• หลีกเลี่ยงการทานอาหารตู้เสบียงมองโกเลีย แพงมาก ไข่เจียว 500 บาท!
  • การเดินทางในอูลานบาตอร์นั้นสบายมาก รถแทบทุกคันคือแท็กซี่ ราคากิโลเมตรละ 1000 ทูกริก(15บาท)
  • ที่เที่ยวในอูลานบาตอร์เยอะมาก ควรเที่ยว 2-3 วัน
  • ต้องลองไปนอน Ger (เกีย) ในอุทยานแห่งชาติเทเรลจ์ให้ได้! (คนละประมาณ 3,100 บาท)


 

DAY 2  เสาร์ที่ 6 เมษายน  บนรถไฟสายทรานส์มองโกเลีย ปักกิ่ง - อูลานบาตอร์

7.27 น.

รถไฟสายทรานส์ มองโกเลีย K23 ออกเดินทาง ใช้เวลาเดินทางวันครึ่ง

กิจกรรมเด็ดคือ นอน เล่นไพ่ และนั่งดูวิวครับ วิวในโซนจีนจะยังดูร้างๆ มีหิมะปกคลุมบ้าง บนรถไฟจะมีตู้อาหารบริการ ซึ่งราคาอยู่ในเรตที่กินได้ ตกมื้อละ 25 หยวน (อาหาร 3 อย่างกิน 4 คน แชร์กันร้อยกว่าบาทเอง) บอกตามตรงว่าวิวช่วงหน้านี้ไม่ค่อยสวยเท่าไร เพราะต้นไม้ยังไม่มีใบ ดูแห้งๆ แต่ก็ได้ฟีลเวิ้งว้างไปอีกแบบ ยังไงต้องลองไปเองครับ เพื่อนๆ อาจชอบก็ได้




 

แล้วก็เจอประสบการณ์แย่ๆ บนรถไฟสายนี้!

1) สายนี้รถไฟไม่ค่อยจอดครับ จอดบางสถานีไม่กี่นาทีให้พอลงไปเดินข้างๆ รถไฟได้ และที่สถานี Erlian ชายแดนจีน ซึ่งรถไฟต้องเข้าโรงจอดเพื่อเปลี่ยนความกว้างช่วงล้อให้เป็นขนาดของมองโกเลีย ใช้เวลาเปลี่ยน  5 ชั่วโมง ตั้งแต่  20.18 น. - 1.40 น.  ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ในขบวนของเรา ไม่อนุญาติให้ลงจากรถไฟ เขาล็อกห้องน้ำและล็อกประตูรถไฟให้เรารออยู่ในนั้น (เข้าห้องน้ำไม่ได้ตลอด 5 ชั่วโมง!) และจะมีเสียงตึงตังของการเปลี่ยนล้อดังอยู่ตลอด ทำให้เซ็งสุดๆ เพราะเห็นผู้โดยสารบางคนสามารถลงรถไฟไปเดินข้างล่างเข้าร้านและเข้าห้องน้ำได้ (เขาว่าลงได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ประจำตู้ขบวน ขอให้โชคดีครับ) เอ้อ ก่อนหน้าจะเปลี่ยนล้อ จะมีเจ้าหน้าที่ ต.ม. ขึ้นมาตรวจด้วยครับ ถามละเอียดยิบ เปิดประเป๋าทุกใบ สนุกมากๆ ครับ

2) ระวังราคาอาหารบนรถไฟมองโกเลีย! : หลังจากเข้าเขตมองโกเลียแล้ว ตู้เสบียงก็จะเป็นของมองโกเลีย ซึ่งราคามหาโหดมากกกกกกก เรากินมื้อเช้าโดยไม่ได้ถามราคา เลยโดนไป 100 หยวนต่อคน (เกือบ 500 บาท) ได้เป็นไข่เจียว กาแฟซอง และขนมปังทาแยม …..และช็อคโกแลต 1 แท่ง พวกเราก็จ่ายไปแบบมึนๆ  ตอนออกจากตู้เสบียง พนักงานมีหน้าชวนกินมื้อกลางวันอี๊ก ราคา 26 USD (850 บาท) ถถถถถถ แนะนำว่า หลีกเลี่ยงการกินอาหารของตู้มองโกเลียไปนะครับ ต้มมาม่าหรือกินขนมปังเอา หรือไม่มีอะไรจะกินจริงๆ ก็แทะกระดุมเสื้อไปยังดีกว่าไข่เจียว 500 บาท!

 

ระหว่างทางเข้าเมืองอูลานบาตอร์ วิวสวยมาก หุบเขาปกคลุมด้วยหิมะสลับซับซ้อน ทางโค้งเริ่มเยอะ ทำให้ถ่ายรูปท้ายขบวนรถไฟได้ ดูแล้วเหมือนรถไฟวิ่งอยู่บนพื้นลานหิมะกว้างสุดลูกหูลูกตา  พอเข้าเมืองมาหน่อยก็เริ่มเห็นบ้านเมืองเรียงรายลับหุบเขา บ้างอยู่บนยอด ที่บ้านริมทางรถไฟ เห็นเด็กๆ แก้มแดงแปร๊ดเล่นบาสในอุณหภูมิ -3 บนม้านั่งมีแมวนอนขด หมาวิ่งเล่นกับเจ้าของ รู้สึกดีขึ้นมาก็ช่วงนี้แหละครับ หลังจากเมื่อคืนถูกขังในรถไฟ 5 ชั่วโมงและโดนไข่เจียวจานละ 500 ไป เราจะถึงอูลานบาตอร์ในเวลาบ่ายสองครึ่งของวันอาทิตย์ที่ 7 นี้ครับ



DAY 3  อาทิตย์ที่  7  เมษายน เที่ยวเมืองอูลานบาตอร์ หนาวแต่โคตรสนุก

อูลานบาตอร์ :  อุณหภูมิ สูงสุด 3 ต่ำสุด -15

เงิน : ทูกรุก (1000 ทูกรุก ราวๆ 15 บาท)

วิธีการเดินทางในอูลานบาตอร์

เป็นอะไรที่ดีมาก เราใช้ taxi ตลอดทริป โดยรถยนต์บนถนนแทบทุกคันเป็นแท็กซี่!  เพื่อนๆ สามารถยืนริมถนนแล้วโบกได้เลย คันไหนอยากรับเขาก็จะจอดรับ เราก็ขึ้นเลย ราคาจะขึ้นอยู่กับระยะทาง คือ 1000 ทูกรุกต่อ 1 กิโลเมตร เราก็ดูหน้าปัดรถว่าวิ่งไปกี่กิโลฯ ก็จ่ายตามนั้น คนมองโกเลียไม่โกงค่าแท็กซี่ครับ สบายใจได้เลย^^

 

14:35 

ทันทีที่ลงจากรถไฟ ก็จะมีพนักงานขับรถของที่พัก  Khongor Guesthouse  มารอเราอยู่แล้ว ค่ารถ 12 USD ต่อเที่ยว นั่งได้ 4-6 คน ใช้เวลา 15 นาทีก็มาถึงที่พัก Khongor Guesthouse แล้วครับ ที่พักอยู่ใกล้ห้าง The State Department Store ซึ่งเราสามารถไปแลกเงินเป็น ทูกรุก ได้ มีซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหารสไตล์มองโกลอยู่ใกล้ๆ  ที่ฝั่งตรงข้ามยังมีศูนย์บริการโทรศัพท์ Unitel เราสามารถซื้อซิมเน็ตได้ในราคาประมาณ 200 บาท ได้เน็ต 10 Gb เร็วปี๊ด ใช้ได้ 30 วัน และสามารถใช้ในอุทยานแห่งชาติเทเรลจ์ได้ด้วย คุ้มมากๆ แนะนำให้ซื้อครับจะได้อัพ IG เล่นเฟซ ไถทวิตได้เพลินๆ


 

 

15.00 

เข้าที่พักเรียบร้อยเราก็ไปกินอาหารที่ร้าน Xaah Byy3 ซึ่งอยู่ตรงข้ามห้าง รสชาติโอเค ราคาไม่แพง เมนูส่วนใหญ่เป็นเนื้อแกะ จากนั้นไปเที่ยวแลนด์มาร์คดังๆ ของอูลานบาตอร์ เช่น วัดกานดาน, จุดชมวิว Zaisan Memorial ที่จะเห็นวิวเมืองอูลานบาตอร์แบบ 360 องศา และกลับเข้าเมืองมาที่ Genghis Khan Square ตอนกลางคืนจะเปิดไฟถ่ายรูปเพลินๆ ดีครับ

20.00 

เดินเที่ยวจนเหนื่อย(และหนาว กลางคืน -5 องศา) กลับเข้าที่พัก รอตอนเช้าจะมีไกด์พาเราไปทริปอุทยานแห่งชาติฯ เทเรจ์และนอน Ger กันครับ


DAY 4  จันทร์ที่  8  เมษายน เที่ยวอุทยานแห่งชาติเทเรจ์ นอน Ger

อุทยานแห่งชาติเทเรลจ์ :  อุณหภูมิ สูงสุด 0 ต่ำสุด -15

10.00 

ไกด์มารอรับเราเพื่อเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเทเรจ์ ซึ่งไกลออกไปราว 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมงแล้วแต่ว่าเราอยากจอดแวะนานไหม จุดแวะก็จะมีซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อให้เราได้ซื้อน้ำดื่ม อาหาร ขนมนมเนย รวมถึงเข้าห้องน้ำ(สะอาดสุดๆ) จากนั้นมีจุดที่ต้องแวะไปถ่ายรูปคือ Genghis Khan Equestrian Statue ที่มีรูปปั้นเจงกิสข่านใหญ่มาก เหมือนข้างในจะเข้าไปเดินได้แต่เราไม่เดินครับ เหนื่อย5555  และจุดสุดท้าย แวะหินเต่ายักษ์ (Turtle rock) เห็นแล้วรู้เลยเพราะเหมือนเต่ามากๆ ถ่าย 2-3 รูป กลับขึ้นรถ หนาวมากกกกกก นิ้วแข็งกดถ่ายรูปไม่ถนัด บางที่ถ้าขับไปตามถนนแล้วเจอตัว Yak (ที่มันคล้ายๆ วัวอะ) เขาก็จอดให้เราถ่ายรูปด้วยครับ ไกด์ใจดีมาก แวะให้ตลอด


   

12.30

ถึง Ger ที่เราจองไว้ (Ger คนมองโกฯอ่านว่า เกีย เป็นที่พักกลมๆ คล้ายๆ กระโจมนั่นแหละครับ) มาถึงก็กินอาหารกลางวัน เมนูเป็นเนื้อแกะผัด รสชาติเหมือนเนื้อผัดน้ำมันหอยบ้านเรา แต่อร่อยมาก! จากนั้นก็ทำกิจกรรมตามทริป ค่าทริป 70 USD ต่อคน ซึ่งรวมดังนี้

  • ขี่ม้า 1 ชั่วโมง (สนุกดีครับ แต่อยากให้เรียกว่านั่งบนหลังม้ามากกว่าขี่ม้านะ555)

  • นั่งรถ/เดิน ไปวัด Aryabal temple (ไกด์จ่ายค่าเข้าให้ ราคาราวๆ คนละ 20 บาท) ถ่ายรูปวิวสวยจับใจ เดินไปกลับก็ไม่ถึงกับเหนื่อย

  • อาหารครบทุกมื้อ แทบไม่ต้องใช้เงินเลย

  • นอน Ger 1 คืน

  • ค่ารถไป-กลับ (ไกด์จะค้างคืนใน Ger ข้างๆ เรา)

ป.ล. ที่ Ger ไม่มีน้ำให้อาบนะครับ และส้วมก็เป็นส้วมหลุมนะ คุณผู้หญิงท่านใดไม่สะดวกส้วมหลุม ก็ไปนั่งเด็ดดอกไม้ในป่าก็ได้ครับ (แต่แอบเห็นว่าเขากำลังสร้างห้องน้ำแบบสากลอยู่ด้วย ใครไปปีหน้าคงได้ใช้)

  

เราจองทริปกับ Khongor Guesthouse สามารถติดต่อทางอีเมลได้ที่ khongorexpedition@gmail.com คุณ Semy จะตอบทุกอย่างครับ คุยได้เลย เรื่องจ่ายเงินอาจยุ่งยากนิดเพราะต้องจ่ายผ่าน WesternUnion ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมราว 1,500 บาท (โอนกับธนาคารกรุงเทพ)


19.30 

หลังอาหารเย็น ก็เข้าเกียนอนครับ เพราะข้างนอกอุณหภูมิ -15 องศา ประสบการณ์นอนเกียครั้งแรก โอ้ย เกินบรรยาย….

*ไม่ทราบว่าเป็นเหมือนกันทุกที่หรือเปล่า แต่คืนที่นอนใน Ger นั้น ร้อนมากกกกกกกกกก อุณหภูมิภายในน่าจะอยู่ราวๆ 50 องศา เพราะเขาจะจุดไฟในเตาไว้ให้ แต่เป็นการจุดแบบจัดเต็มครับ ฟืนแน่นมาก และแถมยังมาเติมฟืนให้อีก 2 รอบตลอดคืน! ทำให้ร้อนระอุตัวแทบไหม้ เราเลยเอาผ้าปูที่นอนมาขึงกันความร้อนและเปิดประตู Ger ไว้ให้อากาศถ่ายเทออกไปบ้าง ใครเคยนอน Ger แล้วเป็นอย่างไรบ้าง มาแชร์กันหน่อยนะครับ ว่าร้อนนรกแตกเหมือนพวกเรารึเปล่า?


DAY 5  อังคารที่  9  เมษายน กลับอูลานบาตอร์ ขึ้นรถไฟไปเอียร์คุช

9.00 

หลังอาหารเช้า เราเช็คเอ้าท์ออกจาก Ger ไกด์ขับรถมาส่งเราที่โฮสเทลเพื่ออาบน้ำ และรับตั๋วรถไฟไปเอียร์คุช (ซึ่งพวกเราฝากให้เขาซื้อ) จากนั้นก็ให้เขาไปส่งที่สถานีรถไฟ ราคา 12 USD เหมือนเดิม

ระหว่างรอขึ้นไปสถานีรถไฟ เรารีบไปตุนเสบียงกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในห้าง The State แล้วแวะแลกเงินทูกรุกทั้งหมดเป็น รูเบิล (รัสเซีย) ไว้เลย เพราะคงไม่ได้ใช้เงินมองโกลเลียอีกแล้ว  

15:22 

รถไฟ 305 Express Train ก็ออกจากอูลานบาตอร์ บ๊าบบาย เป็นเมืองที่เที่ยวสนุกมาก อยากกลับมาอีก เพราะยังมีที่เที่ยวฮิตๆ ที่ยังไม่ได้ไปอีกเยอะเลย ที่ช้อปปิ้งด้วย อย่างตลาดมืดเนี่ยก็ไม่ได้ไป แต่เหลือไว้กลับมาเที่ยวได้อีกรอบก็ดีครับ :)

ราวๆ ช่วงกลางดึก รถไฟก็จะจอดเพื่อตรวจคนเข้าเมืองของรัสเซียครับ เจอตรวจทั้งขาออกจากมองโกเลีย และตรวจขาเข้ารัสเซียอีกรอบ แต่ก็ไม่ได้โหดดิบเหมือนที่คิดไว้ เจ้าหน้าที่อาจดูดุๆ แต่ไม่ได้โหดโวยวาย ขออะไรเราก็ให้ดูก็จะผ่านมาได้ง่ายๆ ครับ อ้อ ลืมบอกไป รถไฟวิ่ง 27 ชั่วโมง แป๊บเดียวก็ถึงเอียร์คุชแล้ว!


อ่านต่อ [ตอนที่ 1] เตรียมตัวและเที่ยวปักกิ่ง

[ตอนที่ 2] นั่งรถไฟปักกิ่ง-มองโกเลีย ทรานส์มองโกเลีย

อ่านต่อ [ตอนที่ 3] เอียร์คุช ปารีสแห่งไซบีเรีย - ลิสต์วานก้า ทะเลสาบน้ำแข็งไบคาล

อ่านต่อ [ตอนที่ 4] นั่งรถไปสายทรานส์ไซบีเรีย เอียร์คุช - มอสโคว  5180 กิโลเมตร!  82 ชั่วโมง! ก็มาดิค๊าบ

ทริปทรานส์ไซบีเรีย ปักกิ่ง-มอสโคว มนุษย์เงินเดือนก็ไปได้ 14 วัน งบ 60,000 บาท รวมทุกอย่าง! อัพเดท 2019