พอวันหยุดทีไร ก็ต้องรีบเข้าเฟซบุ๊ก เปิดเว็บเพจท่องเที่ยว เพื่อวางแพลนหาที่เที่ยวขับรถไปกินลมชมวิวกับแฟมิลี่ทุกทีไป แต่ช่วงนี้มีหลายเพจแนะนำแต่ที่เที่ยวไกลๆ มนุษย์เงินเดือนบวกมนุษย์แม่อย่างเรา ทำงานข้างนอกพร้อมกับงานภายในบ้านก็เหนื่อยแล้ว เลยอยากหาที่เที่ยวใกล้ๆ ขับรถไม่ไกลแต่ได้ฟีลต่างจังหวัด บรรยากาศดีจะมีที่ไหน งานนี้เลยโยนโจทย์ให้คุณสาช่วยจัดทริปเที่ยวใกล้ๆ แบบมนุษย์แม่ไม่เหนื่อย แถมยัยลูกสาวยังได้สนุกอีกด้วย คุณแฟนเลยฟันธงว่า งั้นไปบางปู สมุทรปราการกันมะ? ที่เที่ยวใกล้ๆ ขับรถไม่ไกล แถมมีที่เที่ยว ที่กินให้เลือกเยอะเลยล่ะ แม่และลูกสาวเลยตอบโอเคเซย์เยสกันทันที ต่อจากนี้เรื่องรถและเส้นทางการเดินทางต่างๆ ยกให้เป็นตามสไตล์ที่คุณผู้ชายชอบ ส่วนสองสาวอย่างเรามีหน้าที่หาพร็อพแต่งตัวไปถ่ายรูปสวยๆ จัดเต็ม กันก็พอ

ทริปนี้เราได้เพื่อนคู่ใจคันใหม่ ALL-NEW ISUZU V-CROSS 4x4 รถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นใหม่ล่าสุดของอีซูซุ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ศึกษาข้อมูลรถยนต์มาหลายคัน แต่คันนี้เราคิดว่าเป็นรถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเรามากๆ ทั้งการใช้ชีวิตในเมืองและการออกเดินทางไปเที่ยวในวันหยุด บอกเลยว่าได้ลองขับแล้วจะติดใจ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ทันสมัย บึกบึนในแบบปิกอัพ ส่วนภายในผสานความหรูหรา นั่งสบายแบบ SUV บวกกับสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ 3.0Ddi Blue Power แรงม้าสูงสุดถึง 190 แรงม้า มาพร้อมระบบ Terrain Command สวิตช์เปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อ เป็น 4 ล้อ  ทำงานฉับไว และแม่นยำ อีกทั้งยังมีระบบ Electronic Diff-Lock ระบบล็อกเฟืองท้ายด้วยไฟฟ้า ช่วยให้ผ่านอุปสรรคที่ๆ ยากไปได้อย่างง่ายดาย และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน พร้อมพาเราไปลุยในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นทริปเบาๆ สบายๆ หรือทริปหนักๆ แบบขับรถทางไกลหนทางจะโหดแค่ไหนก็ไม่มีหวั่น เรียกได้ว่า “พลานุภาพ พลิกโลก” ตรงตามคอนเซ็ปต์ของรถคันนี้เลยค่ะ

พวงมาลัยแบบ Multi-function ปรับระดับ 4 ทิศทาง

เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ครอบครัวเราให้ความสำคัญที่สุด ซึ่งรถยนต์ ALL-NEW ISUZU V-CROSS 4x4 คันนี้มีระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น  ดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่พร้อม ABS EBD BA, ระบบควบคุมการทรงตัว ESC TCS, กระจกมองข้างพร้อมระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา, ระบบเซนเซอร์ถอยจอด 8 ตำแหน่งรอบคัน ระบบ Rear Cross Traffic Alert แจ้งเตือนขณะถอยหลังในมุมอับสายตา, ไฟหน้าแบบ Bi-LED ที่เพิ่มความสว่างส่องได้ไกลยิ่งขึ้น และ ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ก็ทำให้เรามั่นใจทุกครั้งที่ต้องพาเจ้าตัวน้อยออกเดินทาง

เราเริ่มต้นทริปตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้มีรายงานว่าอากาศในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วย PM2.5 แต่สำหรับทริปนี้เรามีเกราะป้องกัน PM2.5 เพราะ ALL-NEW ISUZU V-CROSS 4x4 คันนี้นอกจากจะมีระบบปรับอากาศอัตโนมัติใหม่แบบ Dual Zone ควบคุมอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังแล้ว ยังสามารถกรองอากาศภายในห้องโดยสาร ที่สามารถดักฝุ่นขนาด PM2.5 ได้อีกด้วยค่ะ ไม่ว่าจะออกไปเที่ยวไหนก็หมดห่วงเรื่องอากาศไม่ดีไปได้เลยค่ะ


แม้อากาศร้อนเพียงใด ก็ไม่ต้องกลัวว่าขึ้นรถไปปุ๊บจะร้อนเหมือนเตาเผา เพราะ ALL-NEW ISUZU V-CROSS 4x4 คันนี้เขามีระบบ Remote Start Engine สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยรีโมทจากระยะไกลถึง 20 เมตร ให้เครื่องยนต์ทำงาน พร้อมระบบปรับอากาศ โดยที่ประตูยังล็อกอยู่ ทำให้พอขึ้นรถก็เย็นสบายไม่ต้องกลัวร้อนกันเลย

จุดหมายแรกของเราในวันนี้ คือ Robot Dessert Cafe Thailand คาเฟ่ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ยัยลูกสาวรีเควสท์ว่าอยากไปที่นี่มากๆ พอยัยลูกสาวขึ้นรถปุ๊บก็จัดแจงนำมือถือเชื่อมต่อ Apple Car Play เปิดเพลงแบล็คพิงค์ทันทีเลย ซึ่งขอบอกจุดเด่นของรถรุ่นนี้ที่บ้านเราชอบมากๆ เพราะเขามีระบบความบันเทิง Isuzu Ultimate Entertainment หน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 9 นิ้ว ที่มีโหมด วิทยุ, USB, iPod, Bluetooth Audio และระบบเนวิเกเตอร์นำทาง

ไฮไลท์ คือ การเชื่อมต่อมือถือของเราผ่านระบบ Apple Car Play และ Android Auto กับรถยนต์ได้เลย โดยพอเรากดเชื่อมต่อปุ๊บ แอปพลิเคชันต่างๆ ในหน้าจอมือถือของเราก็จะไปปรากฏอยู่บนหน้าจอของรถ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหารายชื่อ โทรออก เปิดเพลง เปิดการใช้งาน Siri เปิดแผนที่ก็ทำผ่านหน้าจอระบบสัมผัสได้เลย เริ่ดมากกกก ซึ่งระหว่างขับรถไปก็สามารถฟังเพลงแบล็คพิงค์พร้อมกับเปิด Google Map ค้นหาแผนที่ร้านอาหารได้เลยในจอเดียว และด้วยระบบลำโพง 8 ตำแหน่งรอบทิศทาง ทำให้เหมือนนั่งฟังแบล็คพิงค์อยู่ในคอนเสิร์ตจริงๆ กันเลยค่ะ


Robot Dessert Cafe Thailand

ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเราก็ถึง Robot Dessert Cafe Thailand แล้วค่ะ ที่ตั้งของคาเฟ่ในซอยเทศบาลบางปู 47 ติดกับคลองใหม่ ขับข้ามสะพานข้ามคลองไปเลี้ยวขวาก็เจอร้านเลยค่ะ จุดสังเกตุร้านคือด้านนอกเราจะเห็นตัวตึก 4 ชั้นสีฟ้าขาว ดีไซน์แบบโมเดิร์นสุดล้ำเหมือนกำลังเข้าสู่สถานีอวกาศ ด้านหน้ามีหุ่นเหล็กบับเบิ้ลบีจากหนังเรื่องทรานส์ฟอร์เมอร์สรอต้อนรับอยู่ เงยหน้าขึ้นไปด้านบนจะเห็นทางเดินกระจกยื่นออกมาจากตัวร้าน พร้อมหุ่นไอร่อนแมนสีเงินตั้งโดดเด่น บริเวณลานจอดรถยังมีหุ่นไอร่อนแมนไซส์มินิฉบับเบบี๋ตั้งอยู่อีก 1 ตัว ยัยลูกสาวเห็นแบบนั้นดีใจรีบไปแชะภาพใหญ่ เพราะนอกจากจะเป็นแฟนคลับแบล็คพิงค์แล้วยังเป็นแฟนคลับจักรวาลมาร์เวลแบบเหนียวแน่นอีกด้วย

ตัวตึกขนาด 4 ชั้นจะแบ่งเป็นส่วนคลินิกหมอฟันซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่าง เดินเข้ามาไม่ต้องตกใจนะคะ เพราะตัวร้านต้องขึ้นลิฟต์ไปด้านบนชั้น 3 ซึ่งเป็นที่ตั้งของคาเฟ่ โดยก่อนเข้าเราจะต้องซื้อบัตรคนละ 50 บาท บัตรนี้สามารถนำไปแลกหรือนำไปเป็นส่วนลดมูลค่า 50 บาท สำหรับค่าอาหารและเครื่องดื่มในคาเฟ่ได้

เปิดลิฟต์มายัยลูกสาวก็กรี๊ดด้วยความดีใจ เพราะภายในมีหุ่นไอร่อนแมนตัวใหญ่ยักษ์ยืนรอต้อนรับ พร้อมหุ่นฟิกเกอร์อีกมากมาย งานนี้ไม่ใช่แค่ลูกสาวที่วิ่งเข้าไปยืนชิดติดขอบกระจกตู้โชว์ คุณสามีก็กระดี๊กระด๊าไม่ต่างกัน พร้อมอธิบายให้ลูกสาวฟังใหญ่เลยว่าหุ่นแต่ละตัวนั้นมาจากเรื่องอะไร ปล่อยมนุษย์แม่อย่างเราเอาไว้ให้ยืนงงในดงหุ่น

พอตั้งสติได้ปั๊บก็รีบหาที่นั่งที่ชอบแล้วสั่งอาหาร สั่งขนมให้คุณผู้ชาย และเจ้าตัวแสบก่อนเลยค่ะ โดยอาหารที่เราสั่งมาในวันนี้ ก็คือ สเต๊กหมู (ราคา 175 บาท) สำหรับคุณพ่อ เบอร์เกอร์เซต(ราคา 149 บาท) สำหรับคุณลูก ส่วนเราขอจัดเบาๆ ยำสลัดทูน่า (ราคา 139 บาท) มาทาน ขอบอกว่ารสชาติของอาหารร้านนี้อร่อยใช้ได้ทีเดียวค่ะ นอกจากเมนูของคาวแล้วทางร้านยังมีเมนูของหวาน อย่าง บิงซู โทสต์ แพนเค้กให้เลือกทานด้วย ตัวแสบของเราเลยจัดการเลือกสองเมนูที่อยากกินคือบิงซูรสชาไทย (ราคา 179 บาท) เนื้อเนียนนุ่ม จานใหญ่ หวานกำลังดี ทานกับไอศกรีมชาไทยและวิปครีมยิ่งอร่อยมากๆ ส่วนของหวานอีกเมนูเราสั่งแพนเค้กช็อคโก้+สตรอว์เบอร์รี จานนี้ก็อร่อยไม่เบาเลยค่ะ ตัวแพนเค้กรสโกโก้เข้มข้นมากๆ ทานกับไอศกรีมวานิลลา สตรอว์เบอร์รีสด พร้อมไปกับวิปครีมอร่อยสุดๆ งานนี้ตัวแสบของเราได้ของหวานไปก็ออกอาการดีใจใหญ่เลย

ทานกันแล้วก็ถึงเวลาไปถ่ายรูปสวยๆ คู่กับหุ่นต่างๆ กันบ้าง ซึ่งมุมยอดฮิตก็ต้องนี่เลยค่ะ มุมสะพานกระจกใส ที่งานนี้คุณพ่อมีขาสั่นเพราะกลัวความสูง แต่ด้วยสปิริตความเป็นพ่ออย่างแรงกล้าเลยต้องสลัดความกลัวแชะภาพสวยๆ ให้สองสาวอย่างเต็มที่

ด้านบนชั้น 4 ของร้านสามารถเดินบันไดวนขึ้นไปได้ค่ะ มีหุ่นฟิกเกอร์อีกนับร้อยจัดแสดงให้ชมแบบเต็มอิ่ม ใครชอบดูหนัง ชอบดูการ์ตูนมาร้านนี้รับรองว่าอยู่ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ซึ่งเราแอบถามพนักงานในร้านว่าเจ้าของหุ่นฟิกเกอร์เหล่านี้คือใคร ได้ความว่าเป็นคุณหมอเจ้าของคลินิกทำฟันด้านล่างที่มีความชอบส่วนตัวในการดูหนัง และหลงใหลเหล่าตัวการ์ตูน ซุปเปอร์ฮีโร่เหล่านี้ บางตัวราคา 7 หลักกันทีเดียว โดยเฉพาะไอร่อนแมนตัวใหญ่ยักษ์นั้น ราคาหลักล้านกันเลย นอกจากนี้บริเวณชั้น 2 ยังมีเหล่าหุ่นฟิกเกอร์ให้ได้ชมอีก พร้อมกันนั้นยังมีโซนสวนสนุกเล็กๆ ของเด็ก โดยสามารถนำบัตรค่าเข้าที่ซื้อจากด้านล่างมาใช้ได้ หรือทานอาหารครบ 300 บาทก็สามารถนำใบเสร็จมาแลกเป็นบัตรเข้าได้อีกด้วย


ที่ตั้ง : 1271 ม.6 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เนื่องจากที่จอดรถของร้านไม่เพียงพอ สามารถจอดรถได้บริเวณป้อมตำรวจตรงทางเข้าแล้วเดินข้ามสะพานมายังร้าน หรือจอดรถบริเวณลานจอดของทางบีทีเอสสถานีเคหะฝั่งตรงข้ามแล้วเดินมายังร้าน
เปิดบริการ : วันศุกร์เวลา 10.30 - 20.00 น. และ วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10.30 – 19.00 น.
ราคา : 29-449 บาท
GPS : https://goo.gl/maps/M3rfSscoXrxoPNaZ8
https://www.facebook.com/Robotdessertcafe/ (ติดต่อร้านผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเท่านั้น)



วัดอโศการาม

จาก Robot Dessert Cafe Thailand คุณแม่รีเควสท์อยากไหว้พระ คุณป๊ะป๋า เลยพาเรามาสักการะพระธุตังคเจดีย์ ที่วัดอโศการามค่ะ ซึ่งจากคาเฟ่มาวัดขับมาประมาณ 8 นาทีเท่านั้น มาถึงวัดก็รู้สึกถึงความสงบของที่นี่ทันทีเลยค่ะ เพราะวัดแห่งนี้เป็นวัดแนวปฏิบัติกรรมฐาน ริเริ่มและสร้างโดยหลวงพ่อลี ธัมมธโร ศิษย์สายวิปัสสนากัมมัฏฐานอันดับต้นของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต โดยชื่อของวัดนี้ตั้งตามพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ของอินเดียผู้ที่นำศาสนาพุทธมาเผยแผ่ในทวีปเอเชีย

จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ “ธุตังคเจดีย์” เจดีย์หมู่สีขาว ทั้ง 13 องค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่ง "ธุดงควัตร 13 ข้อ" ตั้งตระหง่านอยู่ในวัด โดยภายในเจดีย์แต่ละองค์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในผอบทอง เงิน นาก ส่วนเจดีย์ประธานอยู่ตรงกลางขนาดใหญ่ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2509

เราสักการะพระเจดีย์ และขึ้นไปไหว้พระ ทำบุญภายในโบสถ์ ถือเป็นการทำบุญรับปีหนูทองกันด้วย ก่อนจะขึ้นรถเดินทางไปหาคาเฟ่ชิลๆ นั่งทานขนมพักเหนื่อยกันต่อ


ที่ตั้ง : วัดอโศการาม เลขที่ 136 หมู่ 2 ซอยเทศบาลบางปู 60 ถ.สุขุมวิท (กม.31) ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
เบอร์ติดต่อ : 02-389-2299
GPS : https://goo.gl/maps/p51uTJiQnXQgexyP9



Afternoon Bangpu

พอขึ้นรถปุ๊บยัยลูกสาวก็หลับปั๊บ เพราะมาเจอแอร์เย็นฉ่ำภายในรถ ALL-NEW ISUZU V-CROSS 4x4 ที่มีระบบแอร์สำหรับผู้โดยสารเบาะแถวสอง ทำให้ความเย็นกระจายตัวไปได้รอบคัน ปล่อยให้ลูกสาวหลับไป ส่วนเราสองคนก็ค้นหาร้านนั่งชิลแถวๆ นี้ ไปนั่งหลบร้อนและพักเหนื่อยกันก่อน โดยร้านที่เราเลือกไปเป็นร้านคาเฟ่ริมทะเลที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ชื่อว่าร้าน Afternoon Bangpu จาก Google Map บอกระยะทางจากวัดไปคาเฟ่เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น

ตัวร้าน Afternoon Bangpu จะตั้งอยู่ติดกับร้านสายลมบางปูซึ่งเป็นร้านซีฟู้ดชื่อดัง ภายในร้าน Afternoon Bangpu ตกแต่งด้วยเซรามิก เปิดโล่งรับลมทะเล จุดเด่นของร้านนี้คือมีกิจกรรมให้เราได้เลือกเซรามิกที่ชอบ เลือกต้นไม้ที่ถูกใจ นำมาบรรจงปลูกไว้ในเซรามิกและนำกลับบ้านได้ โดยจ่ายค่าต้นไม้เริ่มต้นต้นละ 60 บาท และค่าเซรามิกเริ่มต้นชิ้นละ 65 บาทเท่านั้นยัยลูกสาวจากที่งัวเงียหลับมาบนรถ พอเห็นร้านนี้เท่านั้นรีบวิ่งเข้ามาเลือกต้นไม้ และเซรามิก จนลืมไปเลยว่าเคยง่วง นอกจากจะเลือกให้ตัวเองแล้วยังจัดแจงเลือกให้คุณพ่อกับคุณแม่อีกด้วยค่ะ เราสามคนเมื่อได้ต้นไม้และเซรามิกที่ถูกใจกันแล้วก็ได้ใช้เวลานั่งปลูกต้นไม้ในบรรยากาศร้านริมทะเล พร้อมไปกับการสอนให้ลูกสาวตัวน้อยรู้จักรักและดูแลธรรมชาติโดยเริ่มต้นจากต้นไม้เล็กๆ ต้นนี้ ก็เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่มีความสุขมากๆ ค่ะ

พอปลูกต้นไม้เสร็จปุ๊บก็ถึงเวลาพักทานของอร่อยกันแล้ว ที่ร้านนี้มีเมนูขนมและเครื่องดื่มเอาใจทุกเพศทุกวัยเลยค่ะ อย่าง คุณสาเลือกลาเต้ร้อนที่ใช้เมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้า 100% จากดอยผาตั้ง คั่วกลาง รสจะติดเปรี้ยวนิดๆ หอมอร่อยมากๆ ส่วนลูกสาวสั่งอาฟเตอร์นูน สมูทตี้ ใช้บลูเบอร์รี่, สตรอว์เบอร์รี, กล้วยและกรีกโยเกิร์ตนำมาปั่นรวมกันเป็นเนื้อเดียว รส เปรี้ยวๆ หวานๆ ถูกใจเจ้าตัวน้อยมากๆ ค่ะ ส่วนเราขอสั่งเครื่องดื่มสีสันสดใส รสชาติหวานเย็น อย่าง ฟรุ๊ตพันช์มาดื่มดับร้อนเคล้าไปกับบรรยากาศชิลๆ ริมทะเล ส่วนเมนูขนมของร้านก็น่าทานไม่แพ้กัน โดยขนมของร้านจะเป็นสไตล์เฮาส์เมด เราเลือกเครปเบอร์รี่ เครปครีมสดเนื้อละมุนตัดด้วยสตรอว์เบอร์รีสดรสเปรี้ยวหวานห่อด้วยแป้งเครปบางเสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมวานิลลาอร่อยฟินมากๆ อีกเมนูของหวานที่เราเลิฟสุดๆ ก็คือ เค้กมะพร้าวอ่อนเนื้อเค้กด้านในนุ่มมากๆ ส่วนครีมสดนุ่มละมุนลิ้นมีเนื้อมะพร้าวอ่อนชิ้นโตแทรกมาในเนื้อวิปครีมที่ปาดหนามาบนเนื้อเค้กทานแล้วสดชื่นไม่หนักท้อง


สิ่งที่ชอบอีกอย่างหนึ่งของร้านนี้ คือ คอนเซ็ปต์รักษ์โลกโดยภายในร้านเขาจะใช้ภาชนะที่ทำจากเซรามิกสุดน่ารัก ไม่ใช้หลอด ส่วนถ้าสั่งกลับบ้านจะเป็นแก้วกระดาษเพื่อลดการใช้พลาสติก ในส่วนการบริการจะเป็นแบบ Self Service ให้ลูกค้ารับเครื่องดื่มจากเคาน์เตอร์ และนำภาชนะไปวางที่จุดเก็บภาชนะเป็นการฝึกวินัยให้กับเด็กไปในตัวได้อีกด้วยค่ะ

ภายในร้านยังมีบริการปั่นจักรยานฟรี เพียงนำบัตรประชาชนมายืมจักรยาน ก็สามารถนำไปปั่นบนถนนเลียบชายทะเลที่ทอดยาวไปประมาณ 5 กิโลเมตร แบบชิลๆ และปลอดภัยเพราะรถใหญ่ไม่สามารถขับบนถนนเส้นนี้ได้


ที่ตั้ง : ซอยบางปู 72 ถนนสุขุมวิท ท้ายบ้าน เมืองสมุทรปราการ
เปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 - 21.00 น.
ราคาอาหารและเครื่องดื่ม : เริ่มต้น 70-240 บาท
เบอร์ติดต่อ : 062-409-0893
GPS : https://goo.gl/maps/MtjT9jyDmG57bizp9



Sailom Gallery

ก่อนจะเดินทางไปที่อื่นต่อเราแวะไปซื้อเซรามิกสวยๆ ที่ร้าน Sailom Gallery กลับบ้านกันค่ะ ซึ่งที่นี่รวบรวมผลงานเซรามิกจากศิลปินทั่วประเทศ โดยแต่ละชิ้นมีความยูนีคเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร มีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักสิบไปจนถึงหลักพันกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีมุมคาเฟ่เล็กๆ ให้บริการเครื่องดื่ม และมีเมนูขนมอย่างเครปกล้วยหอมซิกเนเจอร์ของร้านที่ใช้กล้วยหอมทั้งลูกห่อมาในแป้งเครปแบบบาง แทรกด้วยวิปครีม ช็อกโกแลตผสมฮาเซลนัท หวานๆ มันๆ อร่อยฟินมากๆ ราคาลูกละ 99 บาท ใครอยากสั่งกลับบ้านในราคา 129 บาทจะได้ตัวชามเซรามิกกลับบ้านไปด้วยค่ะ ส่วนถ้ากลับมาคราวหน้าอยากได้เซรามิกใบใหม่ก็นำของเดิมมาเปลี่ยน แล้วจ่ายค่าเครปในราคาเพียง 99 บาท ก็สามารถเปลี่ยนเซรามิกใบใหม่กลับไปใช้ได้อีกด้วย

ก่อนขึ้นรถไปที่เที่ยวต่อเราซื้อเครื่องดื่มจากร้านเพื่อไปทานระหว่างนั่งรถ ซึ่งข้อดีของ ALL-NEW ISUZU V-CROSS 4x4 คือ มาพร้อมที่วางแก้วถึง 10 ตำแหน่ง วางแก้วน้ำของพ่อ แม่ ลูก ได้สบายๆ

พอขึ้นรถมาปุ๊บก็กด GPS ไปยังสถานที่ต่อไป Next Station สถานตากอากาศบางปู ถือเป็นไฮไลท์ของทริปนี้กันเลย


ที่ตั้ง : ซอยบางปู 72 ถนนสุขุมวิท ท้ายบ้าน เมืองสมุทรปราการ
เปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 - 20.00 น.
ราคาอาหารและเครื่องดื่ม : เริ่มต้น 95-129 บาท
ราคาเซรามิก : เริ่มต้นที่ 30 กว่าบาท
เบอร์ติดต่อ : 061-682-0892
GPS : https://goo.gl/maps/8DqTBVkiUursPYfL8



สถานตากอากาศบางปู

"สถานตากอากาศบางปู" เป็นที่เที่ยวที่เราทั้งคู่คุ้นเคยกันดี จำได้ว่าเรามาตั้งแต่เริ่มต้นจีบกันใหม่ๆ มาเดินชมพระอาทิตย์ตกกันบนสะพานสุขตา จนแต่งงาน ตั้งท้องเจ้าตัวแสบ และวันนี้เจ้าตัวแสบโต เข้าโรงเรียนแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นที่เที่ยวสำหรับครอบครัวเราอยู่เสมอ วันนี้ภายในสถานตากอากาศบางปูคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายที่มาชมฝูงนกนางนวลสีขาวที่หนีหนาวมาไกลจากไซบีเรีย โดยจะมาให้เราได้ชมในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนเมษายน แนะนำว่าใครมาที่นี่ให้พกหมวกมาด้วย และไม่ควรใส่เสื้อสีขาวค่ะ เพราะจะโดนคุณนกฝากรอยรักเอาไว้เต็มหัว เต็มตัวไปหมดเลย


และถ้าเดินไปสุดสะพานสุขตาเราจะพบกับร้านอาหารศาลาสุขใจ ให้บริการอาหารซีฟู้ดในบรรยากาศริมทะเล พร้อมกันนั้นวันเสาร์ยังมีกิจกรรมเต้นลีลาศอีกด้วยนะคะ ใครอยากมาสัมผัสบรรยากาศแบบเรโทร เหมือนหลุดไปในยุคคุณชายปวรุจก็ลองมากันได้เลยค่ะ ร้านจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 – 20.00 น. ในส่วนกิจกรรมลีลาศนั้นจะจัดวันเสาร์เวลาประมาณ 16.00 - 20.00 น.ค่ะ


ที่ตั้ง : สถานตากอากาศบางปู กรมพลาธิการทหารบก หลักกิโลเมตรที่ 37 - 38 ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
เปิดบริการ : ทุกวันเวลา 05.00 - 20.00 น.
เบอร์ติดต่อ : 02-323-9911, 02-323-1213
GPS : https://goo.gl/maps/22CUworqUF1EEAoY8


ร้านอาหาร และกาแฟ แม่ คูซีน (Mae Cuisine Cafe & Restaurant)

ปิดท้ายทริปนี้ที่ ร้านอาหาร และกาแฟ แม่ คูซีน (Mae Cuisine Cafe & Restaurant) ร้านอร่อยบรรยากาศดีที่มาบางปูทีไรก็ต้องแวะมาทานกันแทบทุกครั้ง ตัวร้านตกแต่งผสมผสานสไตล์ ล็อฟท์ อินดัสเตรียล โมเดิร์น และวินเทจ ได้อารมณ์เหมือนมากินข้าวบ้านเพื่อนที่ชอบตกแต่งบ้านและที่สำคัญคุณแม่ของเพื่อนนั้นทำอาหารอร่อยติดใจจนต้องแวะมาฝากท้องทุกครั้ง ซึ่งที่มาของร้านแม่ คูซีนแห่งนี้ก็มาจากรสอาหารฝีมือคุณแม่ของเจ้าของร้าน ส่วนโลโก้คุณยายใส่แว่น ผมหยิกท่าทางใจดีก็มาจากอิมเมจของคุณแม่เจ้าของร้าน เช่นเดียวกันกับป้ายชื่อร้านก็เป็นลายมือคุณแม่ เป็นร้านที่เต็มไปด้วยความน่ารักและอบอุ่นมากๆ

ร้านจะแบ่งเป็นสองโซน คือ โซนเอาท์ดอร์เปิดโล่งรับลมทะเล และโซนอินดอร์มีเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย ภายในแบ่งเป็นสองห้องโดยแต่ละห้องสามารถเปิดเชื่อมกันได้ ส่วนเราเลือกนั่งด้านนอก เพราะจะได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดถนัดตา

ระหว่างทานอาหารยัยลูกสาวก็ไปคว้าจักรยานของร้านอาหารออกไปปั่นริมทะเล โดยจักรยานที่นี่เป็นบริการฟรีของร้านค่ะ สามารถมายืมปั่นระหว่างรออาหารได้เลย

เมนูที่เราเลือกวันนี้มี 4 เมนู ได้แก่ กั้งผัดพริกขี้หนูสวน ทางร้านใช้กั้งจากจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นทะเลฝั่งอันดามันทำให้กั้งมีเนื้อหวาน ไม่เหนียว แล้วเลือกใช้พริกขี้หนูสวนที่มีน้ำมันในพริกมาก พอผัดกับกั้งแล้วทำให้มีความหอมกว่าพริกทั่วไป รสชาติไม่เผ็ดจนเกินไปอร่อยมากๆ ต่อด้วย ปูทะเลผัดซอสไข่เค็มโดยเขาใช้ปูทะเลจากบางปูที่มีรสชาติหวาน อร่อยกว่าปูที่อื่น  มาผัดกับซอสไข่เค็มสูตรของทางร้าน จานนี้คุณลูกชอบมากๆ เพราะไข่เค็มนัวได้ใจเนื้อปูก็แน่นมากๆ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ฟินสุดๆ ต่อด้วยแกงส้มกุ้งมะม่วงสด  เมนูแกงส้มโบราณที่ใช้มะม่วงน้ำดอกไม้ดิบมาต้มให้สุกให้รสเปรี้ยวมาใส่ในแกงส้ม แล้วใส่กุ้งกุลา ปรุงรสชาติแบบแกงส้มภาคกลาง รสชาติเฉพาะตัว ไม่ได้จัดจ้านแบบแกงใต้ แต่รสกลมกล่อมถึงเครื่อง ยิ่งใส่ผักชีไปด้วยยิ่งทำให้หอมอร่อยมากๆ ปิดท้ายด้วยเมนูปลาเก๋ามุกผัดพริกเกลือ บอกเลยว่าจานนี้เดอะเบสท์มากๆ ค่ะ เพราะเนื้อปลาเก๋ามุกนั้นนุ่มอร่อยมากๆ ตัวเนื้อมีไขมันแทรกเมื่อนำไปผัดกับพริกเกลือ ทำให้เนื้อปลาฉ่ำไม่แข็งกระด้าง เนื้อเยอะฟู อร่อยจนต้องยกนิ้วให้เลยค่ะ

นั่งทานอาหารไปพร้อมกับชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ลาลับไปในทะเล เป็นช่วงเวลาที่ประทับใจมากๆ ค่ะ

ที่ตั้ง : ร้านอาหาร และกาแฟ แม่ คูซีน(Mae Cuisine Cafe & Restaurant) ซอยเทศบาลบางปู 88 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
เปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 - 22.00 น.
ราคาอาหารเริ่มต้นที่ : 120 - 1,700 บาท
เบอร์ติดต่อ : 02-068-7955

แม้จะมีเวลาเพียงวันเดียวแต่ทริปนี้เรียกว่าครบทุกรส ทั้ง ได้รูปสวยๆ ทานอาหารอร่อย นั่งชิลชมวิวทะเล เป็นการ "พลิก" มุมมองใหม่ในการเที่ยวสมุทรปราการ ที่หลายคนอาจจะคิดว่าใกล้แค่นี้จะมีอะไร แต่เราขอบอกว่าจังหวัดนี้มีอะไรให้เราได้เที่ยวมากมายเลยล่ะค่ะ  ซึ่งถึงแม้สภาพเส้นทางบางครั้งไม่ได้เรียบ มีขรุขระ เจอเส้นทางชันบ้าง แต่เราก็สามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วย ALL-NEW ISUZU V-CROSS 4x4 คันนี้ แอบกระซิบบอกคุณแฟนว่ารถคันนี้เหมือนชีวิตคู่ของเราเลยเน้อ "ไว้ใจได้ในทุกๆ เส้นทาง พร้อมที่จะฝ่าฟันผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกัน" คุณแฟนยกนิ้วโป้งให้พร้อมหันมาบอกว่า "พลานุภาพ...พลิกโลก" สุดๆ