เริ่มต้นปีใหม่กันมาเกือบเดือนแล้ว ใครที่ยังอยากเดินสายเก็บแต้มบุญเพื่อเป็นสิริมงคลในปีนี้ต้องห้ามพลาดเลย เพราะว่าเขาคิชฌกูฏเปิดให้พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปได้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ปี 2563 ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม – 24 มีนาคม 2563 ชิลไปไหนก็ไม่พลาดที่จะเอาประสบการณ์ครั้งนี้มาฝากเพื่อนๆ กับทริปสักการะรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ กับขสมก. เขต 8 เป็นยังไงบ้างไปดูกันเลยยยยเขาคิชฌกูฏ



เขาคิชฌกูฏตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี วิธีการเดินทางมีให้เลือกหลากหลายแล้วแต่ความสะดวกของเพื่อนๆ เลยค่ะ อาจจะรถส่วนตัวหรือจะใช้บริการของขสมก.แบบพวกเราก็ได้ เพราะทางขสมก.เค้ามีจัดทริปเพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาททุกปีอยู่แล้ว วิธีการจองก็ง่ายแสนง่ายค่ะ สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้โดยโทรไปที่เบอร์ของขสมก.ได้เลย (เบอร์ 086-0077425 , 089-1273565 , 02-5404947) หรือจะผ่านไอดีไลน์ Line : @9wat8 ก็ได้ค่า 

เขาคิชฌกูฏ

เราสองคนเลือกที่จะไปขึ้นรถที่ป้ายรถเมล์อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท ราคาค่าโดยสารจะอยู่ที่ 499 บาท/คน และมีค่ารถขึ้นเขาอีก 220 บาท รวมทั้งหมดจะเป็น 719 บาทค่ะ พอไปถึงก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยเช็คชื่ออยู่ ใครที่กลัวว่าจะยุ่งยากหรือวุ่นวายบอกเลยว่าใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ หารถ หาที่นั่งง่ายมากๆ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

ถึงเวลา 22:00 น. รถก็ออกเพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดจันทบุรี ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ก็จะคอยอธิบายตารางเวลาของสถานที่ต่างๆ ให้พวกเราเข้าใจและมาตรงตามเวลา นอกจากนี้ทางขสมก.เค้าก็แจกเข็มกลัดและมีประกันเดินทางให้ลูกทัวร์ทุกคนด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของทุกคน พอฟังคำแนะนำจบก็เตรียมตัวนั่งหลับกันยาวๆ ไปเลยทุกคน !

เขาคิชฌกูฏ

นอนหลับสักแปปก็เวลา 02:30 ถึงจุดลงรถกันแล้วล่ะค่ะ พอลงจากรถบัสก็ต้องไปขึ้นรถ 4x4 เพื่อที่จะขึ้นไปข้างบนเขาเขาคิชฌกูฏกันต่อ จุดที่น่าตื่นเต้นที่สุดมาแล้วค่ะ พี่ๆ เจ้าหน้าที่จะบอกให้เราเก็บของมีค่าให้ดีเพราะทางขึ้นเขาโหดมาก ของอาจจะหล่นหายได้ ใครหาที่เกาะได้รีบจับจองสร้างแลนด์มาร์คเลยนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

ก่อนเข้าก็จะต้องเสียค่าเข้าอุทยานกันคนละ 20 บาท พอจ่ายเงินเสร็จสรรพก็ถึงเวลาเจอกับเส้นทางสุดสมบุกสมบันกันแล้วค่ะ หัวโยกกันถ้วนหน้าเล้ยยย เกร็งคอกันเลยทีเดียว 

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

ใช้เวลาพอสมควรกับการนั่งรถ 4x4 ก็มาถึงจุดแรกกับลานสีวลี ก็จัดการไปซื้อดอกไม้ธูปเทียนเพื่อที่จะไหว้ตามจุดต่างๆ คนจะยังไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่เพราะเป็นวันแรกและเวลายังค่อนข้างเช้ามืดอยู่

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ


เวลาที่เริ่มเดินขึ้นจะเป็นตอน 03:13 น. และด้วยความที่เช้ามืดอยู่ทั้งทางก็จะเต็มไปด้วยหมอก แว็บแรกที่เห็นคือสับสนว่าหมอกหรือฝุ่น pm2.5 แต่พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าหมอกเราก็เลยโล่งอกกันถ้วนหน้า อากาศระหว่างทางก็จะเย็นๆ ใครจะมาก็อย่าลืมเตรียมใส่หมวกใส่เสื้อกันหนาวมาด้วยนะ 

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

ระหว่างทางก็จะมีจุดให้นั่งพักตลอดทาง แน่นอนว่าพวกเรานั่งทุกจุดเลยค่ะ 55555 ทั้งเหนื่อยทั้งสนุก แต่พอนึกถึงรอยพระพุทธบาทก็มีแรงฮึดอีกครั้ง กายไม่ไหวแต่ว่าใจทนทานแน่นอน เดินต่อค่ะ! และตามทางก็จะมีระฆัง 155 อัน เพื่อให้เราใช้เหรียญเคาะกันไปเรื่อยๆ 

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

 เดินมาซักพักก็ถึงจุดสักการะรอยเสือใหญ่ บริเวณนั้นจะมีจุดให้เราได้ทำบุญกันตามกำลังศรัทธา จะทำมากทำน้อยหรือมาด้วยใจก็ย่อมได้หมดเลยค่ะ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

ในที่สุดก็มาถึงจุดสักการะรอยพระพุทธบาทที่เรารอคอย บรรยากาศตามทางเหมือนสวรรค์เลยค่ะเพื่อนๆ ด้วยหมอก ด้วยแสงไฟ และด้วยอากาศที่เย็นๆ จิตใจของเราก็เหมือนจะเริ่มสงบเลยทีเดียวเชียวแหละ สักครั้งบอกเลยว่าต้องมา 

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

พอถึงก็จะมีเจ้าหน้าที่แบ่งเป็นรอบๆ เพื่อที่จะได้ทยอยเข้าไปสักการะรอยพระพุทธบาท จากนั้นก็ขอพรตามที่เราอยากขอเลยค่ะ แต่คำแนะนำก็คือให้ขอพรแค่ข้อเดียวเท่านั้น และอีกหนึ่งจุดที่ถือเป็นจุดไฮไลท์ของที่นี่ก็คือจุดผูกผ้าแดง แต่ด้วยความที่เราไปตอนเช้ามืดบวกกับมีหมอกและน้ำค้างจำนวนมาก ทำให้ทางค่อนข้างลื่น เจ้าหน้าที่จึงไม่แนะนำให้ไปต่อเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง แต่ถ้าหากใครอยากไปก็ขอแนะนำให้มาเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นดีกว่าค่า

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

ลงมาถึงข้างล่างเป็นเวลา 05:30 น. แล้วก็นั่งรถไปต่อที่วัดกะทิงตอน 06:00 น. เจ้าหน้าที่มีเวลาให้ประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้เราไปกราบสรีระสังขารและรูปปั้นจำลองของหลวงพ่อเขียน อดีตเจ้าอาวาสวัดกะทิง ภายในวัดมีของกินขายเยอะแยะเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวหิวกันเลย หรือใครที่อยากจะทานอาหารในโรงทานก็ได้นะ ที่นี่มีเหมือนกันค่า

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

ไปต่อกันที่วัดเขาสุกิมเลยค่ะ วัดสุดท้ายของทริปนี้แล้ว บรรยากาศภายในวัดสงบและร่มรื่นมากๆ และที่พิเศษกว่าก็คือที่นี่เค้ามีรถรางไว้ให้นั่งขึ้นชั้นบนด้วยนะ ที่สำคัญ ฟรี! แต่อาจจะต้องต่อคิวนิดนึง หรือใครที่อยากจะทดสอบกำลังกายก็สามารถเดินขึ้นบันไดเองได้เหมือนกัน ขั้นบันไดประมาณ 200 ขั้นเท่านั้น กายพร้อมใจพร้อมเราเดินได้! แต่เราสองคนเลือกจะนั่งรถรางค่ะ ไม่ไหวจริงๆ ฮือ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

พอเข้ามาข้างในก็จะเต็มไปด้วยพระพุทธรูปและวัตถุโบราณต่างๆ อีกทั้งจะมีมุมที่เป็นที่ตั้งของสรีระหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย พระผู้บุกเบิกและก่อตั้งวัดเขาสุกิมแห่งนี้ไว้ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้มากราบไหว้สักการะกันด้วยค่ะ

เขาคิชฌกูฏ

ด้านนอกก็จะมีโรงทานให้เราได้อิ่มท้องกันด้วยนะ เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นวัดแล้วยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมด้วย เรียกได้ว่าอิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจกันไปเลย


วัดเขาสุกิม

ที่ตั้ง : 50 หมู่ 12 ตำบล เขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี 

GPS : https://goo.gl/maps/GeJK1mU3hnu1e3p66 

ก่อนจะกลับกรุงเทพ ทางขสมก.ก็ได้จอดแวะร้านขายของฝากให้พวกเราลูกทัวร์ทุกคนได้ลงไปซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน ของฝากแต่ละร้านก็จะมีความคล้ายๆ กัน แต่รสชาติบอกเลยว่าอร่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นปลาเส้น ทุเรียนทอดอบเกลือ ปลาหมึกกรอบ ปลาหมึกตากแห้ง ปลาอินทรีกรอบทรงเครื่อง และอีกเยอะแยะเลย เลือกซื้อกันจนตาลายเต็มไม้เต็มมือก็รีบขึ้นรถเตรียมตัวกลับบ้านกันดีกว่า เย้! 

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ

หลับเป็นสิบตื่นก็ถึงที่ป้ายรถเมล์อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไทแล้วค่ะ แต่ถ้าสะดวกลงตรงไหนก็สามารถบอกคนขับรถได้เช่นกันค่ะ แล้วแต่ความสะดวกของเราเลย ดูนาฬิกาก็เป็นเวลา 15:30 น. ก่อนลงจากรถก็มีการพูดคุยระหว่างพี่เจ้าหน้าที่ที่คุมรถกับลูกทัวร์ ทริปครั้งนี้เป็นกันเองและอบอุ่นมากๆ เราสองคนนอกจากจะเหนื่อยแต่ก็รู้สึกสนุกเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาด้วยกัน ติดใจจนอยากจะชวนครอบครัวมาอีกเลยแหละ

เขาคิชฌกูฏ


สำหรับใครที่สนใจอยากจะเดินทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาทกับขสมก.แบบพวกเราก็สามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์ 086-0077425 หรือ ไอดีไลน์ @9wat8 เพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้ากันได้เลยค่า


ที่ตั้ง : ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี 

GPS : https://goo.gl/maps/tuRdqiTbrpzB5axr6