งานนี้วัยรุ่นมีเฮ! เพราะชิลไปไหนจะพาทุกคนซอกแซกออกไปเที่ยว 5 ย่านห้ามพลาดในกรุงเทพฯ ไปกับ ‘ยามาฮ่า คิวบิกซ์’ (Yamaha QBIX) รถจักรยานยนต์ออโตเมติกแฟชั่นยุคใหม่ พูดได้คำเดียวว่าตอบโจทย์ครบสูตรความชิคคูลแน่นอน จัดมาให้แน่นๆ!! ทั้งที่ช้อปปิ้ง จุดถ่ายรูป และพิกัดชิลๆ จะสนุกสุดฟินขนาดไหน ตามไปดูกันเลย!


จตุจักร-สะพานควาย


เริ่มต้นด้วยย่านแรกกับย่านจตุจักร-สะพานควาย ที่สายฮิปรับรองต้องถูกใจ เพราะมีคาเฟ่เก๋ๆ จุดเช็คอินใหม่ๆ ให้ไปชิลเพียบ! โดยเฉพาะใครที่เป็นสายซอกแซกชอบขับรถเที่ยวตามตรอกซอกซอยต่างๆ บอกเลยว่าเหมาะมากกก... เราเริ่มต้นทริปด้วยการแวะไปเติมความสดชื่นกันที่ Haba ร้านชาสไตล์ญี่ปุ่นสุดคิวท์ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยประดิพัทธ์ 14 จุดสังเกตคือโนเรน หรือผ้าม่านสไตล์ญี่ปุ่นที่ใช้แขวนไว้หน้าร้านค้านั่นเอง


ร้านนี้จะขายชาแบบ Take away ไม่มีที่นั่ง จอดรถหน้าร้านแล้วลงไปสั่งได้เลย จุดเด่นคือเน้นเมนูเครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพแบบ “Tearapy” มีส่วนผสมของสมุนไพรหลายอย่าง อาทิ กระเจี๊ยบ, มะตูม ฯลฯ โดยใช้ชาอู่หลงและชามะลิเป็นเบส และยังมีท้อปปิ้งอย่างเฉาก๊วย, ไข่มุกทอง, ไข่มุกดำและบราวชูก้าเจลลี่ให้เลือกอร่อยได้ด้วย เมนูพลาดไม่ได้ต้องสั่งคือ โฮจิฉะนมสด, ชากระเจี๊ยบ, ชาขิงหวาน, ชาเสาวรส ฯลฯ ดื่มแล้วสดชื่นพร้อมออกไปเที่ยวกันต่อสู้กับอากาศร้อนๆ ได้สบายๆ


พร้อมแล้วสตาร์ทรถไปช้อปกันต่อที่ตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดสุดฮิปที่รวมไอเท็มชิคๆ และสตรีทฟู้ดอร่อยๆ ไว้ให้เราเดินช้อป ชิม ชิลได้ตลอดทั้งวัน มีให้เลือกสรรทั้งโซนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า, โซนเฟอร์นิเจอร์-ของแต่งบ้าน, โซนหนังสือ รวมถึงโซนต้นไม้และสัตว์เลี้ยง ฯลฯ แต่ถ้าใครไม่อยากเบียดคนเยอะ หลบมาเดินแถวโครงการ 2 โซนที่รวมช็อปร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่นชิคๆ ให้เลือกช้อปกันจุใจ ไม่ว่าจะแนวสตรีท, เกาหลี หรือเสื้อเชิ้ตฮาวายเหมาะกับซัมเมอร์ ระวังอย่างเดียวอย่างเผลอช้อปเพลินจนกระเป๋าเบา!


อีกหนึ่งแลนด์มาร์คในย่านจตุจักร ปักหมุดพิกัดที่นี่ “สวนรถไฟ” สวนสาธารณะที่เหมือนปอดสีเขียวใจกลางกรุง ปั่นจักรยานเล่นชิลๆ แถมมีมุมให้ถ่ายรูปฮิปๆ ไว้อัพ IG และ Facebook เพียบ จากนั้นขี่ ‘ยามาฮ่า คิวบิกซ์’ (Yamaha QBIX) เลียบไปเส้นถนนกำแพงเพชร เช็คอินที่ “The Camp - Vintage Flea Market ตลาดนัดสุดแนวแห่งใหม่ย่านจตุจักร ที่นาทีนี้ใครยังไม่มาเช็คอินถือว่าเอาท์! เปิดให้เช็คอินได้ยาวๆ กันทุกวัน ตั้งแต่ 15.00-22.00 น. (วันศุกร์-อาทิตย์ เปิดถึง 23.45 น.) ช้อปเสร็จแล้วใครหิว มาเติมพลังกันที่ Jong Dimsum (จงติ่มซำ) ร้านติ่มซำเจ้าเด็ดย่านสะพานควาย จัดเต็มกับเมนูบะหมี่เบตง ซิกเนเจอร์ของร้าน เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับน้ำซอสสูตรเฉพาะของร้าน ทานคู่กับหมูแดง และเมนูบะกุ๊ดเต๋ หรือซุปซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน ห้ามพลาดกับเมนูซาลาเปาหมูย่าง แป้งชาโคลนุ่มๆ อัดแน่นไปด้วยไส้หมูย่างหอมๆ รสชาติอร่อยแบบเต็มคำ นอกจากนี้ ยังมีเมนูใหม่อย่างซาลาเปาทอดไส้ไข่เค็มลาวา พร้อมเมนูติ่มซำที่อร่อยไม่แพ้กัน มีหลากหลายให้เลือกทานในราคาเริ่มต้นเพียง 40 บาทเท่านั้น ต่อด้วยการไปเช็คอินคาเฟ่บรรยากาศชิลๆ สบายๆ ในซอยวัดไผ่ตันที่ Catnip.feel จิบเครื่องดื่มเย็นๆ เล่นกับน้องเหมียวสุดน่ารัก    

  


สยาม-สามย่าน


มาต่อกันที่จุดศูนย์รวมของวัยรุ่นมาทุกยุคทุกสมัยอย่าง ‘สยาม-สามย่าน’ พิกัดนี้ไม่มีคำว่าเชย! เพราะเต็มไปด้วยจุดเช็คอินที่ใช่สำหรับคนไลฟ์สไตล์คูลๆ โดยเฉพาะ ‘สยามสแควร์’ หรือที่หลายๆ คนชอบเรียกว่าสยามฝั่งร้อน ที่นี่เหมือนเป็นจุดแลนมาร์คของความฮิป ไม่ว่าจะซอกแซกซอยไหน ก็ล้วนแต่มีทั้งที่ให้ช้อปปิ้งและกินของอร่อยกันแบบจุกๆ เลยทีเดียว 

มาสยามทีไร บอกเลยว่าไม่มีครั้งไหนที่สายแฟชั่นอย่างเรา จะไม่เลี้ยวเข้าซอย 2 เพราะเป็นที่ตั้งของร้านมัลติแบรนด์เพียบ ตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย ซึ่งร้านที่เราอยากบอกว่าห้ามพลาดจริงๆ นั่นคือ ร้าน FRANK! GARCON ไลฟ์สไตล์สโตร์ที่รวมแบรนด์ไทยสุดเก๋เอาไว้ให้ช้อปแน่นร้าน! ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า แอกเซสซอรีส์ ของแต่งบ้าน และไอเทมอีกจิปาถะ ทั้งหมดนี้ช้อปได้ในราคาดีต่อใจวัยรุ่น แถมสินค้าในร้านยังมีความ Unisex ใครเข้ามารับประกันว่าช้อปเพลินทุกคนแน่นอน


เขยิบมาไม่ไกลจากร้าน FRANK! GARCON จะเจอกับอีกร้านน่าแวะอย่าง Daddy And The Muscle Academy มัลติแบรนด์สโตร์ที่อบอวลไปด้วย 90's vibes เทรนด์มาแรงในตอนนี้ เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับโซนสีพาสเทลสดใสที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้า แอกเซสซอรีส์ และสเตชั่นเนอรี่ ดีไซน์โดนใจวัยรุ่น 


ขยับมาด้านในสุด จะเจอกับโซนใหม่อย่าง STICKERLAND ที่มาในแบบ NEON STYLE ดูโคเรียนน่าแชะภาพอัพรูปโปรไฟล์ไปอี๊ก! แถมยังเป็นโซนที่คนรักสติ๊กเกอร์ต้องหมดตัว เพราะมีให้เลือกช้อปกันแบบจุกๆ อีกทั้งที่นี่ยังตกแต่งสวยเก๋จนเหมือนเป็นสตูดิโอย่อมๆ สามารถถ่ายรูปเล่นได้เกือบทุกมุมเลยล่ะ


พามาเติมพลังกันบ้าง กับร้านราเมนอร่อยเปิดใหม่ อย่าง YUZU RAMEN’ สยามสแควร์ ซ.3  ร้านราเมงซุปส้มยูซุแห่งแรกในเมืองไทยที่ตกแต่งได้กลิ่นอายสไตล์แจแปนนิสมาเต็ม นับตั้งแต่ประตูทางเข้าร้าน ไปจนถึงโต๊ะที่นั่งทานอาหารที่มีให้เลือกแบบโต๊ะเดี่ยวสำหรับใครที่มาคนเดียว และโซนที่นั่งแบบกลุ่มท่ามกลางโคมไฟญี่ปุ่นและภาพวาดเพนท์ผนังเป็นรูปซามูไรและหญิงสาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโนสีสันสดใส


เมนูเด็ดห้ามพลาด ประเดิมด้วยสไปซี่ยูซุราเมน ราเมนซุปส้มยูซุรสชาติเผ็ดร้อนที่สามารถเลือกความนุ่มของเส้นและปรับระดับความเผ็ดได้ หากใครไม่กินเผ็ดแนะนำเมนู “หมูสามชั้น ทรัฟเฟิลโชยุราเมน”  ราเมนหมูชาชูเนื้อนุ่ม น้ำซุปหอมกลิ่นโชยุและเห็ดทรัฟเฟิลนำเข้าจากฝรั่งเศส รสชาติกลมกล่อม มาพร้อมกับเครื่องเคียงอย่างกากหมู กุ้งฝอย ข้าวโพดให้เราใส่เพิ่มเป็นท้อปปิ้งได้ ถ้าใครกลัวไม่อิ่มก็ยังมีเมนูของทานเล่นอย่างสไปซี่ทูน่าทาร์ทาร์ และเกี๊ยวซ่ารวมไส้ให้เลือกสั่งอีกหลายเมนู


อิ่มแล้วช้อปต่อได้!! ไปกันที่ร้าน Freitag Store สยามสแควร์ ซ.7 กันบ้าง ที่นี่เป็นร้านกระเป๋ารีไซเคิลแบรนด์ดังจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดเต็มคอลเล็กชันกระเป๋าสวยๆ ให้เลือกเพียบ! ส่วนใครเป็นสายฮิปสเตอร์ ชอบถ่ายภาพหรือเสพย์งานอาร์ต ขอแนะนำให้แวะมาที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  หรือที่เรียกกันติดปากว่า “หอศิลป์ กทม.” เดินเล่น ถ่ายรูป ชมงานศิลปะกันให้เต็มอิ่ม


จุดเช็คอินสุดท้ายใหม่ล่ามาแรงสุดๆ มอบมงฯ ให้กับ Chula Art Town โครงการที่เนรมิตพื้นที่ให้ตลาดสามย่านให้สวยปังมากขึ้นด้วยกราฟฟิตี้ตามจุดต่างๆ ไล่เรียงมาตั้งแต่ซอยจุฬาฯ 48-50 ไปจนถึงตึกแถวละแวกสามย่าน ใครเป็นสายอาร์ตห้ามพลาด เตรียมกล้อง เคลียร์เม็มโมรี่ให้พร้อม รับรองขี่รถเที่ยวถ่ายรูปกันจุใจแน่นอน!


ใครเดินถ่ายรูปเล่นจนหิว ก็มีร้านอร่อยๆ ให้แวะทานเพียบเลย ซึ่งร้านมาใหม่และ #อร่อยบอกต่อ เราขอชี้เป้าไปที่ร้าน ‘เหลือใจ’ ซอยจุฬาฯ 42  ร้าน Poke Bowl เมนูสุดฮิตจากฮาวายสไตล์ญี่ปุ่นที่คนรักปลาดิบต้องปริ่ม เพราะร้านนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์อีสานฟิวชั่น โดยนำวัตถุดิบอย่างปลาแซลมอนมาทำเป็นเมนูเด็ดผสมน้ำปลาร้าแซ่บๆ ได้อย่างลงตัว แถมราคาเบาๆ สบายกระเป๋าอีกต่างหาก ไม่แปลกใจที่เป็นร้านอร่อยขวัญใจของนักเรียนนักศึกษาในย่านนี้


เมนูแนะนำจานเด็ดห้ามพลาด มาแล้วต้องสั่ง! นำทัพมาด้วยเมนูแนะนำจานเด็ดอย่าง Salmon poke bowl ข้าวหน้าปลาแซลมอน เสิร์ฟพร้อมซอสถึง 8 ชนิด อาทิ ซอสต้นตำรับ, โคชูจัง, น้ำลาบ, น้ำยำ, สไปซี่มาโย ฯลฯ ชอบกินรสเปรี้ยวเค็มหวานเผ็ดสไตล์ไหน เลือกได้เต็มที่! นอกจากนี้ยังมีเมนูยำขนมจีนซาบะดอง ที่ใช้ปลาซาบะแทนปลาทู และแซลมอนปลาร้าแซ่บ แซลมอนสดๆ เสิร์ฟมาพร้อมผักสลัดโรยหน้าด้วยกระถิน ราดด้วยน้ำยำปลาร้าแซ่บๆ ซี๊ดซ๊าดจัดจ้านโดนใจสุดๆ


เจริญกรุง


ยืนหนึ่งจัดจ้านในย่านเจริญกรุง ต้องยกให้ที่นี่ “Warehouse 30” โครงการจากไอเดียของสถาปนิกชื่อดังอย่างดวงฤทธิ์ บุนนาค ที่เนรมิตโกดังเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในพื้นที่ย่านซอยเจริญกรุง 30 ให้กลายเป็นอาร์ตคอมมูนิตี้สุดฮิป แหล่งรวมตัวของครีเอทีฟ ศิลปิน และคนทำงานศิลปะหลากหลายแขนง ที่มาใช้พื้นที่แห่งนี้สร้างสรรค์ไอเดียร่วมกัน


ภายในโกดังยังเก็บรักษาโครงสร้างเก่าไว้ ทั้งเสาไม้และคานอายุกว่าร้อยปี โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน อาทิ โซน Market ที่จำหน่ายสินค้างานดีไซน์เก๋ที่มี Story เข้ากับคอนเซ็ปต์ ทั้งงานแฮนด์เมดอย่างของที่ระลึก, กระเป๋า, แอกเซสเซอรี่ต่างๆ ฯลฯ, โซนพื้นที่สำหรับร้านอาหาร, ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นฝีมือการออกแบบของ Young Designer แบรนด์ไทย และโซนสำหรับจัดกิจกรรมอีเวนท์ต่างๆ โดยจะมีการจัดงาน เช่น งาน Bangkok Design Week, งานตลาดนัดกล้องฟิล์ม และเวิร์กช็อปต่างๆ สร้างความคึกคักและสีสันให้กับย่านเจริญกรุงกลายเป็น Creative District ในกรุงเทพฯ


ใครเป็นคอกาแฟแนะนำไปเช็คอินกันที่ร้าน A Coffee Roaster by li-bra-ry แบรนด์ร้านกาแฟชื่อดัง จุดเด่นของร้านนี้คือเป็นร้านคาเฟ่ li-bra-ry สาขาที่เป็นโรงคั่ว มีเครื่องคั่วกาแฟเองแบบเฮาส์เบลนด์ตั้งโดดเด่นอยู่กลางร้าน เมนูเด็ดห้ามพลาดได้แก่ Espresso Tonic กาแฟดำที่นำเอสเพรสโซ่ช็อตราดลงบนโทนิค รสซ่าของโทนิคกับรสเข้มของกาแฟเอาเพรสโซ่กระตุ้นความคึกคักได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มรสสดชื่นอย่าง Pink Shower ทานคู่กับ li-bra-ry Waffle วาฟเฟิลหอมอร่อยซิกเนเจอร์ของทางร้าน อิ่มแล้วไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง ถ่ายรูปกันต่อชิลๆ บอกเลยว่าเดินเพลินมากกก...แทบลืมเวลากันเลยทีเดียว


นอกจากคาเฟ่และร้านอาหารแล้ว ในโครงการยังมี Documentary Club ที่ฉายหนังสารคดีเจ๋งๆ ให้ชมกันทุกวันช่วง 16.30-20.00 น. โดยจะเน้นหนังหายาก หนังนอกกระแสที่ไม่ฉายตามโรงหนังทั่วไป แถมยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ที่สายกล้องต้องพกมากดชัตเตอร์กันรัวๆ จนเรียกได้ว่า Warehouse 30 เป็นจุดเช็คอินสำหรับใครที่ชอบงานศิลปะทุกชนิด จะสายชิค สายฮิป หรือสายชิลก็มาฟินกันได้ที่นี่ทุกวัน โครงการจะเปิดตั้งแต่ 11.00-20.00 น.


เดินทะลุประตูด้านหลัง Warehouse 30 ไปนิดเดียว ใกล้ๆ กันในซอยเจริญกรุง 32 จะมีสตรีทอาร์ทเรียงรายบนผนังตลอดทั้งแถบ เรียกว่าเป็นถนนสายสตรีทอาร์ทอีกแห่งในกรุงเทพฯ ก็ว่าได้ ภาพสตรีทอาร์ทสีสันสดใสเหล่านี้เป็นผลงานของศิลปินกราฟิตี้ชื่อดังทั้งชาวไทยและต่างชาติ จนกลายเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งประจำย่านเจริญกรุง


มาเช็คอินกันที่ร้านอร่อยลับๆ ในย่านเจริญกรุงกันต่อที่ร้าน TOKYO HOT ร้านโตเกียวที่ฮ็อทสมชื่อในซอยเจริญกรุง 24 ร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่ขนมโตเกียว แต่ยังมีเมนูสุดเฟี้ยวอย่างทาโก้ที่เจ้าของร้านที่ทำงานด้านศิลปะมาก่อน เกิดปิ๊งไอเดียอยากทำร้านทาโก้แบบที่ตัวเองชอบขึ้นมา จนกลายเป็นร้านเล็กๆ ขนาดแค่ 1 ใน 4 คูหา แต่รสชาติไม่ธรรมดาจนโด่งดังในโลกโซเชียล ใครอยากมากินต้องต่อคิวยาวสักหน่อย แต่บอกเลยว่าอร่อยคุ้มกับการรอคอยแน่นอน เมนูเด็ดห้ามพลาด อาทิ ทาโก้, ขนมโตเกียวไส้สังขยาไข่เค็ม, ไส้กะเพราหมูสับไข่เจียว,ไส้ไก่ย่างบาร์บีคิวซอสหมาล่า ฯลฯ แค่ได้ยินชื่อก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ! บอกเลยว่าไส้แน่นๆ เน้นๆ อร่อยทุกอย่าง! (ร้านเปิดช่วงบ่ายถึงเย็น ตั้งแต่ 13.00-20.00 น. ปิดวันพฤหัสฯ และอาทิตย์)


ไปเติมความหวานต่อกันที่ MR.Q TAIWANESE DESSERT ร้านของหวานสไตล์ไต้หวันสุดคิวท์ พิกัดใกล้ซอยเจริญกรุง 77 ที่จะทำให้คุณหวานจนใจละลายกับดีไซน์การตกแต่งร้านสีสันสดใส อินสไปร์มาจากเจ้าของร้านที่เป็นคู่รักชาวไทย-ไต้หวัน ที่ต้องการเปิดคาเฟ่ขนมหวานสไตล์ไต้หวันแท้ๆ อิมพอร์ตวัตถุดิบและเคล็ดลับความอร่อยส่งตรงจากไต้หวันโดยเฉพาะ


ในร้านมีที่นั่งให้เลือกหลากหลายโซน ทั้งโซนชาวเวอร์ที่มีพร็อบเก๋ๆ อย่างอ่างล้างหน้า เรนชาวเวอร์ อ่างอาบน้ำ, โซนแต่งตัวที่มีกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมไฟริงไลท์แต่งหน้า, และโซนจำลองสระว่ายน้ำที่ตกแต่งผนังด้วยสีฟ้าสดใส รับรองว่าถูกใจสายเซลฟี่เพราะมีมุมถ่ายรูปน่ารักๆ เพียบ!


สำหรับเมนูเด็ดที่นี่ไม่เพียงถ่ายรูปสวย แต่ยังอร่อยสุดๆ เริ่มด้วยของหวานจานเด็ดอย่าง Boba Lava Toast โทสต์ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมไอศครีมรสนมและกล้วย ราดด้วย “Boba” หรือไข่มุกและคัสตาร์ทรสชานมหอมหวาน ความพิเศษอยู่ตรงที่ไข่มุกที่ทางร้านทำเอง เม็ดเล็กแตกต่างจากไข่มุกตามร้านทั่วไป แต่รสชาติดีมากกก... ต่อด้วยเมนูน้ำแข็งไสไต้หวัน ที่มีให้เลือกหลายไซส์และเลือกท้อปปิ้งได้ เราสั่งไซส์ใหญ่สุดจัดเต็มทั้งทาโร่บอล,เฉาก๊วยไต้หวัน,เต้าฮวย และเจลลี่ทำจากน้ำตาลทรายแดง และธัญพืชอย่างถั่วแดง,ถั่วเขียว,บาร์เลย์ ฯลฯ จานนี้ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มสีสวยอย่าง I am Happy สมูทตี้น้ำมะม่วงผสมน้ำอัญชันและสตรอว์เบอร์รี และ I am Boba ชานมไข่มุกไต้หวัน รสชาติหวานมัน อร่อยต้องลอง!


นอกจากร้านอร่อยบรรยากาศชิลแล้ว ย่านเจริญกรุงยังมีพิกัดฮิปๆ ที่น่าไปเช็คอินอีกหลายที่ อาทิ RCB GALLERIA - RIVER CITY BANGKOK อาร์ตแกลเลอรี่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นอกจากจะเป็นศูนย์รวมงานศิลปะและวัตถุโบราณชั้นเยี่ยมของเอเชีย ยังเปิดพื้นสําหรับจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายประเภทให้เราได้ไปเดินชมงานศิลปะกันอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าใครอยากได้บรรยากาศอาร์ตๆ แบบย้อนยุคล่ะก็ แนะนำไปเช็คอินกันที่ “บ้านโซว เฮ่ง ไถ่” ซ่อนตัวอยู่ในซอยตรอกศาลเจ้าโรงเกือก ย่านตลาดน้อย ที่นี่เป็นบ้านเก่าสไตล์จีนอายุกว่าสองร้อยปีที่ปรับปรุงให้เป็นโรงเรียนสอนดำน้ำ และเปิดบ้านเป็นคาเฟ่เล็กๆ ให้เราเข้าไปเยี่ยมชม จิบเครื่องดื่ม ทานขนมชิลๆ กันได้อีกด้วย


บางนา


ใครจะรู้ว่าย่านนี้ก็มีจุดเช็คอินฮิปๆ ให้ไปเช็คอินกันด้วยนะ! ประเดิมที่แรกกันด้วยโครงการดาดฟ้า (Dadfa) หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ดาดฟ้า ลาซาล” ที่เที่ยวแลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดในย่านบางนา มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์เป็น Market Park ท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น พร้อมทางเดิน Skywalk บนดาดฟ้าเหนือยอดไม้ที่เป็นไฮไลท์สมชื่อโครงการ ชั้นล่างมีคาเฟ่ชิคๆ ร้านอาหารออร์แกนิค และมีจัดงาน event ตลาดนัดเก๋ๆ ทุกวีคเอนด์ โดยเน้นผักผลไม้อินทรีย์ อาหารและเครื่องดื่มโฮมเมดเหมาะกับสายคลีน


ใครขี่รถมาเที่ยวไม่ต้องห่วง เพราะภายในโครงการเค้ามีที่จอดรถให้สะดวกสบาย จอดรถแล้วลงไปเดินเล่นเก็บภาพเก๋ๆ กันตามสบาย อย่าพลาดไฮไลท์ของที่นี่คือ ทางเดิน Skywalk บนดาดฟ้ากว้างๆ ท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ที่ปลูกไว้รอบๆ จากบริเวณดาดฟ้าสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้เต็มตาแบบไม่มีตึกสูงมาบดบังวิว ใครอยากมาชิลแนะนำมาช่วงเย็นๆ อากาศไม่ค่อยร้อนมาก แต่ถ้าอยากได้ภาพสวยๆ ท้องฟ้าใสๆ แถมคนไม่ค่อยเยอะแบบนี้ กลางวันนี่แหละตอบโจทย์!


เอาใจขาช้อปไปขี่ ‘ยามาฮ่า คิวบิกซ์’ (Yamaha QBIX) เช็คอินกันต่อที่ IKEA บางนา เดินเลือกซื้อช้อปของแต่งบ้านเก๋ๆ แบบมีสไตล์ เล็งชิ้นไหนไว้หยิบใส่รถเข็นแล้วใช้บริการส่งถึงบ้านได้เลย ไม่ต้องห่วงว่าจะช้อปพะรุงพะรังแล้วขนกลับลำบาก


จากนั้นข้ามมาช้อปกันต่อที่เมกาบางนา แวะไปอัพเดทเทรนด์แฟชั่นกันที่ร้าน ALAND ร้านแฟชั่นมัลติแบรนด์ดังสุดชิคจากเกาหลี ใครอยากรู้ว่าที่โซลแฟชั่นแบบไหนกำลังอินเทรนด์ แวะมาที่นี่ไม่ผิดหวัง! มีทั้งเสื้อผ้าผู้ชายเท่ๆ ชุดผู้หญิงเก๋ๆ และเอกเซสเซอรี่อย่างหมวก แว่นตาแบรนด์ดีไซเนอร์ ฯลฯ ให้เราได้ช้อปกันโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลี แล้วไปคอมพลีทลุคกันที่ SEEK ช็อปที่รวมสินค้าสุดยอดแบรนด์สตรีทแวร์ระดับไฮเอนด์จากทั่วโลก ทั้งแบรนด์ดังจากแอลเอ, นิวยอร์ก, ปารีส ฯลฯ จัดเต็มทั้งรองเท้า, กระเป๋า, เสื้อผ้า ไว้รอให้แฟชั่นนิสต้าอย่างเราได้อัพเดทเทรนด์ก่อนใคร โดนใจทั้งสายสตรีทและสายสนีคเกอร์ชัวร์!


หากใครยังติดใจอยากชิลกันต่อ ก็ยังมีจุดเช็คอินอีกหลายแห่งที่โดนใจทั้งสายช้อปและสายชิล ไม่ว่าจะเป็น 101 THE THIRD PLACE ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ที่เพิ่งเปิดใหม่มาแรง ภายในมีทั้งร้านอาหารเก๋ๆ คาเฟ่ชิคๆ แถมยังมี Co-working Space และห้องเล่นเกมแบบอินดอร์เย็นฉ่ำให้เราสนุกได้ทั้งวัน ส่วนใครเป็นสายช้อปที่ชอบหาของอร่อยทานตอนกลางคืน ปักหมุดไปเลยที่ “ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์" ตลาดนัดกลางคืนสุดแนวที่มีทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น, ของแฮนด์เมด, เฟอร์นิเจอร์ และสตรีทฟู้ดอร่อยๆ รวมถึงร้านนั่งแฮงค์เอ้าท์บรรยากาศชิลๆ ในบรรยากาศโกดังเก็บของสุดคูลให้เรามาชิลกันทุกเย็นวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 17.00 - 01.00 น.



เอกมัย-ทองหล่อ-พร้อมพงษ์


มาถึงย่านที่ได้ชื่อว่าชิคและทันสมัยที่สุดย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ กับย่าน เอกมัย-ทองหล่อ-พร้อมพงษ์ ที่ต้องบอกตรงๆ ว่ารถติดสุดๆ เลยจ้าาา... นอกจากรถไฟฟ้าแล้วมอเตอร์ไซค์นี่ล่ะตอบโจทย์ในการเที่ยวย่านนี้ของเราที่สุด!!

พิกัดแรก เราขี่ ‘ยามาฮ่า คิวบิกซ์’ (Yamaha QBIX) ไปเช็คอินกันที่ร้าน Onion ร้านมัลติแบรนด์สุดชิคในซอยเอกมัย 12 ที่นอกจากจะเป็นร้าน Selected Shop ที่รวบรวมเสื้อผ้าหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ยังมีคาเฟ่เล็กๆ ให้เราได้แวะพักนั่งจิบกาแฟชิลๆ ได้แบบ 2 in 1


ถึงแม้จุดเริ่มต้นของร้าน Onion จะมีคอนเซ็ปต์คือเป็น Contemporary Menswear ที่เน้นเสื้อผ้าผู้ชายมาก่อน แต่ตอนนี้ทางร้านก็ได้ปรับให้มีความเป็น Unisex มากขึ้น มีทั้งเสื้อผ้า แอกเซสเซอรีสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชายหลากหลาย ต้องบอกว่าของในร้านแต่ละชิ้นจัดว่าเด็ด! เพราะเจ้าของร้านลงทุนบินไปคัดเลือกคอลเล็กชั่นล่าสุดจากแบรนด์สุดฮิปของอเมริกา, ญี่ปุ่น และยุโรป มาให้ช็อปกันตาลาย ไม่ว่าจะเป็นแว่นตาและแว่นกันแดด Lesca Lunetier แบรนด์แว่นตาชั้นนำ ดีไซน์ดั้งเดิมจากประเทศฝรั่งเศส หรือ Norse Projects แบรนด์พรีเมียม Streetwear สุดเนี้ยบจากโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ฯลฯ


และที่พลาดไม่ได้เลยคือแรร์ไอเท็มบางชิ้น บางแบรนด์นั้นมีให้ช้อปในเมืองไทยเฉพาะที่ร้านนี้ที่เดียวเท่านั้น! อาทิ Engineered Garments แบรนด์ workwear ขวัญใจหนุ่มๆ จากนิวยอร์ก รวมทั้งเสื้อผ้าและกระเป๋าจากแบรนด์ Rains ของเดนมาร์ก ซึ่งแต่ละคอลเล็กชั่นทางร้านจะนำเข้ามาเพียงแค่ไซส์ละ 1 ตัวเท่านั้น ใครที่กำลังมองหาไอเท็มชิคๆ ดีเทลเนี้ยบ ใส่แล้วไม่ซ้ำใคร มาที่นี่รับรองถูกใจแน่นอน!


ช้อปเสร็จแล้วไปนั่งพักเหนื่อยจิบกาแฟทานขนมอร่อยๆ กันที่ One Ounce for Onion คาเฟ่สุดเก๋ที่อยู่ติดกัน ที่นี่เสิร์ฟกาแฟ House Blend คุณภาพดี และยังมีเมนูอาหารเช้าและเบเกอรี่อร่อยๆ ให้เลือก เราสั่งเมนู Black Chinotto เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านมาทานคู่กับ Waffle with seasonal fruit and lemon yogurt popsicle วาฟเฟิลผลไม้รวมตามฤดูกาลอย่างกล้วย ส้ม แก้วมังกร สตอรว์เบอร์รี ท้อปปิ้งด้วยไอศกรีมโยเกิร์ตมะนาว กินแล้วสดชื่นคลายร้อนสุดๆ


ตอนเย็นเราขี่ ‘ยามาฮ่า คิวบิกซ์’ (Yamaha QBIX) มาที่โครงการ Acmen Ekamai (ระหว่างเอกมัยซอย 13-15) เพราะนัดเพื่อนๆ มาปาร์ตี้เล่นเกมกันที่ Sheldon สถานที่แฮงค์เอาท์สุดคูลในย่านนี้ นอกจากจะมีบอร์ดเกมสนุกๆ ให้เลือกเล่นกว่า 100 เกมแล้ว ที่นี่เค้ายังมีคอนเซ็ปต์เป็น Alternative Hangout Space ให้มาใช้พื้นที่ทำกิจกรรมกันหลากหลาย มีทั้งโซน Co-working Space ให้นั่งทำงาน และยังมีคาเฟ่เล็กๆ ให้สั่งอาหารและเครื่องดื่มง่ายๆ มาทานระหว่างเล่นเกมไปด้วยได้ แถมยังเปิดบริการตลอด 24 ชม. นั่งชิลได้ทั้งคืน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยรุ่นอย่างเราจริงๆ


สำหรับใครที่อยากซอกแซกเก็บตกในโซนนี้ เรายังมีจุดเช็คอินที่อยากแนะนำกันอีกหลายที่ ไม่ว่าจะเป็น stickwithme4ev” ร้านรวมสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์โดนใจวัยรุ่นที่เพิ่งเปิดใหม่หมาดๆ พิกัดอยู่ในซอยเอกมัย 26 พอเปิดประตูเข้าไปในร้านอุทานในใจดังๆ เพราะมีแต่ของน่ารักๆ เต็มไปหมด! โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์ลายน่ารักสีสันสดใส และกระเป๋าสะพาย เนื้อผ้าแคนวาสพิมพ์ลายทั้งใบที่เจ้าของร้านออกแบบเอง บอกได้คำเดียวว่าอยากได้ทุกอันเลย!

ส่วนใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปดูหนัง แนะนำไปที่ Cinema Oasis โรงหนังอิสระในซอยสุขุมวิท 43 นอกจากที่นี่จะฉายหนังนอกกระแสแนวอินดี้ แต่เข้าใจง่ายให้ชมแล้ว บริเวณชั้น 3 ยังเป็นโซนแกลเลอรี่ มีนิทรรศการศิลปะให้ชมอีกด้วย ปิดท้ายด้วยการไปช้อปปิ้งต่อที่ DONKI MALL” ทองหล่อ Discount Store ชื่อดังจากญี่ปุ่นสาขาแรกในเมืองไทยที่ยกขบวนร้านค้าและอาหารของญี่ปุ่นมาไว้ใจกลางกรุง บอกเลยว่ามีของให้ช้อปเพียบ ทั้งของเล่น เครื่องสำอาง และยังมีโซนคาราโอเกะสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ครบวงจรขนาดนี้ ไม่ไปเช็คอินไม่ได้แล้วล่ะ!


และทั้งหมดนี้ก็คือจุดเช็คอิน 5 ย่านสุดชิคในกรุงเทพฯ ที่เราและ ‘ยามาฮ่า คิวบิกซ์’ (Yamaha QBIX) ชี้เป้ามาฝาก แต่ละย่านจัดเต็มพิกัดเด็ดๆ ทั้งช้อป ชิม ชิค ชิลมาให้เลือกหลากหลายสไตล์ แต่จะซอกแซกขนาดไหนก็ไม่หวั่น เพราะเรามี Yamaha QBIX เป็นเพื่อนคู่ใจพาไปชิลตลอดทริป แถมยังมีช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ และ MOBILE CHARGER SOCKET สำหรับชาร์จแบตมือถือไว้เปิด GPS คอยบอกทางได้ตลอดไม่ต้องกลัวว่าแบตจะหมด คราวนี้จะตะลอนเที่ยวย่านไหนก็สบาย ชิลได้ทุกที่กันแน่นอน! สนใจ Yamaha QBIX เช็คได้ที่นี่