Kantary Hills Chiang Mai ที่พักสุดหรู อยู่สบาย ใจกลางเมืองเชียงใหม่



ตั้งใจทำงานหนักมาตั้งนาน เบือนหน้าดูปฎิทินอีกทีก็ผ่านเวลามาได้ครึ่งปีแล้ว! ไม่ได้การล่ะ แบบนี้ต้องรีบหาโอกาสไปพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานสักหน่อย โดยคราวนี้เราเลยจิ้มไปที่ ‘เชียงใหม่’ เมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันแสนมีเสน่ห์แบบล้านนา อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามทางธรรมชาติ รวมถึงมีคาเฟ่ชิคๆ และโรงแรมที่น่าเอนกายพักผ่อนมากมาย แต่ที่พักที่โดนใจเราที่สุดคือ “โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ (Kantary Hills Chiang Mai)” โรงแรมสุดหรูในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทล ตั้งอยู่ซอยนิมมานเหมินทร์ 12 ซึ่งเป็นพิกัดที่สะดวกต่อการกิน เที่ยวช็อปแบบสุดๆ  ที่สำคัญยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินอีกด้วยนะ ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ว่าที่นี่เป็นไง ก็ตามมาเช็คอินพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ



ทันทีที่ถึงเชียงใหม่เราก็รีบโบกแท็กซี่ปักหมุดให้มาส่งที่โรงแรม ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงจุดหมายแล้วค่ะ แว้บแรกที่มาถึงโรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ ต้องบอกเลยว่ารู้สึกว้าวมาก เพราะที่นี่ใหญ่โต กว้างขวาง มีอาคารที่พักสไตล์โมเดิร์นสีขาวสะอาดตาเชื่อมกันทั้งหมด 3 อาคาร โดยล็อบบี้จะอยู่บริเวณตรงกลางนะคะ เดินลากกระเป๋าเข้ามาก็จะเจอพนักงานยิ้มแย้มต้อนรับแบบอบอุ่นเลยค่ะ ซึ่งโซนล็อบบี้ที่นี่ก็ดูหรูหราโอ่อ่าด้วยการตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี่ให้มีกลิ่นอายแบบล้านนาเบาๆ พร้อมแบ่งโซนรับรองแขกไว้หลากหลายมุม 




เช็คอินเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาไปดูห้องพักกันแล้วค่ะ โดยห้องพักของที่นี่จะตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่าย และมีให้เลือกพักด้วยกัน 3 แบบคือ ห้อง Studio ขนาด 46-54 ตร.ม., ห้อง One Bedroom ขนาด 61-76 ตร.ม. และห้อง Two Bedroom ขนาด 103-115 ตร.ม. ซึ่งถือว่าห้องพักที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าห้องมาตรฐานทั่วไปเลยก็ว่าได้ค่ะ 


สำหรับห้องที่เราพักจะเป็นแบบ Studio ขนาด 46 ตร.ม. แม้จะเป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของโรงแรมแต่ภายในกลับดูกว้างขวางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เปิดประตูเข้ามาจะเจอแพนทรี่เล็กๆ ไว้ประกอบอาหารได้ ซึ่งฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องน้ำ ก่อนจะต่อเนื่องเป็นมุมนั่งเล่น และเตียงนอนขนาด 3.5 ฟุต 2 เตียง พร้อมระเบียงให้ออกไปรับลมด้านนอก



ภายในห้องน้ำแบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน นอกจากจะมีห้องอาบน้ำแบบฝักบัวแล้ว ยังมีอ่างอาบน้ำที่ผนังฝั่งหนึ่งกรุกระจกใสให้มองเห็นบรรยากาศในห้องเพิ่มความเซ็กซี่เล็กๆ ขณะอาบน้ำได้ แต่ถ้าใครเขินอยากเป็นส่วนตัวก็สามารถรูดมูลี่ลงมาปิดได้ด้วย



ห้องต่อมาที่เราจะพาเพื่อนๆ โฉบไปชมคือห้อง One Bedroom ขนาด 61 ตร.ม. รวมอาหารเช้าแล้ว ห้องนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าห้องที่เราพักค่ะ ส่วนการตกแต่งก็คล้ายๆ กัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพียงแต่จัดวางแปลนต่างกันเท่านั้นเอง สำหรับห้องนี้เดินเข้ามาจะเจอโถงกว้างๆ แบ่งเป็นมุมแพนทรี่ มุมรับประทานอาหาร และมุมนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกัน ก่อนจะมีประตูกั้นเป็นห้องนอนและห้องน้ำ พร้อมระเบียงให้ออกไปยืดเส้นยืดสายในตัว



ห้องสุดท้ายที่เราจะพาไปชมคือ ห้อง Two Bedroom ขนาด 103 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเป็นไทป์ที่ใหญ่ที่สุดของโรงแรม ภายในห้องนอกจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแล้วยังมีห้องพักด้วยกัน 2 ห้อง และมีห้องน้ำ 2 ห้อง ซึ่งห้องนี้เราว่าเหมาะแก่การมาพักกับครอบครัว หรือเพื่อนสนิทชาวแก๊งค์มากๆ ค่ะ เพราะรองรับสมาชิกได้ถึง 4 คนด้วยกัน แถมวิวที่ระเบียงยังสวยงาม มองออกไปก็เจอสระว่ายน้ำและเห็นดอยสุเทพแบบไกลๆ ด้วยล่ะ



ห้องนอนเล็กจะเป็นเตียง 3.5 ฟุต 2 เตียงนะคะ ภายในห้องมาพร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และห้องน้ำในตัว



ส่วนห้องนอนใหญ่จะเป็นเตียงแบบควีนไซส์ มีทีวี โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ และระเบียงในตัว



เราแอบพาไปเปิดประตูชมห้องพักกันครบทุกไทป์แล้ว ต่อไปเรามาดูส่วนกลางของโรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ กันดีกว่าค่ะ ซึ่งที่นี่เขาจัดเต็มมากกกกก นอกจากมีสระว่ายน้ำ (ระบบเกลือ) ขนาดใหญ่แล้วยังมีห้องฟิตเนส ห้องซาวน่า ห้องสตรีม และอ่างจากุชชี่ให้ผู้เข้าพักได้เลือกใช้เติมความสุขระหว่างที่พักผ่อนที่นี่อีกด้วยนะ 



ระหว่างที่เดินชมสิ่งอำนวยความสะดวกของที่พัก ท้องเราก็เริ่มส่งเสียงร้องให้รู้ว่าหิวแล้วนะ เราเลยรีบกดลิฟท์ลงมาที่ชั้น 1 เดินสับๆๆ ไปยังห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล ของโรงแรม ซึ่งที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่ 06.00 - 00.00 น. เลยนะคะ เมนูแนะนำของที่นี่ก็คือสเต็ก มีให้เลือกทั้งแบบทีโบนสเต็กที่เป็นส่วนกลางติดกระดูกและริบอายสเต็กแบบเนื้อซี่โครง โดยเราสั่งทีโบนสเต็กมากินคู่กับสปาเก็ตตี้เบคอนพริกแห้ง สลัดทูน่า ซุปกุ้งล็อบสเตอร์ และเครื่องดื่มสีสดสดใสรสชาติซาบซ่า ซึ่งแต่ละเมนูบอกได้คำเดียวค่ะว่า ‘เด็ด’ อร่อยทุกจานจริงๆ แถมแต่ละเมนูยังคัดแต่วัตถุดิบคุณภาพทั้งนั้น แนะนำว่าถ้ามาเที่ยวเชียงใหม่ควรมาลิ้มลองนะคะ รับรองฟินละมุนลิ้นแน่นอน 



กินคาวแล้วเราก็ต้องตามด้วยของหวานด้วยใช่ไหมคะ? งานนี้ไม่ต้องไปไหนไกลเลยค่ะ เพราะที่โรงแรมมีส่วนของคาเฟ่บริการด้วย ชื่อว่า ‘คาเฟ่ แคนทารี’ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 09.00-22.00 น. เราว่าคอกาแฟน่าจะถูกใจเพราะที่นี่จะคัดสรรแต่เมล็ดกาแฟชั้นดีเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมหอมกรุ่น ส่วนเมนูขนมเบเกอรี่ต่างๆ ก็จะอบใหม่ในทุกๆ วัน



แน่นอนว่าสายหวานอย่างเราก็ไม่พลาดที่จะสั่ง Homemade Pancakes Strawberry Crumble แพนเค้กเนื้อนุ่มราดซอสสตรอว์เบอร์รีและ Tangy Mango Pudding พุดดิ้งมะม่วงที่เสิร์ฟพร้อมมะม่วงสุกหวานแบบฉ่ำๆ มากินคู่กับ Mango Float น้ำมะม่วงปั่นรสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี ก่อนจะปิดท้ายด้วย Drip Coffee กาแฟดริปกลิ่นหอมกรุ่น



นอกจากบรรยากาศจะดีขนมอร่อยแล้ว ที่คาเฟ่ แคนทารีมีโปรโมชั่นพิเศษให้เพื่อนๆ ได้สะสมคะแนนแลกรางวัลเป็นที่พักฟรีได้ด้วยนะคะ โดย 1 บาทจะมีค่าเท่ากับ 1 คะแนน ซึ่งสามารถนำคะแนนมารวมกันได้ทั้ง 8 สาขาทั่วประเทศเลยค่ะ ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง อยุธยา บางแสน ศรีราชา ปราจีนบุรี และเกาะยาวน้อย โดยใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 สิงหาคม 2563 เลยค่ะ


ตัดภาพมาที่เช้าวันใหม่ หลังจากนอนหลับสบายจนเกือบลืมว่าวันนี้จะออกไปเที่ยวข้างนอก เราก็รีบตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวและลงไปกินอาหารเช้าที่โรงแรม ซึ่งอาหารเช้าที่นี่จะเริ่มตั้งแต่ 05.00 - 10.00 น. นะคะ ขอกระซิบบอกไว้ก่อนว่ามีเมนูให้เลือกเยอะมากกกกก (ก.ไก่ล้านตัว) แต่ละเมนูก็สดใหม่ วัตถุดิบคุณภาพทั้งนั้น ในส่วนของรสชาติก็อร่อยถูกปากจริงๆ ค่ะ



ที่ตั้ง : 44, 44/1-4 ถนน นิมมานเหมินทร์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โทรศัพท์ : 053-222-111

GPS : https://goo.gl/maps/kCPtwUyAyDk6hzfF8