เคยไหม...อยากไปเที่ยวพักสมองที่ไหนสักที่ แต่ไม่มีเวลา พอจะจัดทริปวันหยุดยาวก็ต้องเผชิญกับรถติดมหาศาลและผู้คนที่พร้อมใจกันออกไปเที่ยวช่วงเทศกาล ถ้าอย่างนั้นเราลองหาเวลาออกเดินทางไปเที่ยวแบบไม่ง้อวันหยุดกันดีกว่า กับทริปสั้นๆ เที่ยวเขาค้อ 2 วัน 1 คืน ฉบับคนมีเวลาน้อยก็เที่ยวได้ พร้อมแล้วเก็บกระเป๋าตามเราไปเที่ยวกันเลย!



ทริปนี้เราออกสตาร์ทจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าตรู่ ล้อหมุนมุ่งหน้าสู่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ แวะเติมพลังกันที่ Story Cup By Coffee Hill คาเฟ่สุดน่ารักที่อยู่ติดทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ถนนเส้นหลักของเขาค้อ


เราเข้าไปจับจองที่นั่งกันแล้วสั่งกาแฟมากระตุ้นความคึกคักกันคนละแก้ว ซึ่งที่ร้านก็มีเครื่องดื่มทั้งร้อน-เย็นให้เลือกหลากหลายเมนู อาทิ คาปูชิโน่ร้อน หรือกาแฟซิกเนเจอร์สูตรเฉพาะของทางร้านอย่าง Coffee Hill เมนูที่ทางร้านครีเอทโดยการนำชาอัสสัมจากไร่ชาทางภาคเหนือของไทยมาผสมกับกาแฟ เติมความหวานด้วยน้ำผึ้ง รสชาติแปลกใหม่ต้องมาลอง


ส่วนใครเป็นสายชาต้องไม่พลาด Tea Set ชุดเซ็ทน้ำชาเสิร์ฟมาคู่กับผลไม้ตามฤดูกาลอย่างสตรอว์เบอร์รี่,อะโวคาโด ฯลฯ พร้อมขนมเค้กหน้าตาน่ากิน ทั้งบลูเบอร์นี่ชีสเค้ก, เรดเวลเวท แพนเค้ก และวาฟเฟิล เสิร์ฟมาพร้อมกับเมเปิลไซรัปและไอศครีมวานิลลา ชุดนี้แบ่งกันทานได้ 2-3 คนเลยค่ะ


ระหว่างนั่งจิบน้ำชาเพลินๆ ขอชาร์จแบตมือถือไปด้วยพลางๆ แต่ไม่ต้องหาปลั๊กเสียบชาร์จให้ลำบาก เพราะทริปนี้เราพก AUKEY พาวเวอร์แบงค์ชาร์จเร็ว รุ่น PB-XD26 ซึ่งเป็นรุ่น Top สุดของ AUKEY มาออกทริปด้วย โดยความจุของพาวเวอร์แบงค์รุ่นนี้สูงถึง 26800 mAh สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ได้สูงสุดถึง 7-9 รอบ (ขึ้นกับรุ่นของโทรศัพท์มือถือ) เลยทีเดียวค่ะ หมดกังวลเรื่องมือถือแบตหมดระหว่างเดินทาง จะชาร์จไว้เปิดดูแผนที่ Google Maps หรือฟังเพลง, ดูหนังบนรถก็สบายๆ พกติดตัวไว้อุ่นใจตลอดทริปเลยค่ะ


อิ่มแล้วไปถ่ายรูปกันเลยจ้า! บอกเลยว่าร้านนี้มีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ ทั้งในสวนบนเนินเขาด้านหลัง หรือรูปปั้นน่ารักๆ บริเวณหน้าร้าน ใครเป็นสายคาเฟ่ต้องไม่พลาดมาเช็คอิน...รับรองว่าได้รูปสวยๆ ไว้อัพโปรไฟล์ใหม่เพียบ


บริเวณด้านบนของร้านยังมีบันไดขึ้นไปยังดาดฟ้าที่เราสามารถขึ้นไปถ่ายรูปชมวิวภูเขาแบบพาโนรามากันได้ ขนาดเรามาถึงช่วงสายๆ แดดแรง วิวยังแจ่มขนาดนี้...ถ้ามาตอนเช้าๆ หรือตอนเย็นคงโรแมนติกน่าดู ซึ่งจากบริเวณร้านเรายังสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วยนะคะ เสียดายที่วันนี้มีเวลาจำกัด...คราวหน้าต้องไม่พลาดมาถ่ายรูปชมวิวพระอาทิตย์ตกที่นี่ให้ได้เลยล่ะ


ถ่ายรูปเช็คอินกันจุใจ เราออกเดินทางกันต่อเพื่อไปยังที่พักของเราในคืนนี้อย่าง “ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ ปาร์ค” ที่พักสวยในเขาค้อ ที่นอกจากจะมาพร้อมกับห้องพักวิวสวยท่ามกลางสวนดอกไม้ ตกแต่งในสไตล์บ้านเมืองหนาวแล้ว ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำอีกเพียบ!!


ระหว่างที่รอเช็คอินเก็บของในห้องพัก เราก็ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือไปพลางๆ ซึ่งพาวเวอร์แบงค์ AUKEY รุ่น PB-XD26 ไม่ใช่ชาร์จได้เฉพาะสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ไฮไลท์คือยังรองรับการชาร์จกับ Notebook, Apple Macbook, Surface, Nintendo Switch และอุปกรณ์ต่างๆ สูงสุดถึง 63W จุดเด่นอีกอย่างของพาวเวอร์แบงค์รุ่นนี้ คือยังมีเทคโนโลยีใหม่ Power Delivery (PD) ซึ่งสามารถชาร์จ iPhone 11-8 จาก 0-50% ภายในเวลาแค่ 30 นาที และยังสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นได้ด้วย ส่วนใครเป็นสาวกค่าย Huawei ก็มีช่องรองรับระบบชาร์จเร็วเช่นเดียวกัน โดยสามารถชาร์จเร็วกว่าพาวเวอร์แบงค์ทั่วไปถึง 4 เท่า ไม่ต้องรอนาน


จากนั้นเราเปลี่ยนชุดออกไปตะลุยกันต่อเลยค่ะ แต่ไม่ต้องออกไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ เพราะภายในรีสอร์ทเค้ามี “ภูแก้ว แอดเวนเจอร์ ปาร์ค” พร้อมเครื่องเล่นสนุกๆ สำหรับคนที่ชอบทำกิจกรรมผจญภัยไว้ให้บริการโดยเฉพาะ ซึ่งค่าเล่นก็ไม่แพงเลย เริ่มต้นตั้งแต่ 50-300 บาทเท่านั้นเอง


เริ่มจาก High Flying ที่เราจะได้โหนสลิงข้ามแม่น้ำ เครื่องเล่นนี้ระดับความหวาดเสียวแค่เบาๆ ถือว่าซ้อมอุ่นเครื่องไปก่อน


ต่อด้วย Giant Swing ที่เราจะได้แกว่งชิงช้ายักษ์บนสายสลิงความสูง 20 ฟุต เครื่องเล่นนี้สามารถเล่นพร้อมกันได้ 2 คน ถือว่าไม่สูงมาก ระดับความหวาดเสียวกลางๆ กำลังพอดี


พักเหนื่อยสักแป๊บ...ขอชาร์จแบตให้โทรศัพท์มือถือไว้ถ่ายรูปกันหน่อย ข้อดีของพาวเวอร์แบงค์ AUKEY รุ่นนี้ คือแบตอึดมากๆ สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนได้ 7-9 รอบ ที่สำคัญ น้ำหนักเบา พกง่าย น้ำหนักเพียง 499 กรัมเท่านั้น อีกทั้งยังสามารถพกขึ้นเครื่องบินได้ เหมาะจะพกติดตัวไว้เดินทางหรือทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดระหว่างออกไปเที่ยวข้างนอก นอกจากนี้เค้ายังรับประกันนานถึง 24 เดือน นับจากวันซื้ออีกด้วย 


ปิดท้ายด้วยเครื่องเล่นสุดพีคอย่าง Tower Jump ที่เราจะได้ท้าทายความกล้าโดยการกระโดดลงมาจากหอสูงถึง 50 ฟุต!! หรือเทียบเท่าความสูงประมาณตึก 3-4 ชั้นเลยทีเดียว


กรี๊ดกันจอคอแห้ง...ไปพักเหนื่อยหาอะไรเย็นๆ จิบที่ร้านกาแฟของรีสอร์ทดีกว่า บอกเลยว่าไม่ใช่แค่คาเฟ่ธรรมดา เพราะร้านนี้เค้าตั้งอยู่บนจุดชมวิวที่สวยและสูงที่สุดของรีสอร์ทชื่อว่า “ภูแก้ว พีค” นั่นเอง ซึ่งการจะขึ้นไปยังจุดชมวิวและร้านกาแฟด้านบนนั้นเราต้องนั่งรถรางแล้วต่อรถสองแถวของทางรีสอร์ทขึ้นไป โดยเสียค่าขึ้นคนละ 20 บาท (สามารถนำไปเป็นส่วนลดในการซื้อเครื่องดื่มที่คาเฟ่ได้ 30 บาท) ระหว่างนั่งรถไปเรายังจะได้ชมวิวสองข้างทางรอบๆ บริเวณรีสอร์ทอีกด้วยค่ะ


ใช้เวลาประมาณแค่ 10 นาที เราก็ขึ้นไปถึง “ภูแก้ว พีค คาเฟ่” ร้านกาแฟวิวสวยหลักล้านที่สามารถมองเห็นวิวเขาค้อ 360 องศาแบบพาโนรามา พร้อมยังมีเปลตาข่ายให้เรานอนชิลชมวิวพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น


สำหรับเมนูเด่นของที่นี่ มีทั้งเมนูอาหารทานเล่นและเครื่องดื่ม เช่น หมั่นโถวทอด เสิร์ฟพร้อมซอส 3 ชนิด และ Desert Pizza พิซซ่าหน้าขนมหวานที่มีท้อปปิ้งให้เลือกถึง 4 หน้า ทั้งมาร์ชเมลโล,โกโก้ครันช์,โอริโอ้ และคิทแคทผสมไมโล เติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มที่มีให้เลือกทั้งกาแฟสดและอิตาเลียนโซดาอย่างบลูฮาวาย, บัตเตอร์เบียร์ ฯลฯ


อิ่มแล้วไปเดินเล่นถ่ายรูปที่จุดชมวิวภูแก้ว พีค ที่อยู่ติดกันกับร้านกาแฟ มีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ ทั้งชิงช้า, รังนก และสะพานไม้แขวนท่ามกลางสวนสวย แต่ยังมีไฮไลท์อีกจุดหนึ่งที่เราขออุบเอาไว้ก่อน...ไว้ค่อยมาเฉลยวันพรุ่งนี้


ตอนเย็นเราดินเนอร์กันที่ “ภูแก้วคอทเทจ” ร้านอาหารของรีสอร์ท อิ่มอร่อยกับเมนูแบบจัดเต็ม ทั้งเมนูขาหมูหมั่นโถว, เส้นกรอบจานร้อน, หมูเยิ้ม หมูผัดคลุกซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ราดด้วยไข่แดงเยิ้มๆ น่ากิน แล้วฟินต่อไปกับเมนู “ชาบูหมู 3 สหาย” ที่มีให้เลือกทั้งหมูนุ่ม, ไก่นุ่ม และตับหมู ที่สำคัญยังเป็นเมนูชาบูผสมคอลลาเจนที่ขึ้นชื่อและมีแห่งเดียวบนเขาค้อเท่านั้น


หลังจากเที่ยวสนุกกันมาทั้งวัน ตอนเย็นเรากลับมาพักผ่อนและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ ซึ่ง AUKEY รุ่น PB-XD26 มีระบบ Power Delivery สำหรับการชาร์จไฟเข้าอุปกรณ์ และการชาร์จไฟเข้าพาวเวอร์แบงค์สูงสุด 46W ยิ่งหากใช้คู่กับ Adapter PA-D4 ของทาง AUKEY จะช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จพาวเวอร์แบงค์สูงสุดถึง 3 เท่าเลยทีเดียว


โดยหัวปลั๊กชาร์จเร็วแบบ Power Delivery (PD) รุ่น PA-D4  นี้ มีเทคโนโลยี DYNAMIC DETECT เลือกจ่ายไฟสูงสุดถึง 60W ให้กับทุกอุปกรณ์ที่รองรับ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, iPad Pro, Google Pixel, Nintendo Switch หรือแม้แต่แล็บท็อป อย่าง MacBook, Surface ที่ต้องการความรวดเร็วในการชาร์จโดยเฉพาะ และมีน้ำหนักเบามาก เพียงแค่ 122 กรัม  ใช้คู่กับสาย C to C  พกง่าย กะทัดรัด ไม่เปลืองที่ในกระเป๋า ที่สำคัญ ยังมีระบบป้องกันหลายชั้นทำให้ช่วยป้องกันอุปกรณ์ต่อชาร์จของคุณไม่ให้เกิด ไฟรั่ว ไฟช็อต ความร้อนเกิน และการชาร์จไฟเกิน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน แถมยังจ่ายไฟเร็วกว่าปลั๊กที่แถมมา เหมาะกับการชาร์จด่วนในช่วงสั้นๆ สำหรับใครที่มีเวลาไม่มากนัก และไม่ต้องการชาร์จทิ้งไว้นานๆ แค่แป๊บเดียวก็มีแบตเตอรี่เต็มที่ พร้อมออกไปลุยเที่ยวกันต่อได้แล้วค่ะ 


วันรุ่งขึ้นเราตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า โดยนัดรถของทางรีสอร์ทให้มารับที่หน้าห้องพัก เพราะวันนี้เราวางแผนจะขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้ากันที่จุดชมวิวภูแก้ว พีค อีกครั้งกันค่ะ ซึ่งบรรยากาศตอนเช้าแตกต่างกับตอนเย็นเมื่อวานนี้มากๆ สงบเงียบ นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน มีแค่พวกเราเท่านั้น อยากถ่ายรูปมุมไหนก็จัดไปสบายๆ ไม่ต้องกลัวใครจะมาบังวิวเลยค่ะ


วิวบนนี้เป็นอะไรที่ดีงามมากๆ โดยเฉพาะที่จุดชมวิวภูแก้ว พีค ที่อยู่ติดกัน มีไฮไลท์คือ “มือพระเจ้า” ทางเดินไม้ที่ทอดยาวออกไปเหนือหน้าผาเป็นรูปมือขนาดยักษ์ ซึ่งสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นจากจุดนี้ได้พอดี เรียกว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของรีสอร์ทเลยค่ะ ใครอยากได้ฟีลแบบนี้ต้องมาพักที่นี่เพราะตอนเช้าตรู่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ เหมือนตอนกลางวัน แถมแสงตอนเช้ายังถ่ายรูปออกมาสวยโรแมนติกสุดๆ


รอถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นกันท่ามกลางลมหนาวจนมือชา ไปจิบกาแฟอุ่นๆ กันที่โซนคาเฟ่ที่เปิดตั้งแต่เช้าตรู่ทุกวันตั้งแต่ 06.00-19.00 น. พร้อมเมนูเด็ดอย่าง “ลาวาสไปซี่” พิซซ่าโรยหน้าด้วยเครื่องต้มยำและไข่แดงลาวากันดีกว่า เป็นมื้อเช้าที่อร่อยและฟินกับวิวสวยๆ มากๆ  และถ้าหากใครมาพักช่วงปลายฝนต้นหนาว เรายังจะได้ลุ้นกับวิวทะเลหมอกที่มีให้ชมตอนเช้าจากตัวร้านได้อีกด้วย


เติมพลังให้คนกันแล้ว ไม่ลืมเติมแบตเตอรี่ให้โทรศัพท์มือถือของเรากันด้วย จะได้มีแบตพอไว้ถ่ายรูปและวิดีโอสวยๆ กลับไปเป็นที่ระลึก ซึ่งโชคดีที่เราพก AUKEY พาวเวอร์แบงค์ชาร์จเร็วใส่กระเป๋าติดตัวขึ้นมาด้วย นอกจากข้อดีคือชาร์จเร็วแล้ว ยังดีไซน์เรียบเก๋ วัสดุคุณภาพดี พกพาง่ายและสะดวกมากๆ ค่ะ เรียกว่าเป็นไอเท็มที่ต้องมีพกติดกระเป๋าเวลาไปเที่ยวเลย


ตอนสายเราเช็คเอาท์จากที่พักออกเดินทางไปเที่ยวกันต่อที่ “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” ชมความงามของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ปฏิมากรรมรูปของพระพุทธเจ้าขนาดใหญ่ที่เรียงซ้อนลดหลั่นกัน 5 ชั้น พร้อมสักการะ “เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วสิริราชย์ธรรมนฤมิต” เจดีย์สีทองรูปทรงดอกบัวเจ็ดชั้น ประดับประดาด้วยกระเบี้องสี เครื่องเบญจรงค์ ลูกปัดแก้ว ฯลฯ อย่างวิจิตรงดงามท่ามกลางสายหมอก


จากนั้นเราก็ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ เป็นอันจบทริปเที่ยวเขาค้อแบบสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ได้ทั้งไหว้พระ ชมวิว จิบกาแฟ แลภูเขากันอย่างเต็มอิ่ม สนุกและประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบทริปเลยจริงๆ ค่ะ