มีคนถามว่าไปน่านช่วงไหนสวยที่สุด?

บางคนบอกว่าหน้าฝนแน่นอน...เพราะมองไปทางไหนก็เขียวสดชื่นสบายตา แถมทุ่งนาก็เริ่มปักดำหว่านกล้าแล้ว

แต่สายกางเต็นท์นอนดูดาวโหวตให้หน้าหนาวสวยที่สุด เพราะได้แคมป์ปิ้งกันใต้แสงดาวท่ามกลางอากาศหนาวๆ แถมตื่นเช้ามาเจอทะเลหมอก (ไม่ต้องกลัวน้ำเข้าเต็นท์กลางดึก)

เอาจริงๆ เราว่าสวยทั้งสองฤดูเลยล่ะ! เลยจัดเป็นทริปตัวอย่างสำหรับใครที่วางแผนจะไปเที่ยวน่านมาให้ไปตามรอย...ถ้าพร้อมไปแล้วไปแอ่วน่านกันเลยเจ้า!







จากสนามบินน่าน เราสามารถจองรถเช่าล่วงหน้าและนัดรับรถที่สนามบินได้เลย มีทั้งบริษัทรถเช่าและเอกชนที่ให้เช่ารถหลากหลายเจ้า ราคาค่าเช่าเริ่มต้นวันละ 700 บาท รับรถเสร็จแล้วก็ขับจากสนามบินเข้าเมืองน่านไม่ถึง 10 นาที คืนแรกเราเลือกพักโรงแรมในตัวเมืองที่โรงแรม Px122 D Best Hotel


ที่นี่เป็นที่พักที่รีโนเวทขึ้นจากโกดังเก็บใบยาสูบเก่าที่นำโครงสร้างชิ้นส่วนมาจากอำเภอเชียงกลาง ส่วนที่ตั้งโรงแรมในปัจจุบันนี้เคยเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อว่า ชื่อว่า ดี Best Super Store และถัดมากลายเป็นโรงภาพยนตร์แห่งแรกของจังหวัดน่าน ก่อนจะกลายเป็นโรงแรมในปัจจุบัน


ภายในโรงแรมดีไซน์การตกแต่งเท่ๆ ชิคๆ แนวอิสดัสเทรียลลอฟท์ และยังมีมุมถ่ายรูปชิคๆ เยอะมาก รับรองว่าถูกใจสายถ่ายรูปกันแน่นอน

Px122 D Best Hotel น่าน


เราพักห้อง Standard ราคา 1,600 บาท พักได้ 2 คน (รวมอาหารเช้า) หารกันตกคนละ 800 บาท


โรงแรมยังมีจักรยานให้ยืมปั่นไปเที่ยวรอบๆ ได้ ซึ่งทำเลของโรงแรมของเรานั้นคือดีสุดๆ เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่านในย่านเมืองเก่า ใกล้ที่เที่ยวแลนด์มาร์ค ทั้งวัดภูมินทร์, พิพิธภัณฑ์ฯ น่าน ฯลฯ และยังใกล้ตลาดทั้งกาดข่วงเมืองน่านและถนนคนเมืองไนท์บาซาร์แค่ไม่กี่ก้าว

Px122 D Best Hotel น่าน


เราออกไปปั่นจักรยานเที่ยวกัน เริ่มต้นที่วัดภูมินทร์ วัดสวยคู่เมืองน่าน ชมภาพปู่ม่านย่าม่าน ภาพเขียนสีอันโด่งดังอายุหลายร้อยปี จนกลายมาเป็นแลนด์มาร์คสำคัญสำหรับคนที่มาเยือนจังหวัดน่าน  


จากนั้นไปถ่ายรูปกันที่ซุ้มลีลาวดี อีกหนึ่งจุดเช็คอินยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองน่านต้องมาถ่ายรูปคู่กับซุ้มดอกลีลาวดีที่ปลูกเรียงรายสองข้างทาง และโน้มกิ่งประสานจนเหมือนเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ โดยเฉพาะเวลาที่ออกดอกจะสวยงามเป็นพิเศษ

ที่ตั้ง : หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน
แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/Hg8N3SyJVuq6fnHR6


ไม่ไกลกันนัก ยังมีอีกวัดสวยคู่เมืองน่านอย่าง "วัดมิ่งเมือง" วัดเก่าแก่อายุกว่า 149 ปี เป็นที่ประดิษฐานของศาลหลักเมืองน่าน สักการะศาลหลักเมืองศักดิ์สิทธิ์และชมความงามของอุโบสถสีขาวสร้างด้วยศิลปะสุดประณีตงดงามวิจิตร

ที่ตั้ง : ถนนสุริยพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน
แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/S2HBzA9XGGvaPf6h7


ไปต่อกันที่ วัดศรีพันต้น วัดสวยเก่าแก่คู่เมืองน่านอีกแห่ง สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่านแห่งราชวงศ์ภูคา โดดเด่นด้วยวิหารสีทองอร่าม มีประติมากรรมปูนปั้นที่วิจิตรงดงาม เชิงบันไดประดับเป็นรูปพญานาคเจ็ดเศียรฝีมือช่างสล่าแห่งเมืองน่าน ภายในยังมีภาพเขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติที่งดงามและทรงคุณค่า ใครไปเที่ยวน่านต้องหาโอกาสไปชมเป็นบุญตาสักครั้ง

ที่ตั้ง : ถนนเจ้าฟ้า ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

พิกัด :https://goo.gl/maps/JAdDYA61CKfbUC1w8


ปั่นจักรยานตะลอนไหว้พระกันจนหมดแรง เราแวะไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านวันดา ร้านข้าวแกงเก่าแก่ของเมืองน่าน ถึงแม้ว่าร้านจะมีขนาดเล็กๆ แต่ความอร่อยกินขาด นอกจากเมนูข้าวแกงแล้วยังมีทั้งข้าวซอยไก่,ขนมจีนน้ำเงี้ยว,หมูสะเต๊ะ ฯลฯ ให้เลือกอิ่มอร่อยกันอีกหลายเมนูเลยทีเดียว

ที่ตั้ง 100/3 ถนนข้าหลวง ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน

เปิด ทุกวัน 07.00-17.00 น.

โทร. 0903236355

พิกัด https://goo.gl/maps/LNTB3MiLMwuzk6rG7


จากนั้นเราเอาจักรยานไปเก็บที่โรงแรม แล้วขับรถออกนอกเมืองไปไหว้พระ พร้อมชมวิวเมืองน่านจากมุมสูงกันที่ "วัดพระธาตุเขาน้อย" ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ทิศตะวันตกของตัวเมืองน่าน จึงเป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้นั่นเอง ทางขึ้นไปยังบนยอดเขาค่อนข้างลาดชัน ต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร แต่สามารถขับรถเก๋งขึ้นไปได้ค่ะ


นอกจากจะได้กราบบูชาพระธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุ พร้อมสักการะพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน พระพุทธรูปปางประทานพรบนฐานดอกบัวสูง 9 เมตรแล้ว เรายังจะได้ชมวิวเมืองน่านในมุมสูงแบบ 180 องศา สามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบตัวเมืองน่านที่สวยงามมากๆ ถ้าหากมาตอนเช้าอาจได้ลุ้นชมทะเลหมอกท่ามกลางวิวพระอาทิตย์ขึ้นสุดงดงามอีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/vHFBUe5HWpDLoNEV9


มื้อเย็นเราไปเดินเที่ยวกันที่ถนนคนเดินเมืองน่าน หรือ "กาดข่วงเมืองน่าน" ถนนคนเดินข้างวัดภูมินทร์ ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ค้ามาออกร้านขายของกิน ของใช้ในทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้อของกินพื้นเมืองที่มีให้เลือกละลานตา ทั้งขนมจีนน้ำเงี้ยว, ข้าวกั้นจิ้น, ไส้อั่ว, ลาบคั่ว ฯลฯ แล้วเอามานั่งกินบริเวณตรงลานข่วงเมืองที่จัดพื้นที่ปูเสื่อและวางขันโตกไว้ให้นั่งล้อมวงทานอาหารกันแบบพื้นเมืองในบรรยากาศสบายๆ

ที่ตั้ง : ข้างวัดภูมินทร์ ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

เปิด : ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 16.00-21.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/1uiNm2j5EBuaSdqt5


อิ่มแล้วใครอยากละลายทรัพย์ ไปเดินช้อปปิ้งกันต่อที่ถนนคนเมืองไนท์บาซาร์ (มิ่งเมืองดีเบส) ตลาดกลางคืนและแหล่งจับจ่ายของที่ระลึกแนวไนท์บาซาร์แห่งแรกของเมืองน่าน ซึ่งมีทั้งร้านขายของกิน ของฝาก ไปจนถึงศูนย์ OTOP ให้เราช้อปติดไม้ติดมือกลับบ้าน เปิดทุกวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ที่สำคัญคืออยู่ติดกับทางเข้าโรงแรมที่เราพักเพียงไม่กี่ก้าว ช้อปปิ้งเสร็จไม่ต้องกลัวว่าจะหิ้วของหนัก เดินเอาของไปเก็บบนห้องพักได้เลยจ้า!

ที่ตั้ง : มิ่งเมืองดีเบส 42/3 ถนนสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

เปิด : ทุกวัน 09.00-21.00 น. 

พิกัด : https://goo.gl/maps/irQysQE5K3jYsHUv7


วันที่สองเราตื่นแต่เช้า กินอาหารเช้าเสร็จเช็คเอาท์จากโรงแรมตอนประมาณ 9 โมง แล้วขับรถไปอำเภอท่าวังผา เพื่อไปเที่ยวที่แรกกันที่วัดศรีมงคล หรือวัดบ้านก๋ง อีกหนึ่งวัดสวยชื่อดังที่กำลังเป็นแลนด์มาร์คใหม่ในจังหวัดน่าน โดยภายในวิหารหลวงของวัดศรีมงคล เป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่เมืองน่านอายุกว่าร้อยปี และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรงดงามตามแบบโบราณ เล่าถึงประวัติเมืองน่านและชาดกธรรมเรื่องต่างๆ


นอกจากพระวิหารหลวงที่งดงามวิจิตรด้วยสถาปัตยกรรมศิลปะล้านนาแล้ว ด้านหน้ายังมีองค์พระธาตุประดิษฐานให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้กราบไหว้ขอพร เสริมความเป็นสิริมงคล  หลังจากนั้นเราสามารถเดินเที่ยวชมความงดงามของวัดศรีมงคล ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงามสไตล์ล้านนาได้อย่างเพลิดเพลิน


เริ่มจากทางเดินด้านข้างวิหาร ทางเข้าเป็นประตูซุ้มไผ่ยักษ์น่าน ที่ใช้ไม้ไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีแหล่งกำเนิดที่ดอยติ้ว ในอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่านมาตกแต่ง ส่วนด้านบนทางเดินประดับด้วยร่มกระดาษและโคมล้านนาสีสันสดใส มีดอกกล้วยไม้ประดับเรียงราย ใครมาเที่ยววัดศรีมงคลต้องมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ณ จุดนี้

ถัดมาอีกนิด ในวัดศรีมงคลยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี (หอคำหลวง) เรือนไม้สักทองทรงล้านนา ที่รวบรวมสิ่งของโบราณ และภายในยังเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของ “หลวงปู่ครูบาก๋ง” หรือพระครูมงคลรังสี พระสงฆ์ที่ชาวน่านให้ความเคารพนับถือ โดยท่านเป็นผู้ฟื้นฟูและพัฒนาวัดศรีมงคลที่ในอดีตเคยเป็นวัดร้างมาก่อนให้สวยงามรุ่งเรืองจนทุกวันนี้


ภายในบริเวณวัดยังมีการจัดแสดงเรือนโบราณ "เฮือนน่าน บ้านมะเก่า" พร้อมข้าวของเครื่องใช้ในยุคเก่าที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนน่านในยุคก่อน เราสามารถเข้าไปชมและถ่ายรูปได้เช่นกัน


นอกจากจะได้มาไหว้พระอิ่มบุญกันแล้ว ภายในวัดศรีมงคลยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะมาก อย่างเช่นระเบียงชมวิวของวัดศรีมงคล หากใครมาช่วงหน้าฝนจะมองเห็นวิวทุ่งนาสีเขียวขจีล้อมรอบ ด้านล่างติดกับวัดยังมีทางเดินสะพานไม้ไผ่และร้านกาแฟเล็กๆ ชื่อว่า "ฮักนาน่าน" ถึงแม้ว่าตอนที่เราไปจะไม่มีวิวทุ่งนาให้ชม แต่ก็มีวิวไร่ข้าวโพดทดแทน 



หลบไอร้อนของแดดช่วงสาย ไปนั่งจิบกาแฟชมวิวกันที่เฮือนโอชา กาแฟสด อิ่มบุญ ร้านกาแฟวิวหลักล้านที่ตั้งอยู่ภายในวัดศรีมงคล มาพร้อมกับไฮไลท์อย่างจุดชมวิวสกายวอล์ก ที่เราสามารถไปจิบกาแฟ ชมวิว และถ่ายรูปคู่กับดอยภูคาเป็นแบคกราวด์สุดอลังการได้

วัดศรีมงคล (วัดบ้านก๋ง)

ที่ตั้ง : 59 หมู่ที่ 1 ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน
พิกัด : https://goo.gl/maps/LC4scvFFfxE96vHNA

การเดินทาง : จากน่าน-ท่าวังผา ประมาณ 40 กม. ใช้เส้นทาง 101 (1080) เข้าเขตอำเภอท่าวังผา ถึงบริเวณด้านหน้าโรงเรียนบ้านท่าวังผา จะมีเลนกลางตัดเลี้ยวขวาจากตำบลท่าวังผา - ตำบลจอมพระ ขับต่อมาตามเส้นทางหลวงชนบท 1170 ประมาณ 10 กม. ถึงวัดศรีมงคล


จากอำเภอท่าวังผา เราขับรถไปตามถนนเส้น 1081 ไปทางอำเภอปัว เพื่อไปเที่ยวกันต่อที่วังศิลาแลง อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนของจังหวัดน่านที่ได้รับการขนานนามให้เป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองปัว” ลักษณะเป็นแก่งหินมหัศจรรย์ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำและสายลมที่พัดพากินเวลาอย่างยาวนานจนเกิดเป็นซอกหินลวดลายสวยงาม ลักษณะดูคล้ายกับแกรนด์แคนยอนในสหรัฐอเมริกา แต่ไซส์มินิกว่ากันเยอะ! เราสามารถลงไปเล่นน้ำเย็นๆ ดับร้อนกันได้ 

วังศิลาแลง
ที่ตั้ง : 
ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/dPqoQWaijTKST6449


จากนั้นเราไปทานมื้อกลางวันกันที่ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ที่นี่เป็นทั้งที่พักแนวโฮมสเตย์และร้านอาหาร บรรยากาศเป็นธรรมชาติ ตัวร้านตั้งอยู่บนเนินเขาล้อมรอบด้วยต้นสนและต้นสักร่มรื่น หากมาทานอาหารที่ร้านนี้ เราสามารถจอดรถไว้ที่นี่แล้วเดินไปเที่ยวน้ำตกที่วังศิลาแลงได้ อยู่ใกล้ๆ ห่างกันแค่ประมาณ 600 เมตรเท่านั้น (แนะนำว่าถนนทางเข้าร้านค่อนข้างแคบ รถสวนกันลำบาก ต้องขับระวังนิดนึงน้า)


ที่นี่เค้ามีฟาร์มเห็ดเป็นของตัวเอง แน่นอนว่าอาหารที่นี่จึงเน้นเมนูที่ปรุงจากเห็ด สำหรับเมนูเด็ดแนะนำของที่ร้าน บอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ ไม่ว่าจะเป็น พิซซ่าเห็ด , เห็ดหอมอบชีส , ยำเห็ดสามสหาย, เห็ดหอมอบวุ้นเส้น, ข้าวผัดน้ำพริกข่า, ยำแหนมเห็ด, ไข่ป่ามใส่เห็ด, ยำเห็ดใส่น้ำปู๋ ฯลฯ ที่สำคัญทุกเมนูไม่ใส่ผงชูรสนะจ๊ะ อร่อยแบบเฮลธ์ตี้กันแน่นอน!

ที่ตั้ง : 129 บ้านหัวน้ำ ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน 

เปิด : ทุกวัน 08.00 - 19.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/z9Gk2AKcczuxov1p6


จากนั้นไปจิบกาแฟกันต่อที่ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ และลำดวนผ้าทอ ทั้งสองร้านอยู่ที่เดียวกัน โดยร้านกาแฟจะอยู่ด้านหลังร้านลำดวนผ้าทออีกทีหนึ่ง จุดเด่นของร้านกาแฟบ้านไทลื้อคือจะมีทางเดินสะพานไม้ไผ่กลางทุ่งนาเขียวขจี แต่ถ้าหากไปช่วงฤดูหนาวที่เก็บเกี่ยวแล้ว เราจะพบกับแปลงดอกไม้ที่ผลิดอกสะพรั่งแทนแบบนี้ ดูสวยดีไปอีกแบบ แถมถ้าใครชอบช้อปปิ้งยังสามารถเลือกซื้อผ้าทอมือลายไทลื้อสวยๆ จากร้านลำดวนผ้าทอติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

ที่ตั้ง : 164 หมู่ 4 ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน 

เปิด : ทุกวัน 07.00-17.00 น.

โทร. 0892646058

พิกัด : https://goo.gl/maps/nHFgigpHn4j1ofr59


ไปเที่ยวอำเภอปัวกันต่อที่วัดภูเก็ต วัดที่ได้ชื่อว่าวิวสวยที่สุดในอำเภอปัว เพราะล้อมรอบด้วยแปลงทุ่งนาเขียวขจี โดยมีวิวภูเขาเป็นฉากหลัง ใกล้ๆ ติดกันกับวัดยังมีร้านกาแฟเล็กๆ ชื่อว่า "ตูบนากาแฟ" ด้วย น่าเสียดายวันที่เราไปนั้นร้านกาแฟปิด และอีกอย่างเราเองก็เพิ่งจะดื่มกาแฟมาเมื่อกี้นี้...เลยขอแค่ชมวิวถ่ายรูปจากจุดชมวิวของวัดภูเก็ตไปก่อน


ระเบียงชมวิวด้านหลังวัดภูเก็ตที่สวยงาม สามารถมองเห็นทั้งวิวทุ่งนาและภูเขาของดอยภูคาได้แบบพาโนรามา


นอกจากวิวสวยๆ แล้ว วัดภูเก็ตยังมีพระอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ที่งดงาม ภายในเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อแสนปัว" หรือพระพุทธเมตตาที่ศักดิ์สิทธิ์และชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธา พร้อมภาพจิตรกรรมฝาผนังสามมิติที่สวยงาม


หลังจากเข้าไปกราบนมัสการพระพุทธรูปในโบสถ์แล้ว เราออกมาทักทายต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ที่อยู่ภายในวัดภูเก็ต ความพิเศษของต้นดิกเดียมคือเวลามีคนมาลูบคลำที่ลำต้น เจ้าต้นดิกเดียมจะมีอาการสั่นไหวที่ปลายยอด ลักษณะเหมือนคนเวลาโดนจั๊กจี้ จึงเป็นที่มาของชื่อต้นดิกเดียม ที่แปลว่าจั๊กจี้ในภาษาเหนือนั่นเอง

ที่ตั้ง : ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/bsGVLJvZ8m5oonnM6


จากนั้นเราขับรถไปตามเส้นทางถนนหมายเลข 1256 เส้นปัว-บ่อเกลือ ได้ชื่อว่าเป็นถนนเส้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ถนนซึ่งตัดสู่ยอดเขาแห่งนี้ มักจะถูกปกคลุมด้วยสายหมอกไปตลอดเส้นทาง จนได้สมญาว่า "ถนนลอยฟ้า" นั่นเอง


ระหว่างทางมีจุดชมวิวชื่อว่า "จุดชมวิว 1715" อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก อีกทั้งยังเป็นจุดชมทะเลหมอก ซึ่งตัวเลข 1715 นั้น ก็คือระดับความสูงจากน้ำทะเล ณ จุดชมวิวแห่งนี้นั่นเอง

ที่ตั้ง : อยู่เลยทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคาไปประมาณ 8 กม. อยู่ริมถนนด้านขวามือ
พิกัดแผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/wiwwnEvfcnFPQpk2A


ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงเราก็มาถึงหมู่บ้านสะปัน หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาริมแม่น้ำมาง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน


คืนนี้เราพักกันที่ "อุ่นไอมาง" ที่พักริมน้ำเล็กๆ เรียบง่าย ไม่หรูหรา แต่อบอุ่นด้วยการดูแลต้อนรับของพี่เจ้าของที่พักที่เป็นกันเอง เหมาะสำหรับใครที่อยากมาซึมซับบรรยากาศการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้


เราพักห้องกระโจมที่นอนได้หลังละ 2 คน (ห้องน้ำรวมแยกชายหญิง) ราคาคนละ 1,000-1,300 บาท ราคานี้รวมอาหารสองมื้อ คือมื้อเย็นและมื้อเช้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรามองว่าสะดวกดี ไม่ต้องลำบากออกไปหาอาหารทานเองนอก

ที่ตั้ง : 52 หมู่ 1 บ้านสะปัน ต.ดงพญา อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

ราคา : เริ่มต้นคนละ 1,000-1,500 บาท
โทร. 0970362450
พิกัด : https://goo.gl/maps/PdcwoszVrUp


พอตกค่ำ หมอกก็เริ่มปกคลุมรอบๆ บริเวณที่พักกันแล้ว อากาศเย็นลงจนต้องคว้าเสื้อกันหนาวมาใส่พร้อมผ้าพันคออีกผืนเลยล่ะ


สำรับมื้อเย็นที่ทางที่พักจัดให้ มีทั้งไข่เจียว,ไก่ทอด,ผัดผัก,ต้มจืด และชุดน้ำพริกกินคู่กับผักลวกและแคบหมู พร้อมข้าวกล้องซ้อมมือไม่ขัดสี อิ่มอร่อยแบบสุขภาพดีสุดๆ


ตอนเช้าเราตื่นมารับพลังจากธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ จิบกาแฟท่ามกลางสายหมอกริมแม่น้ำมาง


อาหารเช้าทางที่พักจัดเต็มให้ มีทั้งข้าวต้ม,ขนมปังทาแยม,ไข่ดาว,สลัดผักผลไม้,ปาท่องโก๋,ขนมไทย และชากาแฟ อิ่มแปล้เลยทีเดียว


เช้าวันรุ่งขึ้นเราออกไปเที่ยว "น้ำตกสะปัน" น้ำตกเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าสีเขียวที่ยังคงสมบูรณ์ เห็นเขียวครึ้ม มอสขึ้นตรึมแบบนี้ ทางเข้าก็ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด สามารถเดินมาเที่ยวได้สบายๆ ระยะทางจากปากทางเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตรเท่านั้น


ตอนสายๆ เราแวะไปเที่ยวที่ "บ่อเกลือสินเธาว์" ที่นี่เป็นแหล่งผลิตบ่อเกลือภูเขาแบบโบราณ (หนึ่งเดียวในโลก) ที่ปัจจุบันยังคงหลงเหลือบ่อเกลือสินเธาว์ 2 บ่อ คือ บ่อเกลือเหนือและบ่อเกลือใต


นอกจากเราจะได้ชมวิธีการต้มเกลือแบบโบราณ โดยการตักน้ำเกลือจากบ่อเกลือแล้วส่งผ่านมาตามกระบอกไม้ไผ่สู่บ่อพักน้ำ จากนั้นตักน้ำเกลือมาต้มในกระทะนาน 4-5 ชั่วโมงจนระเหย แล้วตักเกลือใส่ตะกร้าแขวนไว้เหนือกระทะแบบนี้แล้ว เรายังสามารถซื้อเกลือสินเธาว์จากชาวบ้านในชุมชนติดมือกลับไปเป็นของฝากจากบ่อเกลือได้อีกด้วย

ที่ตั้ง : บ้านบ่อหลวง ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

พิกัด :https://goo.gl/maps/RMEhY5Tr1hCjcYB59


ขากลับ ถ้าหากใครไม่อยากกลับเส้นทางเดิม ก็สามารถเลือกเดินทางไปยังตัวเมืองน่านโดยใช้เส้นทางถนนลอยฟ้า 1081 เส้นบ่อเกลือ-สันติสุข ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งถนนที่สวยในเมืองไทย สามารถแวะถ่ายรูประหว่างทางได้ ระยะทางจากบ่อเกลือสินเธาว์-ตัวเมืองน่าน ประมาณ 96 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง พอๆ กันกับเส้นทางที่เราใช้ขามา


เราเลือกกลับเส้นทางเดิม เพราะตั้งใจแวะที่ Cocoa Valley Resort ซึ่งเปิดเป็นทั้งคาเฟ่และที่พักสำหรับคนรักช็อกโกแลต โอบล้อมด้วยไร่โกโก้และวิวภูเขา เหมาะจะมานั่งจิบช็อกโกแลตอุ่นๆ ชมวิวยอดดอยภูคาที่เห็นอยู่ไกลลิบๆ


นอกจากจะได้ทดลองเป็นชาวไร่ เที่ยวสวนโกโก้แล้ว ทาง Cocoa Valley ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่เข้ามาพัก และลูกค้าทั่วไปได้ร่วมทำเวิร์คช็อปเกี่ยวกับช็อกโกแลตอย่างใกล้ชิดในราคาเพียง 350 บาทต่อคน ห้ามพลาดเด็ดขาด! เพราะเราจะได้ลงมือทำช็อกโกแลตบาร์ด้วยตัวเองเพียงชิ้นเดียวในโลกอีกด้วย!

ที่ตั้ง : 339 หมู่ 8 ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน 

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 9.00-18.00 น.

โทร. 0971866116
แผนที่ Google Maps :
https://goo.gl/maps/Ye7w3uqNourQFB7z6


จากอำเภอปัว เราล้อหมุนออกเดินทางต่อไปยังที่เที่ยวแลนด์มาร์คคู่เมืองน่านอีกแห่ง นั่นคือ "พระธาตุแช่แห้ง" โบราณสถานศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองน่าน ซึ่งหากใครมาเที่ยวน่านแล้วไม่ได้มาสักการะพระธาตุแช่แห้งแล้ว ถือว่าเหมือนไม่ได้มาถึงเมืองน่านเลยทีเดียว


นอกจากนี้ “พระธาตุแช่แห้ง” ยังถือเป็นพระธาตุประจำปีนักษัตรของคนปีเถาะหรือปีกระต่าย ที่ชาวล้านนามีความเชื่อว่าการได้มา ‘ชุธาตุ’ หรือสักการะประธาตุประจำปีเกิดสักครั้งจะได้รับอานิสงส์อย่างแรงกล้า โดยภายในบริเวณวัดยังมีซุ้มให้นักท่องเที่ยวร่วมทำบุญอย่างการแขวนตุงหรือแขวนโคมได้อีกด้วย  

ที่ตั้ง : บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตึ๊ด กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

เปิด : ทุกวัน 07.00-18.00 น.
แผนที่ Google Map :
https://goo.gl/maps/8nEKdyf5rErFoGSi9


จากนั้นเราไปทานมื้อกลางวันกันที่ร้าน "อยู่ดี กินดี" ร้านอาหารบรรยากาศดีใจกลางเมืองน่านที่พร้อมเสิร์ฟเมนูความอร่อยแบบโฮมเมดกว่า 100 เมนู ภายในร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนร้านอาหารและโซนคาเฟ่ มีเมนูให้เลือกสั่งทั้งของกินเล่น, กับข้าว, อาหารจานเดียว และขนมหวาน เมนูแนะนำห้ามพลาด ได้แก่ ไก่ทอดมะแขว่น, ลาบหมูคั่ว, ผัดไทกุ้งสด ฯลฯ ตบท้ายด้วยของหวานอย่างฮันนี่โทสต์สุดฟิน

ที่ตั้ง : 30-30/1 ถนนข้าหลวง ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

เปิด :  09.00 - 20.00 น. (หยุดทุกวันพุธ)

โทร. 0815311331

พิกัด :https://goo.gl/maps/Cun2hBYoxmtLRhQq8


ปิดท้ายด้วยการไปเช็คอินคาเฟ่ที่ "สุดกองดี" ร้านกาแฟสุดน่ารักที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนสีเขียวล้อมรอบ มีให้เลือกนั่งชิลทั้งโซนอินดอร์และโซนเอาท์ดอร์ซึ่งเป็นที่นั่งบนระเบียงดาดฟ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น น่าไปนั่งจิบกาแฟเบาๆ รับลมชิลๆ มองวิวแม่น้ำน่านไปด้วย

ที่ตั้ง :  110 หมู่ 2 บ้านแสงดาว ถนนน่านแม่จริม ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน
เปิด: 
9.00 - 23.00 น. (หยุดวังอังคาร)
โทร : 
0994386765

พิกัด https://goo.gl/maps/Cun2hBYoxmtLRhQq8

การเดินทาง : จากตัวเมืองน่านข้ามสะพานพัฒนาภาคเหนือมาทางไปวัดพระธาตุแช่แห้ง พอลงสะพานปุ๊บให้เลี้ยวขวาตรงเข้ามาประมาณ 200 เมตร จนสุดซอย ร้านอยู่ซ้ายมือริมแม่น้ำน่าน