ประเทศเพื่อนบ้านแบบบ้านใกล้เรือนเคียงกับไทยอย่าง "ประเทศลาว"

มีสถานที่ท่องเที่ยวรอให้เราไปเยือนเยอะเลยค่ะ แต่ครั้งนี้ชิลจะพาทุกคนไปเที่ยวเมือง "หลวงพระบาง"

จังหวัดทางตอนเหนือของประเทศลาว ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองมรดกโลก

เมืองท่องเที่ยวที่เรียบง่าย แต่มีอะไรเจ๋.ๆ ซ่อนอยู่เยอะเลยนะคะ 

หากอยากไปเที่ยวตามรอยกัน..ก็ไม่อยากให้พลาดที่เด็ดๆ เลยค่ะ 

เพราะฉะนั้น ก่อนไปเที่ยวหลวงพระบางเรามาดู 10 สิ่งที่ต้องทำเมื่อไปหลวงพระบาง กันค่ะ



นุ่งผ้าซิ่น ตักบาตรยามเช้า

เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ยาวนาน หนึ่งในวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของคนเมืองหลวงพระบาง คือการตักบาตรในยามเช้า ซึ่งทุกเช้าชาวลาวไม่ว่าจะผู้หญิง หรือผู้ชายจะเตรียมข้าวเหนียว กับข้าว ขนมมาใส่บาตร แต่ที่นี่ไม่นิยมใส่ดอกไม้กันค่ะ ผู้หญิงชาวลาวทุกคนจะสวมผ้าซิ่น ห่มผ้าเบี่ยง (ผ้าสไบ) นั่งรอพระเดินบิณฑบาตมาเป็นแถวยาว ยิ่งในช่วงวันพระ หรือในช่วงเทศกาลวันสำคัญทางพุทธศาสนาจะมีพระออกเดินบิณฑบาตเยอะ เรียงเป็นแถวยาว เรียกได้ว่าเป็นภาพที่สวยงามและเป็นเสน่ห์ของเมืองหลวงพระบางเลยค่ะ 

ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไปเมืองหลวงพระบาง ต้องมีสักวันในทริปที่ตื่นเช้ามานุ่งผ้าซิ่นตักบาตรนะคะ โดยของใส่บาตรหากไม่สะดวกเตรียมเอง ก็จะมีแม่ค้ามาขายพร้อมมีเก้าอี้ให้นั่งรอใส่บาตรกันด้วยค่ะ ชุดใส่บาตรชุดนึงก็จะมีขนม ข้าวเหนียว 1 กระติ๊บใหญ่ ราคาอยู่ที่ชุดละ 80 บาท หรือ 20,000 กีบ


ทานโจ๊ก เดินเล่นตลาดยามเช้า

หลังจากที่เราตักบาตรทำบุญกันแล้ว เดินจากที่ตักบาตรไปไม่ไกล เพื่อไปเดินเล่นตลาดเช้าก่อนจะไปทานโจ๊กเป็นมื้อเช้ากันค่ะ ตลาดเช้าของที่นี่เป็นตลาดแบบปูผ้ากับพื้นและร้านเพิงชั่วคราว ของที่นำมาขายเป็นของแบบพื้นถิ่น มีทั้งปลาน้ำโขง เป็ด ไก่ นก หนู งู ผักพื้นบ้าน เหมาะกับการไปชมวิถีชีวิตของคนหลวงพระบางกันค่ะ 

หลังจากเดินเล่นตลาดเช้าแล้ว เดินต่อไปไม่ไกลมีร้านขายอาหารเช้า โจ๊ก กาแฟ ชื่อว่าร้านประชานิยม ตัวร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีโต๊ะให้นั่งติดริมน้ำ ชมบรรยากาศยามเช้า พร้อมกับทานมื้อเช้าอย่างโจ๊ก ซึ่งเป็นโจ๊กเหมือนบ้านเราเลยค่ะ ไม่ต่างกันเลย แต่คนหลวงพระบางจะทานแปลกกว่าเราสักนิดตรงที่เค้าปรุงโจ๊กเหมือนเป็นก๋วยเตี๋ยวเลย ใส่มะนาว ใส่พริก ใส่น้ำตาล เพื่อนๆ หลายคนอาจจะทานแบบนี้เหมือนกันแต่สำหรับเรา เราว่ามันแปลกๆ สักหน่อย นอกจากโจ๊กแล้วร้านประชานิยม ยังมีเครื่องดื่มกาแฟร้อน น้ำชาร้อน ไข่ลวก ไข่ดาว ครบเครื่องอาหารเช้าเลยค่ะ 

ราคาโจ๊ก 10,000 กีบ ประมาณ 40 บาท

เดินเล่นซื้อของฝาก "ตลาดมืด"

เย็นย่ำได้เวลาออกไปเดินเล่น ที่หลวงพระบางมีตลาดตอนกลางคืน คนที่นั้นเรียกกันว่า "ตลาดมืด" ได้ยินครั้งแรกอาจจะรู่สึกแปลกๆ เพราะตลาดมืดบ้านเราเป็นคำที่ฟังแล้วรู้สึกไม่ดี แต่ที่ลาวตลาดมืด คือตลาดตอนกลางคืน บรรยากาศเหมือนถนนคนเดินบ้านเราเลยค่ะ มีของขายทั้ง ของฝาก เสื้อผ้า งานศิลปะ ที่สำคัญเลยเป็นจุดที่มีของกินเยอะเลย ตลาดมืดนั้นตั้งอยู่บนถนนหน้าพระราชวัง สินค้าของแต่ร้านหน้าตาจะคล้ายๆ ความยาวตลาดอยู่ที่ประมาณ 1 กิโลเมตร 


ของที่น่าซื้อมี ผ้าปักลายมือแบบศิลปะหลวงพระบาง กระเป๋า อาหาร เครื่องประดับ

เวลาเปิด - ปิด : 17.30 - 21.00น

ตั้งอยู่ ถนนศรีสว่างวงศ์

ลองชิม "เฝอ" และ "ข้าวซอย" แบบลาว

แน่นอนว่าหากไปเที่ยวที่ประเทศไหนต้องได้ลองชิมอาหารของประเทศนั้นๆ ไปเที่ยวลาว หลวงพระบางเราต้องได้ลองชม "เฝอ" ก๋วยเตี๋ยวสไตล์ลาวกันแน่นอน เผลอๆ อาจจะติดใจทานมันทุกมื้อเลยก็ได้ เฝอแบบลาวเหมือนก๋วยเตี๋ยวบ้านเราแต่เส้นจะแบนๆ เหมือนเส้นใหญ่แต่เล็กกว่านิดนึงค่ะ น้ำซุปจะจืดๆ นิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ร้านจะเสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องปรุงอย่าง มะนาวหั่นซีกเรียบร้อย พริกป่นลาว ท่ีขาดไม่ได้เลยคือ ผักสด ถั่วฝักยาว ผัดกาด ผักชี สาระแหน่ พริกสด  และกะปิ ซึ่งคนลาวจะทานเฝอร้อนๆ ไปพร้อมๆ กับการนำผักมาจิ้มกะปิทานไปด้วยค่ะ  อีกเมนูนึงที่แนะนำให้ลองทานกันดูคือ "ข้าวซอย" ก๋วยเตี๋ยวใส่เครื่องเหมือนน้ำเงี้ยวบ้านเราเลย สีแดงๆ ส้มๆ แต่รสชาติไม่เผ็ดมาก รวมๆ แล้วหน้ามันเหมือนก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใสบ้านเรา แต่ใส่เครื่องปรุงหมูผัดน้ำพริกมานี่แหละค่ะ และแน่นอนว่าข้าวซอยนั้นเสิร์ฟมาคู่กับผัดสด กะปิ เหมือนกันกับเฝอเลยค่ะ 


ร้านแนะนำ : หน้าทางเข้าตลาดมืด ฝั่งไปรษณีย์ 

ราคา : 10,000 กีบ ประมาณ 40 บาท

ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ "พระธาตุภูสี"

ต้องมีสักวันในทริปที่พยายามตื่นเช้าเพื่อไปชมพระอาทิตย์ หรือจะตั้งตารอพระอาทิตย์ตกยามเย็นกับบรรยากาศชิลๆ สักครั้ง และการไปเที่ยวหลวงพระบางเราก็ไม่อยากให้เพื่อนๆ พลาดการเก็บตะวันชิลๆ กันค่ะ โดยที่หลวงพระบางมีที่จุดชมพระอาทิตย์สวย โดยไม่ต้องออกจากเมืองกัน นั้นคือ.. "พระธาตุภูสี" โดยพระธาตุตั้งอยู่บนถนนเดียวกับตลาดมืดหรือถนนคนเดินตรงข้ามพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง (พระราชวังหลวงเก่า) นี่แหละค่ะ อาจจะงงกันว่า ถ้าเรายังอยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบางแล้วเราจะมองเห็นพระทิตย์ขึ้น - ตกสวยได้ยังไง จริงๆ พระธาตุพูสีเป็นพระธาตุที่อยู่กลางเมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 150 เมตร ต้องขึ้นบันไดไปกว่า 328 ขั้น ไม่ว่ามองจากมุมไหนของหลวงพระบางก็มองเห็นพระธาตุสีทองอร่าม ด้านบนสามารถมองเห็นแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน ตัวเมือง สวยทั้งตอนเช้าและตอนเย็น โดยตอนเช้าพระอาทิตย์จะขึ้นทางแม่น้ำคาน ตอนเย็นตกทางแม่น้ำโขง ใครอยากไปดูพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น แนะนำว่าให้เพื่อนๆ ขึ้นกันไปจับจองที่นั่งวิวดีๆ กันก่อนเลยค่ะ เพราะจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกค่อยข้างเยอะเลยทีเดียว นอกจากขึ้นไปชมวิวกันแล้ว อย่าลืมซื้อธูปเทียน ดอกไม้ไปกราบพระธาตุกันด้วยนะคะ


ค่าเข้า : 20,000 กีบ หรือ 80 บาท 

ไปเที่ยว "น้ำตกตาดกวางสี" เล่นน้ำเย็นฉ่ำ

นอกจากจะเดินเล่นในเมืองดูศิลปะ ดูวัดวังแล้ว ที่เที่ยวแบบธรรมชาติต้นไม้ป่าเขา ที่หลวงพระบางก็มีให้เที่ยวกันค่ะ โดยเดินทางออกจากเมืองหลวงพระบาง 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที เราก็จะได้พบกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของน้ำตก "ตาดกวางสี" น้ำตกขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงาม น้ำใสสีฟ้า แต่หากไปในวันฝนตกน้ำเยอะ สีน้ำตกอาจจะกลางเป็นสีส้ม ภายในมีโซนชมน้ำตกขึ่งจะเป็นชั้นบนสุดและมีชั้นที่ 1 สำหรับเล่นน้ำ และยังมีร้านอาหาร ห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พร้อม นอกจากชมน้ำตกสวยๆ เล่นน้ำกันแล้ว ที่น้ำตกตาดกวางซียังมีเจ้าหมี ที่เลี้ยงอยู่ในกรงอีกกว่า 20 ตัวเลยค่ะ แต่ละตัวอ้วนกลม น่ารัก แถมยังขี้เกียจอีกด้วยค่ะ นอกจากด้านที่มีบริการให้พร้อมแล้ว ด้านนอกยังมีร้านอาหาร ร้านขายชุดว่ายน้ำ ของฝาก ห้องน้ำไว้ให้บริการอีกด้วยค่ะ 


ค่าเข้า :  20,000 กีบ หรือ 80 บาท

เวลาเปิด - ปิด : 6.00 - 17.00 น.

ชมหอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง (พระราชวังเก่า) กลางเมืองหลวงพระบาง

กลางเมืองหลวงพระบาง บนถนนศรีสว่างวงศ์ตรงข้ามกับพระธาตุภูสี มีพระราชวังเก่าและหอพระบางอายุกว่าร้อยปีตั้งอยู่ ซึ่งปัจจุบันที่นี่ได้เปลี่ยนไปเป็น "หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง" โดยพระราชวังหลวงพระบางมีตัวอาคารเป็นแบบล้านช้าง แต่มีทรงหลังคาแบบฝรั่ง เป็นแบบชั้นเดียวยกพื้นสูง ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เรียกได้ว่าเป็นพระราชวังที่ผสมผสานความเป็นล้านช้างและตะวันตกได้อย่างลงตัว แต่เดิมเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต โดยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์  ประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์ ภายหลังเปลี่ยนการปกครองรัฐบาลลาวเปลี่ยนที่นี่เป็นหอพิพิธภัณฑ์ ภายในมีห้องรับแขกของเจ้ามหาชีวิต ท้องพระโรงใหญ่ ห้องพิธีการ แต่ละห้องจะมีการจัดแสดงศิลปะ พระพุทธรูป เครื่องราชกุธภัณฑ์ 



การแต่งกายเพื่อเข้าชม : ต้องแต่งกายสุภาพ ไม่อนุญาตให้สวมกางเกงขาสั้น แว่นกันแดด และสวมหมวกและห้ามสูบบุหรี่ และภายในไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพด้านใน นักท่องเที่ยวจะต้องฝากกล้องไว้กับเจ้าหน้าที่ค่ะ

ค่าเข้า : 30,000 กีบ หรือ 120 บาท

เวลาเปิด - ปิด : ปิดวันอังคาร และวันหยุดราชการลาว เวลา 08.00 - 11.30 น. และ 13.30 - 16.30 น. 


เที่ยววัดเก่า ไหว้พระเอาฤกษ์ เอาชัย

เที่ยวในตัวเมืองหลวงพระบาง หากไปเที่ยววังกันแล้วต้องไปต่อกันที่วัดเลยค่ะ ซึ่งในเมืองหลวงพระบางมีวัดที่เก่าแก่สวยงามอยู่หลายแห่ง แต่หากถามคนหลวงพระบางว่าวัดไหนเก่าสุดและสวยที่สุด คงได้คำตอบว่า "วัดเชียงทอง" อยู่ติดแม่น้ำโขงมีเพียงถนนกั้น เป็นวัดที่สร้างแบบศิลปะล้านช้างได้สวยงามมาก วัดเชียงทองสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย พ.ศ.2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ด้วยความเก่าแก่ละมีความสวยงามจนได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมล้านช้าง แนะนำว่าหากใครไปเที่ยวเมืองหลวงพระบาง ต้องไม่พลาดไปกราพระเพื่อเป็นศิริมงคลและชมสถาปัตยกรรมล้านช้างกันนะคะ


ค่าเข้า : 20,000 กีบ หรือ 80 บาท

เวลาเปิด - ปิด : 06.00 - 17.30น

เล่นซิปไลน์ ไต่เชือกมันส์ๆ ชมวิวเขา

อีกกิจกรรมที่เราไปลาวแล้วต้องไม่พลาด ด้วยภูมิประเทศลาวมีภูเขาสูง ต้นไม้สูงๆ เยอะ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทำให้ประเทศลาวมีกิจกรรม Zip Line โหนสริง ไต่เชือก ชมธรรมชาติท่ามกลางป่าเขาให้เราเล่นกันค่ะ ที่หลวงพระบางเองก็มี Zip Line มันส์ๆ ให้เราเล่นเหมือนกัน โดยเราต้องนั่งเรือล่องแม่น้ำโขงจากตัวเมืองหลวงพระบางไปยัง Green Jungle Park ซึ่งอยู่อีกอำเภอนึง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที  ที่ Green Jungle Park นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ เล่นซิบไลน์แล้ว ยังมีสวนดอกไม้ที่ปลูกดอกไม้ตามฤดูกาลจัดไว้เป็นสวนสวย น้ำตกร้อยครัว และให้บริการร้านอาหาร อีกด้วยค่ะ ส่วนกิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่เป็นพระเอกของที่นี่เลย มีให้เลือกเล่น 2 แบบค่ะ คือ Zip Line 15 ฐาน และ Rope Course 14 ฐาน


ราคา
Zip Line อย่างเดียว 30 USD/ท่าน
Rope Course อย่างเดียว 28 USD/ท่าน
Combo Zip & Rope 45 USD ท่าน
Full Combo Package 65 USD/ท่าน

มีเรือจากหลวงพระบาง เวลา 09.00น,11.00น,13.00น
เบอร์โทรติดต่อ +856 586 77 616, +856 71 253 899
www.laogreengroup.com


ลองกินบุพเฟ่ต์ แบบตักครั้งเดียวสักครั้ง

ของกินที่ลาวถ้าไม่ใช่เฝอ ก็มีร้านบุพเฟ่ต์ตักครั้งเดียวนี่แหละที่อยากให้ลองไปกิน ไปสัมผัสบรรยากาศดู เพราะเป็นร้านที่ค่อนข้างมีคนทานเยอะ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยย่อยของตลาดมืด เดินเข้าตลาดมืดฝั่งไปรษณีย์มาประมาณ 20 เมตร ก็จะเห็นทางเข้าซอยย่อยที่มีร้านบุพเฟ่ต์อยู่ หาง่ายมาก มองจากด้านนอกจะเห็นร้านอาหารเรียงกันอยู่เยอะเลยค่ะ ซึ่งร้านแบบบุพเฟต์ตักครั้งเดียวก็มีให้เลือกหลายร้าน แต่ละร้านอาหารจะคล้ายๆ กัน คือจะมีอาหารลาว ปอเปี๊ยะทอดแบบลาว ผัดหมี่ ผัดทอด แกง ผลไม้ รสชาติอาหารเกือบทั้งหมดจะค่อยข้างจืด เราก็หยิบจานที่เขามีให้ตักอาหารที่เราอยากทานให้เต็มที่ เพราะมันตักได้แค่ครั้งเดียวค่ะ ไปถึงหลวงพระบางแล้วลองไปชิมกันดูนะคะ ว่ารสชาติจะเป็นยังไง บรรยากาศของที่ร้านเป็นไงบ้าง ขอบอกเลยว่า อาหารตาแซ่บแน่นอน

ราคา 15,000 กีบ หรือ 60 บาท /จาน