ใครๆ ก็รู้ว่าช่วงนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ไหนจะไวรัสโคโรน่าที่เราต้องคอยเฝ้าระวังกันอีก ถ้าอากาศไม่เป็นใจแบบนี้ เราขอหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวงไปพักผ่อนที่ ‘เชียงคาน’ อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดเลยที่มีเสน่ห์ในตัวเองกันสัก 3 วัน 2 คืน ซึ่งที่นี่เต็มไปด้วยความดีงามทั้งบรรยากาศสบายๆ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติทิวเขาและแม่น้ำโขง แบบว่าตื่นขึ้นมาได้มองไอหมอกเหนือน้ำ สัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ เรียกว่าเป็นทริปพักผ่อนชาร์จพลังธรรมชาติและความสุขรับต้นปี 2563 นี้ก่อนใครละกันทริปตัวอย่างเชียงคาน

เริ่มต้นทริปด้วยการเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับการบรรจุของชิ้นสำคัญในวันพักผ่อน และช่วยเติมเต็มลุคให้พร้อมเดินทางมากยิ่งขึ้นด้วยไอเท็มใหม่สุดเลิฟ กระเป๋าเดินทาง รุ่น Celestra ของ ECHOLAC (เอ็คโคแลค) แบรนด์กระเป๋าชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ในธุรกิจกระเป๋าเดินทางมากว่า 50 ปี บอกเลยว่าเราเห็นแว๊บแรกแล้วก็อยากจับจองทันที เพราะดีไซน์กระเป๋าหลากสีสันเหมาะแก่การแมตช์กับชุดให้เป็นวันที่สดใส มั่นใจ ซึ่งแน่นอนว่าทริปนี้เราไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศชิลๆ เราจึงเลือกกระเป๋าขนาด 20 นิ้ว สีแดง เพราะเป็นไซส์กะทัดรัด สามารถถือขึ้นเครื่องได้ หรือจะโหลดสัมภาระใต้เครื่องก็ได้ แถมยังดูสวยคลาสสิคตลอดกาล

กระเป๋าเดินทางรุ่น Celestra

ไม่ใช่แค่สีสันสวยงามเท่านั้นนะจ๊ะ จะบอกว่าเจ้ากระเป๋าใบนี้เขาผลิตจากวัสดุ PC 100% คุณภาพของ Bayer ประเทศเยอรมนีเลยนะ แข็งแรงรับแรงกระแทกได้ดี ระบบล็อคกระเป๋า TSA จากอเมริกา ซิป 2 ชั้น ป้องกันโจรกรรม เจาะ กรีด คันชักก็เป็นอลูเนียมแท้ ล้อคู่แบรนด์ Hinomoto จากญี่ปุ่น เคลื่อนย้ายสะดวกแบบลื่นปรื๊ดๆ แถมช่องซิปก็ยังขยายได้ทำให้ใส่สัมภาระได้มากขึ้น ที่สำคัญยังมีบริการหลังการขาย 50 ประเทศทั่วโลกด้วยล่ะ เรียกได้ว่าลากไปทริปไหนก็ไม่ต้องกังวลเลยจ้า

กระเป๋าเดินทางรุ่น Celestra

ยังจ้า ข้อดียังไม่หมด เพราะทางแบรนด์เขายังดีไซน์ฟังก์ชั่นเจ๋งๆ มาเพื่อสายโซเชียลอย่างแท้จริง โดยเจ้ากระเป๋าเดินทางรุ่น Celestra นี้ มีช่องเสียบสาย USB เพื่อต่อเข้ากับ Powerbank ด้วยจ้า เริ่ดใช่ม๊าาา ต่อไปเวลาเดินทางแบตหมดก็ไม่ต้องกลัว!

กระเป๋าเดินทางรุ่น Celestra

อุ๊ย มัวแต่อวดกระเป๋าเดินทางใบใหม่ จนลืมพาเพื่อนๆ เช็คอินที่พักเลย >< ทริปนี้เราเดินทางจากกรุงเทพช่วงสายๆ บินตรงมาลงที่สนามบินเลย จากสนามบินในตัวเมืองเรากับแฟนเลือกนั่งรถตู้ต่อมาที่เชียงคานค่ะ ซึ่งจะมีรถตู้บริการรับส่งจากที่สนามบินเลย มีค่าบริการคนละ 250 บาท (ต่อเที่ยว) ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่พักที่เราจองไว้แล้วค่ะ

2 คืนนี้ เรานอนกันที่ เฮือนยายบับภา ค่ะ เพราะที่นี่เป็นบ้านไม้เก่าอายุนับ 100 ปี ตามแบบฉบับดั้งเดิมของชาวเชียงคานเลย ส่วนโลเคชั่นของที่พักนั้นเป็นอะไรที่ดีงามมาก ด้านหน้าอยู่ติดกับถนนคนเดินเชียงคาน ส่วนด้านหลังที่พักจะอยู่ชิดติดริมโขงทำให้บรรยากาศภายในค่อนข้างดี เงียบสงบสุดๆ เดินเข้ามาด้านในจะพบกับเคาน์เตอร์ต้อนรับ และมุมนั่งเล่นที่เปิดโล่งมองเห็นสายน้ำและมีสายลมคอยพัดมาเอื่อยๆ ให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี 

เฮือนยายบับภา

เฮือนยายบับภา

ห้องพักที่นี่จะมีทั้งหมด 7 ห้องค่ะ มีให้เลือกทั้งห้องพัก 2 ท่าน, 3 ท่าน และ 4 ท่าน อีกทั้งยังสามารถเลือกวิวถนนคนเดินและวิวแม่น้ำโขงได้อีกด้วย ซึ่งทุกห้องได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามคลาสสิคตามแบบฉบับของบ้านไม้เก่าในย่านเชียงคานที่สอดแทรกด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม 

ห้องที่เรากับแฟนจองมาคือ ห้องริมโขง 2 อยู่ชั้นสองค่ะ รองรับได้ 2 ท่าน ตกแต่งอย่างหรูหราแต่ดูสบายตา มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าที่สื่อถึงความเก่าคลาสสิคได้เป็นอย่างดี ภายในจัดวางเตียงขนาดคิงไซส์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน มีระเบียงให้ออกไปรับลมชมวิวโขงได้อย่างเต็มสายตา

เฮือนยายบับภา

เฮือนยายบับภา

ภายในห้องมีห้องน้ำในตัวด้วยนะคะ ดูสะอาดสะอ้าน แถมยังแบ่งแยกส่วนแห้งและเปียกให้เรียบร้อยแล้ว 

เฮือนยายบับภา

เฮือนยายบับภา

ที่ตั้ง : 350 ม.1 ถ.ชายโขง ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย

โทรศัพท์ : 083 177 8114, 081 459 4479 หรือ 042 821 705

ราคา : เริ่มต้น 1,500-2,800 บาท (รวมอาหารเช้า)

GPS : https://goo.gl/maps/gvJwW553FwoBYoMc8 


ชมบรรยากาศในห้องกันไปแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลารื้อกระเป๋ากันแล้วค่ะ จะบอกว่าเจ้ากระเป๋าเดินทางรุ่น Celestra ของ  ECHOLAC (เอ็คโคแลค) ที่เราพกมาใช้ในทริปนี้มีข้อดีเยอะมากเลยนะตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายทีเดียว เริ่มจากการออกแบบให้มีช่องใส่โน้ตบุ๊ค และ iPad ด้านหน้า แบบว่าจะหยิบออกมาใช้งานและเก็บตอนไหนก็สะดวก

กระเป๋าเดินทางรุ่น Celestra ของ Echolac (เอ็คโคแลค)

แถมยังดีไซน์ช่องใส่ของแบบเปิดฝาหน้าทำให้หยิบจัดเสื้อผ้าได้ง่าย ช่องใส่ของก็กว้างมากๆ เหมาะกับผู้หญิงพร็อพเยอะแบบเราเป็นที่สุด แถมผ้าซับในยังสามารถถอดซักได้ด้วยนะ ที่สำคัญเขารับประกัน 2 ปีเธอ ใช้ไปยาวๆ ไม่ต้องกลัวพังเลย

กระเป๋าเดินทางรุ่น Celestra ของ Echolac (เอ็คโคแลค)

เก็บกระเป๋าเรียบร้อย นอนพักไปหนึ่งงีบ ก็ได้เวลาตื่นไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันแล้ว มื้อเย็นนี้พวกเราฝากท้องกันที่ เฮือนฝ้ายคำ ร้านอาหารริมโขงบรรยากาศดีตั้งอยู่ซอย 14 ตกแต่งได้สวยงามร่วมสมัยใช้ไม้เป็นวัสดุหลักตามแบบฉบับของอาคารบ้านเรือนของเชียงคาน ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 ชั้น มีที่นั่งให้เลือกหลายมุม สามารถนั่งทานข้าวพร้อมกับชมวิวแม่น้ำโขงไปพร้อมๆ กันได้

ร้านอาหารเฮือนฝ้ายคำ

ร้านอาหารเฮือนฝ้ายคำ

ร้านอาหารเฮือนฝ้ายคำ

เมนูอาหารส่วนใหญ่ล้วนเป็นเมนูอาหารไทยและอีสานต้นตำรับสูตรเด็ด จานแรกเราสั่ง ตำหลวงพระบาง เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่ใส่กะปิแทนการใส่ปลาร้า รสชาติจัดจ้านและให้ความหอมยั่วจนน้ำลายสอทันทีที่มาเสิร์ฟเลยล่ะ

ร้านอาหารเฮือนฝ้ายคำ

จานต่อมาคือ ปลาช่อนโบราณ เมนูขึ้นชื่อของร้านที่นำปลาช่อนตัวโตมาทอดจนกรอบนอกนุ่มใน เติมความแซ่บแบบไทยๆ ด้วยน้ำราดสูตรเด็ด รสชาติค่อนข้างจัด ทานกับข้าวสวยร้อนๆ จะพอดี บอกเลยอร่อยมากกก

ร้านอาหารเฮือนฝ้ายคำ

เมนูสุดท้ายคือ ต้มยำปลาคังน้ำใส รสชาติเข้มข้นที่เอาใจคนชอบความจัดจ้าน กลิ่นสมุนไพรหอมกรุ่นกับรสชาติที่เผ็ดร้อนสไตล์ไทยๆ เครื่องแน่นๆ ทั้งเนื้อปลาสดหวานชิ้นโต เห็ดฟางและหัวหอมแดงที่ช่วยเสริมรสชาติของน้ำซุปให้กลมกล่อมได้เป็นอย่างดี

ร้านอาหารเฮือนฝ้ายคำ

ร้านอาหารเฮือนฝ้ายคำ

ที่ตั้ง : 176/1 ม.2 ซ.14 ถ.ชายโขง ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 10.00-22.00 น.

โทร : 04 2810 359

GPS : https://goo.gl/maps/d3ZEKCGoUxbn27348 

Facebook : www.facebook.com/heuanfaaikam 


อิ่มท้องแล้วเราก็ขอเดินเล่นต่อที่ ถนนคนเดินเชียงคาน จุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน เสน่ห์ของที่นี่ก็คือบ้านเรือนไม้เก่าที่คนท้องถิ่นยังคงอนุรักษ์กันไว้ บ้างก็แปรเปลี่ยนมาเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของฝากหรือของที่ระลึก ซึ่งช่วงเย็นๆ จะมีร้านรวงต่างๆ มาตั้งโต๊ะขายของริมฝั่งถนนทั้งสองข้างยาวจนสุดลูกหูลูกตาเลยค่ะ

ถนนคนเดินเชียงคาน

ถนนคนเดินเชียงคาน

ถนนคนเดินเชียงคาน

ถนนคนเดินเชียงคาน

ถนนคนเดินเชียงคาน

ที่ตั้ง : ถ.ชายโขง ต.เชียงคาน อ.ชียงคาน จ.เลย

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 17.00-22.00 น.

GPS : https://goo.gl/maps/UR4fYG1FUm4xseKM7 


เช้าวันใหม่เรารีบตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาตักบาตรข้าวเหนียวบริเวณหน้าที่พักโดยทางที่พักจะมีชุดตักบาตรบริการ ชุดละ 100 บาท ซึ่งจะมีพระมาบิณฑบาตรตั้งแต่เช้ามืดเลยค่ะ แนะนำว่าถ้ามาเชียงคานห้ามพลาดกิจกรรมนี้เด็ดขาดเพราะจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเชียงคานที่มีความเรียบง่าย ไม่ยึดติดกับวัตถุอย่างแท้จริง แถมยามเช้าอากาศยังเย็นสบายด้วยนะ

เฮือนยายบับภา

หลังจากใส่บาตรเสร็จแล้วเรากับแฟนก็นอนต่อสักงีบ สายๆ ก็ตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว ทานข้าวเช้าแล้วมุ่งหน้าไปเที่ยว แก่งคุดคู้ สถานที่เที่ยวยอดฮิตในยามหน้าแล้งของเชียงคานเลยค่ะ โดยหน้าแล้งน้ำโขงจะลดลงทำให้เหมือนมีหาดทรายขนาดใหญ่ ซึ่งเราสามารถเดินลงไปถ่ายรูป สัมผัสโขดหิน ดูชาวบ้านจับปลา หรือจะล่องเรือชมความสวยงามของแม่น้ำโขงก็ได้เพราะมีคนพื้นถิ่นคอยให้บริการเรืออยู่ ขอบอกว่าบรรยากาศดีงามมาก

แก่งคุดคู้

แก่งคุดคู้

แก่งคุดคู้

แก่งคุดคู้

แก่งคุดคู้

ที่ตั้ง : ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย

GPS : https://goo.gl/maps/zKgiNQpawYABNNDn9 


จากแก่งคุดคู้ เรากับแฟนก็มุ่งหน้าไปเที่ยวกันต่อที่ พิพิธภัณฑ์บ้านไทดำ หมู่บ้านเล็กๆ ของพี่น้องเชื้อสายไทดำในภาคอีสานแห่งเดียวตั้งอยู่ ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย ที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมเอาไว้ให้คงอยู่สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวบรวมประวัติความเป็นมาของชาวไทดำ รวมถึงยังคงเก็บรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไว้ให้เยี่ยมชม จุดเด่นของที่นี่ก็คือตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจีมีฉากหลังเป็นภูเขาสวยงาม แถมยังมีชุดไทดำให้นักท่องเที่ยวได้ใส่ไว้ถ่ายรูป และมีโชว์การละเล่นโบราณด้วยนะ 

พิพิธภัณฑ์บ้านไทดำ

พิพิธภัณฑ์บ้านไทดำ

พิพิธภัณฑ์บ้านไทดำ

พิพิธภัณฑ์บ้านไทดำ

นอกจากนี้ยังสามารถฝากท้องได้ที่นี่ด้วย โดยจะมีชุดอาหารพื้นถิ่น (ชุดละ 600 บาท) ที่ทางแม่บ้านของพิพิธภัณฑ์บ้านไทดำเป็นคนจัดเตรียมให้ ถ้ามาเที่ยวแนะนำให้ลองทานกันนะคะ บอกเลยว่าอร่อยจนยกนิ้วเชียวล่ะ

พิพิธภัณฑ์บ้านไทดำ

พิพิธภัณฑ์บ้านไทดำ

ที่ตั้ง : 170 ม.4 ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย 

โทรศัพท์ : 083 332 2828

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 07.30-18.00 น.

GPS : https://goo.gl/maps/T9HQF37Yuu1mDNA37 


เที่ยวรอบๆ เชียงคานกันจนหนำใจแล้ว เรากับแฟนก็กลับมายังตัวเมืองเชียงคานค่ะ โดยเย็นนี้เราสองคนตั้งใจจะปั่นจักรยานเล่นริมโขง ซึมซับบรรยากาศสักหน่อย เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องกลับกรุงเทพฯ แล้ว

ถนนคนเดินเชียงคาน

ถนนคนเดินเชียงคาน

ถนนคนเดินเชียงคาน

ถนนคนเดินเชียงคาน

ปั่นจักรยานเรียบริมโขงชิลๆ พลบค่ำพวกเราก็หาอะไรง่ายๆ ทาน เข้านอนเตรียมพร้อมเช้าวันใหม่ วันสุดท้ายนี้เราตั้งใจจะขึ้นไปเที่ยวที่ ภูทอก กันค่ะ โดยที่นี่เป็นจุดชมทะเลหมอกที่งดงามอันดับต้นๆ ของจังหวัด ซึ่งคนนิยมมาชมหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก เดินทางสะดวกอยู่ห่างจากตัวอำเภอแค่เพียง 7 กิโลเมตร มีรถสองแถวบริการ (คนละ 20 บาท) เริ่มบริการตั้งแต่ตีห้าเลยนะ โดยด้านบนจะเป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา มองเห็นวิวแม่น้ำโขงและวิวเมืองเชียงคานได้ชัดแจ๋ว ที่สำคัญคืออากาศดี ถ้าวันไหนมีสายหมอกปกคลุมพื้นที่ก็ยิ่งสวยงามมากๆ 

ภูทอก

ภูทอก

ภูทอก

ภูทอก

ภูทอก

ที่ตั้ง : ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย 

GPS : https://goo.gl/maps/GFvEnwS7sKScwoA86 


หลังจากลงมาจากภูทอกพวกเราก็ทานอาหารเช้า เก็บของ เตรียมเช็คเอ้าท์ รอรถตู้มารับไปยังสนามบินเลยแล้วค่ะ ถึงใจจะยังอยากอยู่ต่อ แต่ก็คงต้องกลับไปตั้งใจทำงานต่อแล้วล่ะ T_T จะบอกว่าการมาเที่ยวเชียงคาน 3 วัน 2 คืน ครั้งนี้ เป็นอะไรที่เรากับแฟนแฮปปี้มาก นอกจากมนต์เสน่ห์ที่ว่าด้วยเรื่องของธรรมชาติรอบด้าน ซึ่งนับเป็นความพิเศษอันสวยงามของที่นี่แล้ว เชียงคานยังมีจุดท่องเที่ยวให้นักเดินทางร่วมสนุกไปกับกิจกรรมหลายประเภท ฉะนั้นสบายใจได้เลยว่าทั้งสายธรรมชาติ สายผจญภัย สายชิล สายคาเฟ่ จะได้ชาร์จความสุขกลับไปอย่างเต็มเปี่ยมแน่นอน 

สุดท้ายอย่าลืมว่าการมีกระเป๋าเดินทางคู่ใจที่ใช้งานสะดวกด้วยแล้วจะทำให้ทริปของคุณนั้นมีความสุขมากขึ้น เช่นเดียวกับทริปนี้ที่เราเลือก กระเป๋าเดินทางรุ่น Celestra ขนาด 20 นิ้ว ของ ECHOLAC (เอ็คโคแลค) ก็ทำให้ทริปของเราคอมพลีทมากขึ้นจริงๆ ค่ะ เพราะทางแบรนด์เขาออกแบบมาเป็นอย่างดี น้ำหนักเบา แข็งแรงด้วยวัสดุ PC100% มีช่องใส่โน้ตบุ๊ค และ iPad ที่ด้านหน้าเลย แถมยังมีช่องเสียบสาย USB เพื่อต่อเข้ากับ Powerbank อีกต่างหาก ที่สำคัญซิปขยายได้ใส่สัมภาระได้มากขึ้น สินค้ารับประกัน 2 ปีอีกด้วยนะ ใครสนใจก็เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.facebook.com/EcholacThailand/ 

กระเป๋าเดินทางรุ่น Celestra ขนาด 20 นิ้ว ของ Echolac (เอ็คโคแลค)