ถามว่าช่วงนี้จังหวัดไหนที่กำลังมาแรง ต้องยกให้ “นครปฐม” เลยค่ะ เพราะครบเครื่องทั้งธรรมชาติสวยๆ สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย รวมทั้งร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย ไม่ว่าจะคุณจะเป็นสายเที่ยว สายช้อป สายชิล หรือแม้แต่สายบุญ มาเที่ยวนครปฐมรับรองว่าสนุก อิ่ม ฟินได้ทุกแบบทุกสไตล์


แต่ไหนๆ มาเที่ยวนครปฐมทั้งที จะไปเที่ยวแต่ที่แมสๆ ยอดฮิตก็ใช่ที่... วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปเที่ยวนครปฐมแบบอันซีน กับเกาะสีเขียวที่อยากให้ทุกคนแวะเที่ยวอย่าง “เกาะลัดอีแท่น” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะกับสายกรีน และยังมีคาเฟ่ลับที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน แต่กำลังเป็นกระแสมากๆ ในโซเชียลอย่าง “MADI ณ ลัดอีแท่น”


MADI ณ ลัดอีแท่น เป็นคาเฟ่นครปฐมบรรยากาศสุดชิล ตั้งอยู่บนเกาะลัดอีแท่น เกาะที่เกิดขึ้นจากการขุดคลองลัดเชื่อมแม่น้ำท่าจีนมาตั้งแต่สมัยก่อนยุครัชกาลที่ 5 ปัจจุบันนี้เกาะลัดอีแท่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ผสมผสานเชิงเกษตรและวิถีชีวิตชุมชนของจังหวัดนครปฐม ที่นักท่องเที่ยวหลายคนอาจยังไม่รู้จักมากนัก แต่บอกเลยว่าถ้าได้ลองมาจะตกหลุมรักกับธรรมชาติสวยๆ และบรรยากาศวิถีชีวิตริมน้ำของเกาะแห่งนี้


จากกรุงเทพฯ เราใช้เส้นทางพิเศษศรีรัช - วงแหวนรอบนอก และถนนหมายเลข 338 ไปทางอำเภอสามพราน (ตำบลทรงคนอง) จากนั้นวิ่งเส้นซอยทรงคนอง-ไร่ขิง ไปทางซอยรวมใจพัฒนา 1 ก็จะถึง MADi ณ ลัดอีแท่น ถึงแม้ทางเข้าคาเฟ่แห่งนี้ค่อนข้างจะลึกลับสักหน่อย แต่ระหว่างทางเราจะได้พบกับสีเขียวๆ ของเรือกสวนของชาวบ้านตลอดทาง เป็นการขับรถที่เพลิดเพลินมากๆ


ภายในร้านแบ่งเป็นหลายโซน มีให้เลือกทั้งโซนห้องกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำ ด้านบนมีดาดฟ้าให้ขึ้นไปชมวิวได้ และโซนเอาท์ดอร์ที่มีที่นั่งทานอาหารริมน้ำ หรือจะเลือกไปนั่งในซุ้มศาลาริมคลองที่มีโต๊ะญี่ปุ่นและเบาะให้นั่งทานอาหารใต้ต้นไม้ร่มรื่นก็ชิลทั้งสองแบบ แถมยังมีศาลาท่าน้ำเล็กๆ เก่าแก่อายุกว่า 70 ปีตั้งแต่สมัยคุณยายเจ้าของร้านให้ไปนั่งเล่นซึมซับบรรยากาศบ้านสวนริมน้ำอีกด้วย


มื้อนี้เราสั่งจัดเต็มกับเมนูอร่อยๆ ของทางร้านที่มีให้เลือกเพียบ ทั้งของคาวและของหวาน โดยเน้นวัตถุดิบจากในท้องถิ่นบนเกาะลัดอีแท่นและในจังหวัดนครปฐม เมนูแนะนำห้ามพลาดเลย คือ เกี๊ยวผักโขมห่อชีส ความพิเศษอยู่ที่มอสเซอเรลลาชีสที่ทางร้านทำเอง โดยใช้นมวัวจากฟาร์มโคนมของเกษตรกรในอำเภอกำแพงแสน นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ อย่างปีกไก่บาร์บีคิว, ซี่โครงอ่อนทอดกระเทียม สูตรพิเศษของทางร้าน สปาเก็ตตี้ไข่กุ้งและสปาเก็ตตี้แซลมอนซอสต้มยำ สปาเก็ตตี้เส้นดำนำมาฟิวชั่นเสิร์ฟกับซอสต้มยำเข้มข้น ดูแล้วไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่พอลองชิมบอกเลยว่าติดใจจริงๆ ค่ะ


เมนูเด็ดจานนี้คือ “กะเพราปู” ที่ทางร้านคัดเลือกปูที่ส่งตรงจากอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น โดยเจ้าของร้านอธิบายว่าปูที่ใช้เป็นปูที่อยู่ในธรรมชาติที่สั่งจากชาวประมงโดยตรง เนื้อปูจึงสดหวานแตกต่างจากปูเลี้ยงทั่วไป เมื่อนำมาทำเป็นเมนูผัดกะเพราทานพร้อมข้าวสวยร้อนๆ แบบนี้ ตักเข้าปากจึงได้รสชาติของเนื้อปูก้อนอร่อยเต็มๆ คำจริงๆ


มาต่อกันที่เมนู “สเต็กพอร์คช็อป” เสิร์ฟพร้อมขนมปัง และผักสลัดออร์แกนิคที่ปลูกบนเกาะลัดอีแท่น เนื้อสเต็กนุ่มหอม ราดซอสฉ่ำๆ ทานคู่กับผักสลัดสดๆ บอกเลยว่าอร่อยสุดยอด ต้องลองจริงๆ ค่ะ


ตบท้ายด้วยของหวานและเครื่องดื่มสุดฟิน อย่างเค้กชาไทย เสิร์ฟพร้อมกับทองม้วนกรอบ สูตรต้นตำรับของชุมชนเกาะลัดอีแท่น ราดด้วยซอสชาไทยเข้มข้น คนรักเค้กต้องลอง! พร้อมเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งชาและกาแฟสดที่ทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟจากลำปางและนำมาครีเอทเป็นเมนูเครื่องดื่มใหม่อย่าง “อเมริกาโนน้ำอ้อย” กาแฟสดใส่น้ำอ้อยอินทรีย์ที่ทำในชุมชนเกาะลัดอีแท่น รสชาติหวานหอม เวลาดื่มจะได้กลิ่นน้ำอ้อยขึ้นจมูก ซึ่งแตกต่างจากน้ำอ้อยที่ขายตามข้างทางทั่วไป โดยต้องเป็นน้ำอ้อยที่ความหวาน 15 บริกซ์ขึ้นไปเท่านั้น


"เค้กทีรามิสุ" เสิร์ฟพร้อมกับไอศครีมกาแฟและซอสกาแฟเข้มข้นที่ทางร้านเคี่ยวเอง โดยใช้เมล็ดกาแฟที่ปลูกจากอำเภอภูหินร่องกล้า จังหวัดเพชรบูรณ์ นำมาคั่วแบบเข้มทำให้มีความดาร์กกว่ากาแฟทั่วไป


"คาปูชิโน่ชีสเค้ก" ชีสเค้กที่ทำจากกาแฟคาปูชิโน่ รสชาติหอมมัน ท้อปปิ้งด้วยบลูเบอร์รี่เสิร์ฟพร้อมกับผลไม้สด รสชาติดีมากกก…ไม่นึกเลยว่าจะได้มากินเค้กโฮมเมดอร่อยๆ ในคาเฟ่บ้านสวนริมน้ำที่เกาะลัดอีแท่นแบบนี้ บอกเลยว่าอร่อยไม่แพ้ร้านเบเกอรี่ชื่อดังเลยค่ะ


หากใครไม่ดื่มกาแฟ ทางร้านก็ยังมีเครื่องดื่มอย่าง “มัลเบอร์รี่โยเกิร์ต” ที่ใช้มัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อนที่ทางร้านปลูกเองในสวนนำมาปั่นกับโยเกิร์ต รสชาติหอมหวานอมเปรี้ยว ดื่มแล้วสดชื่นสุดๆ


ที่นี่นอกจากจะเป็นคาเฟ่แล้ว ยังมีโซนสวนเกษตรที่อนุรักษ์พืชพันธุ์ท้องถิ่นที่หายากและใกล้จะสาบสูญ อาทิ ผักปัง ที่เจ้าของร้านบอกว่าเอาไปทำเป็นเมนูสลัด หรือจะกินกับวาซาบิก็อร่อย แถมยังมีจุดเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ อย่างอุโมงค์ต้นหม่อนที่เก็บกินสดๆ จากต้นได้อีกด้วยค่ะ


ทริปเที่ยวนครปฐมครั้งนี้ เราพกกระบอกน้ำสุญญากาศ Tiger มาเที่ยวด้วย บอกเลยว่าเป็นไอเท็มที่เหมาะสำหรับนักเดินทางสายชิลอย่างเราควรพกติดกระเป๋าไว้จริงๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะสามารถเก็บอุณหภูมิ ใส่ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม พกติดตัวไปกินระหว่างทางได้แล้ว ยังดีไซน์เก๋น่าใช้ ถูกใจเราจริงๆ ค่ะ เลยไม่พลาดจัดมาทั้งกระบอกน้ำสุญญากาศไซส์ใหญ่ และ food jar ไซส์มินิ ซึ่งเป็นถ้วยสแตนเลสสุญากาศที่สามารถบรรจุอาหารได้ทั้งร้อนและเย็น แถมยังน้ำหนักเบา สามารถพกติดตัวเดินทางไปด้วยได้สบายๆ


นอกจากรูปทรงน่ารักและมีสีสันสดใสให้เลือกหลากหลายสีแล้ว ที่สำคัญ ขอบยังทำมาจากเรซิ่นทำให้เวลาดื่มได้รสสัมผัสของเครื่องดื่มอย่างลงตัวอีกด้วยค่ะ ไม่ว่าจะใส่เครื่องดื่มอย่างกาแฟหรือชาสมุนไพรก็เก็บกลิ่นหอมไว้ได้ดีจริงๆ แถมยังสามารถถอดชิ้นส่วนออกมาล้างทำความสะอาดได้ ทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างอีกด้วย


จากเกาะลัดอีแท่น เราขับรถไปเที่ยวกันต่อไม่ไกลที่ “วัดไร่ขิง” พระอารามหลวงซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คชื่อดังของจังหวัดนครปฐม เพื่อแวะสักการะหลวงพ่อวัดไร่ขิง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองนครปฐม


นอกจากจะได้มากราบไหว้หลวงพ่อวัดไร่ขิงเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว เรายังได้ชมความงดงามของพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสมัยเชียงแสน ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถให้ชาวเมืองนครปฐมและนักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้สักการะ


ปิดท้ายไปเช็คอินต่อกันที่ “ชะตา ธรรมชาติ” คาเฟ่นครปฐมเปิดใหม่ ท่ามกลางธรรมชาติสมชื่อร้าน มาพร้อมกับวิวทุ่งนาล้อมรอบ ซึ่งจะทำการเพาะปลูกปีละ 2 ครั้งเท่านั้น บางช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยวจึงอาจไม่มีทุ่งนาให้ชม โดยจะเริ่มเพาะปลูกอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนปีนี้


คอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือเป็นคาเฟ่ที่อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ ภายในร้านมีให้เลือกนั่งทั้งโซนร้านอาหาร และโซนที่คล้ายๆ อัฒจรรย์ให้นั่งชมวิวทุ่งนา แต่โซนนี้จะอนุญาตให้นำเฉพาะเครื่องดื่มมาทานได้เท่านั้นค่ะ


นอกจากเครื่องดื่มอย่างกาแฟสด, อิตาเลียนโซดา, สมูทตี้ ฯลฯ ทางร้านยังมีอาหารจานเดียวง่ายๆ ให้เลือกสั่ง เมนูแนะนำ อาทิ ข้าวมัสมั่นน่องไก่ และปอเปี๊ยะผักโขมไส้ชีส ทานคู่กับน้ำจิ้มเปรี้ยวอมหวาน ตบท้ายด้วยเบเกอรี่และเครื่องดื่มอย่างเค้กส้ม, เค้กมิกซ์เบอร์รี่ ที่ทางร้านทำเอง และลาเต้ร้อนที่ทางร้านใช้เมล็ดกาแฟอะราบิก้าแท้ที่ปลูกทางภาคเหนือ นำมาเบลนด์เป็นสูตรของทางร้านเอง ส่วนใครไม่ดื่มกาแฟแนะนำสั่ง "เอ็กซ์ตรีมโอริโอ้" โอริโอ้ปั่นรสเข้มข้นอร่อยไม่แพ้กัน


จุดเด่นอีกอย่างของคาเฟ่แห่งนี้ คือมีลำคลองเล็กๆ ด้านข้าง ให้ลูกค้าสามารถพายเรือเล่นชมวิวได้ เราเลยไม่พลาดลองแปลงตัวเป็นสาวชาวสวน ลงไปพายเรือเล่นชมวิวสักหน่อย


พายเรือเล่นออกกำลังเรียกเหงื่อสักพัก เลยต้องขอเติมพลังด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ อีกแก้ว แต่โชเฟอร์บอกว่าต้องรีบกลับแล้ว เดี๋ยวตอนเย็นรถจะติด โชคดีที่มีกระบอกน้ำ Tiger ติดมา เลยสั่งสมูทตี้แบบ Take away เอากลับไปกินบนรถได้สะดวก ไม่ต้องกลัวว่าจะละลายหรือหกเลอะเทอะในรถอีกด้วยค่ะ


ขวดทรงกระบอกใหญ่จุน้ำได้เยอะมากๆ แถมดีไซน์ให้ปากกระบอกกว้างถึง 5.3 เซนติเมตร จะใส่เครื่องดื่มหรือแม้แต่น้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ ก็ไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ


แถมฟังก์ชันเริ่ดๆ อีกอย่างคือการดีไซน์ให้มียางกันลื่นด้านใต้กระบอก เหมาะจะพกไปออกกำลังกายในสตูดิโอฟิตเนส หรือจะพกไปเที่ยวชิลๆ ก็สบาย เพราะกระบอกน้ำ Tiger เค้าออกแบบให้ใช้พื้นผิวสำหรับกันลื่นและยังไม่ต้องกลัวว่าเวลาวางกระบอกน้ำจะไปขูดหรือทำความเสียหายให้กับพื้นอีกด้วยค่ะ


ที่เราชอบมากๆ อีกอย่าง คือกระบอกน้ำ Tiger ยังออกแบบให้ด้ามจับเอียงเหมาะกับนิ้วของเรา จะหิ้วพกไปไหนมาไหนก็สะดวกสุดๆ เข้ากับไลฟ์สไตล์ของสาวๆ ที่ชอบความ Slow life วันหยุดว่างๆ ชอบออกไปเที่ยว เช็คอินคาเฟ่เก๋ๆ บรรยากาศชิลๆ พกกระบอกน้ำติดตัวไปด้วยแบบนี้คือตอบโจทย์สุดๆ 


บอกเลยว่าหลังจากได้ลองใช้ทริปนี้ เราการันตีได้ว่ากระบอกน้ำ Tiger เก็บอุณหภูมิความเย็นได้ดีจริงๆ ไปเที่ยวทริปต่อไปต้องพกไว้ติดกระเป๋าแน่นอนจ้า!