แอปเดียวเอาอยู่! แค่เปิดใช้ฟีเจอร์ Location History ใน Google Map ก็สามารถบันทึกประวัติการเดินทางได้อัตโนมัติ อีกหนึ่งทางลดการแพร่ระบาดโควิด-19



จะดีกว่าไหม? ถ้าเราจะเริ่มบันทึกประวัติการเดินทางตั้งแต่วันนี้ เพราะหากเรากลายเป็นหนึ่งผู้ติดเชื้อขึ้นมาจริงๆ  เราจะต้องรายงานประวัติการเดินทางย้อนหลัง 14 วัน อย่างละเอียดต่อหน่วยงานของรัฐ หรือในกรณีที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม การบันทึกการเดินทางไว้ ก็ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่าที่ผ่านมาเราได้เดินทางไปยังจุดเสี่ยงเหล่านั้นด้วยหรือไม่


บอกลาการจดประวัติการเดินทางใส่กระดาษ หรือคอยบันทึกลงโทรศัพท์ให้วุ่นวาย เพียงแค่เพื่อนๆ เข้าไปที่ Google Map (ทั้งแอปพลิเคชั่นและ Web Browser) หลังจากนั้น...เปิดการใช้งานฟีเจอร์ Location History แค่นี้ก็สามารถบันทึกประวัติการเดินทางได้อัตโนมัติ ง่ายๆ แค่ 4 ขั้นตอนนี้เลย


1. เข้าไปที่แอปพลิเคชัน Google Map

2. กดที่รูปภาพโปรไฟล์ของเรา

3. เลือก ข้อมูลของคุณในแผนที่ (Your data in map)

4. เปิดใช้งาน ประวัติตำแหน่งทั้งหมด (Location History)

นอกจากจะบันทึกข้อมูลการเดินทางไว้แล้ว ระบบยังสามารถเรียกภาพถ่ายที่เราถ่ายไว้ในแต่ละสถานที่ออกมาแสดงด้วยนะ สมมุติว่าเราติดเชื้อขึ้นมาจริงๆ ก็สามารถแจ้งไปยังเพื่อนๆ ที่ถ่ายรูปร่วมกับเราได้ทันทีว่าให้สังเกตอาการ และกักตัวอย่างน้อย 14 วัน 

และที่เหนือไปกว่านั้น เรายังสามารถเรียกประวัติเหล่านี้ออกมาใช้ในรูปแบบเอกสารได้อย่างรวดเร็ว ผ่านทางฟีเจอร์ของ Google Takeout (ประวัติการใช้งานและข้อมูลส่วนบุคคล) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมีแค่ Google และเราเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ 

ลองหยิบมือถือขึ้นมาดูเร็วเพื่อนๆ บางคนอาจจะเปิดฟีเจอร์นี้ไว้อยู่แล้วแบบไม่รู้ตัว (เช่นเดียวกับแอด) ในสถานกาณ์ที่ใครๆ ก็มีโอกาสติดเชื้อ ยิ่งคนที่ยังมีความจำเป็นต้องเดินทาง การบันทึกประวัติการเดินทางไว้ก่อนล่วงหน้า ถือเป็นการช่วยในการตรวจสอบตัวเอง และลดการระบาดของโควิด-19 ออกไปในวงกว้างด้วยนะ มาช่วยกันเถอะ แล้วเราจะผ่านไปด้วยกัน!


เช็กสิทธิ์รักษาป่วยโควิด : ป่วย โควิด-19 ใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลอะไรได้บ้าง? เช็คด่วน!

แบบประเมินความเสี่ยงติดโควิด : ใครป่วย! ลองทำแบบประเมินความเสี่ยงติด โควิด-19 ด้วยตัวเองก่อนไปโรงพยาบาล