ทุกครั้งที่มีเหตุให้แวะเวียนมาย่านทองหล่อ ไม่ว่าจะมาแฮงเอาท์กับเพื่อนชาวแก๊งค์ หรือมาคุยงานธุรกิจ ผมก็มักจะมองหาร้านอาหารหรือคาเฟ่ชิคๆ คูลๆ สักร้านไว้นั่งส่องสาว เอ้ย นั่งชิลรอเวลาก่อน ซึ่งร้านที่ผมแวะไปนั่งรอเพื่อนในวันนี้ก็คือ The Blooming Gallery (เดอะ บลูมมิ่ง แกเลอรี) ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ตั้งอยู่ใจกลางโลเคชั่นฮอตฮิตอย่างทองหล่อ พิกัดที่ไม่เคยหลับใหล


The Blooming Gallery


สำหรับวิธีการเดินทางมาร้านที่สะดวกที่สุดแนะนำให้ใช้รถไฟฟ้า BTS เลยฮะ จากปากซอยสุขุมวิท 55 ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็ถึงไลฟ์สไตล์มอลล์อย่างตึก Eight Thonglor แล้ว ทำเลที่ตั้งของร้านก็หาไม่ยากอยู่ที่ชั้นใต้ดิน แม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่ด้านหน้าก็ตกแต่งได้โดดเด่นจากร้านอื่นทั่วไปเลยฮะ เพราะเขาออกแบบให้เป็นเรือนกระจกเล็กๆ ล้อมรอบด้วยไม้ประดับผสมผสานกับผนังอิฐที่ดูดิบเท่ บอกเลยว่าดูดีจนผู้ชายแมนๆ อย่างผมรีบผลักประตูเข้าไปในร้านทันที


The Blooming Gallery


บรรยากาศด้านในอบอวลไปด้วยความสวยงามของไม้ประดับต่างๆ ซึ่งที่นี่เขาได้แรงบันดาลใจในการตกแต่งร้านส่วนหนึ่งมาจากผลงานภาพวาดแนว Impressionist จาก Oscar Claude Monet ศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้วาดภาพสีน้ำมันที่ส่วนใหญ่มักจะวาดภาพต้นไม้ ดอกไม้ แนวธรรมชาติ เขาเลยแบ่งที่นั่งออกเป็น 2 โซน คือโซนเรือนกระจกใสตั้งแต่หลังคายันพื้นผนังแต่งด้วยเฟิร์นและไม้เลื้อย คั่นกลางด้วยเคาน์เตอร์บาร์ ก่อนจะต่อเนื่องไปยังที่นั่งอีกหนึ่งโซนที่ทางร้านดึงเสน่ห์ของความดิบเท่สไตล์ Rustic ด้วยอิฐเปลือยผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์เหล็กสีดำ และเพิ่มความโรแมนติกด้วยแสงไฟสีส้ม


The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery


ไม่ใช่แค่การตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานของศิลปินชาวฝรั่งเศสเท่านั้นนะฮะ ชื่อเมนูอาหารและเครื่องดื่มของร้านเขาก็ตั้งชื่อตามผลงานของ Oscar Claude Monet ด้วยล่ะ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของทางร้านเลยก็ว่าได้เพราะทุกเมนูของที่นี่เขาจะสอดแทรกดีเทลของชาและดอกไม้ลงไปในตัวอาหารด้วย โดยจานแรกผมขอประเดิมเมนูเรียกน้ำย่อยกับ Home Fries With Truffle Sauce (220 บาท) มันม่วงและมันหวานญี่ปุ่นที่ถูกหั่นเป็นท่อนๆ นำไปทอดให้กรอบนอกนุ่มใน ให้รสชาติเค็มนิดๆ แนะนำให้ทานคู่กับซอสทรัฟเฟิลโฮมเมดสูตรเฉพาะของทางร้าน ขอบอกว่ากลิ่นทรัฟเฟิลหอมกรุ่นกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีทีเดียว


The Blooming Gallery


จานต่อไปก็ยังเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยอยู่กับ Mexican Pork Quesadillas (180 บาท) จานนี้คือพิซซ่าสไตล์เม็กซิกันที่เชฟนำหมูไปผัดกับซอสเม็กซิกันที่มีเครื่องปรุงเยอะกว่าซอสมะเขือเทศทั่วไป ก่อนจะนำไปวางบนแป้งประกบกันอบพร้อมมอสซาเรลล่าชีส แป้งกรอบๆ ชีสยืดๆ ทานคู่กับซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน อร่อยจนอยากจะสั่งเพิ่มอีกจาน!


The Blooming Gallery


ตามมาด้วยเมนู Signature อย่าง The Blooming Gallery Crispy Tea Leaf Salad (220 บาท) ซีซาร์สลัดที่ไม่เหมือนร้านอื่นทั่วไป เพราะที่นี่เขาเสิร์ฟมาพร้อมกับใบชาทอดกรอบที่เพิ่มความกรุบกรอบให้กับสลัดได้เป็นอย่างดี แถมยังตกแต่งจานด้วยดอกไม้ คนรักสุขภาพและชอบถ่ายรูปห้ามพลาด


The Blooming Gallery


ส่วนเมนูจานหลักผมสั่ง Fettuccine Truffle Sauce (280 บาท) เส้นพาสต้าหนาๆ ผัดกับซอสเห็ดทรัฟเฟิลผสมกับวิปปิ้งครีมมันๆ ซึ่งให้เส้นที่เหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับซอสเห็ดที่ไม่เลี่ยนจนเกินไป ลงตัวสุดๆ เลยฮะ


The Blooming Gallery


ต่อด้วย Salmon Steak Ponzu Sauce (380 บาท) แซลมอนชิ้นโตที่ถูกย่างจนสุกกำลังดี หนังมีความกรอบ คลุกเคล้ามากับซอสพอนสึที่เชฟของทางร้านปรุงจากส้มประเทศญี่ปุ่น คั้นน้ำต้มกับเครื่องเทศจนออกมาเป็นรสชาติเปรี้ยวเค็มแบบกำลังดี แนะนำให้ทานคู่กับมันญี่ปุ่นที่เสิร์ฟมาคู่กันจะให้รสชาติหวานมันกลมกล่อมเวอร์


The Blooming Gallery


อีกหนึ่งจานที่อร่อยจนผมแทบจะร้องขอชีวิตกับเมนู Angel Hair Spaghetti Mentaiko (280 บาท) สปาเก็ตตี้เส้น Angel Hair คลุกเคล้ากับซอสสูตรพิเศษจากทางร้าน เพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมจากกระเทียม พริกแห้งคั่วน้ำมัน รสชาติดี มีความเผ็ดที่ปลายลิ้นนิดๆ ท็อปด้วยกุ้งสดตัวโตและไข่กุ้งผสมผสานกันอย่างลงตัว


The Blooming Gallery


ใครอยากซดซุปให้โล่งคอต้องสั่งเมนูนี้เลย Lobster Bisque (180 บาท) ซุปล็อบสเตอร์สุดเข้มข้นที่มีส่วนผสมของหัวกุ้งล็อบสเตอร์ เครื่องหอมและเครื่องเทศเคี่ยวรวมกันถึง 2 ชั่วโมง ถึงออกมาเป็นซุปชามนี้!! บอกเลยว่าซุปหวานหอมเด็ดมากๆ เขาจะเสิร์ฟกุ้งสดราดครีมและขนมปังมาพร้อมกับซุปกา แนะนำให้ทานคู่กันแล้วจะติดใจจนอยากกลับไปทานอีก


The Blooming Gallery


ปิดท้ายกันที่เมนูขนมหวานที่ไม่สั่งเหมือนมาไม่ถึงร้านนี้ A Path in the Forest (380 บาท) มัทฉะมูสที่แบ่งเลเยอร์ออกเป็น 4 ชั้นเพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้กับตัวขนม ชั้นล่างสุดจะเป็นชีสเค้ก ชั้นที่ 2 เป็นมูสชาเขียวมัทฉะ ชั้นที่ 3 คือครัมเบิลกรุบกรอบ และชั้นที่ 4 คือวิปครีมสดที่โรยด้วยผงมัทฉะจากเกียวโตเสิร์ฟลงบนถ้วยหินอ่อนสีดำคู่กับช้อนไม้ ทางร้านแนะนำให้ทานพร้อมกัน 4 ชั้น จะได้รสชาติที่กลมกล่อมเพราะความนุ่มละมุนของเนื้อมูสจะผสานความกรุบกรอบของครัมเบิล อร่อยจนผมยกนิ้วให้เลยฮะ


The Blooming Gallery

The Blooming Gallery


เห็นผมสั่งแต่เมนูน่าทานมาเยอะขนาดนี้ไม่ใช่ว่าผมถูกหวยได้เลขเด็ดทุกงวดมาจากไหนหรอกนะฮะ แต่เป็นเพราะว่าผมหิวแบบว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เช้า ประกอบกับนั่งรอเพื่อนนานหันไปเห็นป้ายว่าลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชัน FWD MAX สามารถรับสิทธิพิเศษส่วนลดได้ 10% ทางผมจึงไม่รีรอสั่งเมนูเด็ดๆ มาทานพลางรอเพื่อนอย่างที่ทุกคนเห็นนี่ล่ะครับ ใครอยากได้ส่วนลดฟินๆ แบบผมก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่เลย https://www.chillpainai.com/fwdmaxprivilege/ 


The Blooming Gallery 

สมัครรับสิทธิพิเศษ FWD MAX ได้ง่ายๆ

 iOS: https://goo.gl/c1PwMq  

Android: https://goo.gl/RVJ6Kl


The Blooming Gallery

ที่ตั้ง : ชั้น LG The Ei8ht Thonglor Plaza สุขุมวิท 55 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 

เวลาเปิด : 10.00 - 22.00 น.

ราคาเริ่มต้น : 180 บาท

เบอร์โทรติดต่อ : 0 2063 5508 

GPS : https://g.page/TBGThonglor?share