ช่วงนี้อากาศร้อน ร่างกายมันต้องการทะเล แต่วันลาพักร้อนก็ยังหมดอีก เฮ้อ...แต่เราก็ไม่หวั่น อยากไปต้องได้ไป ! เราเลยชวนเพื่อนรักไปเที่ยวกันแบบทริปสั้น ๆ ใช้วันเสาร์-อาทิตย์ให้คุ้มค่าด้วยการไปเที่ยวพัทยา 2 วัน 1 คืน ที่เน้นเที่ยว กิน และเช็คอินถ่ายรูปกันให้กระจาย  ! ถ้าใครพร้อมจะไปพักผ่อนกับพวกเราแล้วละก็ตามเรามากันเล้ยยย 

เที่ยวชิล ๆ พัทยา 2 วัน 1 คืน เล่นน้ำดับร้อน เช็คอินถ่ายรูปกันให้กระจาย  !



แวะทานข้าวแกงสุดชิคที่ The Rice Pot  Pattaya

เรากับเพื่อนเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพ ฯ ประมาณ 8 โมงเช้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงพัทยากันแล้ว เดินทางมาเหนื่อย ๆ ขอแวะเติมพลังมื้อเช้ากันสักหน่อย ที่ร้าน The Rice Pot Pattaya (หม้อข้าวหม้อแกง พัทยา) ที่ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ในซอยสุขุมวิท 43/1 ร้านนี้เป็นร้านข้าวแกงสุดไฮโซที่เสิร์ฟทั้งข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว อาหารไทยจานเดียว เบเกอรี่ ไอศกรีม และเครื่องดื่มเย็น ๆ ชื่นใจ 

The Rice Pot  Pattaya

The Rice Pot  Pattaya

เมื่อเดินเข้ามาภายในร้านก็บอกเลยว่าถูกใจผู้หญิงแบบเราสุด ๆ เพราะบรรยากาศภายในร้านตกแต่งออกมาได้น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ เป็นสไตล์แบบคาเฟ่มินิมอล เก๋ไก๋ แถมยังมีมุมถ่ายรูปให้เราได้โพสท่าชิค ๆ ลงโซเซียลกันอีกด้วยค่า 

The Rice Pot  Pattaya

The Rice Pot  Pattaya

The Rice Pot  Pattaya

ก่อนจะไปถ่ายรูปกันต่อ เราขอสั่งอาหารกันก่อน บอกเลยว่าจัดเต็มกันตั้งแต่มื้อเช้าเลยล่ะค่ะ เพราะว่าหิวมาก เราสั่งกันมาถึง 5 เมนูด้วยกัน มีทั้งเซ็ตแกงคั่วซี่โครงหมู + พะแนงหมู เสิร์ฟพร้อมข้าวสองสีที่เป็นข้าวไรซ์เบอรี่กับข้าวหอมมะลิ (70.-) , น้ำพริกปลาแซ่บ+ปลาสลิด (139.-) , ไข่ลูกเขย (60.-) , หมูทอดน้ำปลา (60.-) และหมูผัดกะปิ (129.-)

The Rice Pot  Pattaya

The Rice Pot  Pattaya

ส่วนเมนูเครื่องดื่มก็จัดเต็มเช่นเดียวกัน ทั้งน้ำมะนาวโซดา (70.-) น้ำส้มโซดา (70.-) อะโกโก้เค้กสตรอว์เบอร์รีโซดาและอะโกโก้เค้กสตรอว์เบอร์รีเชอรี่กุหลาบโซดา (149.-) รวมถึงปิดท้ายด้วยของหวานอย่างคัพวันเดอร์แลนด์ (129.-)ไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีชีสเค้กอร๊อยอร่อยที่ท็อปด้วยวิปครีมและเม็ดน้ำตาลสี แถมด้านล่างถ้วยยังมีแคร็กเกอร์บด ที่เมื่อกินพร้อมกับไอศกรีมขอบอกเลยว่าเริ่ด ! 

The Rice Pot  PattayaThe Rice Pot  Pattaya


ที่ตั้ง : 389/15 ซอย สุขุมวิทพัทยา 41/3 ถ.สุขุมวิท ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20160

วันเวลาเปิด-ปิด : 10.00-20.00 น.  (หยุดทุกวันพุธ)

เบอร์ติดต่อ : 094-5536422

Facebook : The Rice Pot Pattaya หม้อข้าวหม้อแกง พัทยา

GPS : https://goo.gl/maps/dPSc8Keo2s1mXpyo6 


เช็คอินเข้าที่พัก 'MASON PATTAYA'  รีสอร์ทพูลวิลล่าสุดหรูติดชายหาดส่วนตัว

หลังจากทานอาหารเสร็จ เราก็เดินทางต่อไปเพื่อไปเช็คอินเข้าที่พักกันที่ MASON (เมสัน) รีสอร์ทพูลวิลล่าสุดหรูติดชายหาดส่วนตัวระดับ 5ดาว ในสไตล์อัลตราโมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ ที่เมื่อมาถึงเราก็ได้รับการต้อนรับอย่างประทับใจมาก ๆ เพราะพนักงานที่นี่ยิ้มแย้มและเป็นกันเอง ก่อนจะพาไปชมบรรยากาศโดยรอบ เราทั้งสองคนขอไปเช็คอินกันก่อนพร้อมกับจิบเวลคัมดริ้งค์คลายร้อนกันสักนิด

MASON PATTAYA

MASON PATTAYA

เมื่อเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเข้าห้องพัก ที่นี่เค้าก็มีบริการนวดผ่อนคลายบริการผู้เข้าพักทุกคนด้วยนะคะ ใช้เวลานวดประมาณ 3-5 นาทีก็ทำให้เราผ่อนคลาย หายเมื่อยเลย นวดเสร็จก็ถึงเวลาเข้าห้องพักไปนอนพักผ่อนชิล ๆ ให้หายเหนื่อยจากการเดินทางแล้วล่ะค่ะ 

MASON PATTAYA

ที่เมสัน ห้องพักที่นี่จะเป็นพูลวิลล่าขนาดใหญ่ มี 35 หลัง ตั้งทอดยาวตามแนวชายหาดส่วนตัว มีพูลวิลล่าด้วยกัน 5 รูมไทป์ค่ะ ทั้ง Beachfront Grand Pool Villa , Beachside Seaview Pool Villa , Duplex Grand Pool Villa , Double Grand Pool Villa และแบบสุดท้าย Garden Pool Villa นอกจากนี้ชื่อพูลวิลล่าแต่ละหลังก็จะมีความแตกต่างกัน โดยจะตั้งเป็นชื่อของหินแต่ละชนิด เพราะการออกแบบของเมสันนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของช่างหินแกะสลักโบราณ ผสมผสานกับรูปแบบวัฒนธรรมการแกะสลักหินของชุมชนอ่างศิลา ซึ่งเป็นชุมชนที่ใกล้เมืองพัทยาและมีหินที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์มาก ๆ เลยค่ะ 

MASON PATTAYA

ห้องที่เราสองคนพักในทริปนี้เป็นห้อง Beachfront Grand Pool Villa ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 168 ตารางเมตร ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของชายหาดส่วนตัว สามารถเห็นวิวทะเลได้จากภายในห้องพักเลย ห้องพักนี้จะต้องเข้าจากบนหลังคา เมื่อเดินลงบันไดมาก็จะเจอห้องของเราแล้วล่ะค่ะ ภายในแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งโซนนั่งเล่น โซนห้องนอน และโซนห้องน้ำที่มีห้องอาบน้ำแบบชาวเวอร์และอ่างจากกุซซี่ แถมภายในยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโซฟาขนาดใหญ่ โทรทัศน์ แอร์ ชุดคลุม รองเท้าสลิปเปอร์ ร่ม ตู้เซฟ เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ที่มีทั้งเซตกาแฟและชาของ TWG Tea แบรนด์ชาหรูชั้นนำระดับโลกบริการอีกด้วยค่ะ

MASON PATTAYA

ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของห้องนี้ก็คือสระว่ายน้ำส่วนตัว ที่บอกเลยว่าสาว ๆ แบบเราชอบมาก ๆ เพราะจะได้ใส่บิกินี่สวย ๆ ถ่ายรูป โพสท่าแซ่บ ๆ ลงโซเซียลได้แบบสบายใจ ไม่ต้องแย่งมุมกับคนอื่น ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็สวย ~  

MASON PATTAYA

MASON PATTAYA

ก่อนออกไปชมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในรีสอร์ทเราขอเก็บกระเป๋าเดินทางพร้อมชาร์จแบตโทรศัพท์กันก่อน ซึ่งกระเป๋าเดินทางที่เราสองคนนำมาทริปครั้งนี้เป็นของแบรนด์ My Escape รุ่น Elite ที่เป็นกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว สี Creamy White และ Green Pastel ที่น้ำหนักเบาสบายและทนทานเพราะผลิตจาก Poly-Carbonate (PC) material 100% พร้อมเสริมมุมกันกระแทกด้วยอะลูมิเนียมดีไซน์แบบโค้งหุ้มยาง จึงทำให้เราไม่ต้องกังวลเลยว่ากระเป๋าที่นำมาเที่ยวจะพัง แตก หรือใช้งานไม่ได้ในขณะเดินทาง 

กระเป๋าเดินทาง My Escape รุ่น Elite

ความดีงามของกระเป๋าเดินทางของเราสองคนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะกระเป๋าเดินทางรุ่น Elite นี้ยังมาพร้อมกับดีเทลเก๋ ๆ อย่างการปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือ ทำให้เราไม่ต้องจำรหัสให้ยุ่งยาก แค่ตั้งค่าลายนิ้วมือแล้วสแกนโลดดด ! กระเป๋าของเราก็จะปลดล็อคออกอย่างง่ายดายเหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการความสะดวกสบายแบบเราสุด ๆ

กระเป๋าเดินทาง My Escape รุ่น Elite

และสะดวกสบายขึ้นไปอีกเพราะยังมีช่องใส่ USB Charger และแถม Powerbank ความจุ 20,000 mAh ชาร์จแบตได้อย่างสบาย ๆ เลยล่ะค่ะ นอกจากกระเป๋าเดินทางจะดีไซน์สวยแล้วยังตอบโจทย์ความสะดวกสบายอีก

กระเป๋าเดินทาง My Escape รุ่น Elite

กระเป๋าเดินทาง My Escape รุ่น Elite

ดูดีไซน์ภายนอกกระเป๋าเดินทางกันไปแล้ว มาดูภายในกันบ้างดีกว่า ภายในกระเป๋าบอกเลยว่าจุของได้เยอะมากกกก มีช่องให้เราได้ใส่เสื้อผ้า ของใช้อื่น ๆ ถึง 2 ฝั่งเลย แถมยังบุภายในกระเป๋าด้วยผ้าซับในบุโฟมที่มีแผ่นกั้นพร้อมช่องซิปอย่างดี ใครที่อยากมีกระเป๋าเดินทางดีไซน์เก๋ สีสันสดใส แถมยังทันสมัยแบบเราเนี่ยก็สามารถเข้าไปชมรุ่นของกระเป๋าแบรนด์นี้และสั่งซื้อทาง Instagram : myescapebag ได้เลยค่ะ 

กระเป๋าเดินทาง My Escape รุ่น Elite

เก็บของเรียบร้อยแล้ว เราจะพาไปดูในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในรีสอร์ทกันค่ะ มาเริ่มต้นกันที่สระว่ายน้ำ Sky Pool สระว่ายน้ำที่มีวิวแบบอินฟินิตี้พูล ให้ความรู้สึกเสมือนกำลังว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร หรือจะเลือกผ่อนคลายริมสระไปกับวิวทะเลและหนังสือเล่มโปรด จนกระทั่งพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า 

MASON PATTAYA

สำหรับใครที่ต้องการผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้ที่ MASON Spa สปาที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมการนวดแบบตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความผ่อนคลายสูงสุด ด้วยทรีตเม้นต์สุดพิเศษกับ Signature MASON ZILA Massage ซึ่งเป็นการนวดโดยใช้คุณสมบัติพิเศษของหินซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากชุมชนอ่างศิลา รับรองได้ว่าหายเมื่อยตัว พร้อมลุยเที่ยวต่อแบบเราแน่นอนค่ะ

MASON PATTAYA

ใครมาพักผ่อนที่นี่แบบเราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเบื่อเลย เพราะเค้ามีกิจกรรมให้เราได้ทำระหว่างการเข้าพักไม่ว่าจะเป็น ห้องฟิตเนส , กิจกรรมออกกำลังกายเต้นแอโรบิค , ฝึกสมาธิ , กิจกรรม Tai Chi และในช่วงเย็นก็จะมีกิจกรรม Aqua Dance  สำหรับคุณหนูๆ ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรม Tattoo Painting ด้วยเช่นกันค่า และสุดท้ายสำหรับสาย Adventure เมสันมีบริการพายเรือคายัคและแพดเดิลบอร์ด ที่บริเวณชายหาดอีกด้วย 

MASON PATTAYA


ที่ตั้ง : 285 หมู่ 3 ถนนสุขุมวิท นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ 20250

เบอร์ติดต่อ : 038-194699

Facebook : MASON PATTAYA

GPS : https://goo.gl/maps/BXFMmQkEL6LHM4Zi6 

 

ดินเนอร์พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ร้าน The Glass House นาจอมเทียน

เก็บกระเป๋า เดินดูสิ่งอำนวยความสะดวกภายในรีสอร์ทกันจนเริ่มเย็น เราเลยออกไปทานอาหารเย็นกันที่ร้านอาหารริมทะเล กันที่ The Glass House นาจอมเทียน ร้านอาหารริมชายหาดนาจอมเทียน ที่ภายในตกแต่งได้อย่างน่ารักในสไตล์ English Country ผสมผสานวินเทจนิด ๆ และโซนสำหรับนั่งทานอาหาร จะแบ่งเป็น 3 โซน คือ ในส่วนของตัว The Glass House  ส่วนของ Outdoor ลานตรงกลาง และส่วนสุดท้ายคือ โซนที่อยู่ในชายหาด แต่แนะนำให้นั่งโซนริมชายหาด เพราะโต๊ะโซนนี้จะสามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกลับสู่ท้องทะเลได้อย่างสวยงาม

The Glass House นาจอมเทียน

The Glass House นาจอมเทียน

อาหารเย็นมื้อนี้ก็จัดเต็มเช่นเดียวกัน ทั้งกุ้งกลาสเฮ้าส์ (490.-) ที่เสิร์ฟมาตัวใหญ่ เนื้อแน่น สด , ต้มยำปลากะพงน้ำข้น (450.-) รสชาติเข้มข้น แซ่บ เนื้อปลาแน่น สดมาก ๆ ค่ะ, เมี่ยงปลากะพงเผา (590.-) ปลากะพงเผาตัวโตที่ถูกเผามาอย่างดี ทานพร้อมกับน้ำจิ้มถั่วหวานมัน , สลัดปูนิ่ม (590.-) สลัดที่ท็อปด้วยปูนิ่มตัวใหญ่ ทานพร้อมกับน้ำสลัดสุดอร่อย บอกเลยว่าเด็ด ! และปูม้าดองยำมะม่วง (190.-) เมนูนี้แนะนำเลยค่ะ เพราะปูม้าสด แซ่บ อร่อยจนต้องซู้ดปากเลย

The Glass House นาจอมเทียน

The Glass House นาจอมเทียน

ส่วนเมนูเครื่องดื่มก็มีทั้งค็อกเทล ม็อกเทล สมูทตี้ มิลค์เช็ค และน้ำผลไม้ แต่วันนี้เราสองคนจัดมาคนละแก้ว นั่นก็คือ Giant Wave ค็อกเทลที่มีรสชาติหวานปนขมนิด ๆ ได้รสชาติของน้ำส้มและแครนเบอรี่ (290.-) และ Fruit Punch น้ำฟรุตพันช์แสนสดชื่น รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วชื่นใจสุด ๆ (180.-)

The Glass House นาจอมเทียน


ที่ตั้ง :  5/22 หมู่ 2, ซอยนาจอมเทียน 10, นาจอมเทียน,สัตหีบ, ชลบุรี 20250

ติดต่อ : 038 255 922 / 081 266 6110

วันเวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11 โมงถึงเที่ยงคืน

GPS : https://goo.gl/maps/46iZ7VGdvPUb5Y8e7 


แวะคาเฟ่สุดมินิมอล Breezebox cafe x Cactus

ตื่นเช้าต้อนรับวันใหม่หลังจากทานอาหารเช้าที่รีสอร์ทกันแล้ว ช่วงสาย ๆ เราสองคนก็รีบเก็บกระเป๋าพร้อมเช็คเอาท์แล้วไปตะลุยคาเฟ่กันต่อ ซึ่งคาเฟ่ที่เราจะไปเป็นคาเฟ่สุดชิคในสไตล์มินิมอล อย่าง Breezebox cafe x Cactus ที่ตกแต่งร้านด้วยโทนขาว-ดำบวกกับความร่มรื่นในสวนรวมไปถึงต้นกระบองเพชรมากมาย  เหมาะแก่การมานั่งชิล นั่งทำงานจิบกาแฟ โซนที่นั่งมีทั้งโซนห้องแอร์นั่งทานอาหารเย็น ๆ และโซนสวนที่เป็นโซนยอดฮิตเพราะมีมุมถ่ายรูปเพียบ ! 

Breezebox cafe x Cactus Pattaya

Breezebox cafe x Cactus Pattaya

ในส่วนของอาหารมีบริการหลายหลายประเภทในราคาที่เป็นกันเองสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเซ็ตอาหารเช้า พาสต้า สเต็ก ของทานเล่น และอาหารไทย แต่เมนูวันนี้ที่เราสั่งมาทานเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านค่ะ ซึ่งอาหารคาวมี 3 เมนูด้วยกัน มีสปาเก็ตตี้หมึกกรอบซอสไข่เค็ม (189.-) , บรีซบ็อกซ์เบอเกอร์หมู (219.-) และข้าวผัดสับปะรดค่ะ 

ส่วนเมนูเครื่องดื่มและของหวาน เราสั่งเป็น Signature Chocolate ช็อกโกแลตเย็นที่ท็อปด้วยชิ้นเนื้อช็อกโกแลต ทำให้เมื่อเวลาดื่มเราก็จะได้เคี้ยวช็อกโกแลตกรุบกรอบไปในตัว (80.-) และ Colorful Soda น้ำโซดารสชาติเปรี้ยวหวาน ดื่มแล้วสดชื่นสุด ๆ (65.-) ส่วนของหวานจะเป็นบลูเบอรี่ชีสเค้กและทาร์ตช็อกโกแลต


ที่ตั้ง : พัทยา จอมเทียน จากถนนสุขุมวิท เข้าซอยวัดบุญกาญจนาราม มา1 กิโลเมตร ติดกับ Sea Breeze residence

วันเวลาเปิด-ปิด :  ตั้งแต่ 08.30-20.30 น.

เบอร์ติดต่อ : 080-2504645

GPS : https://goo.gl/maps/UbSMd5eBdxJVsT9x8


หลบร้อนเที่ยวอควาเรียม Underwater World Pattaya 

กินอิ่มจนพุงกางแล้ว ก่อนกลับกรุงเทพฯ เราสองคนเลยขอแวะดูโลกใต้ท้องทะเลกันที่ Underwater World Pattaya อควาเรียมที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด ที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 14 ปี โดยที่นี่จะมีด้วยกัน 7 โซนค่ะ จะมีโซนทัชพูล โซนสัตว์เลื้อยคลาน ตู้ปลามหัศจรรย์ โซนปะการัง โซนอุโมงค์ปลาฉลามและปลากระเบน (มีโชว์ตอน 11.00 / 16.00 น.) โซนไจแอ้นท์ ออฟ สยาม ที่เป็นโซนสัตว์น้ำยักษ์ใหญ่ ทั้ง ปลาช่อนยักษ์ และปลากระเบน (มีโชว์ตอน 11.30 / 15.30 น. ) และโซนสุดท้ายคือโซน Jelly Fish World Zone โลกของแมงกะพรุนที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ๆ สีสันสวยงามจนต้องหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพความทรงจำไว้เลยล่ะค่ะ

 Underwater World Pattaya

 Underwater World Pattaya

มาถึงอควาเรียมทั้งทีเราสองคนก็ขอแชะภาพคู่เป็นที่ระลึกกันสักหน่อย นาน ๆ จะได้มาเที่ยวพักผ่อนชิล ๆ กับเพื่อนสาวคนสนิท นอกจากจะมาเดินชมสัตว์ในโลกใต้ท้องทะเลนานาชนิดกันแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นป้อนนมปลาคาร์ป แคมป์นอนนับปลายามราตรี และดำน้ำกับปลาฉลาม

 Underwater World Pattaya  Underwater World Pattaya


ที่ตั้ง : 22/22 หมู่ 11 ถ.สุขุมวิท ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20260

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 250 บาท / เด็ก 150 บาท

วันเวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 09.00-18.00 น. 

เบอร์ติดต่อ : 038-756877-9

GPS : https://goo.gl/maps/PrFiSdmSptnrt7xb9 


เผลอแป๊บเดียวก็หมดเวลาพักผ่อนในทริปพัทยา 2 วัน 1 คืนของเราสองคนแล้วล่ะค่ะ ถึงแม้จะเป็นทริปที่ใช้เวลาเพียงสั้น ๆ แต่ทริปนี้ก็เต็มไปด้วยความทรงจำสนุก ๆ กับเพื่อนคนสนิทที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้มาเที่ยวพร้อมลากกระเป๋าเดินทางดีไซน์สุดเก๋ไก๋แบบนี้ไปเที่ยวด้วยกันอีก