วันนี้ (7 เมษายน) กระทรวงสาธารณสุขได้ขยายเกณฑ์การเฝ้าระวังและสอบสวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Patient Under Investigation) หรือ PUI ใหม่ดังนี้



กรณีที่ 1 : การเฝ้าระวังที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ 

มีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.3 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรืออาการของระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก ร่วมกับมีประวัติเดินทางไปยังหรือมาจากต่างประเทศทุกเที่ยวบิน ทุกช่องทางระหว่างประเทศ


กรณีที่ 2 : การเฝ้าระวังในสถานพยาบาล

2.1 ผู้ติดเชื้อที่มีอาการ อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือประวัติมีไข้ร่วมกับอาการของระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก หรือผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ ร่วมกับการมีประวัติในช่วงเวลา 14 วัน ก่อนวันเริ่มป่วย อย่างใดอย่างหนึ่ง

- มีประวัติเดินทางไปยังหรือมาจาก หรืออยู่อาศัยในพื้นที่เกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
- ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัดหรือ ติดต่อกับคนจำนวนมาก
- ไปในสถานที่ชุมนุมชน หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล หรือขนส่งสาธารณะ
- สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019


2.2 ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ 

ร่วมกับข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

- ที่หาสาเหตุไม่ได้หรือหรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง
- มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตโดยหาสาเหตุไม่ได้
- ภาพถ่ายรังสีปอดเข้าได้กับโรคไวรัสโคโรนา 2019


กรณีที่ 3 : การเฝ้าระวังในบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข

มีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือประวัติมีไข้ หรืออาการของระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก หรือผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ ร่วมกับผู้ป่วยทุกรายที่แพทย์ผู้ตรวจรักษาสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือมีประวัติสัมผัสผู้ป่วย / ผู้สงสัยว่าป่วยฯ


กรณีที่ 4 : การเฝ้าระวังการป่วยเป็นกลุ่มก้อน (Cluster)

กลุ่มก้อน (Cluster) ของผู้มีอาการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจที่ผลตรวจ rapid test หรือ PCR ต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ให้ผลลบ จากทุกรายที่มีการส่งตรวจ ร่วมกับ 

- กรณีเป็นบุลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่ 3 รายขึ้นไป ในแผนกเดียวกันในช่วงสัปดาห์เดียวกัน (หากสถานพยาบาลขนาดเล็ก เช่น คลิกนิกใช้เกณฑ์ 3 รายขึ้นไป ในสถานพยาบาลนั้นๆ )

- กรณีในสถานที่แห่งเดียวกัน (ไม่ใช่บุลากรทางการแพทย์) ตั้งแต่ 5 รายขึ้นไป ในช่วงสัปดาห์เดียวกัน โดยมีความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา


ทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มกลุ่มผู้ที่มีความสัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง หรือ High risk contact 

- สมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วย
- ผู้ท่องเที่ยวรวมกลุ่ม
- ผู้โดยสารแถวเดียวกัน 2 แถวหน้า 2 แถวหลังผู้ป่วย
- พนักงานบนเครื่องบิน โซนผู้ป่วย
- เจ้าหน้าที่ด่านตรวจผู้ป่วย
- แพทย์ พยาบาล คนมาเยี่ยม ที่ไม่สวม PPE
- ผู้ป่วยที่อยู่ห้องเดียวกัน
- เจ้าหน้าที่ห้องแล็บ โดยไม่สวมชุด PPE
- ผู้ร่วมงาน ร่วมโรงเรียนที่พบปะผู้ป่วย

โดยกลุ่มที่เข้าเกณ์ PUI จะได้รับการสอบสวนและตรวจในห้องปฎิบัติการ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจ โดยทางรัฐบาลจะเป็นผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้


ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข