พาเที่ยวเมืองมรดกโลก บินง่าย ราคาประหยัด 

สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่ริมน้ำโขง รวมครบจบใน

ทริป “15 จุด เช็คอิน กิน เที่ยว พัก  ปล่อยใจให้ชิลไปกับ หลวงพระบาง”

15 จุด เช็คอิน กิน เที่ยว พัก  ปล่อยใจให้ชิลไปกับ หลวงพระบาง

นอกจากจะมีงานหลักทำแล้ว งานรองก็คือ นั่งหาตั๋วเครื่องบินนี่แหละค่ะ อยากจะตีมือตัวเองอยู่เหมือนกัน!! ดูแต่ตาอย่างเดียวไม่ค่อยได้มือก็กดจังเลย แหมมม ก็อยากออกไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ถึงเวลาจะน้อย ก็ขอให้ได้ออกหน่อยล่ะกัน “หลวงพระบาง”  ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งเพราะใกล้บ้านเรา มีบินตรงทุกวัน จองดีๆ ราคาไปกลับไม่ถึง 3,000 บาท บินแค่ 1 ชั่วโมง 20 นาที ก็ถึงแล้ว วีซ่าก็ไม่ต้องขอ  เที่ยวสองสามวันก็สนุกได้ ภาษาก็แค่สวัสดีไทยแลนด์ ชาวหลวงพระบางก็เข้าใจแล้วค่าาา 





“หลวงพระบาง” เมืองเล็กๆ ที่ล้อมรอบไปด้วยหุบเขา กับกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่ บริเวณที่ริมน้ำโขงกับริมน้ำคานไหลมาบรรจบกัน ด้วยเอกลักษณ์และความสวยงามของเมืองหลวงพระบางที่ได้รับอิทธิพลจากสมัยยุคล่าอาณานิคม ทำให้เมืองหลวงพระบางมีอาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียลสไตล์ และการวางผังเมืองที่มีเอกลักษณ์ รักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ให้คงสภาพเมืองเก่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ  จึงทำให้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมแบบทั้งเมือง ซึ่งในบรรดามรดกโลกทั้งหมด มีเพียงไม่กี่แห่งที่เท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์แบบนี้




วัดใหม่สุวรรณภูมาราม 

(Wat Mai Suwannaphumaham)

สถานที่แรกที่เราจะแนะนำทุกคน ถือเป็นสถานที่ห้ามพลาดเพราะเราจะได้ไปชมความงดงามของสถาปัตยกรรมหลวงพระบางขนานแท้ ที่พระอุโบสถ วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกว่า สิม สร้างด้วยไม้ มีหลังคาซ้อนกันห้าชั้น ตามกำแพงพระระเบียงด้านหน้าเป็นลายรดน้ำปิดทองเล่าเรื่องรามายณะและพระเวสสันดรชาดก ที่เป็นงานฝีมือชั้นครูอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับเสาหน้าระเบียงสีดำที่ลงรักปิดทองลวดลายละเอียดอย่างสวยงาม ภายในมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง มีพระพักตร์ที่งดงามจัดเป็นกลุ่มพระพุทธรูปหลวงพระบางแบบหนึ่ง รวมถึงพระแก้วมรกตจำลอง และถ้ามองไปรอบๆ อุโบสถจะเห็นพระพุทธรูปเรียงรายอยู่บนผนังสีแดง ที่เขาว่ามีอยู่นับหมื่นนับแสนองค์เลย

วัดใหม่สุวรรณภูมาราม

วัดใหม่สุวรรณภูมาราม ยังมีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า"วัดใหม่" เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน ซึ่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์สุดท้ายของลาวและยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปคู่เมืองหลวงพระบาง จนกระทั่งถึงปีพ.ศ. 2437 ได้อัญเชิญพระบางไปประดิษฐานในหอพระบางภายในพระราชวังจนถึงปัจจุบัน แต่ในช่วงปีใหม่ลาว เดือนเมษาของทุกปีจะมีการอัญเชิญ "พระบาง" ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบาง มาไว้ที่ลานด้านหน้าของวัดใหม่แห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำ ตรงข้ามด้านหน้าพระอุโบสถมีอาคารก่ออิฐถือปูนหลังเล็กๆ 2 หลังขนาดต่างกัน ชาวลาวเรียกว่า "อูบมุง" ขนาบข้างพระธาตุทรงดอกบัวสี่เหลี่ยม ภายในมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดค่อนข้างใหญ่ประดิษฐานอยู่ 

ที่ตั้ง ถนนศรีสว่างวงศ์ ใกล้กับพระราชวังหลวงพระบาง

เวลาเปิด-ปิด : 07.00 -18.00 น.

ค่าเข้าชม: 10,000 กีบ



ศูนย์ศิลปชนเผ่าวิทยา 

(Traditional Arts and Ethnology Centre)

ถ้าเป็นคนชอบเดินพิพิธภันฑ์ที่นี่ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ห้ามพลาด และถือเป็นประสบการ์ณใหม่ในการเดินพิพิธภัณฑ์ในต่างแดนด้วย เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่มีรูปแบบการจัดแสดงที่หลากหลาย ก่อตั้งโดย อดีตนักพัฒนาองค์กรเอกชนชาวสหรัฐฯ  ใช้เวลาเดินชมไม่นานประมาน  1 ชั่วโมงโดยมีเจ้าหน้าที่พานำชมและให้ความรู้เป็นภาษาอังกฤษหรือขอให้พี่เขาว่าวลาวก็ได้น้า 

ศูนย์ศิลปชนเผ่าวิทยา

ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารเก่าชั้นเดียว สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล อดีตเป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ศาลของเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส ต่อมาใช้เป็นศาลทหารและหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใช้เป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งปี ค.ศ. 2007 ศูนย์ศิลปะฯ จึงขอใช้พื้นที่และเข้ามาบูรณะให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เนื้อหาที่จัดแสดงคือ กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือของลาว ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซน คือ โซนจัดแสดง เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์การดำเนินชีวิตของชาติพันธุ์อาข่า ลาหู่ เย้า ขมุ กะเหรี่ยง เป็นต้น มีวีดีทัศน์และคำบรรยายประกอบการนำเสนอเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น โซนขายของที่ระลึกโดยรายได้จากการขายสินค้าที่นี้จะคืนสู่ชุมชน 50% 

ศูนย์ศิลปชนเผ่าวิทยา ศูนย์ศิลปชนเผ่าวิทยา

ที่ตั้ง หลังตลาดดาลา กลางเมืองหลวงพระบาง

เวลาเปิด-ปิด: 09.00 -18.00 น.

ค่าเข้าชม: 25,000 กีบ


ตลาดมืด

(Luang Prabang Night Market)

ตลาดมืดหลวงพระบางหรือที่คล้ายๆ กับถนนคนเดินตอนกลางคืนของบ้านเรา ช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น บริเวณหน้าพระราชวังเก่า บนถนนศรีสว่างวงศ์ จะเริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าชาวหลวงพระบาง มาปูเสื่อนั่งขายสินค้า รวมระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร แหล่งช้อปปิ้งยามค่ำคืนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของหลวงพระบาง สินค้าส่วนใหญ่เป็นประเภทงานหัตถกรรมทำมือของชาวม้ง ที่เน้นลวดลายและความเป็นเอกลักษณ์ของหลวงพระบางเช่น ผ้าทอมือ กระเป๋า เครื่องถัก เครื่องจักรสาน เครื่องประดับ เครื่องเงิน งานแกะสลัก วัตถุโบราณ เป็นต้น ถ้าอยากหาซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปฝากที่บ้านละก็หาซื้อจากที่นี่ได้เลยเพราะราคาไม่แพง แถมต่อราคาได้อีกนะ หรือถ้าใครอยากลองกินอาหารแนวๆ สตรีทฟู้ดหน่อยให้เดินเข้าไปในซอยเล็กๆ จะมีอาหารพวก ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวแกงแบบบุฟเฟ่ต์ แล้วก็พวกน้ำผลไม้ปั่นขายอยู่

ตลาดมืด

ตลาดมืด

ตลาดมืด

ที่ตั้ง หน้าพระราชวังเก่า บนถนนศรีสว่างวงศ์

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน  17.00 -21.00 น.


ตักบาตรข้าวเหนียว

(Almsgiving Ceremony)

มาถึงหลวงพระบางทั้งที ไม่ได้มาตักบาตรข้าวเหนียวก็เหมือนมาไม่ถึง เราออกมากันตั้งแต่เช้าให้ถึงบริเวณที่ตักบาตรกันตั้งแต่ตีห้าครึ่งเพื่อตักบาตรข้าวเหนียว เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยังคงสืบทอดยึดถือปฏิบัติต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน ที่ต้องเป็นข้าวเหนียว เพราะว่าชาวหลวงพระบางกินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก   โดยการตักบาตที่หลวงพระบางนั้น ชาวบ้านจะฟังเสียงกลองของวัด ซึ่งเป็นสัญญาณให้ชาวบ้านหลวงพระบางเตรียมตัวปูเสื่อรออยู่ริมทางที่พระท่านจะเดินบิณฑบาต การแต่งตัวของผู้หญิงจะต้องนุ่งผ้าซิ่น มีแพรเบี่ยงหรือผ้าสไบพาดไหล่ ผู้ชายจะต้องนุ่งกางเกงขายาวและมีผ้าพาดเช่นกัน และตอนใส่บาตรเราจะต้องนั่งคุกเข่า บางคนอาจจะสงใสกันใช่ไหมคะ ใส่แต่ข้าวเหนียว พระท่านจะมีกับข้าวไหม ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะหลังจากที่พระบิณฑบาตเสร็จแล้ว กลับถึงวัดชาวหลวงพระบางก็จะจัดอาหารกับข้าวมาถวายท่านอีกที


ตักบาตรข้าวเหนียว

ตักบาตรข้าวเหนียว

ตักบาตรข้าวเหนียว

ที่ตั้ง ตั้งแต่หน้าวัด มาหาธาตุ ไปจนถึงหน้าวัดสีบุนเรือง

ช่วงเวลาตักบาตร : ทุกวัน  05.30 น. – 06.00 น.



วัดเชียงทอง

(Xieng Thong temple Luang Prabang)

อีกหนึ่งวัดที่มีความสำคัญและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่อันวิจิตรงดงามและบอกเล่าเรื่องราวของศิลปะวัฒนธรรมของชาวหลวงพระบางได้อย่างอย่างแท้จริง วัดเชียงทองได้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้างและล้านนา ก่อนที่พระองค์จะย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ วัดนี้จึงถือว่าเป็น “วัดประตูเมือง” และท่าเทียบเรือด้านเหนือสำหรับการเสด็จประพาสทางชลมารคของกษัตริย์หลวงพระบางด้วย ภายในวัดมีพระอุโบสถที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปะสไตล์หลวงพระบาง  มีพระประธานที่ชาวหลวงพระบางเรียกกันว่า พระองค์หลวง

วัดเชียงทอง

วัดเชียงทอง

วันนี้เราโชคดีมากที่มาตรงกับประเพณีสรงน้ำพระม่าน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวลาวเชื่อกันว่าพระม่านนั้นลอยน้ำมาจากพม่า และชื่อของพระม่าน ก็เพี้ยนมาจากคำว่า พะม่า นั่นเอง  ว่ากันว่าใครมาบนบานขอลูกกับพระม่านก็จะได้ผล ซึ่งปกติเราต้องส่องดูพระม่านจากรูเล็กๆ ในหอพระม่านเท่านั้น 

วัดเชียงทอง

โดยประเพณีสรงน้ำพระม่านในช่วงปีใหม่นี้ทางวัดจะอัญเชิญพระม่านออกมาให้ประชาชนในสรงน้ำ โดยการรดน้ำผ่านรางน้ำ เพื่อให้ไหลไปถึงองค์พระอีกทอดหนึ่ง บรรยากาศในงานครึกครื้นเต็มไปด้วยหนุ่มสาวชาวหลวงพระบางเดินกันเป็นคู่นุ่งซิ่นห่มสไบมาสรงน้ำพระ และมีสินค้าๆมาขายในวัดทั้งของกิน และขนม คล้ายๆ กับงานวัดของไทยเลย

ที่ตั้ง ใจกลางเมืองหลวงพระบาง

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน  06.00 น. – 17.30 น.

ค่าเข้าชม: 20,000 กีบ


ร้านกาแฟโจมา เบเกอรี่ คาเฟ่ 

(Joma Bakery Cafe)

ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน สิ่งหนึ่งที่เราจะมองหากันก็คือ คาเฟ่บรรยากาศดี นั่งกินกาแฟ ถ่ายรูปเก๋ๆ มาถึงหลวงพระบางทั้งที ก็ต้องแวะมาร้านกาแฟชื่อดังอย่าง โจมาเบเกอรี่ คาเฟ่ เรียกได้ว่าถ้าไปหลวงพระบางแล้วไม่ได้ไปร้านนี้ก็ถือว่าไปไม่ถึงหลวงพระบางเลยนะคะ ตัวตึกเป็นอาคารไม้สองชั้นสไตล์หลวงพระบาง จะเลือกนั่งข้างในหรือนั่งริมระเบียงด้านนอกชมวิวแม่น้ำคานก็ได้ แต่ถ้าใครอิ่มแล้วอยากเดินเล่นชิลๆ ก็ไปเดินเล่นต่อกันที่สะพานไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำคานที่อยู่ใกล้ๆ กัน เป็นมุมถ่ายรูปอีกหนึ่งมุมที่ห้ามเลย

ร้านกาแฟโจมา เบเกอรี่ คาเฟ่

ร้านกาแฟโจมา เบเกอรี่ คาเฟ่

ร้านกาแฟโจมา เบเกอรี่ คาเฟ่

เวลาเปิด-ปิด:ทุกวัน 7.00 - 21.00 น.

ราคาอยู่ที่ประมาณ 15, 000-30,000 กีบ

ค่าข้ามสะพานไม้ไผ่ : 5,000 กีบ


วัดพระธาตุพูสี

(Mount Phou Si)

อีกหนึ่งไฮไลท์ของเมืองหลวงพระบาง เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกดิน ที่ถือได้ว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของหลวงพระบาง อาจจะต้องเดินขึ้นกันเหนื่อยหน่อย เพราะต้องเดินขึ้นบันไดกว่าสามร้อยขั้น แต่อย่าพึ่งตกใจไปค่ะ ไม่ได้เดินขึ้นทีเดียวสามร้อยขั้น จะมีจุดแวะพัก จุดชมวิวให้เป็นระยะ เมื่อเดินขึ้นไปถึงด้านบนจะเห็น พระธาตุพูสี พระธาตุศักดิ์สิทธิ์สีทองอร่ามคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง และทิวทัศน์เมืองหลวงพระบางจากมุมสูงทั้งเมืองงง ถ้ามองลงไปฝั่งพิพิธภัณฑ์ฯ จะเห็นเงาของพระอาทิตย์ตกดินสะท้อนอยู่ในสายน้ำโขง แต่ถ้ามองมาฝั่งตรงข้ามจะเห็นสายน้ำคาน ถ้าได้เห็นแล้วเชื่อเลยว่าต้องหายเหนื่อย เส้นทางขึ้นพูสี มี 2 เส้นทางด้วยกัน แต่ว่าส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางที่อยู่ตรงข้ามกับหอพิพิธภัณฑ์ฯ โดยเส้นทางสายนี้เมื่อเดินขึ้นไปจะผ่านซุ้มดอกจำปาอายุนับร้อยปี 

วัดพระธาตุพูสี

วัดพระธาตุพูสี

วัดพระธาตุพูสี

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในกลางเมืองหลวงพระบาง ตรงข้ามพระราชวังหลวงพระบาง

เวลาเปิด-ปิด:เวลา 06.30 น. - 18.30 น.

ค่าเข้าชม 20,000 กีบ



 ลาว บัฟฟาโล่ เดรี่

 (Laos Buffalo Dairy)

พามาเที่ยวกันต่อ แบบแนวฟาร์มบ้างที่ ลาว บัฟฟาโล่ เดรี่  ฟาร์มควายแห่งแรกของหลวงพระบาง ที่ก่อตั้งโดย มิส ซูซี่ มาร์ติน (Susie Martin) ชาวออสเตรเลีย ผู้ซึ่งตกหลุมรักประเทศลาว และตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่หลวงพระบาง ได้ก่อตั้งฟาร์มควายแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรท้องถิ่นในการเลี้ยงควาย ให้ความรู้แก่ชุมชน และทำให้เห็นถึงความสำคัญของการบริโภคนมควายเพราะเต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากกว่านมวัว มีการเช่าควายจากชาวบ้านมาเพื่อรีดนม เป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชน โดยทำผลิตผลิตภัณฑ์จากนมควายจำหน่ายไปตามโรงแรม ร้านอาหารในประเทศลาว รวมถึงส่งออกนอกประเทศด้วย 

 ลาว บัฟฟาโล่ เดรี่

ที่ฟาร์มควายแห่งนี้ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกและเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น  รีดนมควาย ให้อาหารควาย อาบน้ำควาย หรือ ป้อนนมควายอย่างใกล้ชิดที่แบบถ่ายเซลฟี่เลยก็ได้จ้า  ที่สำคัญมีให้ชิมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมควาย อย่างพวก มอสซาเรลล่าชีส เฟต้าชีส ริคอตต้าชีส รวมถึงยังมีโยเกิร์ตนมควายรสชาติดี แต่ที่พลาดไม่ไ่ด้เลยเราขอให้ลองชิม ด้านหน้าจะมีซุ้มขาย ไอศกรีมนมควาย ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ ไม่หวานมากรสชาติกำลังดีหอมหน่อย กินกันฟินๆ ไปเลยจ้า
 ลาว บัฟฟาโล่ เดรี่

 ลาว บัฟฟาโล่ เดรี่

ที่ตั้ง ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบาง 20 นาที 

เวลาเปิด-ปิด:เวลา ตั้งแต่เวลา 09.30 - 17.30 น.

ราคาทัวร์ : มินิ ฟาร์ม ทัวร์ 12 เหรียญ มีไกด์พาเดิน รวมขนมและชีสบริการ



ร้านกาแฟแซฟฟรอน หลวงพระบาง

(Saffron Coffee)

อีกหนึ่งร้านกาแฟที่ดังพอๆ กับร้านโจมา บรรยากาศดีมีให้เลือกนั้งทั้งในร้าน และบริเวณริมแม่น้ำโขงให้นั่งชิลๆ  แต่สำหรับร้านนี้ มีคอนเซ็ป คือการทำธุรกิจร่วมกับชุมชน และลดโลกร้อน โดยสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกเมล็ดกาแฟเอง และถ้าสังเกตุุุหลอดที่เราใช้ดื่มเครื่องดื่มในร้านนั้น จะเป็นหลอดไม้ไผ่ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และถือเป็นร้านกาแฟที่คัดสรรเมล็ดกาแฟมาอย่างดี ตั้งแต่การปลูกที่จะคัดคนปลูกเอง เลือกเกรดกาแฟ และที่สำคัญที่นี่คั่วเมล็ดกาแฟเองอีกด้วยนะ เชื่อว่าคนชอบกาแฟ ต้องถูกใจที่นี่แน่ๆ เมนูที่ร้านมีทั้งเค้ก ของหวาน กาแฟ เครื่องดื่มร้อน-เย็น เมนูน่าทาน เช่น เอสเปรสโซ ลาเต้ เค้กแครอท

ร้านกาแฟแซฟฟรอน หลวงพระบาง

ร้านกาแฟแซฟฟรอน หลวงพระบาง

ร้านกาแฟแซฟฟรอน หลวงพระบาง

เวลาเปิด-ปิด:เวลา จ. - อ. 07:00 น. - 18:45 น. พ.07:00 น. - 19:45 น. พฤ. - ศ. 07:00 น. - 18:45 น. ส. - อา.

07:30 น. - 17:30 น.



ตลาดเช้าหลวงพระบาง 

(Morning Market Luang Pra Bang)

อีกหนึงโปรแกรมที่ควรมีอยู่ในทริป คือการมาเดินตลาดเช้าหลวงพระบางที่ถือเป็นตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอีกด้วย เพราะที่นี่ไม่มีห้างสรรพสินค้าชาวหลวงพระบางก็จะมาจับจ่ายซื้อของกันที่นี่แหละ  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาเดินกันหลังจากตักบาตรข้าวเหนียว เพราะจะได้สัมผัสวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ของชาวหลวงพระบางอย่างแท้จริง แล้วเราก็ยังสามารถหาอาหารท้องถิ่นมื้อเช้าทานได้ อย่างพวกข้าวจี่ เฝอ หรือร้านประชานิยมที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับตลาดเช้าจะขายพวกโจ้กกับกาแฟ ชาร้อน หรือปาท่องโก๋ ไมโล โอวัลติน ก็เข้ากัน เป็นอีกหนึ่งร้านที่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะมีอาหารท้องถิ่นแล้วก็จะเห็นชาวบ้านนำสินค้า อาหาร วัตถุดิบ หลายอย่าง ทั้งผักผลไม้ ปลาแม่น้ำโขง มาวางขาย หรือวัตถุดิบบางอย่างที่ แปลกตาจนทำให้ชวนขนลุกไปบ้างก็มี ตลาดเช้าหลวงพระบาง

ตลาดเช้าหลวงพระบางตลาดเช้าหลวงพระบาง

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ขนานกับถนนสีสว่างวงศ์ ข้างโรงแรมรามายนะ และวัดใหม่สุวันนะพูมาราม

เวลาเปิด-ปิด:เวลา 5.00 น. ถึงเวลา 10.00 น.


ส้มตำเจ๊ติ๋ม

 (Papaya Salad Restaurant)

ใครไปหลวงพระบางต้องไปร้านส้มตำเจ้ติ๋มนะ พลาดไม่ได้จริงๆ ถือเป็นของเด็ดประจำหลวงพระบาง ตัวร้านเป็นอาคารไม้เล็กๆ ไม่ใหญ่มาก มีที่นั่งให้เลือกทั้งด้านในและด้านนอก พอเข้าไปในร้านด้านขวามือจะสะดุดตากับ ภาพเหล่าดารานักแสดงของไทยหลายคน ก็มาลิ้มลองตำบักหุ่งร้านเจ๊ติ๋มกันทั้งนั้น เมนูมีให้เลือกหลายอย่าง แต่มาถึงหลวงพระบางก็ต้องกิน ส้มตำหลวงพระบาง ที่นี่ส้มตำจะใช้เป็นมะละกอแผ่นใหญ่ๆ เอามาคลุกกับน้ำส้มตำ อื้มหืมมม แซ่บมาก ขนาดแผ่นกำลังดีแต่ซับน้ำปลาร้ามาได้นัวมาก เอาใจไปเลยจ้าา 

ส่วนเมนูอื่นๆ ที่แนะนำกันก็มี ไส้อั่ว แหนมหมูทอด  ไก่ย่าง ซี่โครงหมูทอด แล้วถ้าใครกินอิ่มแล้วจะขอแวะไปถ่ายรูปกับเจ๊ติ๋มที่นั่งตำส้มตำอยู่หน้าร้านเป็นที่ระลึกหน่อย เจ๊แกก็ใจดี ไม่ว่ากันน้า

ที่ตั้ง หน้าวัดหนองศรีคูณเมือง 

เวลาเปิด-ปิด:เวลา ทุกวันตั้งแต่ 10:00 – 16:00 น.


พระราชวังหลวงพระบาง

(Royal Palace Luang Prabang)

พาทุกคนมายังใจกลางเมืองหลวงพระบาง  ที่พระราชวังหลวง รัฐบาลลาวใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงโบราณวัตถุและของมีค่า อย่าง บัลลังก์ ธรรมาสน์ เครื่องสูงและราชูปโภคของเจ้ามหาชีวิต รวมถึง พระพุทธรูป และวัตถุโบราณ ของขวัญจากประเทศต่างๆ ตัวอาคารถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ลักษณะอาคารเป็นชั้นเดี่ยวยกพื้นสูง สถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส แต่เป็นการผสมผสานระหว่างฝรั่งเศสและลาว 

ทางด้านทิศตะวันออก หรือทางขวามือของเราเมื่อเดินเข้ามาในเขตพระราชวัง จะเห็นหอพระบาง อาคารมีฐานสูง สีทองอร่ามด้วยการตกแต่งประดับประดาจากกระจกสี เป็นที่ประดิษฐานของพระบาง ตัวองค์พระสูงถึง 83 เซนติเมตร พระหัตถ์แสดงปางอภัยมุทรา หล่อขึ้นด้วยทองคำ บริสุทธิ์เกือบทั้งองค์ เป็น พระพุทธรูปอันเก่าแก่และคู่บ้านคู่เมืองของเมืองหลวงพระบาง

ด้านนอกอาคารเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ซึ่งประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์  ส่วนเรื่องการแต่งตัวก็ให้นึกถึงเวลาเข้าวัดพระแก้วบ้านเรามีความเหมาะสม เคารพสถานที่ ส่วนภายอาคารในไม่ให้ถถ่ายภาพทุกชนิดน้าา

ที่ตั้ง  :ถนนสักกะลิน  ตรงข้ามทางขึ้นพระธาตุพูสี

เปิดให้เข้าชมทุกวัน  : เวลา  08.00 – 11.00 น.  และ 13.30 – 16.30 น.

ค่าเข้าชม 30,000 กีบ



ค่ายอนุรักษ์ช้างมันดาลาว 

(MandaLao Elephant Conservation)

เราจะพาทุกคนนั่งเรือไปใช้ชีวิตกับช้าง ที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง ที่ค่ายอนุรักษ์ช้างมันดาลาว ที่นี่จะปล่อยให้ช้างอยู่อย่างอิสระซึ่งแตกต่างจากแคปม์ช้างอื่นๆ  เมื่อเราไปถึงเจ้าหน้าจะให้เราเปลี่ยนรองเท้าและแจกกระติกน้ำสำหรับให้ช้าง ก่อนจะนั่งเรือไปยังป่าโปร่งอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำคาน ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 3 นาที เราก็มองเห็นช้างอยู่บนฝั่ง ช้างที่นี่มีอยู่ไม่มาก ประมาณ 8 เชือกซึ่งล้วนแต่เป็นช้างที่ทางมันดาลาวช่วยเหลือมาจากการโดนทารุณหรือการโดนใช้งานอย่างหนักแต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ ช้างจะใช้ชีวิตอยู่อย่างอิสระเสรีดูแล้วมีความสุข ยิ่งเราได้เห็นช้างลงไปเล่นในน้ำเหมือนเด็กไม่ยอมเลิกเล่น จนควานช้างต้องขับเรือไปตามยังอดยิ้มไม่ได้ ที่นี่เราสามารถให้กล้วยช้างได้แต่แอบระวังนิดนึงนะคะ มันเหมือนจะหิ้วตลอดเวลาหยิบไม่ค่อยจะทันเลย หลังจากให้กล้วยเสร็จแล้ว ทางไกด์จะพาเราไปเดินเล่นกับช้าง ใช่ค่ะ ช้างเดินไปตรงไหนเราก็เดินตามไปดู ให้เห็นธรรมชาติที่แท้จริงของป่ากับช้าง สำหรับใครที่อยากมาใช้ชีวิตกับช้างที่นี่ต้องจองล่วงหน้านะคะ

ที่ตั้ง : ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบาง 30 นาที

เปิดให้บริการทุกวัน 08.00 - 21.00 น.

ค่าเข้าชมคนละ 20,000 กีบ


น้ำตกตาดกวางสี 

(Tat Kuang Si Waterfalls )

พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าใครมาหลวงพระบางแล้ว ไม่ได้มาน้ำตกตาดกวางสีต้องเสียใจอย่างที่สุดดด เพราะมัน สวยมากกก และยังถือเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบางด้วย แต่ก่อนที่เราจะได้เจอกับน้ำตกสุดอลังการ เราจะได้พบกับ ศูนย์อนุรักษ์หมีก่อน โดยเจ้าหมีที่เราเห็นเป็นหมีที่ได้รับการช่วยเหลือจากการค้าสัตว์ป่าในลาว และค่าเข้าชมน้ำตกตาดกวางสีส่วนหนึ่ง ก็นำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายที่ศูนย์อนุรักษ์หมีด้วย ดูน้องหมีเสร็จเรียบร้อยแนะนำให้เดินกลับมาที่เส้นทางหลัก ที่ใช้เวลาเดินไม่นานก็จะได้เจอกับน้ำตก ชั้นที่ 4 ก่อน ซึ่งเป็นชั้นที่สวยที่สุด ยิ่งถ้าเดินไปจุดกึ่งกลางสะพานไม้ ภาพน้ำตกสีฟ้าใสที่สูงกว่า 70 เมตรตรงหน้าทำให้รู้สึกสดชื่นไม่น้อย อยากอยู่ตรงนี้นานๆ จัง หลังจากถ่ายรูปกันเรียบร้อย เราก็ค่อยๆ เดินลงมาตามทางไปยังน้ำตกชั้นที่ 3 2 1 โดยชั้นที่นักท่องเที่ยวนิยมเล่นน้ำมากที่สุดคือชั้นที่ 1 และ 2 เพราะว่าน้ำไม่ลึกมาก

น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกตาดกวางสี

น้ำตกตาดกวางสี

ที่ตั้ง : ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบาง 30 นาที

เปิดให้บริการทุกวัน 8.00 - 17.30 น. 

ค่าเข้าชมคนละ 20,000 กีบ


โรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง

(Pullman Hotel and Resorts Luang Prabang)

และแล้วว ก็มาถึงที่พักของเราใทริปนี้ ภูมิใจนำเสนอสุดๆ ที่ พูลแมน หลวงพระบางงง ถ้าพูดถึงโรงแรมในเคลือพูลแมน คงไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน เพราะเขามีโรงแรมในเคลืออยู่อีกหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่พูลแมน มาเปิดตัวที่หลวงพระบาง เมืองเก่าของประเทศลาว บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ท่ามกลางสายน้ำและภูเขาล้อมรอบ รวมงถึงเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง ได้รับการออกแบบให้มีความโปร่ง โล่ง สบาย ไม่อึดอัด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันดูทันสมัยแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความ เป็นเมืองเก่าของหลวงพระบาง ด้วยสไตล์การตกแต่งแบบ Laos Contemporary ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง ที่สำคัญโรงแรมอยู่ห่างจากย่านเมืองเก่าเพียง 10 นาที และมีรถรับส่งจากโรงแรมไปยังตัวเมืองเก่าหลวงพระบางแบบฟรีๆ อีกด้วยยโรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง

ส่วนห้องที่เราพักในครั้งนี้เป็นห้อง Premium Deluxe Room  ห้องใหญ่มากก  แค่เดินเข้าห้องไปแล้วมีขนมเสียบไม้อยู่ในกระติ๊บข้าวเหนียวก็ชอบบบบแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบจริงๆ ทีวี ตู้เย็น ตู้เซฟ โต๊ะทำงาน ไวไฟ เตารีด อ่างอาบน้ำ ที่สำคัญเตียงงดูดวิญญาณมากจริงๆ เล่นเอาสะตอนเช้าไม่อยากลุกเลย แต่ที่โชคดีไปกว่านั้น ที่ระเบียงหน้าห้องของเราสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกได้ด้วย โรแมนติกเอามากๆ เลย 

โรงแรมพูลแมน หลวงพระบางโรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง

โรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง

ตอนเช้าเมื่อเราสามารถทำใจลุกจากที่นอนได้แล้ว ไปทานอาหารกันที่ห้องอาหาร L’Atelier  ที่เปิดบริการตลอดทั้งวัน พร้อมบริการอาหารทั้งในรูปแบบบุฟเฟ่ต์และอาลาคาร์ท อาหารแนะนำในตอนเช้าเลยก็คือ เฝอ มีเส้นให้เลือกตามชอบ ทั้งเส้นเล็กเส้นใหญ่ พร้อมเครื่องจัดเต็ม และที่ทางโรงแรมอยากให้ลองชิมเลยคือ น้ำผลไม้คั้นสด ทั้งน้ำแตงโม น้ำส้ม สดจริงๆ แถมมีเนื้อให้เคี้ยวเล่นด้วยจ้า 

โรงแรมพูลแมน หลวงพระบางโรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง


โรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง

อีกอย่างที่อยากจะแนะนำเลยก็คือ พูลแมนสปา ในกระท่อมสุดน่ารักสำหรับทำทรีทเม้นส่วนตัวที่ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย  หายเหนื่อยล้าหลังจากไปเที่ยวเล่นมาอย่างอยากหนักหน่วง  พี่ๆ พนักงานดูและดีมากคอยถามเราตลอดว่าแรงไปไหม เจ็บรึเปล่า ผสมกับกลิ่นหอมอบอวลในห้องส่วนตัวบอกเลยว่าหลับลืมมมไปเลย

โรงแรมพูลแมน หลวงพระบางโรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง

ถ้าหากในอนาคตใครมีแพลนจะไปเที่ยวหลวงพระบาง พูลแมน หลวงพระบาง ถือเป็นตัวเลือกสำหรับการพักผ่อนในทริปที่ดีมากๆ ไม่ใช่เพียงแค่ราคาชื่อเสียงที่มีมานาน หรือความสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเท่านั้น แต่การดูแลเอาใจใส่และการบริการที่ดี ทำให้เราตัดสินใจพักและเลือกโรงแรมสักที่หนึ่งได้ไม่อยากเลย

ที่ตั้ง : เมืองหลวงพระบาง

โทร :  +856 71 211 112

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.pullman-luangprabang.com