ข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.บริหารสถานการณ์ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 ฉบับที่ 1 มีด้วยกันทั้งหมด 16 ข้อ มีดังต่อไปนี้



1. ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่เสี่ยงหรือสถานที่ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดต่อเชื้อโรคโควิด-19


2. การปิดสถานที่ที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค 

  • สนามมวย, สนามกีฬา, สนามแข่งขัน, สนามเด็กเล่น, สนามม้า ในทุกจังหวัด

  • ผับ สถานบริการ สถานที่แสดงมหรสพ สถานที่มีการแสดงหรือการละเล่นสาธารณะ

  • สถานที่อื่นนอกจากนี้ เช่น แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พิพิธภัณฑสถาน เป็นต้น


3. ในการใช้ยานพาหนะไม่ว่าจะเป็นอากาศยาน เรือ รถยนต์ หรือพาหนะอื่นใด หรือในการใช้เส้นทางคมนาคมไม่ว่าทางอากาศ ทางน้ำ หรือ ทางบก เพื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบปิดช่องทางเข้าออก ด่าน จุดผ่านแดน หรือ จุดผ่อนปรนตามกฎหมาย


4. การห้ามกักตุนสินค้า ซึ่งเป็นยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม หรือสินค้าอื่นที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าควบคุมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542


5. การห้ามชุมนุม ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบ


6. การเสนอข่าว ห้ามการเสนอข่าวหรือทำให้แพร่หลายทางสื่อต่างๆ ซึ่งมีข้อความหรือข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 อันไม่เป็นความจริงและอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารดังกล่าว อันทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน


7. ให้ รพ.จัดหาเวชภัณฑ์ เตรียมความพร้อม เจ้าหน้ที่ขอความร่วมมือปชช.ช่วยตรวจสอบคนกักกันตัวได้


8. คนอายุเกิน 70 ปี / เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี / คนมีโรค เช่น โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง, โรคในระบบทางเดินหายใจ, โรคภูมิแพ้ ให้อยู่ในเคหสถาน ยังไม่ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด

9. ให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้มงวดในการตรวจลงตราหรือออกวีซ่าหรืออนุญาตให้ชาวต่างประเทศ ซึ่งมิได้มีกิจการงานปกติหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรยังคงอยู่ในราชอาณาจักร


10. ในกรุงเทพฯ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดเวรยามหรือตั้งจุดตรวจตามถนน เส้นทางคมนาคม สถานีขนส่งหรือโดยสาร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การก่ออาชญากรรม


11. ให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อใช้ปฏิบัติเป็นการทั่วไป หรือใช้ในกรณีผ่อนผัน หรือยกเว้นการปฏิบัติตามข้อกำหนด


12. รัฐบาลมีนโยบายให้โรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยา ร้านอาหารในส่วนซึ่งมิใช่สถานบันเทิงหรือสถานบริการและแผงจำหน่ายอาหาร ซึ่งผู้บริโภคซื้อไปบริโภคนอกสถานที่ ยังคงประกอบกิจการต่อไปได้ตามปกติ เพื่อความสะดวกและความเป็นอยู่ตามปกติของประชาชน


13. ในช่วงเวลานี้ประชาชนพึงงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในระยะนี้โดยไม่จำเป็น และควรพักหรือทำงานอยู่ ณ ที่พำนักของตน


14. การจัดกิจกรรมหรือพิธีการทางสังคมตามประเพณีนิยม เช่น พิธีมงคลสมรส, พิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ยังคงจัดได้ตามความเหมาะสม


15. ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 1, 2, 3, 4, 5, 6 ต้องรับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548


16. ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประกาศเคอร์ฟิว ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศไม่ให้ออกนอกบริเวณที่พักไปยังสถานที่อื่นตั้งแต่เวลา 17:00 - 24:00 น. ของวันนี้ (25 มีนาคม 2563) เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดภูเก็ต