ไฮไลท์ทริปโตเกียวสายช้อป

  • เที่ยวตลาดนัด Tokyo Flea Market ที่สนามม้า Oi Keibajo
  • ตึกม่วงปิดช่วงปีใหม่ / ถุงโชคดีน่าลุ้น / ของ SALE เพียบ!
  • จองตั๋ว Ghibli Museum แบบ Online ล่วงหน้าได้ทุกวันที่ 10 ของเดือนเป็นต้นไป
  • ยกเลิกพื้นที่ North Waiting Area ที่สนามบินนาริตะ ต้องไปนอนเก้าอี้เอา




วันที่ไป : 1 - 5 มกราคม 2020

อากาศ : กลางคืน(ต่ำสุด) -1 ถึง เที่ยง (สูงสุด) 12 องศา (เฉลี่ย 5-7 องศาระหว่างวัน)

ทริป : อูเอโนะ / ฮาราจูกุ-ชิบูย่า / Ghibli Museum-ชิโมคิตาซาว่า / ชินจูกุ / ตลาดนัด Tokyo City Flea Market ที่สนามแข่งม้า Oi Keibajo / กลับ


ทริปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ เป็นทริปเที่ยวเฉพาะในโตเกียว ช้อปปิ้งย่านมือสอง ลุยตลาดนัด Tokyo Flea Market ที่สนามม้า Oi Keibajo และแวะเที่ยว Ghibli Museum ฉะนั้นจึงจำกัดเงินที่จะใช้ได้ยากมากๆ เพราะจะแปรผันตามเงินที่ช้อปปิ้งนะครับ เลยสรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ทริป 5 วัน 5 คืน ไม่รวมช้อปปิ้ง ดังนี้ครับ

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ(รวมโหลดกระเป๋า) 13,500 บาท
  • นั่งรถไฟ Keisei Skyliner อีก 1,400 บาท (ไปกลับ)
  • บัตร Suica ใช้ขึ้นรถไฟฟ้าอีก 1,500 บาท 
  • ที่พักแคปซูลโฮเทล คืนละประมาณ 800 บาท 5 วัน = 4,000 บาท
  • ค่ากินวันละ 1,000 บาท 5 วัน = 5,000 บาท
  • รวม 25,400 บาทครับ


Day 1 : พุธที่ 1 มกราคม 2020 เที่ยวอาเมะโยโกะ ยูนิโคล่ ดองกี้อูเอโนะ 

เดินทาง 2.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 2020 (คืนที่ 31 ธ.ค. 2019)

10.00 ถึงสนามบินนาริตะเทอร์มินอล 2 แล้วเดินทางเข้าเมืองด้วย Keisei Skyliner ลงสถานีอุเอโนะ

วิธีซื้อ Keisei Skyliner ก็ง่ายมาก ออกมาจาก Arrival Gate ชั้น 1 แล้วเลี้ยวขวา ลงบรรไดเลื่อนมาที่ชั้น B เดินตรงมาจะเห็นบูธ Keisei Skyliner ก็ซื้อกับเจ้าหน้าที่ได้เลยครับ มีลง 2 สถานีคือ นิโปริ กับ อูเอโนะ อาจจะซื้อบัตรรถใต้ดินพ่วงไปด้วยก็ได้ครับ (แต่ผมนั่งทั้งใต้ดินและ JR เลยใช้บัตร IC Card เช่น Suica เอาดีกว่า)


ราคา Keisei Skyliner + Tokyo Subway Ticke ก็ตามนี้เลยครับ

- ตั๋วไป-กลับ Keisei Skyliner + Tokyo Subway Ticket แบบ 24 ชั่วโมง ราคา 4780 เยน 

- ตั๋วไป-กลับ Keisei Skyliner + Tokyo Subway Ticket แบบ 48 ชั่วโมง ราคา 5180 เยน 

- ตั๋วไป-กลับ Keisei Skyliner + Tokyo Subway Ticket แบบ 72 ชั่วโมง ราคา 5480 เยน

ได้ตั๋วมาก็เดินหาป้าย Keisei Skyliner  สีส้มๆ ตามสีส้มไปก็จบครับ ถึงอูเอโนะแน่นอนไม่ต้องกลัวหลง


ออกมาจากสถานี Keisei Ueno ข้ามถนนไปก็เจอตลาดอาเมะโยโกะแล้วครับ ที่พักของผมอยู่ในตลาดอาเมะโยโกะพอดีครับ 

ฝากกระเป๋าแล้วเดินเที่ยวได้เลย 

ตลาดอูเอโนะวันปีใหม่มีร้านปิดอยู่หลายร้านนะครับ ร้านที่เปิดก็จะเอาถุงโชคดีออกมาขาย มันก็คือของสุ่มคล้ายกาชาปองนั่นแหละครับ โชคดีก็อาจจะได้ของเจ๋งๆ ราคาเกินที่จ่ายไปหลายบาท ซึ่งมีแทบทุกร้านครับ ทั้งอดิดาส ไนกี้ เสื้อผ้าวัยรุ่นอย่าง X-large เรียกได้ว่าทุกแบรนด์ดัง จะเอาถุงโชคดีมากองขายเพียบ ใครสายเสี่ยงดวงห้ามพลาดครับ ราคาตั้งแต่ 1,000 เยน - 50,000 เยน

 

เนื่องจากวันปีใหม่ 1 มกราคม ร้าน Takeya หรือ “ตึกม่วง” เขาปิด เลยไปเดินที่ตึก Uniqlo GU ที่อยู่ไม่ไกลกันแทนครับ ช่วงปีใหม่ของลดราคาเยอะมาก มีให้เลือกถึง 6 ชั้น! ช้อปจนพอแล้วเดินเรียบถนนไปยัง “ดองกี้อูเอโนะ”  ที่นี่เปิดตลอดทุกวัน 24 ชั่วโมง ของบางอย่างอาจจะแพงกว่าตึกม่วงแต่ก็เดินสนุกอยู่ดี ของเยอะมาก! ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ประจำวัน ขนมของฝาก ของเล่น ยาสามัญ เสื้อผ้าแบรนด์เนม กระเป๋าแบรนด์เนมมือหนึ่ง-มือสอง กระเป๋าเดินทาง หูฟัง แก็ดเจ็ด เซ็กส์ทอยก็มี

 

วันแรกของทริปก็จบลงไปแล้วครับ ส่วนเรื่องที่พัก หากมาช้อปปิ้ง ขอแนะนำว่าให้จองที่พักที่ส่วนตัวหน่อยดีกว่า แบบเปิดประตูห้องแล้วโยนของลงตู้ม จบ แบบนี้สะดวกดี อย่านอนแคปซูลแบบผมนะครับ ที่เก็บของจะไม่พอเอา555


ที่พักแนะนำ โรงแรมโตเกียว อุเอะโนะ นิวอิซุ

แถม 10 ที่พักย่านอูเอโนะ https://www.chillpainai.com/scoop/10929/



Day 2 : พฤหัสที่ 2 มกราคม 2020 เที่ยวฮาราจูกุ แคทสตรีท ชิบูย่า 

วันนี้เป็นวันที่คนเยอะมากๆ เลยเลี่ยงเส้นทาเคชิตะโดริ อ้อมด้านข้างไปเข้าร้านที่อยากเข้าแทนครับ ช่วงปีใหม่ ริมถนนเต็มไปด้วยร้านออกบูธขายอาหาร ใครหิวก็ซื้อได้เลย อาหารหลากหลายมากๆ หลังจากกินรองท้องแล้วก็ช้อปปิ้งกันเลยครับ ผมเน้นแวะร้านมือสองครับ มีหลายร้านมากๆ แต่ชอบร้านนี้  2ndStreet Harajuku ของเยอะดี


ระหว่างทาง เจอ Supreme เซล…. คนต่อคิวเข้าร้านเพียบ

ออกมาจากฮาราจูกุ ใครชอบแบรนด์ไฮเอนด์มือหนึ่งเดินถนนโอโมเตะซังโดต่อเลยครับ ใครสายมือสองก็ไปเดิน Cat Street กันครับ ถนนแมวนี้จะเต็มไปด้วยร้านค้าน่ารักมากมาย คาเฟ่ร้านอาหารเก๋ๆ และร้านเสื้อผ้าวัยรุ่นทั้งมือหนึ่งมือสองอีกเพียบ ทั้งแบรนด์ป๊อบๆ ครบทุกชื่อ แบรนด์สตรีทถึงไฮเอนด์(มือสอง)  สายช้อปลากยาวๆ ไปครับ เพราะสุดถนนนี้ก็ไปถึงชิบูย่าพอดี เรียกได้ว่าช้อปกันให้ขาลาก

ชิบูย่าเองก็ใช่ย่อย ร้านมือสองก็เยอะเหมือนกัน ลองเดินดูครับ คราวนี้มาแวะร้านมือสองที่ชิบูย่า BINGO Shibuya MODI Store (เครือ Bookoff) จากนั้นก็เดินวนไปวนมาเจอ 2ndStreet ชิบูย่า สาขานี้เจอยีนส์ Stone Island ตัวละ 10,000 เยนด้วย! เสียดายใส่ไม่ได้ฮือๆๆ 

จบจากชิบูย่าก็กลับที่พักครับ


Day 3 : ศุกร์ที่ 3 มกราคม 2020 เที่ยว Ghibli Museum ย่านมือสอง Shimokitasawa

แนะนำว่าให้จองตั๋ว Ghibli Museum ไว้ตั้งแต่อยู่ที่ไทยเลยครับ จะได้ตั๋วชัวร์ๆ โดยจองผ่านเว็บของ Lawson ครับ เว็บนี้เลย  https://l-tike.com/st1/ghibli-en/sitetop 

วิธีจองตั๋ว Ghibli Meseum 

1) เข้าเว็บจองตั๋วของ Lawson https://l-tike.com/st1/ghibli-en/sitetop (เปิดจองล่วงหน้า 1 เดือน ตอน 10 โมงของวันที่ 10 เป็นต้นไป)

2) เลือกวันและรอบที่เราจะไป เช่น 10.00 12.00 หรือ 14.00 (หาช่วงเวลาที่เป็นเครื่องหมาย O (โอ) นะครับ)

3) เลือกจำนวนตั๋วที่ต้องการซื้อ เช่น อายุ 19 ปีขึ้นไปกี่ใบก็ว่าไป

4) กรอกรายละเอียดให้ครบ ทั้งชื่อ พาสปอร์ต โรงแรมที่เราพักในญี่ปุ่น (เบอร์โทรก็ใส่ 66 ข้างหน้าแล้วเอา 0 ออกครับเช่นเบอร์ 081-234-5678 ก็ใส่ 66812348678)

5) ชำระเงินแล้วก็ปริ้นท์เอกสารเก็บไว้ครับ (มีลิงก์ให้โหลดในอีเมลด้วย)

ตั๋วที่ปริ้นท์มาก็เอาไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ในวันที่เลือกไว้ได้เลยครับ 

หน้าตาตั๋วจะประมาณนี้ (2 แผ่น A4 นะครับ)

ผมจองไว้รอบ 12.00 น. แต่ออกเดินทางเช้าไปหน่อย เลยแวะกินข้าวที่ที่คิจิโจจิ แล้วค่อยเดินจากคิจิโจจิผ่านสวนสาธารณะอิโนะคาชิระไปจิบลิ มิวเซียมเอา ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร อากาศดีๆ ในสวน เดินสบายครับ

วิธีเดินทางไป Ghibli Museum  

วิธีที่ 1.จากสถานี Kanda นั่ง JR Chuo Line ใช้สายส้มแดง Rapid Takao ลงสถานี Kichijoji

วิธีที่ 2.นั่งสาย Inokashira Line จากชิบูย่าไปลงสถานี Kichijoji ก็ได้เหมือนกันครับ

(ทั้ง 2 สาย จะนั่งโลคอลเทรนก็ได้แต่นานหน่อยเพราะเขาจะจอดทุกสถานีครับ)

จบจาก Ghibli Museum แล้ว ไปช้อปที่ Shimokitasawa กันต่อครับ ก็นั่ง Keio Inokashira Line จากสถานี Kichijoji ไปลง Shimokitasawa ได้เลย ย่านนี้ร้านค้าน่ารัก ของมือสองเพียบ และเป็นร้านเสื้อผ้าผู้หญิงเยอะหน่อย สาววินเทจต้องมาครับ เดินจบจบวันก็กลับที่พัก หมดไปอีกวัน 


Day 4 : เสาร์ที่ 4 มกราคม 2020 เที่ยว Shinjuku 

ย่านช้อปปิ้งที่มีแทบทุกอย่าง ร้านส่วนใหญ่รวมถึงห้างจะเปิด 10 โมงและ 11 โมง ใครที่มาถึง ก่อนเชิญที่ดองกี้ชินจูกุได้เลยครับ เดินเล่นฆ่าเวลาเพลินๆ ร้านมือสองเองก็เยอะใช้ได้ครับ ทั้ง Komehyo Daikikuya และมีร้านเล็กๆ อีกเพียบครับ เลือกเดินได้เลย เอาเป็นว่าไม่ต้องพูดอะไรมาก หมด 1 วันเต็มๆ กับที่นี่แน่นอนครับสำหรับสายช้อป


Day 5 : อาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2020 เที่ยว ตลาดนัด Tokyo Flea Market

แล้วก็มาถึงไฮไลท์ของทริปครับ ตลาดนัด Tokyo City Flea Market ที่ สนามม้า Oi Keibajo 


วิธีการเดินทางไป Tokyo City Flea Market

นั่ง JR มาลงสนานี Hamamatsucho แล้วต่อ Tokyo Monorial (โตเกียว โมโนเรล) เส้นที่มุ่งหน้าไปสนามบินฮาเนดะ 

เลือกนั่งขบวนที่จอดสถานี Oikeibajo-Mae Station นะครับ (บางขบวนมันเลยไปสนามบินเลยนะ เลือกขบวนที่สีเขียวกับส้มครับ สีแดงโผล่สนามบินครับ) 

พอลงจากสถานีแล้วเลี้ยวซ้าย กลิ่นจะบอกเลยครับว่าใกล้สนามม้าแล้ว 555 

หลังจากเลี้ยวซ้ายก็เดินมาอีก 200 เมตรก็ถึงตลาดนัดแล้วครับ มีป้ายใหญ่แขวนอยู่บนผนัง ไม่พลาดแน่นอน 

ตลาดนัด Tokyo City Flea Market เปิดเสาร์ หรือ อาทิตย์นี่แหละครับ(8.30 - 14.00 น.) ต้องเช็คกับเว็บครับว่าจะเปิดวันไหน ที่เว็บนี้เลยครับ https://trx.jp/ หรือจะกดติดตามเพจ Plancloudtravel ไว้ก็ได้ เขาจะคอยอัพเดทตารางตลาดนัดหลายๆ ที่ไว้ให้ สะดวกดีครับ

ส่วนสินค้าที่นำมาขายนั้น เยอะครับ ในเว็บบอก 600 ร้านค้า! หลากหลายสไตล์มากๆ เปิดท้ายกันแบบเทๆ ทั้งเครื่องใช้เก่า เสื้อผ้ามือสอง ยีนส์แบรนด์เนม กล้องฟิล์ม กระเป๋าแบรนด์เนม ของสะสม โมเดลหายาก ราคาก็เริ่มตั้งแต่ 100 เยน หรือ 30 บาทเท่านั้น! (ผมได้กระเป๋าคุมะมงมา 100 เยนเอง สะใจสุดๆ) เรียกได้ว่าเป็นอีกสถานที่ที่นักช้อป ต้องไป!

ที่นี่มีทั้งห้องน้ำ รถขายอาหาร สะดวกสบายมากครับ อำนวยความสะดวกสายช้อปปิ้งแบบสุดๆ

 

*ใครช้อปจนเงินหมด ไปกดเงินที่ตู้ ATM ใน LAWSON ได้นะครับ อยู่ใกล้ๆ กัน ของผมใช้แบงค์กรุงเทพ(ที่มีชิพก็กดได้นะ) เรทแลกขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร ผมโดนไปเรทที่ 100 เยน 30 บาท แถมโดนค่าเบิกอีก 100 บาท


หลังจากตลาดวายตอนบ่าย 2 ก็นั่งรถไปกลับที่พัก แวะซื้อของฝากที่ตึกม่วงอีกรอบ แพคของให้เรียบร้อย แล้วก็นั่ง Keisei Skyliner ไปสนามบินกันครับ


ที่อยากจะเล่าถึงอีกนิดคือ ...

การนอนในสนามบินนาริตะ เทอร์มินอล 2 นั้น….

เขายกเลิกพื้นที่ North Waiting Area แล้วนะครับ ตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2019 (ไม่แน่ใจว่าจะรีโนเวทแล้วเปิดใหม่หรือเลิกไปเลย) ใครเตรียมตัวจะไปนอนที่สนามบินต้องเสียใจด้วยครับ เขาเปิดให้นอนรอไฟล์ทได้แค่ที่ชั้น B1, ชั้น1 และชั้น 2 ของสนามบินเท่านั้นครับ ไม่ให้ไปนอนโซนร้านอาหารชั้น 4 แล้ว (ผมโดนยามตามลงมานอนข้างล่างด้วยละ) แต่ก็ไม่ได้ลำบากมากเพราะยังมีเก้าอี้ที่พอนอนได้ตามชั้นดังกล่าวอยู่บ้าง แม้แสงจะจ้าไปหน่อย และเสียงคนจะเดินไปมาทั้งคืนก็เถอะ

ใครที่พอมีกำลังทรัพย์แนะนำให้ไปนอนที่ 9hour Narita Airport จองได้ที่นี่ https://www.booking.com/hotel/jp/nine-hours-narita-airport.th.html เป็นแคปซูลโฮเทลที่ดูดีมากๆ ราคาราวๆ 2,000 บาท/คน อ้อ และที่นี่เขามีบริการให้อาบน้ำด้วยนะครับ ค่าเช่าอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 1,000 เยน (ราวๆ 300 บาท) ล็อกเกอร์ แชมพู ยาสระผมครบ

จบแล้วครับ กับทริปเที่ยวโตเกียว สายช้อปปิ้งคนไหนกำลังหาที่ช้อปอยู่ ลองไปดูได้ครับ สนุกสุดมันยังไงแวะมาบอกกันได้นะครับ


อ่านเรื่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มเติม :

  • ทริปตะลุยช้อปปิ้งโตเกียว 3 วัน 2 คืน ชี้เป้าแหล่งมือสองของถูกในญี่ปุ่น   https://www.chillpainai.com/scoop/11092
  • คิวชูอยู่ที่ใจ ทริป 5 วัน 4 คืนเที่ยวเกาะคิวชู ญี่ปุ่น อีกสักหลายครั้งก็ไม่เบื่อ  : https://www.chillpainai.com/scoop/10758
  • Shikoku 1st.time ลองมาสักครั้ง สัญญาว่าจะหลงรัก   https://www.chillpainai.com/scoop/10366
  • Kansai I love you ! นั่งรถไฟเที่ยว Osaka Nara Mie   https://www.chillpainai.com/scoop/10318
  • ทริปขับรถเที่ยวญี่ปุ่นชมใบไม้แดงด้วยตัวเอง ภูมิภาคโทโฮคุ 7 วัน 6 คืน   https://www.chillpainai.com/scoop/10255
  • Ahhh AKITA ลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์จัดว่าเด็ดในจังหวัดอาคิตะ   https://www.chillpainai.com/scoop/10247