่างคล้ายปลาวาฬใหญ่ยักษ์ แยกออกเป็น 3 ก้อน ขนาดลดหลั่นกัน ดูเหมือนวาฬพ่อ-แม่-ลูก  

ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของภูสิงห์ (ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเราจะได้เห็นทัศนียภาพของผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ถูกฉายให้สว่างไสวไปด้วยแสงสีส้มของดวงตะวัน อีกทั้งยังสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงอยู่ไกลๆ ด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมาเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าใครจะแวะมาในช่วงหน้าฝน เราขอแนะนำให้เลือกใส่รองเท้าที่มีดอกยางเยอะๆ เกาะพื้นได้ดีซักหน่อย จะได้เดินเที่ยวสบายๆ ไม่ต้องกลัวลื่นค่า

ที่ตั้ง : ภูสิงห์ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ 

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 05.30 – 17.00 น. 

ค่าเข้า : คันละ 500 บาท (ไป-กลับ) โดยใช้บริการรถท้องถิ่น 

เบอร์โทรศัพท์ : 0885638852

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/hpYPoPpbUNTZEHJk7 


ภูทอก จ.บึงกาฬ

สถานที่ต่อมาจัดเป็นพิกัดห้ามพลาดของ จ.บึงกาฬ เช่นกันค่ะ กับ ‘ ภูทอก ’ ที่เที่ยวสวยอะเมซิ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของ วัดเจติยาศรีวิหาร หรือ วัดภูทอก ตั้งอยู่ใน ต.นาแสง อ.ศรีวิไล ที่นี่นอกจากจะเป็นศาสนสถานที่มีบรรยากาศสงบ เงียบแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากๆ แห่งหนึ่งด้วยค่ะ

ภูทอกนั้นเป็นภูเขา 2 ลูก คือ ภูทอกใหญ่และภูทอกน้อย จุดที่เราขึ้นไปที่เที่ยวชมได้และเป็นที่ตั้งของวัดก็คือ ภูทอกน้อย โดยไฮไลท์ของที่นี่คือบันไดเวียนและสะพานไม้วนอยู่รอบๆ เขา อันเป็นทางสู่จุดชมวิว วัด และสถานปฏิบัติธรรมซึ่งอยู่ด้านบน ซึ่งภูทอกมีทั้งหมด 7 ชั้นค่ะ จุดชมวิวที่สวยที่สุดจะอยู่ที่ชั้น 6 ส่วนใครที่อยากมานั่งสมาธิก็สามารถขึ้นมาที่ชั้น 5 เพราะชั้นนี้จะประดิษฐานพระพุทธรูปและมีกุฏิพระ บรรยากาศจะเงียบสงบ เหมาะแก่การนั่งสมาธิ ปฎิบัติธรรม ทำใจให้สงบร่มเย็นมากๆ

ที่ตั้ง : วัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) บ้านนาคำแคน ต.นาแสง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ 

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 08.00 – 18.00 น. 

ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้า 

เบอร์โทรศัพท์ : 0875053448

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/X3HswZkwLMrfTHMt6 


น้ำตกถ้ำพระ จ.บึงกาฬ

ยังอยู่กันที่ จ.บึงกาฬ ค่ะ แต่จะชวนเปลี่ยนบรรยากาศนั่งเรือไปเที่ยว ‘ น้ำตกถ้ำพระ ’ กันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำตกสวยที่หลายคนมุ่งหน้ามาเช็คอินกันเพราะอยากมาลองเล่นสไลด์เดอร์ธรรมชาติ ที่บอกเลยว่า เราลองแล้ว สนุกสุดๆ จนติดใจอยากกลับไปเล่นซ้ำเลยล่ะค่ะ แต่ขอแนะนำให้มาช่วงหน้าฝนนะคะ เพราะเป็นช่วงเวลาที่น้ำตกมีน้ำเยอะ ส่วนการเดินทางไปน้ำตกถ้ำพระจะต้องเดินทางโดยการนั่งเรือเข้าไปประมาณ 20 นาที และเดินต่ออีกประมาณ 300 เมตร ซึ่งน้ำตกที่นี่จะมี 3 ชั้น โดยชั้นที่ 1 จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในหน้าผา ให้นักท่องเที่ยวมากราบสักการะบูชาด้วยค่ะ

ที่ตั้ง : หมู่ 9 บ้านถ้ำพระ ต.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬ 

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 08.00 – 17.00 น. 

ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้า 

เบอร์โทรศัพท์ : 0986468808 , 042325406-7 

หมายเหตุ : แนะนำให้มาช่วงฤดูฝน เพราะจะมีน้ำมากในช่วงเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนตุลาคม

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/Euqb2iYF47iKwQZQA 

พันโขดแสนไคร้ จ.หนองคาย 

ต่อกันที่ จ.หนองคาย อีกหนึ่งเมืองริมโขง ที่น่ามาล่องเรือชมแม่น้ำสุดๆ โดยจุดที่ห้ามพลาดคือ บริเวณที่เรียกว่า ‘ พันโขดแสนไคร้ ’ พิกัดที่ต้องล่องเรือมาตามแม่น้ำโขงราว 1 ชั่วโมง ที่นี่ได้สมญาว่าเป็นแกรนด์แคนยอนแม่น้ำโขงแห่งหนองคาย เพราะมีต้นไคร้นับแสนต้นขึ้นอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่และเนินทรายกลางแม่น้ำโขงมากมาย จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนพันโขดแสนไคร้ กินพื้นที่ในแม่น้ำโขงฝั่งหนองคายเริ่มตั้งแต่หมู่บ้านตาดเสริม ไปจนถึงบ้านห้วยค้อ รวมระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรเลยทีเดียว ซึ่งในช่วงที่น้ำลง จะมีจุดที่เป็นหาดทรายขนาดใหญ่กลางแม่น้ำโขง สามารถลงไปเดินเล่นถ่ายรูปได้ด้วยค่ะ 

ที่ตั้ง : ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/vsmTi1B3gRMsEaU2A

วัดถ้ำศรีมงคล จ.หนองคาย

อีกหนึ่งที่เที่ยว จ.หนองคาย ที่ไม่อยากให้พลาด ขอยกให้กับ ‘ วัดถ้ำศรีมงคล ’ สถานที่ท่องเที่ยวใน ต.ผาตั้ง อ.สังคม ที่มีไฮไลท์อย่าง ถ้ำดินเพียง  ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นถ้ำที่พญานาคใช้เดินทางสู่เมืองบาดาล ภายในถ้ำมีเส้นทางคดเคี้ยวเชื่อมต่อกันมากมาย  การเที่ยวชมต้องมีไกด์นำทาง เพราะเส้นทางค่อนข้างซับซ้อน นอกจากจะได้เที่ยวตามรอยตำนานเส้นทางพญานาคแล้ว ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปปางนาคปรกประดิษฐานให้เราได้กราบไหว้ขอพรกันอีกด้วย  

ที่ตั้ง : บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย

เวลาเปิดทำการ : 08.00 - 17.00 น. (ตลอดทั้งปี)

สอบถามเพิ่มเติมที่ ททท. สำนักงานอุดรธานี (อุดรธานี, หนองคาย, บึงกาฬ)

โทร. 042325406-7 

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/kAZFNELXMvJpkZas5


วัดผาตากเสื้อ หนองคาย 

คราวนี้จะพาไปอีกวัดสวย จ.หนองคาย นั่นคือ ‘ วัดผาตากเสื้อ ’ วัดชื่อดังที่นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้วที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวมุมสูงแบบ 360 องศา  โดยมีไฮไลท์อยู่ที่สกายวอร์ค พื้นกระจกสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 500 เมตร ยื่นออกจากตัวหน้าผา 6 เมตร สามารถที่จะมองเห็นทิวทัศน์ของประเทศลาวซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และหากแวะมาในช่วงหน้าหนาว ก็ยังมีโอกาสได้สัมผัสทะเลหมอกหนานุ่มอีกด้วยจ้า  

พิกัด : ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย 

GPS : https://goo.gl/maps/U7QJKz5nFpqwoTeTA

ถนนคนเดินเชียงคาน จ.เลย 

มาที่พิกัดยอดฮิตของ จ.เลย กันบ้าง กับ ‘ ถนนคนเดินเชียงคาน ’ จุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มีสเน่ห์อันโดดเด่น ทั้งในเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม บรรยากาศโดยรอบ เรียบง่าย เนิบช้า เต็มไปด้วยที่พักชิลๆ ริมโขง ซึ่งดัดแปลงบ้านไม้เก่าแก่ อีกทั้งยังมีร้านค้า ร้านขายของฝาก มากมาย ซึ่งนอกจากจะมานอนชิลกับที่พักน่ารักริมโขง และช้อปปิ้งของจากถนนคนเดินแล้ว ที่นี่ก็ยังน่ามาลองปั่นจักรยานเล่นไปตามถนนเส้นริมโขงด้วยค่ะ บอกเลยว่าวิวดี และได้ฟีลชิลๆ ดีต่อใจมาก

ที่ตั้ง : ถ.ชายโขง ต.เชียงคาน อ.ชียงคาน จ.เลย 

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 17.00-22.00 น. 

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/UR4fYG1FUm4xseKM7

ภูทอก จ.เลย 

ไปกันต่อที่ ‘ ภูทอก ’ จุดชมทะเลหมอกที่งดงามอันดับต้นๆ ของจังหวัดเลย เป็นจุดเช็คอินที่ผู้คนนิยมมาชมหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก อยู่ห่างจากตัวอำเภอแค่เพียง 7 กิโลเมตร มีรถสองแถวบริการ ตั้งแต่ตีห้าเลย นั่งรถกินลมชมวิวเพลินๆ ไม่นานก็ถึงยอดเขาแล้วค่ะ โดยด้านบนจะเป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา มองเห็นวิวแม่น้ำโขงและวิวเมืองเชียงคานได้ชัดแจ๋ว มีพระพุทธรูปให้กราบไหว้สักการะ ที่สำคัญคืออากาศดีมาก ยิ่งถ้าวันไหนมีสายหมอกปกคลุม ก็ยิ่งสวยงามประทับใจสุดๆ

ที่ตั้ง : ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย 

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/GFvEnwS7sKScwoA86


แก่งคุดคู้  จ.เลย  

อีกหนึ่ง Destination ห้ามพลาดถ้ามาเที่ยว จ.เลย ก็คือ ‘ แก่งคุดคู้ ’ สถานที่เที่ยวยอดฮิตในยามหน้าแล้งเราจะได้เห็นโขดหินยาวขวางแม่น้ำโขง เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของแก่งคุดคู้เลยก็ว่าได้ โดยหน้าแล้งน้ำโขงจะลดลงทำให้เหมือนมีหาดทรายขนาดใหญ่ ซึ่งเราสามารถเดินลงไปถ่ายรูปเล่น หรือจะไปล่องเรือชมความสวยงามของแม่น้ำโขงได้ นอกจากนี้ภายในบริเวณยังมีพิพิธภัณฑ์แก่งคุดคู้ด้วย ซึ่งภายในก็จะเต็มไปด้วยประวัติความเป็นมาของสถานที่ รวมถึงเอกลักษณ์ต่างๆ ของจังหวัดเลยให้เราได้เข้าไปหาความรู้รอบตัวเพิ่มกันเพลินๆ จนลืมเวลาเลยล่ะ

ที่ตั้ง : ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย 

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/zKgiNQpawYABNNDn9

 

ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี

มาถึงคิวของ จ.อุดรธานี ค่ะ พิกัดแรกที่ห้ามพลาด โดยเฉพาะกับสายชิล สายแชะทั้งหลาย นั่นก็คือ ‘ ทะเลบัวแดง ’ ที่บึงหนองหาน อ.กุมภวาปี ที่เที่ยวขึ้นชื่อสุดอันซีนของภาคอีสาน ซึ่งเป็น บึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีพื้นที่สองหมื่นกว่าไร่ มีความหลากหลายทางชีวภาพ อุดมไปด้วยพืชน้ำ พันธุ์นก และสัตว์น้ำจืดหลากหลายชนิด  


และแน่นอนว่าพันธุ์พืชที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ ‘ บัวแดง ’ ซึ่งจะบานให้ชมตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี แต่ช่วงที่บัวบานสะพรั่งสุดๆ คือช่วงมกราคมค่ะ ฉะนั้นใครอยากมาถ่ายภาพสวยๆ ปังๆ ให้แวะมาช่วงเดือนนี้เลยจ้า 

ที่ตั้ง : หนองหาน ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี 

ค่าเรือ : สำหรับเรือเล็ก คนละ 150 คนนั่งได้ 2 คน 

สำหรับเรือใหญ่ เหมาลำ 500 บาทนั่งได้ 6 คน 

โทรศัพท์ 0893950871 และ 0819645420 

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/G5WmuHj3Zcz


วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี

อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อไปอุดรธานีคือการเดินทางไป ‘ วัดป่าภูก้อน ’ วัดสวยท่ามกลางขุนเขา ตั้งอยู่ในเขตอำเภอนายูง ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีไปประมาณ 120 กิโลเมตร ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ พระวิหารหลังคาสีฟ้าที่ตั้งอยู่บนเขา 

ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระนอนที่ทำจากหินอ่อนสีขาวยาว 20 เมตร มีความสวยงามทรงคุณค่ามากๆ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบยังเป็นพื้นที่ป่าสงวน  อันมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทำให้ทิวทัศน์ที่เราเห็นจากวัดนั้นสบายตาสบายใจไปด้วยต้นไม้นานาชนิดค่ะ

ที่ตั้ง : วัดป่าภูก้อน บ้านนาคำใหญ่ ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี 

พระวิหารเปิดเวลา 08.00-17.00 น. 

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/tQ52czpswNw


คำชะโนด จ.อุดรธานี 

ต่อกันกับพิกัดชื่อดังอย่าง ‘ คำชะโนด ’ หรือ ‘ วังนาคินทร์คำชะโนด ’ ตั้งอยู่ใน อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เป็นเกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด เป็นสถานที่ที่เชื่อกันว่ามีความศักสิทธิ์ เป็นที่สิงสถิตของพญานาค ปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา จึงทำให้ผู้คนที่มีความศรัทธาต่างหลั่งไหลกันมาขอพร ขอโชคลาภ อย่างไม่ขาดสาย 

ด้านในของป่าคำชะโนด จะมีศาลเจ้าปูศรีสุทโธอยู่ตรงต้นไทรขนาดใหญ่ จุดนี้จะมีผู้คนมากมายมากราบไหว้บูชากัน และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ "บ่อคำชะโนด"  อยู่กลางเกาะ เป็นบ่อน้ำใต้ดิบที่ไม่เคยแห้งและ เชื่อกันว่าเป็นประตูเชื่อมไปสู่เมืองบาดาลอีกด้วย 

ที่ตั้ง : คำชะโนด วังนาคินทร์ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี 

พิกัดGPS : https://goo.gl/maps/wytorYDcJUS2

พิพิธภัณฑ์สิรินธร  จ.กาฬสินธุ์

คราวนี้พามาที่ จ.กาฬสินธุ์ มาเยือนถิ่นไดโนเสาร์กันค่ะ โดยที่นี่เค้ามีพิพิธภัณฑ์ที่จะพาเราย้อนกลับไปในยุคที่ไดโนเสาร์ยังคงความยิ่งใหญ่ อย่าง ‘ พิพิธภัณฑ์สิรินธร ’ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในอาเซียน ตั้งอยู่ที่ อ.สหัสขันธ์  


ภายในพิพิธภัณฑ์ ออกเป็นโซนต่างๆ มากมาย แต่ไฮไลท์อยู่ที่โซนไดโนเสาร์ไทย ที่จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ ที่ขุดพบในเมืองไทยไว้ภายในห้องโถงหลังคากระจกทรงโดมขนาดใหญ่  ซึ่งปัจจุบันนี้มีไดโนเสาร์ที่พบในประเทศไทยรวมทั้งหมด 16 สายพันธุ์ และมีอยู่ 9 สายพันธุ์ที่ค้นพบครั้งแรกในเมืองไทยด้วยค่ะ นอกจากโซนนี้แล้ว โซนอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นโซนการกำเนิดจักรวาลและโลก, โซนสิ่งมีชีวิตโบราณ, โซนห้องแล็บ ฯลฯ เรียกได้ว่าซื้อตั๋วเข้ามาทีเดียว เดินได้เพลินได้วันเลยจ้า 

ที่ตั้ง :  200 หมู่ที่ 11 ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์  

เวลาเปิด : วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.30-16.30 น.

โทรศัพท์ : 043871014 / 043871393 - 4  

เว็บไซต์ :  www.sdm.dmr.go.th/website

พิกัด GPS :  https://goo.gl/maps/7i3Ac5pqoBoLFeTW8


วัดพุทธนิมิตภูค่าว จ.กาฬสินธุ์

มาไหว้พระนอนพันปีและชมพระอุโบสถไม้จากใต้น้ำที่ ‘ วัดพุทธนิมิตภูค่าว ’ กันค่ะ ที่นี่เป็นที่เที่ยวแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์  ซึ่งอุโบสถไม้ของที่นี่นั้นงดงามวิจิตรตระการตามากๆ  ภายในประดิษฐานพระมงคลชัยสิทธิ์ฯ พระประธานปางสมาธิสีทอง อีกทั้งไม้ที่นำมาใช้สร้างอุโบสถหลังนี้เป็นไม้ที่นำขึ้นมาจากใต้น้ำในเขื่อนลำปาว นำมาแกะสลักนูนต่ำ เป็นเรื่องราวพุทธประวัติบริเวณรอบๆ บานประตู หน้าต่าง และเพดานภายในอุโบสถ 

นอกจากนี้ ภายในวัดพุทธนิมิตภูค่าว ยังมีพระมหาธาตุเจดีย์พุทธนิมิต สถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศเนปาล สร้างด้วยหินทรายแกะสลักทั้งองค์ สวยงามอลังการทั้งภายนอกและภายใน และมีวิหารสังฆนิมิต หอพระเครื่องที่มีพระเครื่องหลายแสนองค์และเก็บสะสมพระสมเด็จไว้มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยอีกด้วย 

ที่ตั้ง :  บ้านนาสีนวล ต.สหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์  
เบอร์ติดต่อ :  043811620

พิกัด GPS :  https://goo.gl/maps/cdRYcQcYar3cJPh66 


สะพานเทพสุดา จ.กาฬสินธุ์

อีกหนึ่งที่เที่ยวแลนด์มาร์คของกาฬสินธุ์ที่สวยมากๆ ขอยกให้กับ คือ ‘ สะพานเทพสุดา ’ สะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวที่มีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร  เป็นพิกัดที่วิวดี โรแมนติกสุดๆ โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าบนสะพานได้อย่างชัดเจน ใครมีโอกาสมาเที่ยวแถวเขื่อนลำปาวต้องไม่พลาดแวะมาเดินเล่น ชมวิวบนสะพานนี้ค่ะ เค้ามีทางเดินยาวตลอดสองฝั่งของสะพานให้เดินเล่นได้แบบชิลๆ เลย

ที่ตั้ง : บริเวณแหลมโนนวิเศษ ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/ziKND6p8HoFKATng8 

สามพันโบก จ.อุบลราชธานี 

คราวนี้ไปเที่ยว จ.อุบลราชธานี กันค่ะ เป็นอีกจังหวัดที่เต็มไปด้วยพิกัดสุดอะเมซิ่ง และที่แรกที่เราอยากแนะนำ คือ ‘ สามพันโบก ’ ที่เที่ยวอันซีนที่ได้สมญาแกรนด์แคนยอนเมืองไทย เป็นแก่งหินขนาดใหญ่มากคล้ายภูเขากลางลำน้ำโขง มีแอ่งน้อยใหญ่กว่า 3,000 แอ่ง ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่งจนมองเห็นเป็นภาพต่างๆ ดูสวยงาม และมีรูปร่างแตกต่างกันออกไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปหัวใจ สุนัข หรือแม้แต่มิกกี้เม้าส์ ก็มีให้เห็นตามแต่ที่เราจะจินตนาการ ซึ่งช่วงที่เหมาะกับการแวะมาที่สุดจะเป็นช่วงประมาณเดือนตุลาคม-พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่นำ้ลด มองเห็นโบกหรือแอ่งต่างๆ ได้อย่างสวยงามชัดเจนค่ะ  

ที่ตั้ง : ต.เหล่างาม  อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี
สอบถามข้อมูล : ททท.อุบลราชธานี โทร 045243770  

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/Zdbxx4XBKWhnu2S68 


หาดหงส์ จ.อุบลราชธานี 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าประเทศไทยของเราก็มีทะเลทรายกับเค้าเหมือนกัน และยังสวยงามไม่แพ้เมืองนอกเลยล่ะค่ะ แถมอยู่แค่อุบลราชธานีนี่เอง กับ ‘ หาดหงส์ ’ เนินทะเลทรายริมแม่น้ำโขงติดกับดินแดนสามพันโบก สามารถเดินทางมาเที่ยวได้โดยการล่องเรือมาทางแม่น้ำโขง ซึ่งบอกเลยว่าที่นี่วิวดี มุมถ่ายรูปเก๋ๆ เพียบ ใครที่ชอบแชะภาพต้องหาโอกาสแวะมาค่ะ จัดพร็อพมาให้พร้อม รับรองได้ภาพสวยงามแปลกตาไปอัพขึ้นโซเชียลเพียบ!

ที่ตั้ง : อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี 

ค่าบริการเรือนำเที่ยว : 1,000 บาท ต่อลำ นั่งได้ 12 คน


แก่งชมดาว จ.อุบลราชธานี 

มากันที่ ‘ แก่งชมดาว ’ หรือ ‘ หาดชมดาว ’ กันบ้างค่ะ ภูเขาหินกลางลำน้ำโขงโดยเมื่อถึงหน้าแล้ง น้ำจะลดลงจนเกาะแก่งหินต่างๆที่เคยจมอยู่ใต้แม่น้ำโขงปรากฎกายขึ้นมา กระทั่งความงามนี้จะจมหายไปอยู่ใต้น้ำอีกครั้งเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก นักท่องเที่ยวนิยมมาดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่นี่ โดยเฉพาะเวลาที่แสงสีส้มของพระอาทิตย์สาดส่องย้อมไปทั่วหินทุกก้อนจนเป็นสีเหลืองอร่ามนี้ แก่งชมดาวยิ่งดูสวยงามมากเป็นพิเศษ หากใครขยันจะเดินรับลมมาเรื่อยๆ จนถึงไฮไลท์ด้านในอย่างหินชมนภาก็ได้นะ หรือถ้าอยากประหยัดแรง ก็มีรถกระบะของชาวบ้านที่นี่ไว้บริการ ในราคา 300 บาท ไป-กลับชั่วโมงครึ่ง ส่วนเรื่องวิวบนนี้ไม่ต้องพูดถึง ดีงามระดับสิบ นึกว่ามาโร้ดทริปเมืองนอกกันเลยทีเดียว มีทั้งโลเคชั่นแบบพื้นผิวดวงจันทร์ ทะเลทราย และชายหาด การันตีเลยว่าใครชอบถ่ายรูปต้องถูกใจแน่นอน

ที่ตั้ง : 100/12 บ้านนาอาลอน ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี 

โทร : 0837220909 

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/Aa3gPAvDuHA3mNZ76


วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว  จ.อุบลราชธานี

พามาชมความอัศจรรย์ยามค่ำคืนกันบ้างค่ะ กับ ' วัดเรืองแสง ' แห่ง จ.อุบลราชธานี หรือ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว วัดที่สวยงามดั่งป่าหิมพานต์ด้วยพระอุโบสถที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะเป็นภาพต้นกัลปพฤกษ์ด้านหลังและลวดลายวิจิตรโดยรอบที่จะเรืองแสงเปล่งประกายสวยงามหลังจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวลำน้ำโขง มองเห็นทิวทัศน์ของฝั่งประเทศลาวได้อีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี 

พิกัด GPS : https://goo.gl/maps/6a3JHQssLBmz7vWZ9


อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ปิดท้ายด้วยพิกัดท่องเที่ยวสุดฮิต นั่นก็คือ ‘ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ’ เป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศไทย และยังได้รับสมญานามว่าเป็น อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ด้วยเนื้อที่อันกว้างใหญ่ไพศาล กินอาณาเขต 4 จังหวัด และมีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าและพืชพรรณ รวมถึงมีพิกัดให้แวะเที่ยวมากมายเลยล่ะค่ะ 

และถึงแม้ว่าพื้นที่ของอุทยานแห่งนี้จะไม่ได้อยู่ในภาคอีสานทั้งหมด แต่เมื่อพูดถึงคำว่า เขาใหญ่ ผู้คนก็จะนึกถึงเมืองท่องเที่ยวตากอากาศ ในเขต จ.นครราชสีมา ที่เต็มไปด้วยที่พักสวยๆ ร้านอาหารเก๋ๆ และที่เที่ยวธรรมชาติสุดกรีน ซึ่งอุทยานแห่งนี้ก็เป็นที่เที่ยวไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาที่นี่ค่ะ  

โดยพิกัดน่าแวะในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี้ มีหลายจุดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกเหวนรก, หอดูสัตว์หนองผักชี, อ่างเก็บน้ำสายศร ฯลฯ ถือเป็นที่เที่ยวเชิงธรรมชาติอีกที่ซึ่งสวย อะเมซซิ่ง น่าแวะมาซักครั้งค่ะ  

สถานที่ติดต่อ :  ตู้ ปณ.9 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  

โทรศัพท์ : ที่ทำการ 0860926527