กรมอุตุฯ ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว ได้เวลาแพ็คกระเป๋า หยิบบิกินี่ตัวเก่ง คว้าแว่นกันแดดออกไปเที่ยวทะเลใกล้กรุงกันสักที แต่จะไปพัทยา บางแสนก็เบื่อแล้ว...งั้นเปลี่ยนแนวไปเที่ยวเกาะกันดีกว่า กับทริปเที่ยวเกาะช้างชิคๆ เช็คอินรีสอร์ทเก๋ รับลมทะเลสุดชิล พร้อมแล้วไปลุยกันเลย!


เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตราดและยังเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย รองจากภูเก็ตเท่านั้น แต่ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวถูกกว่ากันเยอะ! แถมยังเดินทางสะดวก จากกรุงเทพฯ เราขับรถตาม GPS ไปลงเรือเฟอร์รี่ข้ามไปเกาะช้างที่ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ค่าเรือคนละ 80 บาท รถยนต์คันละ 120 บาท ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ไปถึงท่าเรืออ่าวสับปะรดที่เกาะช้างแล้ว


ข้อดีของการขับรถข้ามเกาะมาเที่ยวเอง คือเราสามารถขับรถแวะเที่ยวระหว่างทางได้เรื่อยๆ ไม่ต้องคอยโบกรถสองแถวที่วิ่งบนเกาะ ซึ่งพอไปถึงเกาะช้าง จุดหมายแรกที่เราไปเยือนคือหาดท่าน้ำ หรือหาด Lonely Beach ชายหาดที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยความที่มีที่พักบังกะโลราคาไม่แพง มีชายหาดเล็กๆ ยาวประมาณ 1 กม. สามารถลงเล่นน้ำได้ ที่สำคัญหาดทรายที่นี่ขาวละเอียดราวกับแป้ง และยังมีบีชบาร์บรรยากาศชิลๆ ริมทะเล ให้เรานั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังเสียงคลื่นไปด้วยได้


หลังจากเล่นน้ำ แอบส่องซิกแพ็คหนุ่มๆ บนชายหาดแล้ว ตอนบ่ายเราขับรถไปเช็คอินเข้าที่พักของเราคืนนี้กันที่ VAYNA Boutique Koh Chang บูทีครีสอร์ทสุดชิคริมทะเลติดชายหาดคลองพร้าว ชายหาดที่สวยและยาวที่สุดบนเกาะช้างกันค่ะ


รีสอร์ทตกแต่งในธีมเครื่องจักสานโบราณพื้นถิ่น แต่นำมาใส่ดีไซน์เพิ่มเข้าไปให้ดูชิคทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะห้องพักที่นี่ตกแต่งได้สวยเก๋มากๆ และยังมีร้านอาหารและบาร์ริมชายหาดให้เรามาดินเนอร์ จิบค็อกเทลตอนเย็นอีกด้วย


ถึงแดดจะแรงแต่น้ำทะเลใสๆ มันเรียกร้อง รีบเปลี่ยนชุดว่ายน้ำไปเดินเล่นริมทะเล โพสต์ท่าชิคๆ ริมสระว่ายน้ำกันดีกว่า!


บอกเลยว่าที่รีสอร์ทมีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ เข้าทางเราสุดๆ งานนี้รัวชัตเตอร์กันกระจาย ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งริมชายหาด, เบาะบีนแบ็คริมสระว่ายน้ำ, มุมชิงช้าที่บาร์เก๋ๆ และยังมีซันเบดที่ยื่นลงไปในสระว่ายน้ำ เผื่อใครอยากนั่งพักเอาขาจุ่มน้ำเย็นๆ ด้วยนะ


ตอนแรกว่าจะถ่ายรูปเฉยๆ แต่ไหนๆ ก็เปลี่ยนชุดแล้ว ขอว่ายน้ำคลายร้อนซะหน่อยก็แล้วกัน! สระว่ายน้ำที่นี่เป็นแบบอินฟินิตี้ (Infinity pool) ที่ไร้ขอบให้ความรู้สึกเสมือนว่าเชื่อมต่อกับทะเลที่อยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะโพสต์ท่าถ่ายรูปชิคๆ หรือว่ายน้ำพลางชมทะเลไปด้วยชิลๆ ก็ฟินทั้งสองแบบเลยล่ะ!


ว่ายน้ำเล่นกันจนจุใจได้เวลาขึ้นไปเปลี่ยนชุดลงมาดินเนอร์ แต่ต้องสระผมล้างคลอรีนออกก่อน ทริปนี้เราพก BIO-CERAMIC HAIR DRYER ไดร์เป่าผมนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของแบรนด์ LESASHA ติดกระเป๋ามาด้วย ซึ่งความพิเศษของไดร์รุ่นนี้คือมี far Infrared ลดความชื้นจากเส้นผม โดย bio ceramic จะเปลี่ยนพลังงานความร้อนให้เป็น far Infrared กระจายสู่แกนผม ทำให้ผมแห้งไวขึ้นรับรองว่าสวยทันใจแน่นอน


ที่สำคัญคือผมไม่เสีย เพราะเมื่อเทียบกับไดร์ธรรมดาที่ส่งความร้อนสู่เส้นผมโดยตรงทำให้ผมเสีย แต่ไดร์ Bio Ceramic จะส่งความร้อนผ่านแผ่น Bio Ceramic แล้วเปลี่ยนความร้อนเป็น Far-Infrared ทำให้ผมแห้งเร็วขึ้นไม่ทำลายเส้นผม นอกจากนี้ ยังมี Ionic Generator ปล่อยประจุลบ 63 ล้านยูนิต / วินาที ช่วยลดการชี้ฟูของเส้นผมอีกด้วย


นอกจากผมสวย แห้งไวไม่ต้องเป่าซ้ำแล้ว ไดร์รุ่นนี้ยังมี LMF (Low Mechanic Field) ไม่ทำลายคลื่นสมอง จะใช้บ่อยแค่ไหนก็สบายใจได้ รวมทั้งยังมีน้ำหนักเบา พกพาง่าย ดีไซน์โมเดิร์น มีให้เลือกถึง 3 สี ขาว แดง น้ำเงิน เหมาะจะพกเวลาเดินทางไปเที่ยวทะเล และต้องการให้ผมแห้งไวแบบนี้สุดๆ เลยค่ะ


แป๊บเดียวเราก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อย เสร็จไวจนเพื่อนทักอย่างแปลกใจกันเลยทีเดียว...แถมยังมีเวลาถ่ายรูปเล่นอีกต่างหาก ไม่ว่าจะโพสต์เบาๆ สะบัดผมพลิ้วๆ ริมชายหาดตอนเย็น หรือจะปีนป่ายโขดหินไปถ่ายรูปก็ไม่หวั่น โพสต์สู้ลมทะเลกันไปเลยจ้า!


มื้อเย็นทางรีสอร์ทจัดเซ็ทดินเนอร์บนชายหาด เราสามารถนั่งทานอาหารพร้อมกับชมวิวทะเลอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากด้านหน้ารีสอร์ทสามารถมองเห็นเกาะเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามอย่างเกาะสุวรรณ อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะช้าง บรรยากาศเรียกได้ว่าโรแมนติกสุดๆ


มาเที่ยวทะเลทั้งทีก็ต้องได้กินอาหารทะเลให้สะใจ มื้อนี้จัดเต็มกับเมนู Set Seafood มีทั้งกุ้ง,หอย,ปลาหมึก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสดๆ บนเกาะช้าง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ, ต่อด้วยพล่าปลากะพง, ข้าวผัดสับปะรด, กุ้งคั่วพริกเกลือ นอกจากนี้ ในตอนค่ำทางรีสอร์ทยังมี BBQ, สเต็ก, ซีฟู้ดกริลล์ ฯลฯ ริมชายหาดอีกด้วยให้เราทานกันสดๆ อีกด้วย


ส่วนใครเป็นสายดริงค์ ก็มีบาร์ริมทะเลให้เราสั่งเครื่องดื่มมานั่งจิบได้ชิลๆ ยาวไปจนถึง 5 ทุ่มเลยจ้า... ได้จิบเครื่องดื่มแก้วโปรดกับคนที่รู้ใจ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสีแบบนี้ บรรยากาศคือดีงามมมม..


ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเราตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น ได้หลับเต็มตื่น นอนฟังเสียงคลื่นทั้งคืนแล้ว ขอเติมพลังด้วยมื้อเช้าอร่อยๆ ก่อนจะเช็คเอาท์เก็บกระเป๋าออกไปเที่ยวกันต่อ


เป้าหมายของเราคือ “น้ำตกคลองพลู” น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะช้าง ระหว่างหาดคลองพร้าวกับหาดไก่แบ้ แต่การจะไปที่นี่เราต้องออกแรงกันสักหน่อย เพราะรถเข้าไม่ถึงตัวน้ำตก ต้องเดินป่าเลียบไปตามลำธารประมาณ 700 เมตร เราก็จะมองเห็นตัวน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสู่แอ่งน้ำใสแจ๋วด้านล่างที่มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำกันอย่างคึกคัก


จากนั้นเราไปกินมื้อเที่ยงกันที่ร้าน Sea View 1989 ร้านอาหารวิวสวย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดชมวิวของรีสอร์ท Sea View Resort & Spa Koh Chang บอกเลยว่าบรรยากาศดีสุดยอดมากๆ จากตัวร้านสามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบพาโนรามา


ร้านนี้เค้าเสิร์ฟทั้งเมนูอาหารยุโรปและอาหารไทย เมนูแนะนำพลาดไม่ได้ อาทิ ปอเปี๊ยะเห็ด, สะเต๊ะไก่และหมู, ยำทะเลคลั่งเมืองตราด, สลัดซีวิว, ต้มยำทะเลและปูผัดผงกะหรี่ บอกเลยว่าวัตถุดิบทุกอย่างสดมากๆ อร่อยทุกจานเลยค่ะ


อิ่มแล้วเราขึ้นไปจุดชมวิวของร้านอาหารด้านบนอย่าง Light House Tower จุดชมวิวที่สูงที่สุดบนเกาะช้าง ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทะเลอ่าวไทยและเกาะน้อยใหญ่รอบๆ เกาะช้างถึง 4 เกาะ ได้แก่ เกาะมันนอก, เกาะมันใน, เกาะปลี และเกาะหยวก ท่ามกลางน้ำทะเลสีฟ้าใสแบบพาโนรามา ซึ่งถ้าหากใครอยากมาถ่ายรูปที่จุดชมวิวแห่งนี้ ไม่ต้องซื้อบัตร เพียงแค่สั่งอาหารและเครื่องดื่มที่ร้านอาหารก็สามารถขึ้นไปชมวิวได้ฟรีเลยค่ะ


ใครอยากสัมผัสวิวทะเลสวยๆ แบบนี้ ซัมเมอร์นี้เก็บกระเป๋ามาเที่ยวเกาะช้างตามรอยเราได้เลยค่ะ รับรองว่าจะต้องหลงเสน่ห์เกาะแห่งนี้อย่างแน่นอน